ตอนที่18:า
ท่ามกลางแสนจันทร์บ้านเมืองที่กำลังค่อยๆพังสลายไปทีละนิด เสียงดาบกระทบกันดังกังวาลไปทั่วทุกทิศทาง กลิ่นควันไฟและกลิ่นคาวเลทอดแพร่กายกระจ่ายจนอึดอัด
“เป็พลังที่น่าขยะแขยงสะเหลือเกินนะ” เซียร์พูดด้วยสีหน้าตึงเครดหลังจากที่เธอได้ปะทะกับดีอาน่า
“ใจร้ายจังเลยนะ…” ดีอาน่าตอบกลับพร้อมกลับยิ้มที่มุมปาก
ทั้งสองยืนประจันหน้ากันอยู่ครู่นึงก่อนที่จะปล่อยพลังเวทย์ออกมาพร้อมกัน “เวทย์มิติ ดินแดนต้องห้าม” เซียร์ใช้พลังเวทย์ตรงไปที่ดีอาน่าอย่างรวดเร็ว เป็พลังบังคับให้อณาเขตในระยะรอบตัวหยุดการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ แต่นั้นก็ไม่สามารถที่จะหยุดดีอาน่าได้
“เกือบไปแล้วสิ เอลฟ์เนี่ยขี้โกงจังนะ ทั้งอายุที่ยืนยาวและพลังเวทย์มหาศาล”
“แกดวงไม่ดีเองต่างหากที่เป็ได้แค่มนุษย์ที่ได้แต่อ้างนู้นอ่างนี่มากกว่า ไม่สิอย่างแกจะเรียกว่ามนุษย์ก็ดูเป็การให้เกียรติเกินไปด้วยซ้ำ“
เซียร์พูดเยาะเย้ยด้วยสีหน้าที่กำลังยิ้มดูถูกดีอาน่าพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ “ฮ่าฮ่าฮ่า ถูกใจฉันจริงๆ!!!” ดีอาน่าหัวเราะก่อนที่จะพูดและกัดข้อมือตัวเอง เืของเธอไหลออกมาเป็ลำธารก่อนที่จะค่อยเปลี่ยนรูปร่างเป็ดาบ เธอพุ่งเข้าไปโจมตีเซียร์อย่างรวดเร็ว
ทางฝั่งของกาเลา
“คิกคิก มีลูกเล่นใหม่ด้วยนี่หว่า?” เซาร์ที่เห็นรูปร่างที่ผิดแปลกไปจากเดิมของกาเลาก็หัวเราะชอบใจอยู่แบบนั้น
“แกก็ยังทุเรศเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ”
“โห๋…. ปากเก่งขึ้นด้วยหนิ คิกคิก” เซาร์พูดเสร็จก็หยิบมีดคู่อาบยาพิษที่เก็บไว้ข้างหลังออกมา
ทั้งสองคนตั้งท่าเตรียมพร้อมก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปโจมตีอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง เซาร์ใช้มีดเล่มนึงป้องกันการโจมตีของกาเลาก่อนที่จะพลิกตัวใช้มีดอีกเล่มโจมตีไปที่กาเลา กาเลาที่รู้ทันก็ะโถอยหลังออกมาเล็กน้อย
“แหม๋… ดันหลบได้สะงั้น คิกคิก” เซาร์ยืนพูดด้วยท่าทีชอบใจเขายืนยกไหลเล็กน้อยพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือไหล่เหมือนกำลังจะบอกว่ากาเลาก็ไม่ได้เก่งอะไรถึงกับจะต้องให้เขาต้องตื่นเต้นมากมายอะไร
“พลังัอัสณี แสงของสายฟ้า” ร่างกายของกาเลามีสายฟ้าวิ่งไปทั่วร่าง เขาพุ่งเข้าไปหาเซาร์ด้วยความเร็วสูงพร้อมกับมีเสียงดังสนั่นอย่างกับมีฟ้าผ่าลงมา เขาใช้กรงเล็บโจมตีไปที่เซาร์อย่างจัง ถึงเซาร์จะใช้มีดคู่ป้องกันได้ทันแต่สายฟ้าก็วิ่งผ่านใบมีดด้วยความเร็วพุ่งใส่ร่างเซาร์อย่างจัง
“ใจร้อนจังน่า….” เซาร์ที่ถูกสายฟ้าวิ่งผ่านไปทั่วร่างจนมีควันแพร่ออกมาจากตัว ยิ้มและหัวเราะออกมาเล็กน้อย “แหม๋… แขนไม่มีแรงเลยเนี่ย คิกคิก” แขนทั้งสองข้างของเขาตกลงเล็กน้อยหลังจากรับการโจมตีของกาเลาไป แต่กลับกันแขนของกาเลาก็ถูกฟันด้วยความเร็วที่เขาเองก็มองไม่ทัน
“ทีนีก็โดนทั้งคู่ คิกคิก”
ทางฝั่งของไดมาส
ทั้งคู่ยืนจ้องมองกันด้วยท่าทางใจเย็น ซินวายืนตัวตรงเอามือไคว้หลังก่อนที่จะหันไปดูพวกพ้องที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด “เ้าพวกนั้นทำอะไรป่าเถื่อนกันจังน่า…” ไดมาสที่ยืนอยู่ก็หันไปมองทางฝั่งเพื่อนร่วมรบด้วยสีหน้าไม่ทุกร้อน “อืม……” เขาพูดอยู่ในลำคาเบาพร้อมกับเอามือซ้ายวางไปที่ฟักดาบและยกมือขวาขึ้นลูบเคราเบาๆ
“ดูไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยนะท่านหนะ…” ซินวาพูดขึ้นหลังจากเห็นท่าทางของไดมาสที่ไม่รู้สึกกัลวลอะไรเลย
“ก็คงจะเป็อย่างนั้นหละมั้ง?” ไดมาสหรี่ตาลงเล็กน้อยและหันไปมองทางซินวาอย่างใจเย็น
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว“เอาเป็ว่าผมมีนามซินวาเป็เกีรติอย่างมากที่ได้เป็คู่ต่อสู้กัยท่านอัศวิน” ซินวานำแขนมาแนบที่หน้าทองก่อนที่จะโค้งตัวลงทำความเคารพ “ข้าชื่อไดมาสอัศวินอวุโสที่สุดแห่งเมืองนี้—” “เื่นั้นไม่ได้อยากรู้หรอกครับ” ซินวาพูดแทรกขึ้นพร้อมกับค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองไดมาสด้วยท่าทางหยิ่งยโส
ไดมาสที่เห็นท่าทีของซินวาก็หลับตาลงก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “เด็กเดี๋ยวนี้ไม่เคารพคนแก่กันบ้างหรือไงกันนะ?” ซินวาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มและหัวเราะเบาๆ “ก็ไม่รู้สิ… แต่สำหรับผมไม่ได้มีจิตสำนึกเื่นั้นหละนะ” ทั้งจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเงียบๆหลักจากพูดคุยกันอยู่สักพัก “ก็เข้าใจได้แหละ แกไม่มีครอบครัวนี่เน๊อะ”
“หาหา… หมายควาทว่าไงหรอครับ?” ซินวาหลับตาลงพูดด้วยน้ำเสียงสั่น
“ก็แหม๋… ดูทาแกไม่มีใครสอนเื่มารยาทให้นี่หว่า?” ไดมาสยิ้มพร้อมกับพูดเยาะเย้ยซินวาอย่างชอบใจ
“เห๋… ครอบครัวของผมพวกเขาก็เคยมีตัวตนกันอยู่หรอกนะ…”
“หืม… แล้วตอนนี้หละ?”
“ฆ่าทิ้งไปหมดแล้วหละ” ซินวาพูดด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยท่าทีนิ่งเฉย “งั้นหรอ?… เอาเถอะถุงแกจะไม่ลงมือพวกเขาก็คงชิงฆ่าตัวตายไปก่อนที่แกจะทำละหนะ” ไดมาสตอบกลับด้วยความใจเย็น
“หมายความว่าไง?” ซินวาคมวดคิ้วก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ก็คนแบบแกไม่มีใครเขา้าจนถึงขั้นยอมตายเลยนี่หว่า?” ไดมาสยิ้มพร้อมกับหัวเราะเบาๆก่อนพูดตอบไป ซินวาที่รู้สึกถูกเหยียดหยามก็โกรธจนสุดขีด ก่อนที่จะชักดาบที่แนบอยู่ที่เอวและฟันออกไปอย่างรวดเร็ว แรงฟันที่มหาศาลถูกปล่อยตรงไปที่ไดมาสอย่างรวดเร็ว
ไดมาสที่กำลังจะถูกแรงของคลื่นดาบฟันไปที่กลางหน้าต่เขาก็ยังยืนทำท่าทีใจเย็น ก่อนที่จะเอียงหัวหลบอย่างง่ายดาย “ไม่เลวหนิ….” ไดมาสดึงดาบที่อยู่ข้างลำตัวออกมาอย่างช้าๆก่อนที่จะตั้งท่าพร้อมสู้อย่างจริงจัง ซินวาที่กำลังโกรธสุดขีดก็ชี้ดาบไปทางไดมาสด้วยสีหน้าเครียดแค้นสุดขีด “เข้ามาเลยไอแก่ เดี๋ยวจะสงเคราห์ให้เดี๋ยวนี้แหละ”
ทางฝั่งของโอเกอร์
โอเกอร์และมอร์แกนทั้งคู่เป็สายพละกำลังทั้งคู่การต่อสู้นี้จึงวัดกันที่ความอึดล้วนๆ ฝั่งมอร์แกนมีร่างกายที่ผิดแปลกไปจากมนุษย์ทั่วไปร่างกายที่สามารถทนต่อพลังเวทย์บางชนิดโดยไร้รอยขีดข่วนใดๆ ส่วนโอเกอร์ที่ร่างกายถูกฝึกมาพิเศษพร้อมกับพลังเวทย์ในการฟื้นฟู ทั้งสองต่างก็มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ ทั้งคู่ไม่พูดจาเสียเวลา ต่างคนต่างมีภารกิจที่ต้องทำให้เสร็จลุล้วงเพียงเท่านั้น
การต่อสู้ของทั้งสองคนทำให้พื้นที่รอยๆสั่นะเืไม่พัก ต่างฝ่ายต่างแลกหมัดกันอย่างตรงๆ ถึงแม้โอเกอร์จะดูเสียเปรียบอยู่นิดหน่อยแต่เพราะเขามีความสามารถในการฟื้นฟูมันจึงช่วยกลบข้อด้อยได้
หลังจากทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดแลกหมัดกันไปมานับพันกว่าครั้งในเพียงไม่กี่วินาที ทั้งคู่ก็ถอยหลังเล็กน้อยเพื่อตั้งตัวกัน ทั้งสองฝ่ายเพียงแค่จ้องมองกันแบบเงียบๆ ก่อนที่จะทุมสุดแรงใส่กันแรงหมัดที่กระทบกันส่งคลื่นกระแทกแพร่ออกไปจนถึงขั้นทำให้บ้านเรือนใกล้เคี้ยงถึงกับถล่มลงมาไม่พัก
“ฉันจะต้องปกป้องเมืองนี้ไว้ให้ได้” โอเกอร์กำหมัดแน่นและรัวหมัดใส่มอร์แกนอย่างไม่หยุดพัก มอร์แกนที่ผิดจังหวะไปเพียงชั่วครู่ก็ได้แต่เพียงตั้งการ์ดป้องกันอยู่อย่างนั้นก่อนที่โอเกอร์จะะโออกมาเสียงดังและซัดหมัดสุดท้ายแบบสุดแรงเกิดไปที่แขนของมอร์แกนอย่างจัง
มอร์แกนถึงจะตั้งท่าป้องกันอยู่ก็ถึงกลับกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง มอร์แกนที่พุ่งไปชนบ้านเรือนจนถล่มลงมาก็ค่อยๆลุกขึ้นมองดูแขนของตัวเอง แรงที่โอเกอร์ต่อยไปที่แขนของมอร์แกนเป็รอยช้ำที่เห็นได้ชัดเจน มอร์แกนพุ่งเข้าไปสวนด้วยหมัดตรงเข้าไปที่หน้าทองของโอเกอร์จนถึงขั้นทำให้กระอักเลทอดออกมา
“เวทย์รักษา พรแห่งเทพธิดา” โอเกอร์ใช้เวทย์รักษาใส่ตัวเองอย่างทันทีก่อนจะลุกขึ้นมาตั้งท่าพร้อมสู้อีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายก็ต่างกันจ้องมองด้วยความใจเย็นก่อนจะพุ่งเข้าไปแลกหมัดกันอีกครั้ง
ทางฝั่งของอีริน่า
อีริน่าเคลื่อนไหวด้วยความเร็วกระโจนไปมารอบตัวของอัลม่าก่อนจะพุ่งเข้าไปข้างหลังเพื่อโจมตีใส่อัลม่า มือของอีริน่ากระเด็นออกมาอย่างรุนแรงก่อนที่อีริน่าจะโดดหลบออกมา ด้านหลังอัลม่ามีเงาของสิ่งบางอย่างขนาดใหญ่ เป็รูปร่างของหุ่นฟางที่กำลังถืออาวุธอยู่ในมือพร้อมกับแสงสีม่วงที่เหมือนจะเป็เส้นพลังเวทย์ที่คอยควบคุมหุ่นตัวนั้นอยู่
“ยืนเหม่ออะไรอยู่ได้รีบๆเข้ามาสักทีสิ” อัลม่าแสดงท่าทีหงุดหงิดก่อนจะท้าทายอีริน่า อีริน่าทีเห็นพลังของอัลม่าก็คิดหาวิธีต่อกรกับพลังของเธออย่างจริงจัง
พลังของยัยนั่นน่ารำคาญน่าดู อีริน่ายืนคิดอยู่ครู่นึงก่อนพุ่งตรงไปด้วยความเร็วฟันไปที่อัลม่าแต่หุ่นฟางนั่นก็ใช้อาวุธเข้ามาป้องกันเอาไว้และโจมตีสวนกลับในทันที อีริน่าผลักตัวเองออกมาอย่างรวดเร็วและปาเข็มที่เก็บไว้ใส่หุ่นฟางตัวนั้น
“อาวุธแบบนั้นจะไปทำอะไรได้” อัลม่าแสดงสีหน้าหงุดหงิดเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกอีริน่าดูถูกอยู่ เธอชี้นิ้วไปที่อีริน่าก่อนที่หุ่นฟางตัวนั้นจะพุ่งตรงเข้าไปโจมตี อีริน่าที่รู้ทันก็ะโหลบถอยหลังออกไปอย่างง่ายดาย
(ความเร็วในการโจมตีกับป้องกันต่างกันลิบลับเลยแห๊ะ…) อีริน่าวิ่งอ้อมหุ่นตัวนั้นเข้าไปใกล้ๆตัวของอัลม่าและโจมตีอย่างรวดเร็ว แต่หุ่นฟางก็ป้องกันได้ในทันที ในจังหวะที่หุ่นใช้อาวุธป้องกันดาบสั้นของอีริน่าอยู่ เธอก็ได้หยิบเข็มปาไปที่ช่องว่าง เข็มพุ่งตรงผ่านหน้าจองอัลม่าไปโดยไร้การป้องกัน รอยแผลที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของอับมามันยิ่งทำให้เธอโกรธขึ้นไปอีก
“หน๋อย… แกนะแก!!!!” อัลม่าะโออกมาด้วยความโกรธก่อนจะรีดพลังเวทย์เข้าไปที่หุ่นฟ่างตัวนั้น หุ่นตัวนั้นเริ่มขยายใหญ่ขึ้นพร้อมมีแขนเพิ่มขึ้นมาและมีอาวุธครบทุกรูปแบบ “แกไม่ได้ตายดีแน่!!!” อัลม่าพูดพูดด้วยความโกรธแค้น
อีริน่าเองก็เริ่มรวบรวมพลังเวทย์ไว้รอบๆตัว สายลมที่พัดไปมารอบๆตัวของเธอ เป็ดั่งคมดาบที่ฟาดฟัดไปรอบๆอย่างรวดเร็ว มันเป็เหมือนกับโล่ป้องกันและเป็เหมือนดับนับพันเล่มที่ฟาดฟัดพร้อมๆกัน
“ก็เอาสิ!!!!” อีริน่าะโออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าไป