ผมใช้แอเรียลบินหนีนักรบเงาไปเรื่อยๆท่ามกลางท้องฟ้าทั่วเมืองหลวง
‘โถ่เอ้ยยย..ถึงจะปากดีไปแบบนั้นแต่เราจะสู้มันยังไงดีละเนี่ย’
ไพ่ในมือเราก็ใช้ไปหมดแล้ว ทั้งสกิล ทั้งเวทย์มนต์ ทั้งมานาโซน
แม้กระทั่งสกิลไม้ตายก้นหีบของเราที่กินพลังเวทย์มหาศาลก็ล้วนใช้ไม่ได้ผล
‘แกร๊ง…แกร๊ง…แกร๊ง’
เสียงระฆังดังกังวาลอันไพเราะราวกับเสียงระฆังของโบสถ์ดังขึ้นที่มือขวา
อนุภาคแสงศักดิ์สิทธิ์สีขาวถูกรวบรวมเข้าที่ตัวหอกสีเงินอีกครั้ง
“แกเป็นเผ่ามนุษย์ที่น่าสนใจนะ…ฉันจะไม่ฆ่าแกก็ได้นะ…แต่แกสนใจจะมาเข้าร่วมกับองค์กรของพวกเราไหมล่ะ?”
นักรบเงาบินตามเด็กหนุ่มพร้อมกล่าวเชิญชวนด้วยคำพูดบางอย่าง
“อะ..องค์กร..!?”
“ว่าไงล่ะสนใจมั้ย….ฉันมาคิดๆดูแล้ว..หากต้องมาฆ่าคนที่มีความสามารถแบบแกคงน่าเสียดายแย่”
“เหอะๆ…อะไรกัน..เมื่อกี้ยังบอกว่าจะไม่ยอมปล่อยให้ฉันรอดอยู่เลยไม่ใช่รึไง”
เด็กหนุ่มเร่งความเร็วบินหนีให้เร็วยิ่งขึ้น
สกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์> ตอนนี้ชาร์จได้4วินาทีแล้ว
“ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของพวกเรา..และเพื่อความปราถนาของท่านผู้นั้น”
“หืม?...เห็นแกพูดคำว่า “ท่านผู้นั้น” มาตั้งหลายรอบแล้ว..ไม่คิดจะบอกกันหน่อยหรอว่าคนๆนั้นเป็นใครน่ะ”
“…” นักรบเงาเงียบ
“ว่าไงล่ะ..ไม่สนใจบอกกันหน่อยหรอ..หากจะเชิญฉันเข้าเป็นพวกกับแก..อย่างน้อยก็ควรบอกข้อมูลกันให้ครบๆหน่อยนะ”
“ทางเลือกของแก..มีแค่2อย่างคือตายตรงนี้ หรือไม่ก็เข้าร่วมกับพวกเราเท่านั้น…แกจะเลือกทางไหนล่ะ..เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำเอ๋ย..”
“งั้นหรอ…เป็นเงาที่ใจแคบจังเลยนะ…ถ้างั้นฉันเองก็ขอเลือกที่จะตายตรงนี้ละกัน….”
“ได้เลยงั้นฉันจะจัดให้แกเอง”
นักรบเงาอัญเชิญหอกสีดำทมิฬนับพันเล่มรอบตัวเรเวลอีกครั้ง
“ชิ...ใช้แต่ท่าเดิมๆซ้ำๆไม่เบื่อบ้างรึไงฟะ”
‘เวทย์ไฟ-กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ’
อนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์ถูกดูดกลืนเข้าไปในตัวหอก..แล้วเปล่งแสงสีเขียวประหลาดออกมา
แสงสีเขียวงดงามคล้ายแสงออโรร่าในเขตเหนือ..คลุมรอบตัวเด็กหนุ่มและอาวุธ
<กลาดิเอเตอร์โหมด> เวอร์ชั่นอัพเกรดได้เพิ่มสถานะอมตะจากเดิม 5 วินาที เป็น 160 วินาที และขยายระยะเวลาในกลาดิโหมดจาก10วินาทีเป็น 320 วินาที
หอกสีดำทมิฬทะลุผ่านตัวเด็กหนุ่มไป..ราวกับลากผ่านอากาศและพื้นที่อันว่างเปล่า
เด็กหนุ่มยังคงใช้แอเรียลบินหนีต่อไปเรื่อยๆ
“ถึงฉันเลือกที่จะตาย..แต่ฉันก็ไม่ยอมมอบชีวิตให้แกง่ายๆหรอกนะจะบอกให้….เพราะฉันเองก็มีความปราถนาของตัวเองเหมือนกัน”
นักรบเงาอัญเชิญหอกสีดำพุ่งผ่านตัวเด็กหนุ่มไปเรื่อยๆ..แต่คราวนี้เป็นการโจมตีหอกในแนวตรงแทน
'ดูท่าสกิลหอกรอบทิศทางนั่นเองก็คงมีระยะเวลาคูลดาวน์เหมือนกันสินะ'
เด็กหนุ่มเริ่มนับเวลาในใจ..พร้อมกับหนีนักรบเงาไปเรื่อยๆ
จนผ่านไปครบ120วินาที..การโจมตีหอกรอบทิศทางนั่นได้เริ่มต้นอีกครั้ง
‘ฟรึบ..วืดดดดดดดดดดดด’
แต่เนื่องจากสถานะอมตะยังเหลืออยู่..ทำให้การโจมตีพิฆาตอันนั้นไม่สามารถทำอะไรตัวเด็กหนุ่มได้
การโจมตีหอกรอบทิศทางได้หยุดลง
“หึ…ดูท่าทางการโจมตีนั่นจะมีระยะเวลาคูลดาวน์นานกว่า <กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>อีกนะ”
“อา..ดูท่าการโจมตีนั่นของฉันจะใช้กับแกไม่ได้ผลจริงๆ…แต่ว่านะ..ถ้าพลังเวทย์ของแกหมดเมื่อไหร่ล่ะก็..คราวนี้ได้ถึงที่ตายของจริงแน่”
นักรบเงาได้ใช้การโจมตีปกติ..โจมตีพุ่งหอกใส่เรเวลในแนวเส้นตรง
จนกระทั่งเวลาครบ160วินาที..อนุภาคแสงสีเขียวได้สลายหายไป แต่ตัวหอกสีเงินได้ลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงแทน
'[กลาเดียร์คอมโบ] ใช้ไปก็ไร้ความหมาย'
เด็กหนุ่มคลายสถานะ <กลาดิเตอร์โหมด>
เปลวเพลิงสีแดงได้สลายหายไปจากตัวหอก
ปกติสกิล <กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>มีระยะเวลาบัพที่10วินาที และมีระยะเวลาคูลดาวน์อยู่ที่30วินาที ซึ่งจากการใช้สกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> เอนชานต์ <กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>เมื่อกี้นี้ ทำให้สถานะอมตะและเวลาบัพเพิ่มขึ้น..จนสกิลคูลดาวน์เสร็จทันก่อนสถานะอมตะจะสิ้นสุดลงเสียอีก
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นคงยื้อไว้ได้แค่ชั่วคราวจนกว่าพลังเวทย์จะหมดเท่านั้นแหละ
ถ้าพูดถึงกลุ่มคนที่มีสิทธิจะชนะนักรบเงานี้ได้ละก็คงจะมีแต่คนพวกนั้นเท่านั้น
เด็กหนุ่มพยายามนึกถึงเด็กสาวผมทองตาทองคนหนึ่ง
“ชิ..เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ไปทำอะไรกันอยู่นะ….บ้าเอ้ยยยยยย!!!!”
เด็กหนุ่มบินหนีไปเรื่อยๆเหนือท้องฟ้าเมืองหลวงแบบไร้จุดหมายเป็นเวลานานมากๆ
.
.
ด้วยพลังเวทย์ที่เหลืออยู่ตอนนี้สามารถใช้สกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์>ได้อีก 3 ครั้งเท่านั้น
ถ้าพลังเวทย์หมดแล้วจะทำยังไงดีนะ….
ภาพของเด็กสาวผมทองตาทองผุดขึ้นมาในหัวอีกรอบ
“อึก..ไม่นะเรเวล…ไม่ว่ายังไงฉันจะไม่ขอความช่วยเหลือจากพวกเอลิเซ่เด็ดขาด…ไม่มีทางหรอกกกกกกก”
นักรบเงาอัญเชิญหอกรอบทิศทางอีกครั้ง
“ไม่ว่าฉันจะเป็นตายร้ายดียังไง..ในโลกนี้ก็ไม่มีใครสนใจตัวฉันอยู่แล้ว…ฉะนั้นฉันจะหาทางรอดด้วยตัวเองให้ดู”
‘เวทย์ไฟ-กลาดิเอเตอร์ไดรฟ์’
หอกจำนวนมากพุ่งทะลุผ่านร่างกายในสถานะอมตะ
“!?”
ตอนนั้นเองเด็กหนุ่มเห็นลานกว้างแห่งหนึ่งไร้ผู้คน..ในใจกลางทิศตะวันตกของเมืองหลวง
“เรามาเปลี่ยนสถานที่ต่อสู้กันหน่อยเถอะ”
ที่จริงจุดประสงค์ที่เรเวลบินหนีวนไปเรื่อยๆเหนือท้องฟ้าเมืองหลวงก็เพื่อหวังว่าจะมีใครสักคนที่เก่งพอจะช่วยเขาได้..เห็นตัวเขาแล้วรีบมาช่วย
แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือการบินวนไปมากินระยะเวลาเกือบ1ชั่วโมงได้ผลาญพลังเวทย์ไปมหาศาล…แม้จะใช้มานาโซนซึ่งยืมพลังเวทย์จากอากาศมาช่วยด้วย..แต่ว่าพลังเวทย์ของตัวเองก็ถูกใช้ไปจำนวนมากอยู่ดี
“โดนใครบางคนตามฆ่า..แถมไม่มีใครมาช่วยนี่เหมือนฝันร้ายเลยนะ”
เด็กหนุ่มบินลงตรงลานกว้างใจกลางที่มีน้ำพุอยู่
‘ตุบ’
ขาได้เหยียบลงบนพื้น…อย่างนุ่มนวล
นักรบเงาเองก็ตามลงมาเช่นกัน
“แกเป็นคนที่ฉันตามฆ่าได้ยากที่สุดตั้งแต่เคยเจอมาเลยแหละนะ”
“อา…ขอบคุณสำหรับคำชมนะ..ไอเงาเส็งเคร็ง” เด็กหนุ่มทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจำเป็นต้องเก็บสกิล <กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ> เอาไว้…ไม่งั้นคงถูกการโจมตีนั่นฆ่าตายในพริบตาแน่
แต่ว่านะ..พลังเวทย์เราก็เหลือน้อยมากๆแล้ว..แถมยังใช้สกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> ได้อีกแค่2ครั้งเท่านั้น..จะยื้อไปได้นานแค่ไหนกันนะ
“เอาล่ะ…เข้ามาเลย!!!”
เด็กหนุ่มตั้งท่าต่อสู้อีกครั้ง
“ที่แห่งนี้ก็เหมาะเป็นที่ตายของแกดีนะ..และก็ฉันจะบอกอะไรให้อย่างนึงนะว่าแกคิดผิดแล้วล่ะ..ที่เลือกใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นที่ต่อสู้น่ะ”
“จะพูดอะไรก็พูดเถอะ..ต่อให้พลังเวทย์ฉันเหลือน้อย..แต่ว่านะรู้อะไรมั้ย..ตอนนี้ฉันสามารถหลบการโจมตีโง่ๆของแกได้สบายๆเลย”
“หรอ..งั้นขอลองดูหน่อยละกัน”
นักรบเงายื่นมือออกมาแล้วอัญเชิญหอกประมาณ10เล่มพุ่งไปหาเรเวลด้วยความเร็วที่สูงมาก
“!”
เรเวลตกใจมองหอกเหล่านั้น…แต่เขาเอียงตัวหลบได้แบบสบายๆ
“โฮ่..ดูเหมือนแกจะพัฒนาขึ้นระหว่างต่อสู้ได้ด้วยสินะ…ทั้งที่ยังเลเวลยังเท่าเดิม…ตามข้อมูลที่ฉันรู้มา..เผ่ามนุษย์ไม่มีความสามารถแบบนี้นิ” นักรบเงากล่าว
“อา..ฉันไม่ได้คิดไปเองงั้นสินะ..ทีแรกก็สงสัยอยู่ว่าทำไมหอกที่แกโจมตีเข้ามามันถึงได้ดูช้าลง..แต่ที่แท้เป็นเพราะประสาทสัมผัสและค่าสเตตัสของฉันมันเพิ่มขึ้นนั่นเอง” เรเวลกล่าว
ดูท่าทางหลังถูกไล่ต้อนจนมุมจนเกือบตายในคฤหาสน์หลายครั้ง..แล้วให้ฟลอร่าห้องD ร่ายเวทย์รักษาให้จนเราฟื้นฟูสมบูรณ์…ดูเหมือนค่าสเตตัสจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อยนะ…แต่ว่าไอปรากฎการณ์นี้มันอะไรกันแน่นะ…ค่าสเตตัสมันต้องสัมพันธ์กับเลเวลไม่ใช่หรอ
“ดูเหมือนว่าถ้าเป็นการโจมตีธรรมดาของแก..ฉันจะหลบได้แบบสบายๆโดยไม่ต้องพึ่งสกิลหรือเวทย์มนต์เลยนะ” เรเวลกล่าว
“หึๆๆ…ให้มันจริงอย่างที่โม้เถอะ”
นักรบเงาอัญเชิญหอกสีดำทมิฬจำนวนมาก..พุ่งใส่เรเวลแล้วกระจายไปรอบทิศทาง
“….”
เด็กหนุ่มมองหอกสีดำ..พร้อมกับสัมผัสพลังเวทย์แล้วหลบได้แบบสบายๆ
ทั้งจากด้านบน
ด้านล่าง
ด้านซ้าย
และด้านขวา
ส่วนหอกไหนที่หลบไม่ทัน..ก็ใช้หอกสีเงินของตัวเองปัดทิ้ง
‘เคร้งง..’
หลังจากนั้นก็หลบหอกที่เหลือต่อ
เด็กหนุ่มถีบพื้นเอียงตัวหลบไปเรื่อยๆ..จนในที่สุดก็หาจังหวะประชิดตัวนักรบเงาได้
‘เวทย์ไฟ-โรลลิ่งสเปียร์’
‘ฉัวะ..’
ร่างกายนักรบเงาขาดสองท่อน….แต่ก็สมานกันในเวลาอันรวดเร็ว
“!”
หอกสีดำสองเล่มพุ่งเข้ามา
เด็กหนุ่มรีบหลบแล้วตีลังถอยไปอย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนว่าความสามารถในการฟื้นฟูของแกเองก็เพิ่มขึ้นนะ..แกเองก็พัฒนาระหว่างการต่อสู้ได้เหมือนกันงั้นหรอ? ” เรเวลถาม
“ก็แค่ความสามารถในการฟื้นฟูเท่านั้นแหละ…ส่วนความสามารถในการต่อสู้ของฉันต่อให้ไม่เพิ่มขึ้น..ฉันก็ฆ่าแกได้สบายๆอยู่ดี”
“โอ้..เป็นเงาที่โม้เก่งจังเลยนะ..เห็นแกพูดว่าจะฆ่าฉันมาหลายรอบแล้ว..แต่ไม่เห็นทำได้สักครัั้งเลยนิ…เรื่องบางเรื่องควรทำให้ได้ก่อนจะโม้ดีกว่ามั้ย?”
“อา..งั้นฉันจะแสดงพลังทั้งหมดของฉันให้แกดูเอง….ฮึบ..ฮ่าาาาห์”
นักรบเงาทำท่าเบ่งพลังออกมา
‘ฟรึบ…ตู้มมมมม..’
เกิดออร่าพลังเวทย์สีดำขึ้น..พร้อมกับแรงลมอัดกระแทก
“อึก…”
เด็กหนุ่มยกสองมือไขว้กันเพื่อต้านแรงลมนั้นทันที
“พลังเวทย์เพิ่มขึ้น….นี่มันการพาวเวอร์อัพงั้นหรอ..”
เรเวลมองภาพนั้นด้วยสีหน้าตกตลึง…แต่นักรบเงายังคงเบ่งพลังต่อไป
“ฮ่าาาาาาาห์……”
เกิดแรงระเบิดของพลังเวทย์ชั่วพริบตา
ออร่าสีดำแผ่ขยาย..จนสูงเสียดท้องฟ้า
เด็กหนุ่มถูกแรงลมพัดกระเด็นจนลอยไปไกลหลายสิบเมตร
เขาสีดำทมิฬเริ่มงอกออกมาจากศีรษะ
กลางหลังของนักรบเงาเริ่มมีหนามแหลมงอก
แขนเริ่มมีเกราะสีดำหุ้ม
ฟันเริ่มแหลมคมและมีเขี้ยวออกมา
การพาวเวอร์อัพเสร็จสมบูรณ์
เรเวลที่ถูกสายลมพัดกระเด็น..ค่อยๆยื่นขึ้นมองภาพนั้น
“!!!?”
ตาของเขาเบิกกว้างขึ้นมาทันที
“นี่แหละ..คือพลังที่แท้จริงของฉัน…ฉันจะฆ่าแกแบบอลังการให้ดูเลย..หึหึๆ”
นักรบเงากล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงสยดสยองที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม