ไม่นานหลังที่ออกมาจากห้องโถงเราทั้งคู่เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานหนึ่ง มันคล้ายกับประตูห้องเก็บของที่เห็นได้ทั่วไปทำจากไม้เก่าๆ ที่ไม่น่าเปิดสักเท่าไรเพราะจะคิดยังไงมันก็น่าจะมีตัวประหลาดอยู่ในนั้นแน่ๆ จังหวะนั้นชายแก่ก็ใช้มือจับห่วงประตูพร้อมกับพูดอะไรบางอย่างและประตูก็เปิดออกภายในห้องมีเตียงเดี่ยวอยู่มุมห้อง มีช่องลมที่เป็ลูกกรงแทนหน้าต่างอีกด้านของผนังมีหุ่นไม้รูปคน พร้อมกับชั้นไม้ที่ใช้วางอาวุธตรงกลางห้องมีโต๊ะที่สามารถนั่งทานอาหารกับเก้าอี้อีกสองตัวและเชิงเทียนที่วางสิ่งที่คล้ายกับก้อนหินอยู่้า
“เข้ามาก่อนสิ!เข้าไปนั่งก่อนแล้วข้าจะเล่าทุกอย่างให้ท่านฟัง”
ผมไม่ได้ตอบรับอะไร แต่ก็เดินเข้าไปและนั่งลงโดยที่ชายแก่ก็นั่งอีกฝั่งหนึ่งมีแสงสว่างสีเหลืองอร่ามเหมือนดังเปลวเทียนออกมาจากสิ่งที่ดูเหมือนก้อนหินที่วางอยู่บนเชิงเทียนนั้น
ปัง!!
“เอ๋!” ผมใเสียงประตูที่ดังตามมาหลังจากที่เราทั้งคู้ก้าวเข้ามาใจห้องได้ไม่นานจนทำให้ผมได้สติหลังจากที่ออกมาจากห้องโถง ผมจึงเงยหน้าขึ้นมองตรงไปชายแก่ตรงๆเป็ครั้งแรก
แสงที่ได้จากหินกระทบลงบนใบหน้าที่ซีดเซียวไม่มีเนื้อแก้มขวาอยู่บนใบหน้าดูคล้ายกับคนตาย ทำให้ผมใจนทำอะไรไม่ถูก
“อ่ะๆๆหน้าของท่าน!?”
“ข้าขอแนะนำตัวก่อนแล้วกันตัวข้ามีชื่อว่า ‘โซบ๊อป’ แต่เดิมเคยเป็ทาสของมนุษย์ผู้ใช้เวทอัญเชิญปีศาจต่อมานายของข้าถูกปีศาจอีกตนทำร้ายาเ็สาหัส ข้าก็เลยแย่งชิงนามและวิชาเวทมนต์โดยการกลืนกินิญญาของเขาเสียหนึ่งในนั้นคือทักษะ [อ่านใจ] ความสามารถที่ข้าได้มาจากการแย่งชิงซึ่งสามารถอ่านใจผู้ที่มีเลเวลต่ำกว่าได้ แต่เดิมเอาไว้ใช้กำกับทาสไม่ให้ทรยศได้ และแน่นอนว่าข้าจะไม่กินท่านหรอกนะเพราะข้าก็ไม่ได้ชอบิญญาสักเท่าไร ที่ข้ากินไปเพราะ้าเป็อิสระเท่านั้นเองส่วนเื่อายุก็ 139 ปี”
ผมใอยู่ครู่หนึ่งเพราะกำลังเผชิญหน้าอยู่กับชายแก่ที่มีใบหน้าคล้ายซากศพแต่เมื่อได้ยินคำแนะนำตัวที่ยาวจนเหมือนคำอธิบายโดยย่อของชีวิตที่ผ่านมาผมจึงได้ใจเย็นลงจนสามารถที่จะตอบกลับไปได้ด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะปกติ
“เอิ่ม...ผมชื่อซาชิครับแค่ซาชิเท่านั้น อายุ 17 ปี ผมขอเรียกท่านว่า ‘ปู่บ๊อป’ได้ไหมครับ? พอดีผมยังไม่ค่อยชินกับวิธีพูดของโลกนี้แล้วก็ให้เรียกผมว่าซาชิก็พอ”
“ได้สิเรียกได้ตามใจของท่านเลย แล้วข้าจะเรียกท่านว่า ‘ท่านซาชิ’ ก็แล้วกัน”
“แฮะๆเอาแบบนั้นก็ได้ครับ ยังไงช่วยเล่าเื่ต่างให้ผมฟังได้ไหมครับบอกตามตรงว่าผมเองก็ไม่ได้ชอบใจนักที่ต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แต่จะให้ตายไปเปล่าๆ ผมก็ไม่เอาเหมือนกัน”
“นั่นสินะถ้าอย่างนั้นก็เริ่มเลยขอรับ”
“ที่นี่...คือที่ไหนเหรอครับ? ผมมาที่นี่ได้ยังไง?”
“ที่นี่คือปราสาทของท่านจอมมารสกาเล็ตซาตาน จอมมารคนที่ 44 เป็ผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของพวกเราเหล่าปีศาจท่านปกครองอาณาจักรแห่งความมืดซึ่งเป็หนึ่งในสี่อาณาจักรใหญ่”
“แล้วเื่ที่ผมเป็ปีศาจล่ะครับ? ช่วยอธิบายผมที”
“เื่นั้น...เพราะว่าเวทอัญเชิญที่ข้าใช้นั้นเป็เวทอัญเชิญปีศาจระดับสูงโดยกำหนดสิ่งที่อัญเชิญออกมาเป็ปีศาจที่แข็งแกร่ง ซึ่งพวกเรามุ่งหวังไว้ว่าจะให้ผู้ที่ถูกอัญเชิญมาเป็ผู้กล้าแห่งอาณาจักรมืดแห่งนี้ตัวข้าเองก็ยังสงสัยว่าข้าผิดพลาดหรือไม่ แต่กลิ่นไอที่อยู่ในตัวท่านเป็ของปีศาจอย่างไม่ต้องสงสัยท่านอาจจะเป็ลูกครึ่งปีศาจหรือไม่ก็เป็ปีศาจระดับสูงกลับชาติมาเกิดก็เป็ได้”
“เอ๋! เอาจริงๆ ผมไม่เห็นจะเข้าใจเลยทั้งที่ผมก็เกิดบนโลกที่มีแต่มนุษย์แท้ๆ แล้ว...ที่นี่มีปีศาจแบบไหนบ้างละครับ?”
“ถ้าถามว่าแบบไหนบ้าง? ข้าเองก็ตอบท่านไม่ได้หรอกขอรับเพราะมีอยู่หลากหลายเหลือเกิน ปีศาจนั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นเองการจะมากำหนดว่ามีแบบไหนช่างยากเสียจริงขอรับ”
“เกิดขึ้นเอง...โอปปาติกะเหรอ?”
“ท่านว่าอะไรหรือขอรับ?”
“ไม่!...ไม่มีอะไรครับ”โอปปาติกะ เป็รูปแบบการกำเนิด 1 ใน 3 แบบตามคำสอนของศาสนาพุทธเป็สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นเองโดยที่ไม่ได้ออกจากไข่ หรือการตั้งท้อง ไม่มีพ่อแม่แถมยังโตได้ในทันที ซึ่งสำหรับผมแล้วการที่ได้มาเจอเหล่าโอปปาติกะนั้น...เป็เื่แทบจะเหลือเชื่อ
"ทางอาณาจักรของพวกเรานั้นมีขุมกำลังของอาณาจักรอยู่ขอรับเรียกว่า ‘สี่เผ่าปีศาจ’ โดยมีเผ่าแวมไพร์ เผ่าอันเดด เผ่าออร์คและเผ่าอสูร ซึ่งทั้งสี่เผ่าจะมีการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมเข้าเผ่าของตนเอง…ซึ่งหากท่านอยากให้จำแนกว่ามีแบบไหนบ้าง การแบ่ง็นเผ่าอาจจะง่ายที่สุดที่จะอธิบายท่านแล้วขอรับ และท่านเองก็อาจจะต้องเข้าเผ่าใดเผ่าหนึ่งเช่นกันขอรับ”
“แล้ว...ถ้าผมไม่เข้าจะมีผลเสียอะไรไหมครับ? แบบว่า การที่ผมจะไปอยู่กลางดงของปีศาจตอนนี้ ผมบอกตรงๆว่าผมสงบใจไม่ได้จริงๆ”
“ถ้าหากไม่เข้าท่านอาจจะได้รับความลำบากในยามใช้ชีวิตขอรับ การอยู่เป็กลุ่มอย่างน้อยก็ยังสามารถยังชีพได้ด้วยการเป็กองกำลังให้กับเผ่านั้นๆแต่หากท่านไม่เข้าเผ่าใดเลย ท่านจะต้องใช้ชีวิตให้ได้ด้วยกำลังของท่านเองการล่ามอนสเตอร์ การเก็บผลไม้ การหาเหรียญเงินไม่ว่าจะทำสิ่งใดย่อมต้องออกนอกกำแพงเมืองเลเวลต่ำแบบท่านอาจจะไม่พ้น่ดวงตะวันขึ้นสูงสุดด้วยซ้ำ”
“เหมือนถูกเกณฑ์ไปเป็ทหารและก็มีอาหาร3 มื้อให้สินะ แล้วอาณาจักรที่เหลืออีก 3 อาณาจักรละครับ?”
“นอกจากอาณาจักรนี้...ก็มีอาณาจักรแห่งแสงเป็อาณาจักรของเหล่ามนุษย์อาณาจักรแห่งพืชพรรณเป็อาณาจักรของเหล่าภูต และสุดท้ายอาณาจักรแห่งหินผาซึ่งเป็อาณาจักรของเหล่าุ์ขอรับ”
“แล้วโลกนี้ละครับมีชื่อเรียกไหม?”
“ไม่มีขอรับ! โลกใบนี้ยังไม่มีผู้ใดที่สามารถสร้างตราประทับิญญาได้ขอรับ”
“ตราประทับ...ิญญา!”
"สำหรับทุกสรรพสิ่งบนโลกใบนี้ล้วนต้องทำพิธีสร้างตราประทับิญญาขอรับ มีเพียงมหาจักรพรรดิของโลกเท่านั้นที่มีสิทธิทำพิธีสร้างตราประทับิญญาให้กับโลกใบนี้อาณาจักรต่างๆ จึงทำาเพื่อชิงตำแหน่งมหาจักรพรรดิ จึงเป็เหตุของามาหลายพันปีแล้วขอรับ"
“แล้วพิธีสร้างตราประทับิญญามันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอครับ?แล้ว...พิธีที่ว่านี่มันเกี่ยวอะไรกับการตั้งชื่อเหรอครับ?เราตั้งชื่อเลยไม่ได้เหรอ?”
“พิธีสร้างตราประทับิญญาสำคัญยิ่งขอรับหากไม่ได้ทำพิธีสร้างตราประทับิญญาแม้ตัวเรานั้นมีทักษะที่ล้ำค่าก็ไม่อาจจะใช้งานได้และไม่อาจพัฒนาให้มีเลเวลที่สูงขึ้นได้อีกด้วย เป็เหมือนดั่งวิธีปลดล๊อกิญญาของคนผู้นั้นแต่การที่จะทำพิธีสร้างตราประทับิญญานั้นจำเป็ต้องใช้พลังเวทจำนวนมากทำให้พิธีสร้างตราประทับิญญาไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองขอรับและระหว่างที่ทำพิธีนั้นเราจะจารึกชื่อลงในตราประทับด้วยทำให้สิ่งมีชีวิตได้รับชื่อมาด้วยในเวลาเดียวกัน และ...ถ้าหากมีการตั้งชื่อโดยไม่ได้ทำพิธีจะทำให้ผู้ที่เอ่ยคำต้องเสียพลังเวทไปด้วยขอรับ”
“เออ...ผมว่ามันแปลกนะแค่เรียกชื่อก็เสียพลังเวทแล้ว แต่มันก็ไม่น่าจะมีคนที่ไม่มีชื่อหรอกเนาะ..ใช่ไหมปู่บ๊อป”
“สำหรับสิ่งมีชีวิตทั่วไปที่กำเนิดจากสิ่งมีชีวิตเดียวกันผู้เป็พ่อแม่จะทำพิธีสร้างตราประทับิญญาให้ั้แ่แรกเกิด หากเป็มนุษย์นั้นจะให้ทางโบสถ์ทำพิธีให้แต่สำหรับปีศาจที่ไม่มีผู้ให้กำเนิดแล้ว...และยิ่งกับผู้ที่มีทักษะที่ไม่น่าจะใช้งานได้การจะเสียพลังเวทมากมายไปกับการทำพิธีแบบนี้มันก็เป็แค่เื่น่ารำคาญในสายตาของปีศาจเท่านั้นขอรับ”
“แล้วปีศาจที่ไม่มีชื่อจะเป็ยังไงเหรอครับ?!”
“ไม่อาจคาดเดาได้ขอรับชีวิตที่ไม่อาจใช้ทักษะและไม่สามารถที่จะพัฒนาเลเวลได้สำหรับดินแดนแห่งความมืดนั้นช่างยากเย็นขอรับ”
ผมอึ้งไปกับคำพูดของปู่บ๊อปพร้อมกับที่นึกถึงปีศาจที่อดตายตามท้องถนนเพราะไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูแม้กระทั่งตัวเองได้เพราะแบบนี้ปู่บ๊อปถึงได้แนะนำให้ผมเข้าเผ่าใดเผ่านึงสินะ
“แล้วเื่ที่จะต่อสู้กับมนุษย์ละครับเป็...อาณาจักรแห่งแสงหรือเปล่า? ทำไมถึง...”
“เพราะสันตะปาปาผู้นำของโบสถ์ และที่ปรึกษาของกษัตริย์ของอาณาจักรแห่งแสง ตัวเขานั้นอ้างว่าเป็บัญชาของพระผู้เป็เ้าว่าตนได้รับคำสั่งให้ขึ้นเป็มหาจักรพรรดิของโลก และกำจัดสิ่งที่เรียกว่าปีศาจซึ่งเป็สิ่งชั่วร้ายมนุษย์นั้นจะมีเวทแสงที่เป็จุดอ่อนของเผ่าปีศาจและปีศาจเองก็ไม่สามารถทำานอกอาณาจักรได้ จึงกลายเป็การคุกคามผ่ายเดียว และตอนนี้อาณาจักรแห่งความมืดถูกอาณาจักรแห่งแสงโจมตีอย่างหนักทำให้เกิดความเสียหายเป็วงกว้างจนกระทั่งจอมมารตัดสินใจอัญเชิญผู้กล้า โดยหวังว่าจะมีพลังที่กล้าแกร่งทัดเทียมกับอาณาจักรแห่งแสงแต่...”
“ก็ได้ผมมา!ถ้าจะให้ผมออกไปสู้เลยคงเป็ไปไม่ได้ เพราะผมใช้อาวุธไม่เป็แต่จอมมารให้เวลาผมเจ็ดวัน ผมคงต้องทำอะไรสักอย่างก่อนถูกปล่อยเกาะสินะ”
“นี่ท่านดูไม่ใเลยหรือ? ท่านดูสงบผิดจากที่ข้าคิดไว้เลยขอรับ”
“ใสิครับแต่ก็พอจะสงบใจลงได้บ้างแล้ว อาจเป็เพราะเป็เื่ที่ผมคุ้นเคยแต่ก็ต่างจากที่ผมคิดไว้แบบฟ้ากับเหวเลยน่ะ” แน่ละสิ ในนิยายที่เคยอ่านไม่เคยเห็นจอมมารอัญเชิญผู้กล้านี่น่า
“นั่นสินะเนื้อเื่ที่อยู่ในหัวท่านก็สนุกดี ท่านคงได้อ่านหนังสือต่างๆ นาๆ มามากมายแต่สิ่งที่ท่านอ่านนั้น มันเป็แค่มุมๆ เดียวเท่านั้น ปีศาจอย่างพวกข้านั้นเกิดมาจากบาปของสิ่งมีชีวิตบนพื้นพิภพไหลรวม กลั่นร่าง สร้างตัวตน และอยู่อาศัยอย่างเช่นคนธรรมดา ถ้าท่านออกไปข้างนอกท่านก็จะเห็นท้องฟ้าสีม่วงเพราะไอปีศาจที่ลอยออกมาจากพื้นแผ่นดินไอปีศาจเ่าั้ทำให้พวกข้าใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ในทางกลับกันหากพวกข้าต้องแสงอาทิตย์พวกข้าก็จะอ่อนแออย่างมาก”
สายตาที่มองมาที่ผมนั้นดูเศร้าแม้รูปร่างจะน่าเกลียด แต่ก็รู้สึกอบอุ่นราวกับได้อยู่ใกล้ๆ คนแก่ใจดีคนหนึ่งเลย
“ท่านจะต่อสู้เพื่อปกป้องพวกเาาวปีศาจได้หรือไม่ขอรับ? ข้าไม่้าให้ท่านไปทำาเพื่อยึดครองแผ่นดินอื่นเพราะมันมากเกินไปข้าจึงขอเพียงแค่ให้ท่านช่วยเหลือพวกข้าเท่านั้น...นะขอรับ?”
“...คือว่า”การจะปกป้องโดยการไม่ทำา เื่แบบนั้นมันยากมากสำหรับผมในตอนนี้ผมยังไม่รู้จักดินแดนแห่งนี้เลยถ้าหากจะเข้าข้างปีศาจและเดินหน้าฆ่าพันเหล่ามนุษย์เพียงเพราะเชื่อคำขอร้องของคนที่เพิ่งจะเห็นหน้ากันวันแรกมันจะดูไร้เหตุผมเกินไปหรือเปล่า?
“ท่านซาชิขอรับ”
ด้วยสายตาที่อ้อนวอนของปู่บ๊อปผมมองหน้ากลับและพยักหน้ารับเบาๆ แม้ว่าตอนนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจเื่ต่างๆ เท่าไรก็เถอะ
“ดีขอรับ! ถ้าอย่างนั้น! นี่ก็เป็อย่างสุดท้ายของวันนี้”
ปู่บ๊อปยื่นแหวนวงหนึ่งมาให้เป็แหวนที่ทำจากโลหะที่ไม่มีลวดลาย แต่กลับมีอัญมณีสีใสอยู่ตรงกลาง พร้อมทั้งไอสีดำลอยออกมาดูน่ากลัว
“นี่เป็ [แหวนอำนวยพร] ปีศาจที่ทำพิธีสร้างตราประทับิญญาแล้วจะได้รับมันขอรับ ตัวแหวนมีความสามารถในการสร้างเวทมนต์ตามจินตนาการของผู้แต่สิ่งที่ได้มานั้นจะอ่อนแอ แต่ก็ใช้เพื่อต่อสู้ในการเพิ่มเลเวล่แรกๆ ได้จงเลือกเวทมนต์ให้ดีละ”
“เอิ่ม...ขอบคุณนะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นข้าต้องขอตัวก่อนพรุ่งนี้เช้าข้าจะมาหาท่านใหม่ ส่วนเื่อาหารกับเครื่องแต่งกาย ท่านไม่ต้องห่วงจะมีสาวใช้เอามาให้ท่านเอง และเื่สุดท้าย ประตูห้องของท่านเท่านั้นที่สามารถเปิดได้เพราะข้าได้ทำการเปลี่ยนผู้ถือครองให้แล้วเช่นฉะนั้น ไม่ต้องกังวลพักผ่อนให้สบายนะขอรับ”
“ต้องขอบคุณมากเลยครับ”
ผมยิ้มให้พร้อมกับประตูที่ปิดลงผมคงต้องตัดสินใจสินะว่าจะทำอย่างไร เพราะการที่ต้องถือดาบต่อสู้กับมนุษย์แล้วมันก็ยากจริงๆ นั่นแหละ แย่แฮะ! ผมล้มตัวนอนบนเตียงและครุ่นคิดเื่ที่จะต้องต่อสู้กับมนุษย์ พร้อมกับหยิบแหวนมาดู และหลับไป ทั้งๆ อย่างนั้นวันนี้เหนื่อยชะมัด