ไม่มียังไม่ได้คิด

    บทที่ 34 นิทาน

    "อืม......ชั่งมันก่อนเถอะ"จอมมารหยุดพูดไปครู่นึงก่อนจะพูดต่อว่า"ตอนนี้เป็นเวลาพักและข้ายังมีอะไรที่ต้องคุยกับพวกเจ้าทั้งหมดด้วยละนะ"จอมมารพูดพลางเทเลพอร์ต ตัวเองโรสและแองเจล่าไปจุดที่ผู้กล้านอนหมดสติอยู่


    "เอาหละ...เจ้าผู้นำองค์กร SCP มีชื่อไหมบอกมา"


    หลังจากที่มาถึงจอมมารก็เริ่มพูดทันที


    "เรียกฉันว่าแจ็ค ก็ได้"


    ผู้นำองค์กร SCP ตอบทันทีด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งราวกับไม่ได้ตกใจกับสิ่งที่เห็นก่อนหน้านี้เลย แต่ในใจเขาคิดอะไรอยู่คงมีแต่ตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้


    "เอาหละงั้นแจ็คข้ามีเรื่องจะให้เจ้าช่วยเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เกี่ยวกับการตั้งรับภัยพิบัติที่กำลังจะถึงนี้ จะช่วยไหม?"


    จอมมารนั้นถามเป็นพิธีเท่านั้นไม่ว่ายังไง แจ็คก็ต้องช่วยอยู่ดีไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งเหมือนว่าแจ็คจะเดาเรื่องนี้ได้


    "แน่นอน แต่ผมไม่คิดเกรงกลัวคุณหรอก ผมแค่อยากจะปกป้องบ้านเกิดของผมเท่านั้น"


    แจ็คยังคงพูดด้วยเสียงที่เรียบนิ่งแต่กับแฝงไว้ด้วยความภูมิใจอย่างหาที่สุดไม่ได้แน่นอน ว่าไม่มีทางรอดสายตาของจอมมารได้


    "ดี"


    จอมมารพูดมาสั้นๆคำเดียวเท่านั้นก่อนจะเงียบไปเหมือนจะคิดอะไรเล็กน้อย


    "งั้นก่อนอื่นที่พวกเราจะคุยเรื่องการป้องกัน มาปรับความเข้าใจกันสักนิดแล้วกันมีอะไรจะถามไหม"


    สิ่งที่จอมมารถามออกมานั้นทำให้แจ็คลอบตกตะลึ่งอยู่เล็กน้อยเพราะแจ็คคิดว่าจอมมารอาจะรู้เกี่ยวกับ แผนของเขาที่จะหาทางกำจัดผู้กล้าออกไปพร้อมกับจอมมารด้วย ถ้าถามว่าทำไมหนะหรอ เพราะตอนที่เขาถามเกี่ยวกับเมืองที่ล้มสลายนั้น ผู้กล้าได้พูดออกมาอย่างชัดเจน..ว่า "ข้าหนะรังเกียจและเคียดแค้นมนุษย์" แต่แจ็คไม่ได้เงียบอยู่นานนักเขาก็ถามออกมา


    "ผมจะถามแค่ไม่กี่เรื่องหรอก"แจ็คพูดประโยคนี้เสร็จก็ข่มความรู้สึกเล็กน้อยและพูดออกมา"ผม..ไว้ใจคุณได้หรือป่าวจอมมาร"


    แจ็คกลั้นใจถามออกไปอย่างไม่ไว้หน้าจอมมารสักนิดเดียว


    "หืม...ถามได้ดี เจ้าไว้ใจข้าได้แน่นอนตอนนี้หนะนะ"


    '"ตอนนี้?" หมายความว่ายังไงกัน?' แจ็คคิดแต่ไม่ได้ถามออกไป


    "งั้นคำถามต่อไปนะครับ" แจ็คพูดพลางชี้นิ้วไปทางผู้กล้าและถามออกมาโดยไม่สนใจ คนรอบข้างสักนิด"ผมไว้ใจผู้กล้าได้ไหม" ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ทำให้สีหน้าของโรส แองเจล่าและลินลี่ เปลี่ยนเป็นไม่พอใจเล็กน้อย แต่ไม่มีใครพูดอะไรเพราะจอมมารส่ายหน้าเป็นเฉิงห้ามเอาไว้


    "ทำไมถึงไม่เชื่อใจเขาละ"


    ถึงจอมมารจะรู้เหตุผลอยู่แล้วแต่แค่อยากถามดูเท่านั้น


    "เพราะผู้กล้าเคยพูดเอาไว้ว่า ข้าหนะรังเกียจและเคียดแค้นมนุษย์ ครับ"


    หลังจากฟังแจ็คพูดจบสีหน้า โรส แอง เจล่าลินลี่นั้นแสดงออกถึงความตกตะลึ่ง มีเพียงจอมมารเท่านั้นที่ทำในสิ่งที่แตกต่างจอมมารกลับยิ้มออกมาอย่างหน้าหวาดกลัวและขำออกมาเสียงดัง


    "หึๆ ฮ่าๆๆๆๆ!!"


    "ข้าว่า ผู้กล้าก็มีสิธที่จะรังเกียจมนุษย์นะ"


    จอมมารหยุดหัวเราะไม่แม้แต่จะยิ้มเขากลับทำหน้าจริงจังจนเหมือนกับเป็นคนละคนกัน


    "เห้อ...ข้าจะเล่านิทานสักเรื่องนึงให้ฟังละกันนะ"


    "นิทานหรอ?"


    แจ็คถามออกมาด้วยความสงสัย


    "ชั่งเถอะฟังซะมันเป็น ข้อมูลเกี่ยวกับผู้กล้าที่สำคัญเชียวนะ ฟังซะ"


    จอมมารพูดออกแนวบังคับให้เงียบพลางค่อยๆนั่งลงพิงกับเสาร์กระดูกของที่บังแดดที่จอมมารสร้างขึ้น ก่อนจะส่งสัญญาณให้ทุกคนนั่งลง พอเห็นทุกคนนั่งเรียบร้อยแล้วจอมมารจึงมองออกไปข้างนอก แต่ความรู้สึกของคนที่มองจอมมารนั้นรู้สึกราวกับจอมมารกำลังมองออกไปไกลแสนไกลเกินพวกเขาจะนึกถึง เพียงไม่นานจอมมารก็เริ่มเล่า


    "เมื่อนานแสนนานมาแล้ว บนโลกใบนี้ ในตอนที่เวทมนนั้นยังไม่มีเป็นที่รู้จักของใครเลย ไม่มีแม้แต่เรื่องเล่า ผู้คนก็ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขดีทุกอย่างจนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่จอมมารคนแรกได้เป็นที่ประจักต่อโลกใบนี้ จอมมารคนแรกนั้นได้สร้างความวุ่นวายและได้สังหารผู้คนไปมากมาย มีผู้เคราะห์ร้ายมากมายเกินจะพูดถึง ทำให้มนุษย์เกือบจะล้มสลาย จนกระทั่งวันนึง มีเด็กน้อยผู้มีจิตใจใสสะอาดและบริสุทธิ์ ที่พ่อและแม่ของเขาถูกฆ่าตายด้วยฝีมือของจอมมาร เขาจึงได้ร้องขอ ร้องขอต่อพระผู้เป็นเจ้า ว่า "ได้โปรดเทิดท่านพระผุ้เป็นเจ้าข้าขอร้องขอต่อท่าน ข้าร้องขอพลัง พลังที่จะใช้กำจัดความชั่วร้ายทั้งหมดเพื่อที่จะได้ปกป้องผู้คน" พระผู้เป็นเจ้าได้ตอบรับคำขอนั้นจึงได้กำเนิดผู้กล้าคนแรกขึ้น หลังจากนั้นไม่นานเมื่อผู้กล้าได้เข้าต่อสู้กับจอมมาร ผู้กล้าสามารถชนะได้และได้กำจัดจอมมารลงแต่ทางผู้กล้านั้นก็ใกล้ที่จะสิ้นใจเต็มที จึงได้ร้องขอกับพระผู้เป็นเจ้าอีกครั้งก่อนที่จะสิ้นใจว่า"ได้โปรด มอบพลังของข้าให้กับผู้คนเพื่อให้พวกเขาสามารถป้องกันตัวเองได้" และอีกครั้งพระผู้เป็นเจ้าตอบรับคำขอของเขา หลังจากผู้กล้าคนแรกสิ้นใจ พลังของเขาได้กระจัดกระจายไปให้คนผู้คนมากมาย แต่ 'ไม่ใช่ทุกคน'เพราะผู้กล้าคนแรกนั้นมีพลังน้อยเกินไปที่จะให้ทุกคน จึงทำให้ยุคเวทมนเริ่มต้นขึ้น หลังจากนั้นเป็นเวลา 3000 ปี ผู้คนก็ใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขไม่มีอะไรที่จะมากดขี่พวกเขานอกจาก พวกนที่สามารถใช้เวทมนได้ที่ตั้งตนเป็นผู้เป็นใหญ่ ได้ตั้งมหาอาณาจักรแห่งเวทมนขึ้นถึงเจ็ดแห่ง คนที่สามารถใช้เวทมนได้กลับมองคนที่ใช้ไม่ได้เป็นขยะเท่านั้น พวกนั้นทั้งกดขี่ ข่มเหง ผู้คนธรรมดา จนกระทั่งวันนึงที่ หายนะ ได้เริ่มขึ้นจากบางสิ่งได้ล่วงหล่นมาจากฟากฟ้า ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปอีกครั้ง เริ่มมีมอนสเตอร์ปรากฎตัวเป็นครั้งแรกราวกับ การปกป้องของพระเจ้าได้พังลง ที่ที่ปลอดภัยคือ ในมหาอาณาจักรเวทเท่านั้นส่วนภายนอกนั้นมีมอนสเตอร์คอยดักทำร้าย ฆ่า และกินมนุษย์ ยุคมืดได้กลับมาอีกครั้ง หลังจากนั้นเพียง 10 ปี มีข่าวว่าจอมมารได้ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งนึง และแน่นอน เพียงไม่นานหลังจากจอมมารปรากฎตัว ผู้กล้าก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ในครอบครัวที่อบอุ่น ครอบครัวของผู้กล้าคนนี้นั้นเป็นชนชั้นสูงที่สามารถใช้เวทมนได้ และพวกเขาเป็นคนดีมากชอบช่วยเหลือประชาชน เมือผู้กล้าโตขึ้นมาเล็กน้อยก็ถูกจับฝึกหนักด้วยเหตุผลที่เขาเป็นความหวัง ของมนุษย์ชาติ เพียงแต่ผู้กล้าคนนี้นั้นเป็นคนดีเกินไปเกลียดการต่อสู้มากเกลียดการฆ่าฟัน เขาไม่กล้าแม้เพียงฆ่าแมลงตัวเล็กๆ จึงเป็นที่ผิดหวังของหลายๆคนมาก จนกระทั่งวันนึงที่มอนสเตอร์ได้บุกเข้ามาที่บ้านของเขา และได้ฆ่าครอบครัวของเขาทั้งหมดไปเหลือเพียงผู้กล้าน้อยเพียงคนเดียว ด้วยความเคียดแค้น เขาจึงได้ร้องขอพลังจากเทพเจ้า และครั้งนี้เทพเจ้าก็ตอบรับเหมือนเดิม ผู้กล้าน้อยผู้โง่เขลาได้รับพลังมา ก็เริ่มฝึกอย่างจริงจังโดยไม่ได้สังเกตุสิ่งรอบตัวเลยแม้แต่นิดเดียว เวลาไหลผ่านผู้กล้าน้อยได้เติบโตขึ้นและเริ่มออก เผชิญกับโลกกว้างเจอกับพวกพ้องและสูญเสียไปหลายคน ในที่สุดเขาก็ได้มาเจอกับจอมมาร เพียงแต่เขากลับไม่ใช่คู่ต่อสู้กับจอมมารเลย เขาถูกฆ่าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ฟื้นคืนกลับมาเนื้องจากพรของพระเจ้า ทำให้เขาไม่ตาย ในเมื่อสู้ไม่ได้ผู้กล้าผู้โง่เขลาจึงเลือกที่จะเจรจากับจอมมารผู้เคียดแค้น จนในที่สุดจอมมารก็กลับมาได้สติอีกครั้งหนึ่งและขอให้ผู้กล้าผนึกตัวเขาเอาไว้ก่อน ผู้กล้าผู้โง่เขลาก็ทำตาม และได้กลับไปรายงานทางมหาอาณาจักรทั้ง 7 ภารกิจว่าสำเร็จแล้ว ทางมหาอาณาจักจึงจัดงานเลี้ยงขึ้นอย่างใหญ่โตและให้รางวัลผู้กล้าผู้โง่เขลามากมาย หลังจากนั้น ผู้กล้าได้แต่งงานกับองค์หญิงผู้ถูกเนรเทศคนนึง และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเพียงไม่นานก็มีพยานรักตัวน้อย ออกมา เพียงแต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานนักเมื่อ ทางมหาอาณาจักรเวทมนทั้ง 7 ต้องการจะดึงตัวผู้กล้าเข้าฝ่ายกับตน เพราะพวกเขาจะเริ่มทำสงครามกันเองเพื่อผลประโยชต่างๆ แต่ผู้กล้ากลับปฏิเสธทั้งหมดจึงทำให้ผู้กล้าผู้โง่เขลาถูกเนรเทศ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักและออกมาตั้งบ้านอยู่กลางป่าพร้อมภรรยาและลูกสาว อย่างสงบอยู่ภายนอกเมือง เพียงแต่มันเป็นความสงบสั้นๆเท่านั้น เนื่องจาก มหาอาณาจักรทั้ง 7 มอง ผู้กล้าเป็นตัวปัญหาจึงรวมหัวกันเพื่อที่จะจัดการกับผู้กล้าผู้โง่เขลา แผนการทั้งหมดใช้เวลาเตรียมการค่อนข้างนาน ทำให้ลูกสาวของผู้กล้าเริ่มเติบใหญ่แล้ว มีการจัดงานเลี้ยงขึ้นและเชิญผู้กล้าไปด้วย ผู้กล้าผู้โง่เขลาตอบรับไปอย่างว่าง่าย และไปร่วมงานเลี้ยงโดยไม่รู้ตัวเลยว่ามันเป็นการตัดสินใจที่จะทำให้เขาเสียใจไปตลอดการ หลังจากผู้กล้าไปถึงงานเลี้ยงแล้วนั้น บ้านของผู้กล้าถูกคนกลุ่มนึงบุก และลักพาตัวลูกและภรรยาของเขาไป โดยที่ผู้กล้าไม่รู้เรื่องเลย ทางผู้กล้าที่ไปที่งานเลี้ยงนั้นถูกวางยาจนหมดสติไป และตื่นมาอีกทีที่กลางลานประหาร พร้อมกับร่างกายที่ถูก ผนึกด้วยเวทมนหลายชั้นและถูกตอกด้วยหมุดเหล็กลงที่ข้อต่อหลายจุดเช่นข้อมือ ข้อศอก และหัวเข่า เขาถูกตอกอยู่บนเสาไม้สูงจากพื้น2เมตร ข้างหน้าของเขามีฟูงชนมากมายที่ตะโกน ด่าและสาปแช่งเขาและครอบครัว โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าทำอะไรผิดไป ทางภรรยากับลูกสาวของเขานั้น ถูกใส่เครื่องพันธนาการอยู่ที่พื้นสภาพดีกว่ามาก "นี้มันเรื่องอะไรกัน!"ผู้กล้าผู้โง่เขลาตะโกนขึ้น แต่ไม่มีใครตอบเขาเลยมีแต่เสียงก่นด่าอย่างไม่หยุดและข้าวของที่ลอยขึ้นมาบนเวทีประหาร ผู้กล้าผู้โง่เขลายังคงไม่อาจทำขยับได้ จนในที่สุด ก็มีคนขึ้นมาที่เวทีประหาร 7 คน ทั้ง 7 คนนั้นคือพระราชาของแต่ละมหาอาณาจักร ขึ้นมากล่าวหาผู้กล้ามากมาย ว่าผู้กล้านั้นชั่วร้าย อย่างนั้นอย่างงี้ จนพวกเขากล่าวจบ ก็ปล่อยให้ประชาชนขึ้นมาลงทัน ผู้กล้าและครอบครัว ภรรยาของผู้กล้าถูกฝูงชน ฉีกร่างจนตาย ลูกสาวของผู้กล้านั้นเพราะมีหน้าตาที่งดงาม และรูปร่างสวย เธอจึงถูกข่มขืน จนเสียชีวิตในที่สุด ผู้กล้าที่ถูกผนึกและตอกอยู่บนเสานั้นทำอะไรไม่ได้เลยแม้เพียงนิดเดียว ได้แต่เพียงดิ้นล้นและมองลูกสาวและภรรยาที่เป็นดังโลกทั้งใบของเขาจากไปอย่างทรมาณ จากน้ำตาที่หลังไหลจนกลายเป็นเลือด ผู้กล้าผู้โง่เขลาและมีจิตรใจที่ขาวสะอาด จิตรใจของผู้เป็นพ่อแตกสลายลงในที่สุด เขาอยากจะตายเหลือเกินแต่ก็ไม่อาจทำได้ จอมมารที่รู้สึกถึงจิตใจของผู้กล้านั้นได้แทรกแซงและมองดูภาพเดียวกับผู้กล้า ภาพที่ได้เห็นนั้นทำให้จอมมารทนไม่ได้ และลงมือช่วยปลดพันธนาการของผู้กล้า เมื่อผู้กล้าหลุดจากพันธนาการด้วยจิตใจที่แตกสลายนั้น เขาได้เดินไปหา ศพของภรรยาของเขาด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ร่างกายของเขาคืนกลับสภาพอย่างรวดเร็วทำให้หายเป็นปกติ เมือเขาเดินไปถึงศพของภรรยาเขา เธอแทบจะไม่เหลือชิ้นดีสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าชิ้นส่วนพวกนี้เป็นของภรรยาเขาคือหัวของเธอที่ถูกเสียบกับหอกและปักไว้กับพื้น นั้นยิ่งทำให้จิตใจของผู้กล้าแหลกเหลวลงไปอีก คนรอบข้างนั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ผู้กล้าในตอนนี้เลย มันเต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่ากลัวจนทุกคนต้องหยุดนิ่งเขาเดินเข้าไปดูร่างของลูกสาวของเขาที่ตอนนี้ไร้ซึ่งสัญญาณชืพ ผู้กล้าลองร่ายเวทคืนชีพดูแต่เธอไม่กลับมาใช่เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปและปฎิเสธการคืนชีพ นั้นทำให้จิตใจของผู้กล้าแหลกจนไม่สามารถอธิบายได้ ด้วยหัวใจของผู้เป็นพ่อที่แตกสลายภาพความทรงจำมากมายเกี่ยวกับเวลาที่มีความสุข ไหลเขามาในหัวของผู้กล้า เขาหัวเราะขึ้นทั้งน้ำตาสีเลือด ใช่แล้วเขาเป็นบ้าไปแล้ว ใครจะคิดว่าประชาชนและอาณาจักรที่เขาเคยปกป้องด้วยชีวิต จะตอบแทนเขาแบบนี้ ผู้กล้าตอนนี้จิตใจแตกสลายและเป็นบ้าไปแล้ว เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจากคนที่ใจดีอบอุ่นเป็นเย็นชา จากคนที่ไม่ฆ่าคน ก็เริ่มการฆ่าล้างบาง ฆ่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มีเวทมน และยุคแห่งเวทมนก็จบลง ผู้กล้าที่ฆ่าสิ่งมีชีวิตไปมากมาย คน สัตว์ มอนสเตอร์ เขากวาดล้างทั้งหมด และสุดท้าย หลังจากผ่านไปหลายปี...เขาก็กลับมาที่บ้านของเขาและสร้างหลุมศพขึ้นมาและใส่โลงศพทั้งสองที่เขาแบกไปมาตลอดหลายปี ลงไป และเขาก็นั่งเฝ้าหลุดศพด้วยจิตใจที่ว่างเปล่า ในตาไร้สีราวกับคนตาย ไม่ว่าเขาจะฆ่าตัวตายกี่ครั้ง เขาก็ไม่ตายไม่เคยตาย มันช่างทุกข์ทรมาณเหลือเกินสำหรับผู้กล้า เขามีเพียงจอมมารเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนคุย กาลเวลาไหลผ่านช่วยเยียวยาจิตใจของผู้กล้า แต่การตายของลูกและภรรยาของเขาก็กลายเป็นอุปสักใหญ่ เขาไม่เก่งขึ้นอีก ไม่ได้อบอุ่นอีก เขากลับเย็นชาและเมื่อผ่านไป 2 หมื่นปีก็มี คนบุกเข้ามาหาเขา ทำสงครามกันทำให้เขาเอาชนะสงครามนั้น"


    จอมมารเล่าจบก็หยุดลงและหันไปมอง แจ็ค โรส แองเจล่าและลินลี่ พร้อมกับถามขึ้น"ตอนจบพอจะคุ้นหูกันไหม"


    ไม่มีใครตอบ ไม่ว่าไอโง่ที่ไหนก็เดาได้ว่าผู้กล้าที่กล่าวถึงในเรื่องนั้นคือใคร ทุกคนมองไปทางผู้กล้ากันหมด


    'เดี๋ยวนะนั้นหมายความว่า...แผลบนตัวของมาสเตอร์ก็.....'โรสคิดอะไรบางอย่างได้จึงได้ถามออกไปอย่างลืมตัว


    "คุณจอมมารงั้นแผลเป็นบนตัวผู้กล้าก็มาจากคุณหรอคะ?"


    "บาดแผลทั้งหมดนั้นหนะนะ มาจากมือมนุษย์ทั้งหมด....ได้มาจากการถูกทรมาณและพยายามฆ่าตัวตาย"


    จอมมารตอบทันที คำตอบของจอมมารทำให้ทุกคนในที่นั้นได้แต่นึกสงสารผู้กล้าเท่านั้น


    "อ้อเรื่องที่เล่าไปจะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของพวกเจ้าพวกเจ้าควรรู้ และก็.."จอมมารเว้นไปเล็กน้อยหน้าตาของจอมมารดิ่งลงถึงขีดสุดหน้ากลัวจนไม่อาจบรรนยายเขาปลดปล่อยแรงกดดันออกมามากจนทำให้คนอื่นๆ รู้สึกราวร่างจะแหลก"ถ้าพวกเจ้ากล้าหักหลังเขาละก็ ข้าจะ ตามไปฆ่าพวกเจ้าทุกคน" จอมมารพูดด้วยน้ำเสียงที่น่าหวาดผวา


    ___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________

    คล้ายกับเรื่องไม่มียังไม่ได้คิด ที่คุณอ่าน