เชิญท่านมา สปิริตเวิลด์ออนไลน์

    ตอน14.3 พ่อกับแม่มาหา

    ตอน14.3 พ่อกับแม่มาหา


            แมน “เอาล่ะ จะบ่ายโมงแล้ว มื้อนี้ผมจะทำอะไรง่ายๆ เอาเป็นผัดไทยทรงเครื่อง กับยำผักกระเฉด ดีไหมครับ?”

            แมนถามเป็นมารยาทเท่านั้น เพราะจะทำอะไรให้ทาน พี่หนิงก็ยินดีทั้งนั้น นอกจากเรื่องงาน(เกม) และการตัดสินใจบางอย่างที่สำคัญแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่พี่หนิงจะขัดใจแมนอยู่แล้ว

            ก่อนที่แมนจะเริ่มเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเที่ยง ก็มีสัญญาณโทรเข้ามา .. เมื่อแมนมองเบอร์เข้าก็ยิ้ม แล้วรับสาย


            แมน “ว่าไงครับพ่อแม่? ทานข้าวเที่ยงกันหรือยัง?” … พ่อกับแม่ของแมน ใช้โทรศัพท์เครื่องเดียวร่วมกัน

            แม่ “เรียบร่อยแล่วล้ะ แล๊วลู่กล้ะ? เป็นจังได๋ อยู่ดีมี่แฮงบ่?”

            (ระบบภาษาอีสาน ซึ่งต่อไปจะแปลงเป็นภาษาไทยกลาง)

            แมน “แมนกำลังจะกินข้าวเที่ยงเลยครับ แมนอยู่ดีมีสุขทุกวันเหมือนเดิมแหละ แม่ไม่ต้องห่วงนะ”

            (พ่อแม่ของแมน มักโทรมาคุยด้วย อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง)


            แม่ “วันนี้พ่อกับแม่จะไปหาลูกค้าที่ทางเมืองKN ก็เลยว่าจะแวะหาลูกด้วย เย็นนี้เราทานข้าวด้วยกันที่ร้านหน้าวิลัยเทคนิคของลูกดีไหม? ลูกไม่กลับบ้านมาเกือบ2เดือนแล้ว นานๆ ทีมาทานข้าวกันเถอะนะ .. อีกไม่กี่วันก็จะสอบเข้ามหาลัยแล้ว พ่อกับแม่กลัวว่าลูกจะอ่านหนังสือหนักเกินไปด้วย พวกเราอยากจะเห็นหน้าลูกด้วยล่ะจ๊ะ”

            แมนอึกอักไป พลางชำเลืองมองหนิง

            “เอ่อ คือ แม่ ตอนนี้แมนย้ายออก มาจากหอพักข้างวิลัย แล้วครับ”

            แม่ “หืม!?”


            หลังจากแมนใช้เวลาสักพัก เรียบเรียงเรื่องราวแบบไม่อยากจะเอ่ยถึงหนิง แต่เมื่อท่านแม่ซักไซ้ไล่เลี่ยอย่างกับนักสืบลูกทุ่ง โต้ตอบกันไปมาหลายประโยค สุดท้ายแม่ก็ได้ฟังว่า ตอนนี้แมนพักอยู่กับพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง!? ..

            แม่เงียบจากสายไปนาน แมนได้ยินเสียงเบาๆ ปรึกษากับพ่ออยู่.. แล้วเสียงพ่อก็พูดออกมา ท่าทางกังวล

            “วันนี้พ่อกับแม่ขอเจอกับแมนกับคุณหนิงได้มั้ย?”

            โดยปกติถ้าคุยโทรศัพท์กัน ส่วนมากแม่จะเป็นคนเริ่มพูด และพูดซะส่วนมาก แล้วเวลาจบท้าย พ่อจะเป็นคนพูด แล้วค่อยวางสาย

    ///

            เวลาเกือบ5โมงเย็นแล้ว แมนกับหนิงออกมายืนรอรับพ่อกับแม่ที่ด้านหน้าอพาร์ทเม้นท์AZ แมนมีท่าทางกระวนกระวายใจเล็กน้อย

            หนิงตบไหล่แมนเบาๆ “อย่าตื่นเต้นซิคะ แมนเองก็เตรียมตัวแนะนำหนิงกับคุณพ่อคุณแม่มาหลายวันแล้ว วันนี้ก็ได้โอกาสสักที เรื่องที่เตี๊ยมกันไว้สำหรับมาบอกเล่ากับคุณพ่อคุณแม่ฟัง ก็ดูดีอยู่แล้ว ยังมีอะไรจะให้แมนต้องกังวลล่ะคะ?”

            แหมยิ้มแห้ง “แมนก็รู้ล่ะ แต่มันก็กังวลอยู่ดี นี่เป็นครั้งแรกที่จะแนะนำพ่อแม่กับเจอหนิงนี่น่า”

            ถึงตอนนี้แมนจะมีสติปัญญาสูงขึ้นมา มีสกิลต่างๆ ของคลาสคิงอยู่บ้าง .. แต่แมนไม่อยากใช้สกิลต่อหน้าพ่อแม่ เว้นแต่เหตุจำเป็นเท่านั้น

            เวลานี้แมนก็อยากจะดูว่า ตนจะสามารถรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ด้วยตัวเองได้แค่ไหน? แม้จะคาดว่าพ่อแม่กับหนิงจะเข้ากันได้ดี แต่มันก็ยังกังวลไม่น้อย ทุกคนที่แนะนำแฟน(ที่กะจะแต่งงานกันแน่ๆ) ให้พ่อแม่ได้รู้จักเป็นครั้งแรก ก็คงจะตื่นเต้นประมาณนี้ล่ะมั้ง?


            ครู่ใหญ่ รถปิคอัพรถเก่าอายุเกือบ20ปี ก็ขับเข้ามาในลานด้านหน้าอพาร์ทเม้นท์ นี่เป็นรถยนต์ปิคอัพไฟฟ้ารุ่นแรกๆ ในประเทศไทย เป็นรุ่นประหยัด ไม่มีออโต้ไพลอตและซอฟต์แวร์อีกหลายอย่าง ที่พ่อซื้อมาก่อนจะแต่งงานกับแม่ แล้วก็ผ่านการซ่อมแซมมาหลายครั้ง ใกล้หมดสภาพขึ้นทุกวันแล้ว

            แมนทำหน้าที่ช่วยบอกทางวิ่งไปจอดรถ จนพ่อกับแม่ลงจากรถมา ... แมนเห็นว่าพ่อกับแม่ใส่เสื้อผ้าชุดไปงานบุญ คือชุดที่ดูดีที่สุด และยังใส่สร้อยคอ สร้อยข้อมูลทองคำกันด้วย พ่อยังใส่นาฬิกาข้อมือ ที่ปกติจะใส่แค่ช่วงปีใหม่ เพียงปีละ1ครั้ง!

            พ่อกับแม่เพิ่งอายุ40ปีด้วยกัน แต่ใบหน้าท่าทาง คล้ายคนจะ60ปีแล้ว


            แมน หนิง กับพ่อแม่ ทักทายกันพอเป็นพิธี แต่ทุกคนย่อมมองเห็นว่า พ่อกับแม่พยายามสำรวจหนิงให้ได้มากที่สุด ทั้งภาพรวมและทุกส่วนของร่างกาย!? พลางสังเกตแมนด้วยเป็นระยะๆ

            หลังจากแมนแนะนำพ่อแม่กับพี่ยามที่ดูแลอพาร์ทเม้นท์อยู่ ทั้ง4คนก็พากันขึ้นลิฟท์ไปห้อง902

            ตลอดเวลา สายตาของพ่อกับแม่ก็ทำท่าคล้ายกับนักสืบ ที่พยายามสงวนท่าทีให้นิ่ง แล้วทำทีพลางพูดจาสัมเพเหระไปเรื่อย ..

            จนมาถึงช่วงเวลาสำคัญ ในห้อง902 เมื่อทุกคนนั่งรอบโต๊ะรับแขกแล้ว

            พ่อเคน(นายสมบัติ รุ่งเรือง) “ลุงกับป้า ไม่ได้ต่อต้านที่หนิงกับแมนจะคบหากัน แต่ลุงกับป้าต้องการให้เรื่องความรักของหนุ่มสาวยืนอยู่บนความถูกต้องเหมาะสม เรื่องนี้ คุณหนิง คงเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่นะครับ”

            แม่อ้อย(นางดอกสร้อย รุ่งเรือง) “หนิงจ๊ะ รู้จักกับแมนตั้งแต่เมื่อไร? เป็นมายังไงถึงมากินอยู่ด้วยกันแบบนี้? หนิงคิดยังไงกับแมน บอกป้าให้ชัดเจนได้มั้ย?”

            แมนทำท่าจะกล่าวขึ้นว่า *ไม่ใช่กินตับ เอ๊อ กินอยู่ด้วยกัน!

            แต่ถูกสายตาพิฆาตจากพ่อแม่ที่คล้ายจะบอกว่า *อยู่นิ่งๆ! เงียบๆเอาไว้! ไอ้ลูกชาย! .. ก็เลยต้องสงบนิ่งลงแบบหงอยๆ


    โอ๊ย สงสาร ฝากติดตามด้วยน้า