The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่88 เผชิญหน้ากับนักรบเงา4

              ผมใช้แอเรียลบินหนีนักรบเงาไปเรื่อยๆท่ามกลางท้องฟ้าทั่วเมืองหลวง

              ‘โถ่เอ้ยยย..ถึงจะปากดีไปแบบนั้นแต่เราจะสู้มันยังไงดีละเนี่ย’

              ไพ่ในมือเราก็ใช้ไปหมดแล้ว ทั้งสกิล ทั้งเวทย์มนต์ ทั้งมานาโซน 

              แม้กระทั่งสกิลไม้ตายก้นหีบของเราที่กินพลังเวทย์มหาศาลก็ล้วนใช้ไม่ได้ผล

              ‘แกร๊ง…แกร๊ง…แกร๊ง’ 

              เสียงระฆังดังกังวาลอันไพเราะราวกับเสียงระฆังของโบสถ์ดังขึ้นที่มือขวา 

              อนุภาคแสงศักดิ์สิทธิ์สีขาวถูกรวบรวมเข้าที่ตัวหอกสีเงินอีกครั้ง

             “แกเป็นเผ่ามนุษย์ที่น่าสนใจนะ…ฉันจะไม่ฆ่าแกก็ได้นะ…แต่แกสนใจจะมาเข้าร่วมกับองค์กรของพวกเราไหมล่ะ?” 

             นักรบเงาบินตามเด็กหนุ่มพร้อมกล่าวเชิญชวนด้วยคำพูดบางอย่าง

              “อะ..องค์กร..!?”

              “ว่าไงล่ะสนใจมั้ย….ฉันมาคิดๆดูแล้ว..หากต้องมาฆ่าคนที่มีความสามารถแบบแกคงน่าเสียดายแย่”

              “เหอะๆ…อะไรกัน..เมื่อกี้ยังบอกว่าจะไม่ยอมปล่อยให้ฉันรอดอยู่เลยไม่ใช่รึไง”

              เด็กหนุ่มเร่งความเร็วบินหนีให้เร็วยิ่งขึ้น

              สกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์> ตอนนี้ชาร์จได้4วินาทีแล้ว

             “ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของพวกเรา..และเพื่อความปราถนาของท่านผู้นั้น”

             “หืม?...เห็นแกพูดคำว่า “ท่านผู้นั้น” มาตั้งหลายรอบแล้ว..ไม่คิดจะบอกกันหน่อยหรอว่าคนๆนั้นเป็นใครน่ะ” 

             “…” นักรบเงาเงียบ

             “ว่าไงล่ะ..ไม่สนใจบอกกันหน่อยหรอ..หากจะเชิญฉันเข้าเป็นพวกกับแก..อย่างน้อยก็ควรบอกข้อมูลกันให้ครบๆหน่อยนะ” 

              “ทางเลือกของแก..มีแค่2อย่างคือตายตรงนี้ หรือไม่ก็เข้าร่วมกับพวกเราเท่านั้น…แกจะเลือกทางไหนล่ะ..เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำเอ๋ย..”

             “งั้นหรอ…เป็นเงาที่ใจแคบจังเลยนะ…ถ้างั้นฉันเองก็ขอเลือกที่จะตายตรงนี้ละกัน….”

              “ได้เลยงั้นฉันจะจัดให้แกเอง”

              นักรบเงาอัญเชิญหอกสีดำทมิฬนับพันเล่มรอบตัวเรเวลอีกครั้ง

              “ชิ...ใช้แต่ท่าเดิมๆซ้ำๆไม่เบื่อบ้างรึไงฟะ”

              ‘เวทย์ไฟ-กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ’

              อนุภาคแสงสีขาวบริสุทธิ์ถูกดูดกลืนเข้าไปในตัวหอก..แล้วเปล่งแสงสีเขียวประหลาดออกมา

              แสงสีเขียวงดงามคล้ายแสงออโรร่าในเขตเหนือ..คลุมรอบตัวเด็กหนุ่มและอาวุธ

              <กลาดิเอเตอร์โหมด> เวอร์ชั่นอัพเกรดได้เพิ่มสถานะอมตะจากเดิม 5 วินาที เป็น 160 วินาที และขยายระยะเวลาในกลาดิโหมดจาก10วินาทีเป็น 320 วินาที

              หอกสีดำทมิฬทะลุผ่านตัวเด็กหนุ่มไป..ราวกับลากผ่านอากาศและพื้นที่อันว่างเปล่า

              เด็กหนุ่มยังคงใช้แอเรียลบินหนีต่อไปเรื่อยๆ

              “ถึงฉันเลือกที่จะตาย..แต่ฉันก็ไม่ยอมมอบชีวิตให้แกง่ายๆหรอกนะจะบอกให้….เพราะฉันเองก็มีความปราถนาของตัวเองเหมือนกัน”

              นักรบเงาอัญเชิญหอกสีดำพุ่งผ่านตัวเด็กหนุ่มไปเรื่อยๆ..แต่คราวนี้เป็นการโจมตีหอกในแนวตรงแทน

              'ดูท่าสกิลหอกรอบทิศทางนั่นเองก็คงมีระยะเวลาคูลดาวน์เหมือนกันสินะ'

              เด็กหนุ่มเริ่มนับเวลาในใจ..พร้อมกับหนีนักรบเงาไปเรื่อยๆ

              จนผ่านไปครบ120วินาที..การโจมตีหอกรอบทิศทางนั่นได้เริ่มต้นอีกครั้ง

              ‘ฟรึบ..วืดดดดดดดดดดดด’

              แต่เนื่องจากสถานะอมตะยังเหลืออยู่..ทำให้การโจมตีพิฆาตอันนั้นไม่สามารถทำอะไรตัวเด็กหนุ่มได้

              การโจมตีหอกรอบทิศทางได้หยุดลง

              “หึ…ดูท่าทางการโจมตีนั่นจะมีระยะเวลาคูลดาวน์นานกว่า <กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>อีกนะ”

              “อา..ดูท่าการโจมตีนั่นของฉันจะใช้กับแกไม่ได้ผลจริงๆ…แต่ว่านะ..ถ้าพลังเวทย์ของแกหมดเมื่อไหร่ล่ะก็..คราวนี้ได้ถึงที่ตายของจริงแน่”

              นักรบเงาได้ใช้การโจมตีปกติ..โจมตีพุ่งหอกใส่เรเวลในแนวเส้นตรง

              จนกระทั่งเวลาครบ160วินาที..อนุภาคแสงสีเขียวได้สลายหายไป แต่ตัวหอกสีเงินได้ลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงแทน

              '[กลาเดียร์คอมโบ] ใช้ไปก็ไร้ความหมาย'

              เด็กหนุ่มคลายสถานะ <กลาดิเตอร์โหมด>

              เปลวเพลิงสีแดงได้สลายหายไปจากตัวหอก

               ปกติสกิล <กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>มีระยะเวลาบัพที่10วินาที และมีระยะเวลาคูลดาวน์อยู่ที่30วินาที ซึ่งจากการใช้สกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> เอนชานต์ <กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ>เมื่อกี้นี้ ทำให้สถานะอมตะและเวลาบัพเพิ่มขึ้น..จนสกิลคูลดาวน์เสร็จทันก่อนสถานะอมตะจะสิ้นสุดลงเสียอีก

              แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นคงยื้อไว้ได้แค่ชั่วคราวจนกว่าพลังเวทย์จะหมดเท่านั้นแหละ    

              ถ้าพูดถึงกลุ่มคนที่มีสิทธิจะชนะนักรบเงานี้ได้ละก็คงจะมีแต่คนพวกนั้นเท่านั้น    

              เด็กหนุ่มพยายามนึกถึงเด็กสาวผมทองตาทองคนหนึ่ง

              “ชิ..เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ไปทำอะไรกันอยู่นะ….บ้าเอ้ยยยยยย!!!!”

              เด็กหนุ่มบินหนีไปเรื่อยๆเหนือท้องฟ้าเมืองหลวงแบบไร้จุดหมายเป็นเวลานานมากๆ

              .

              .

              ด้วยพลังเวทย์ที่เหลืออยู่ตอนนี้สามารถใช้สกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์>ได้อีก 3 ครั้งเท่านั้น

              ถ้าพลังเวทย์หมดแล้วจะทำยังไงดีนะ….

              ภาพของเด็กสาวผมทองตาทองผุดขึ้นมาในหัวอีกรอบ

              “อึก..ไม่นะเรเวล…ไม่ว่ายังไงฉันจะไม่ขอความช่วยเหลือจากพวกเอลิเซ่เด็ดขาด…ไม่มีทางหรอกกกกกกก”

              นักรบเงาอัญเชิญหอกรอบทิศทางอีกครั้ง

              “ไม่ว่าฉันจะเป็นตายร้ายดียังไง..ในโลกนี้ก็ไม่มีใครสนใจตัวฉันอยู่แล้ว…ฉะนั้นฉันจะหาทางรอดด้วยตัวเองให้ดู”

              ‘เวทย์ไฟ-กลาดิเอเตอร์ไดรฟ์’

              หอกจำนวนมากพุ่งทะลุผ่านร่างกายในสถานะอมตะ

              “!?”

              ตอนนั้นเองเด็กหนุ่มเห็นลานกว้างแห่งหนึ่งไร้ผู้คน..ในใจกลางทิศตะวันตกของเมืองหลวง

              “เรามาเปลี่ยนสถานที่ต่อสู้กันหน่อยเถอะ”

              ที่จริงจุดประสงค์ที่เรเวลบินหนีวนไปเรื่อยๆเหนือท้องฟ้าเมืองหลวงก็เพื่อหวังว่าจะมีใครสักคนที่เก่งพอจะช่วยเขาได้..เห็นตัวเขาแล้วรีบมาช่วย

              แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือการบินวนไปมากินระยะเวลาเกือบ1ชั่วโมงได้ผลาญพลังเวทย์ไปมหาศาล…แม้จะใช้มานาโซนซึ่งยืมพลังเวทย์จากอากาศมาช่วยด้วย..แต่ว่าพลังเวทย์ของตัวเองก็ถูกใช้ไปจำนวนมากอยู่ดี

              “โดนใครบางคนตามฆ่า..แถมไม่มีใครมาช่วยนี่เหมือนฝันร้ายเลยนะ”        

              เด็กหนุ่มบินลงตรงลานกว้างใจกลางที่มีน้ำพุอยู่

              ‘ตุบ’

              ขาได้เหยียบลงบนพื้น…อย่างนุ่มนวล

              นักรบเงาเองก็ตามลงมาเช่นกัน

              “แกเป็นคนที่ฉันตามฆ่าได้ยากที่สุดตั้งแต่เคยเจอมาเลยแหละนะ”

              “อา…ขอบคุณสำหรับคำชมนะ..ไอเงาเส็งเคร็ง” เด็กหนุ่มทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที

              ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจำเป็นต้องเก็บสกิล <กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ> เอาไว้…ไม่งั้นคงถูกการโจมตีนั่นฆ่าตายในพริบตาแน่

             แต่ว่านะ..พลังเวทย์เราก็เหลือน้อยมากๆแล้ว..แถมยังใช้สกิล <หอกแห่งปาฎิหาริย์> ได้อีกแค่2ครั้งเท่านั้น..จะยื้อไปได้นานแค่ไหนกันนะ

              “เอาล่ะ…เข้ามาเลย!!!” 

              เด็กหนุ่มตั้งท่าต่อสู้อีกครั้ง

             “ที่แห่งนี้ก็เหมาะเป็นที่ตายของแกดีนะ..และก็ฉันจะบอกอะไรให้อย่างนึงนะว่าแกคิดผิดแล้วล่ะ..ที่เลือกใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นที่ต่อสู้น่ะ”

              “จะพูดอะไรก็พูดเถอะ..ต่อให้พลังเวทย์ฉันเหลือน้อย..แต่ว่านะรู้อะไรมั้ย..ตอนนี้ฉันสามารถหลบการโจมตีโง่ๆของแกได้สบายๆเลย”

              “หรอ..งั้นขอลองดูหน่อยละกัน”

              นักรบเงายื่นมือออกมาแล้วอัญเชิญหอกประมาณ10เล่มพุ่งไปหาเรเวลด้วยความเร็วที่สูงมาก

              “!”

              เรเวลตกใจมองหอกเหล่านั้น…แต่เขาเอียงตัวหลบได้แบบสบายๆ

              “โฮ่..ดูเหมือนแกจะพัฒนาขึ้นระหว่างต่อสู้ได้ด้วยสินะ…ทั้งที่ยังเลเวลยังเท่าเดิม…ตามข้อมูลที่ฉันรู้มา..เผ่ามนุษย์ไม่มีความสามารถแบบนี้นิ” นักรบเงากล่าว

              “อา..ฉันไม่ได้คิดไปเองงั้นสินะ..ทีแรกก็สงสัยอยู่ว่าทำไมหอกที่แกโจมตีเข้ามามันถึงได้ดูช้าลง..แต่ที่แท้เป็นเพราะประสาทสัมผัสและค่าสเตตัสของฉันมันเพิ่มขึ้นนั่นเอง” เรเวลกล่าว

              ดูท่าทางหลังถูกไล่ต้อนจนมุมจนเกือบตายในคฤหาสน์หลายครั้ง..แล้วให้ฟลอร่าห้องD ร่ายเวทย์รักษาให้จนเราฟื้นฟูสมบูรณ์…ดูเหมือนค่าสเตตัสจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อยนะ…แต่ว่าไอปรากฎการณ์นี้มันอะไรกันแน่นะ…ค่าสเตตัสมันต้องสัมพันธ์กับเลเวลไม่ใช่หรอ

             “ดูเหมือนว่าถ้าเป็นการโจมตีธรรมดาของแก..ฉันจะหลบได้แบบสบายๆโดยไม่ต้องพึ่งสกิลหรือเวทย์มนต์เลยนะ” เรเวลกล่าว

              “หึๆๆ…ให้มันจริงอย่างที่โม้เถอะ”           

              นักรบเงาอัญเชิญหอกสีดำทมิฬจำนวนมาก..พุ่งใส่เรเวลแล้วกระจายไปรอบทิศทาง

              “….”

              เด็กหนุ่มมองหอกสีดำ..พร้อมกับสัมผัสพลังเวทย์แล้วหลบได้แบบสบายๆ

              ทั้งจากด้านบน          

              ด้านล่าง

              ด้านซ้าย

              และด้านขวา

              ส่วนหอกไหนที่หลบไม่ทัน..ก็ใช้หอกสีเงินของตัวเองปัดทิ้ง

              ‘เคร้งง..’

              หลังจากนั้นก็หลบหอกที่เหลือต่อ

              เด็กหนุ่มถีบพื้นเอียงตัวหลบไปเรื่อยๆ..จนในที่สุดก็หาจังหวะประชิดตัวนักรบเงาได้ 

             ‘เวทย์ไฟ-โรลลิ่งสเปียร์’

             ‘ฉัวะ..’

              ร่างกายนักรบเงาขาดสองท่อน….แต่ก็สมานกันในเวลาอันรวดเร็ว

              “!”

              หอกสีดำสองเล่มพุ่งเข้ามา

              เด็กหนุ่มรีบหลบแล้วตีลังถอยไปอย่างรวดเร็ว

              “ดูเหมือนว่าความสามารถในการฟื้นฟูของแกเองก็เพิ่มขึ้นนะ..แกเองก็พัฒนาระหว่างการต่อสู้ได้เหมือนกันงั้นหรอ? ” เรเวลถาม

              “ก็แค่ความสามารถในการฟื้นฟูเท่านั้นแหละ…ส่วนความสามารถในการต่อสู้ของฉันต่อให้ไม่เพิ่มขึ้น..ฉันก็ฆ่าแกได้สบายๆอยู่ดี” 

              “โอ้..เป็นเงาที่โม้เก่งจังเลยนะ..เห็นแกพูดว่าจะฆ่าฉันมาหลายรอบแล้ว..แต่ไม่เห็นทำได้สักครัั้งเลยนิ…เรื่องบางเรื่องควรทำให้ได้ก่อนจะโม้ดีกว่ามั้ย?”

             “อา..งั้นฉันจะแสดงพลังทั้งหมดของฉันให้แกดูเอง….ฮึบ..ฮ่าาาาห์” 

             นักรบเงาทำท่าเบ่งพลังออกมา

             ‘ฟรึบ…ตู้มมมมม..’

              เกิดออร่าพลังเวทย์สีดำขึ้น..พร้อมกับแรงลมอัดกระแทก

              “อึก…”

              เด็กหนุ่มยกสองมือไขว้กันเพื่อต้านแรงลมนั้นทันที

              “พลังเวทย์เพิ่มขึ้น….นี่มันการพาวเวอร์อัพงั้นหรอ..” 

              เรเวลมองภาพนั้นด้วยสีหน้าตกตลึง…แต่นักรบเงายังคงเบ่งพลังต่อไป

             “ฮ่าาาาาาาห์……”

             เกิดแรงระเบิดของพลังเวทย์ชั่วพริบตา

             ออร่าสีดำแผ่ขยาย..จนสูงเสียดท้องฟ้า

              เด็กหนุ่มถูกแรงลมพัดกระเด็นจนลอยไปไกลหลายสิบเมตร

              เขาสีดำทมิฬเริ่มงอกออกมาจากศีรษะ

              กลางหลังของนักรบเงาเริ่มมีหนามแหลมงอก

              แขนเริ่มมีเกราะสีดำหุ้ม

              ฟันเริ่มแหลมคมและมีเขี้ยวออกมา

              การพาวเวอร์อัพเสร็จสมบูรณ์

              เรเวลที่ถูกสายลมพัดกระเด็น..ค่อยๆยื่นขึ้นมองภาพนั้น

              “!!!?”

              ตาของเขาเบิกกว้างขึ้นมาทันที

             “นี่แหละ..คือพลังที่แท้จริงของฉัน…ฉันจะฆ่าแกแบบอลังการให้ดูเลย..หึหึๆ”

              นักรบเงากล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงสยดสยองที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม