พลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน

    บทที่ 68 เข้าพบ

    บทที่ 68 เข้าพบ




    ภายในดินแดนภายใต้อาณาเขตสำนักสยบมังกร ค่ายกลเคลื่อนย้ายได้เปิดการใช้งานพร้อมกับปรากฏกลุ่มของชายหนุ่มออกมาจากช่องว่างมิติ




    “เจ้าหนูข้าขอดูมือเจ้าหน่อย” กงจื้อเอ่ยออกมา พร้อมกับมองไปที่ฝ่ามือของชายหนุ่มที่บัดนี้ มีรอยสักรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว




    ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นจึงยื่นมือออกไปให้ กงจื้อดู คนอื่นๆ ก็ต่างจ้องมองไปที่ฝ่ามือของชายหนุ่มเช่นกัน




    ทุกคนต่างเห็นเหมือนกันว่า หลิวจินเยว่ โจมตีใส่ชายหนุ่มและปรากฏรอยสักนี้แทนที่จะเป็นบาดแผล เวลานี้ทุกคนจึงอยากรู้เป็นอย่างมากว่ารอยสักนี้คืออะไรกัน




    “เมื่อกงจื้อได้เห็นรอยสักนั้น สีหน้าของเขาก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที”




    เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของกงจื้อ ชายหนุ่มจึงอดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้




    “ผู้อาวุโสรอยสักนี้มันคืออะไรหรือขอรับ”




    กงจื้อ ถอนหายใจยาวพร้อมเอ่ย




    “สิ่งนี้ถูกเรียกว่าตราประทับสังหาร เป็นหนึ่งในวิชามรรคหลักของสมาคมดับดารา ใช้ในการติดตามตัวเป้าหมายหากใช้วิชามรรคนี้ใส่ผู้ใดคนผู้นั้นจะไม่สามารถหลบซ่อนจากผู้ที่ใช้วิชามรรคนี้ได้”




    “นี่ถือเป็นหนึ่งในวิชามรรคขึ้นชื่อสำหรับล่าสังหารของสมาคมดับดาราเลยล่ะนะ”




    “ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ไหนผู้ที่ใช้วิชามรรคนี้ใส่เจ้าก็จะรู้ตำแหน่งของเจ้า และวิชานี้จะหายไปก็ต่อเมื่อผู้ใช้ตกตายหรือใช้วิชามรรคนี้ใส่ผู้อื่น”




    “เจ้าหนูเหตุใดเจ้าถึงได้หาเรื่องใส่ตัวเก่งเช่นนี้นะ แต่หากเจ้าอยู่ในสำนักสยบมังกรเจ้าก็จะปลอดภัย เจ้าพวกสมาคมดับดาราถึงจะกล้าแค่ไหนก็ไม่มีทางที่เจ้าพวกนั้นจะกล้าบุกเข้าสำนักโดยตรงอย่างแน่นอน”




    “ข้าว่าเจ้าและสหายของเจ้าควรจะรีบกลับไปนะ หากยังรั้งอยู่ที่นี่ต่อข้าเกรงว่าเจ้าคนของสมาคมดับดาราอาจจะพาตัวตนระดับสูงมาตามล่าเจ้าก็เป็นได้”




    “แม้ข้าจะไม่ได้กลัวอันใด แต่ข้าก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถปกป้องเจ้าได้ เพราะอย่างไรเสียเป้าหมายของสมาคมดับดาราก็คือเจ้า ในตอนนี้เจ้าพวกนั้นคงยังไม่กล้ามีปัญหากับสำนักข้า แต่หากแค่ถ่วงเวลาข้าเพื่อสังหารเจ้า เจ้าพวกนั้นต้องกล้าทำแน่ๆ”




    ได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มได้นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่งและพยักหน้าให้กับกงจื้อ




    “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”




    “ในตอนนี้ข้ายังไม่แข็งแกร่งมากพอ หากเรื่องเป็นอย่างที่ผู้อาวุโสกล่าวมา หากตัวตนระดับสูงแห่กันมาที่นี่จริงๆ แม้ผู้อาวุโสอาจจะไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่พวกกงลี่มี่และศิษย์คนอื่นๆ จะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน อีกอย่างข้าก้ไม่มีธุระอันใดให้อยู่ที่นี่อีกด้วย”




    คิดได้เช่นนั้น ชายหนุ่มจึงผสานมือคำนับไปที่กงจื้อและกลุ่มของกงลี่มี่




    “เรื่องในครั้งนี้ข้าขอบคุณพวกท่านมาก หากไม่ได้พวกท่านข้าเองก็ไม่มั่นใจว่าจะช่วยสหายของข้าได้เช่นนี้หรือไม่ ในภายภาคหน้าข้าจะต้องตอบแทนพวกท่านอย่างแน่นอน”




    หลี่เฟยที่เห็นการกระทำของชายหนุ่ม จึงผสานมือคำนับขอบคุณไปยังทุกคนด้วยเช่นกัน




    “ข้าเองก็ขอบคุณพวกท่านทุกคนมากๆ เจ้าค่ะ”




    กงจื้อที่เห็นการกระทำของทั้งสองจึงโบกมือพร้อมเอ่ย




    “เอาล่ะๆ ไว้ถึงตอนที่เจ้ามีพลังพอจะช่วยเหลือสำนักข้า ข้าจะต้องไหว้วานเจ้าอย่างแน่นอน พวกเจ้าไปที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายได้แล้ว ข้าจะเป็นคนไปส่งพวกเจ้าเอง”




    เอ่ยเสร็จกงจื้อจึงเดินนำทั้งสองไปยังค่ายกลเคลื่อนย้าย เมื่อทั้งสองเห็นเช่นนั้นจึงเดินตามไปพร้อมกับกลุ่มของกงลี่มี่ ที่เดินตามมา




    “สหายหลินตง พวกข้าก็อยากไปส่งเจ้าด้วยเช่นกัน ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่พวกเราก็สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาแล้วนะ”




    “ใช่แล้วๆ ถึงพลังยุทธ์จะต่างกันแต่พวกเราก็ผ่านการต่อสู้ด้วยกันมาแล้ว แถมเรายังคือคนในยุคเดียวกันฉะนั้นตอนนี้เราก็คือสหายกันแล้วนะ”




    กงลี่มี่และศิษย์คนอื่นๆ ในกลุ่มต่างเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม




    เพียงไม่นานทุกคนก็มาถึงค่ายกลเคลื่อนย้ายแล้ว




    “ขอบคุณท่านมากผู้อาวุโส กงจื้อ”




    “ไว้เจอกันใหม่นะพวกเจ้า”




    ชายหนุ่มเอ่ยออกมาและเข้าไปอยู่ในค่ายกลพร้อมกับหลี่เฟย




    เพียงไม่นานค่ายกลก็ได้ส่งร่างของทั้งสองหายไป




    เมื่อเข้าสู่อุโมงค์มิติ ชายหนุ่มได้นึกถึงดวงตาคู่ใหญ่เหล่านั้นขึ้นมา ทว่าตลอดเส้นทางชายหนุ่มก็ไม่ได้พบเจอดวงตาพวกนั้น ในด้านของหลี่เฟยนางได้แต่โคจรลมปราณให้คงที่จึงไม่ได้มีเวลาไปสังเกตสิ่งอื่นๆ รอบตัว




    เนื่องจากชายหนุ่มมีประสบการณ์อันไม่น่าจดจำในการข้ามอุโมงค์มิติครั้งแรกมาแล้ว เขาจึงบอกให้หลี่เฟยคอยปรับสมดุลพลังปราณเวลาใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายตั้งแต่ดินแดนคมวายุ แต่ถึงจะเคยทำมาแล้วครั้งหนึ่งแต่นางนั้นก็ยังไม่ชินอยู่ดี สุดท้ายนางก็เลยโคจรพลังปราณโดยไม่ได้พูดคุยกับชายหนุ่มเลยจนถึงสำนักสยบมังกร




    ณ สำนักสยบมังกร เวลานี้ค่ายกลเคลื่อนย้ายของสำนักได้ทำงานและส่งร่างสองร่างออกมาจากอุโมงค์มิติ




    “ในที่สุดก็ถึงเสียที” หลี่เฟยเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าโล่งอก




    ในตอนนี้เอง ร่างของผู้อาวุโสสูงสุดและผู้อาวุโสที่หนึ่งก็ได้ค่อยๆ เดินเข้ามาหาชายหนุ่ม




    “ดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดีสินะเจ้าหนูตระกูลหลิน”




    ผู้อาวุโสสูงสุดเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม




    “ข้าต้องขอบคุณผู้อาวุโสทั้งสองที่ให้การช่วยเหลือข้าเป็นอย่างดี หากไม่ได้พวกท่านสหายของข้าจะเป็นเช่นไรบ้างก็ไม่อาจทราบได้”




    ชายหนุ่มคำนับไปให้ชายชราทั้งสอง




    “ข้าเองก็ต้องขอบคุณผู้อาวุโสเช่นกันเจ้าค่ะ หากไม่ได้พวกท่านช่วยสนับสนุนหลินตง ชะตากรรมของข้าคงจะเลวร้ายเป็นแน่”




    หลี่เฟยเอ่ยออกไปพร้อมกับคำนับไปที่ชายชราทั้งสองเช่นเดียวกับหลินตง




    “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด เจ้าหนูตระกูลหลินเจ้ากับสหายเจ้าไปพักกันเสียก่อนเถิด พรุ่งนี้จ้าวสำนักต้องการจะสนทนากับเจ้าสักหน่อย ตอนนี้หวงเซียนเซียนกับหวงหลิงเอ๋อกำลังออกไปทำภารกิจด้านนอก พรุ่งนี้ข้าจะให้พวกนางไปพาเจ้าเข้าพบจ้าวสำนัก”




    เอ่ยจบผู้อาวุโสสูงสุดได้หันหลังเดินจากไป เหลือไว้เพียงชายหนุ่มและหญิงสาวในห้องโถงแห่งนี้




    “ไปกันเถอะหลี่เฟย”




    สิ้นเสียงชายหนุ่มจึงนำหลี่เฟยไปยังที่พักของตน ตำหนักที่ชายหนุ่มอยู่นั้นแม้จะไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ก็มีห้องอยู่สี่ถึงห้าห้องหลังจากมาถึงด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งสองจึงสนทนากันเล็กน้อยและแยกย้ายกันไปยังห้องของตน




    ในเช้าวันถัดมาก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ไปพบกับจ้าวสำนักสยบมังกร หวงหลิงเอ๋อ ก็ได้วิ่งมาหาชายหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม




    “นี่ๆ...หลินตงดูข่าวนี่สิเจ้าดังกว่าเดิมแล้วนะ”




    หวงหลิงเอ๋อเอ่ยพร้อมกับยื่นแผ่นกระดาษในมือให้ชายหนุ่ม




    นี่คือกระดาษข่าวสารทั่วไป ที่โรงเตี๊ยมพเนจรจะนำมาขายตามเมืองต่างๆ ในทุกๆ วัน เมื่อเห็นพากดหัวข่าวในแผ่นกระดาษคิ้วของชายหนุ่มถึงกับกระตุก




    “ทายาทตระกูลหลินปรากฏตัวที่ดินแดนคมวายุ สังหารทุบตีศิษย์สำนักราชสีห์คลั่งปะทะเดือดสมาคมดับดารา เพื่อช่วยเหลือสตรีรู้ใจ”




    “ผู้ใดมันช่างคิดหัวข้อข่าวเช่นนี้กัน แล้วหากจ้าวอ้ายฉิงกับฉินซูเห็นข่าวนี้พวกนางจะมองข้าเช่นไรกัน”




    ชายหนุ่มอดที่จะบ่นออกมาเสียไม่ได้ หลังจากที่อ่านเนื้อหาข้างในจนหมด ชายหนุ่มได้แต่ชื่นชมสายข่าวของโรงเตี๊ยมพเนจรอยู่ภายในใจ




    เพราะนอกจากพาดหัวข่าวที่ทำให้คิ้วกระตุก เนื้อหาส่วนอื่นๆ นั้นล้วนตรงกับเหตุการณ์จริงทุกอย่าง และยังคาดการไว้ถูกต้องอีกด้วย ว่าตัวเขาต้องอาศัยอยู่ในสำนักสยบมังกร




    หากในข่าวมีรูปวาดของเขาอยู่ด้วยเขาคงจะออกไปนอกสำนักสยบมังกรไม่ได้เป็นแน่




    “ในตอนนี้ทุกคนคงจะรู้ที่อยู่ของข้าหมดแล้วสินะ แต่ก็ดีเหมือนกันเหล่าสหายและคนรักของข้าที่ได้เห็นข่าวจะได้รู้ว่าข้าอยู่ที่ไหน หากพวกเขากำลังตามหาข้า พวกเขาจะได้ไม่ต้องสุ่มหาไปทั่ว”




    “หลี่เฟยข้าจะไปพบท่านจ้าวสำนัก ไว้กลับมาข้าจะพาเจ้าไปเดินชมเมืองไร้มลทิน”




    “ไปกันเถอะ”




    ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หวงหลิงเอ๋อ




    “เฮอะ ข้าจะพาเจ้าไปเดินชมเมืองไร้มลทิน”




    หวงหลิงเอ๋อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงล้อเลียน พร้อมกับเดินนำชายหนุ่มไปยังตำหนักจ้าวสำนัก




    จากผู้เขียน:ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะครับ ไรต์ขอไปลุยงานต่อก่อนนะครับ????????????




    ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตาฟ้า คว้าบัลลังก์เซียน ที่คุณอ่าน

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246