Babe กันย์ที่รัก

    บทที่5 ความรู้สึกแปลกปลอม

            กันต์ดนัยอยู่ในห้องแคบๆ นี้มาเกินเก้าชั่วโมงแล้วเขาเกลียดการอยู่เฉยๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากเดินไปเดินมาเปิดโทรทัศน์ดูนั่นนี้ไปเรื่อยจนสุดท้ายก็กลับมานอนแมะที่เตียงนอนของหญิงสาวเ๽้าของห้องก่อนที่จะได้ยินเสียงปลดล็อกของประตู

            “นับกลับมาแล้วค่ะ”วางทุกสิ่งอย่างที่หิ้วมาลงบนพื้นก่อนจะเดินตรงมาที่เตียงนอนที่มีชายหนุ่มนอนอยู่

            “ไงคะ คุณทองหยิบหลับสบายไหม?หิวหรือยังกินข้าวก่อนไหมคะ?” เธอเลือกที่จะทักทายเ๽้าก้อนขนก่อนเขาที่เป็๲คนงั้นเหรอหลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่พอควรหญิงสาวก็เดินกลับไปหยิบถุงที่วางไว้ตรงทางเข้าหน้าห้อง

            “นี่คือเสื้อผ้าแล้วก็ของใช้ที่คุณอยากได้”เธอยื่นถุงเสื้อผ้ามาให้ ก่อนจะเอาโต๊ะมากาง

            “ไงคะ ใส่ได้หรือเปล่าคะ?” พรนับพันหยิบเสื้อยืดออกมาตัวหนึ่งยื่นไปวางทาบร่างกายของเขา

            “ถ้าเธอซื้อมาถูกไซซ์ก็ใส่ได้แหละ”ชายหนุ่มปัดเสื้อออกจากร่างกายก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเตียง

            “นับถามคุณดีๆ คุณก็ช่วยตอบนับดีๆหน่อยได้ไหมคะ”

            หญิงสาวผละจากชายหนุ่มจัดการแกะถุงก๋วยเตี๋ยวใส่ชามก่อนจะเอามาวางลงตรงหน้าชายหนุ่ม

            “เดี๋ยวนับจะเอาเสื้อผ้าไปซักคุณจะไปด้วยกันไหมคะ?” ถามขณะจัดโต๊ะให้พร้อมสำหรับทานอาหารเย็น

            “นับจะแวะเข้าเซเว่นด้วย เผื่อคุณจะซื้อพวกขนมนมเนยไว้ทานนับคงไม่ว่างซื้อข้าวกลับมาให้คุณทานได้ทุกเที่ยงหรอกค่ะ”

            “แค่วันนี้วันเดียวก็โดนพี่ที่ทำงานเขม่นแล้วนับไม่อยากมีเ๱ื่๵๹ที่ทำงาน อยากทำงานอย่างมีความสุข”หญิงสาวกำลังระบายความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาทั้งวันให้ชายหนุ่มได้รับฟัง

            “เธอนี่พูดมากจริงๆ เลยเชียว”

            “ก็นับไม่เคยมีใครมาค้างที่ห้องนี้ค่ะปกติก็มีแค่คุณทองหยิบที่คอยรับฟังอยู่ตลอดแต่ยังไงคุณทองหยิบก็เป็๲แค่แมว”ใบหน้าที่เคยสดใสของเธอดูหม่นหมอง

            “ไม่มีเพื่อนเลยหรือไงถึงได้เอาแต่พูดกับแมวเหมือนคนบ้า”

            “นับไม่ได้บ้านะคะก็คุณทองหยิบเขาเป็๲เพื่อนของนับนี่คะ”

            “ฉันหมายถึงเพื่อนที่เป็๞คนไม่ใช่สัตว์เลี้ยง”

            “ไม่แน่ใจค่ะ”

            “หมายความว่าไง”

            “ช่างมันเถอะค่ะ”เธอเลือกที่จะไม่ตอบแต่ส่งยิ้มหวานๆ มาให้แทน ก้มหน้าก้มตาทานก๋วยเตี๋ยวที่ซื้อมาแทน

            “ถ้าเธออยากระบายอะไรก็พูดออกมาเลยฉันจะรับฟังเธอเอง” เมื่อเห็นใบหน้าที่เศร้าสร้อยของเธอทำเอาหัวใจของกันต์ดนัยเหมือนจะเต้นช้าลงไปจังหวะหนึ่งหญิงสาวเงยหน้าขึ้นไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยิ้มจนตายิ้มตาม

            หลังทานมื้อเย็นเสร็จ พวกเขาทั้งสองกำลังเตรียมตัวออกไปร้านซักผ้าที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากอพาร์ทเม้นท์ของหญิงสาว

            “เอามาสิ ฉันถือให้”กันต์ดนัยเสนอตัวที่จะถือตะกร้าผ้าให้ผู้ชายอย่างเขาจะให้ผู้หญิงรูปร่างบอบบางมาถือทั้งตะกร้าผ้าทั้งพวกน้ำยาซักผ้าหนักๆ ได้ยังไง

            “แต่คุณยังเจ็บอยู่เลยแผลก็ยังไม่หายถ้าเกิดมันอักเสบขึ้นมามันจะยิ่งแย่นะคะ”

            “ฉันไม่เป็๞อะไรแล้วแผลแค่นี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก ฉันไม่อยากเป็๞ผู้ชายที่ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆแบบเธอมาถือของหนักแบบนี้ เอามา!!!”ชายหนุ่มไม่รอให้พรนับพันได้ใช้ความคิดไตร่ตรองอะไรมากมายแย่งตะกร้าเสื้อผ้าจากมือของเธอมาถือเอาไว้เอง

            “ไปเถอะ ยิ่งช้ายิ่งดึกฉันอยากจะนอนแล้ว”หลังแย่งตะกร้าจากเธอไปชายหนุ่มก็ออกเดินนำเธอไปทันที

            “เพิ่งจะสามทุ่มครึ่งเองรีบนอนไปไหนคะ?”แขนกลมยกขึ้นเช็คเวลาจากนาฬิกาข้อมือ

            “กว่าจะซักผ้าเสร็จเธอคิดว่ามันต้องใช้เวลากี่นาทีมิทราบ”

            “จริงด้วย ซักผ้ารอบละเกือบๆ สี่สิบนาทีอบผ้าอีกราวๆ หนึ่งชั่วโมง”

            “กว่าจะเสร็จก็ห้าทุ่มกว่า เฮ้อออ”เสียงถอนหายใจดังขึ้นหลังที่พรนับพันใช้เวลาคิดคำนวณเวลาคร่าวๆที่ต้องใช้ในการซักผ้า

            “ถ้ารู้แล้วก็รีบๆ เดินสิชักช้าอยู่ได้”

            “ความยาวขาก็ไม่เท่ากันจะให้นับเดินให้ได้เท่าคุณได้ยังไง”

            “คุณสูงกว่านับตั้งเท่าไรนับตัวแค่นี้เอง” พูดไปพลางยกมือขึ้นบอกว่าตัวเธอเล็กเท่ามด

            “ก็ขยับขาให้มากเท่าขยับปากซะสิ”เขาว่าเธออีกแล้ว

            “แล้วคุณรู้เหรอคะว่าร้านซักผ้าอยู่ที่ไหนถึงได้รีบเดินนัก”พรนับพันเอ่ยปากขัดชายหนุ่มที่เอาแต่เดินนำหน้าของเธอ ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าร้านซักผ้าอยู่ที่ไหน

            “เพราะไม่รู้ไงถึงได้บอกให้เธอรีบเดิน”

            “ชิ”หญิงสาวรีบเดินให้ทันชายหนุ่ม ใช้เวลาไม่นานก็ถึงร้านซักผ้าที่นี้ต้องบริการตัวเองเครื่องซักผ้าเรียงรายกันอยู่หลายเครื่อง และดูเหมือนทุกเครื่องกำลังถูกใช้งาน

            “แย่จังมีคนใช้ทุกเครื่องเลย งั้นไปเซเว่นก่อนแล้วกันนะคะ”

            “ไปค่ะ”

            “แล้วตะกร้าผ้าล่ะ”

            “เอาไปวางไว้หน้าเครื่องที่ใกล้เสร็จสิคะ”พรนับพันชี้ปลายนิ้วไปยังเครื่องซักผ้าเครื่องหนึ่งที่ใกล้จะเสร็จกระบวนการซัก

            “เธอไม่กลัวมันหายเลยหรือไง”

            “ไม่มีใครเขาจะขโมยเสื้อผ้าของคนอื่นหรอกค่ะ”

            “มันก็ไม่แน่อาจจะมีพวกโรคจิตอยู่แถวนี้ก็ได้”

            “อย่าพูดแบบนั้นสิคะ”

            “ไปเถอะเดี๋ยวกลับมาไม่ทันเครื่องซักผ้าเสร็จนะคะ”  

     

            ณ ร้านสะดวกซื้อ หญิงสาวเดินเลือกสิ่งของต่างๆโดยมีชายหนุ่มถือตะกร้าเดินตามหลังมาเรื่อยๆ

            “คุณไม่อยากได้อะไรบ้างเหรอคะ?”หลังจากเดินมาสักพักมีแต่เธอที่หยิบของลงตะกร้าหญิงสาวจึงปากถามชายหนุ่มที่เอาแต่เดินตามมาเงียบๆ

            “พวกบะหมี่หรือโจ๊กอะไรแบบนั้น”

            “เธอเลือกเถอะ ปกติฉันไม่กินของพวกนี้เลยไม่รู้ว่าต้องซื้ออะไร”

            “คุณไม่ทานเหรอคะ?”

            “อืม ทำไม”

            “เปล่าค่ะงั้นเดี๋ยวนับเลือกรสที่นับชอบให้คุณลองทานดูดีกว่า”         หญิงสาวเดินไปโซนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเลือกบะหมี่สองสามซองและโจ๊กสำเร็จรูป ขนมซองอีกสองสามอย่าง หลังจากเดินเลือกอยู่พักหนึ่งคนทั้งคู่ก็เดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อจ่าย

            ขณะที่แคชเชียร์สาวกำลังคิดเงินชายหนุ่มหันไปมองเคาน์เตอร์ที่มีสินค้าหลายอย่างวางเรียงอยู่รวมถึงถุงยางอนามัยก็วางอยู่ใกล้ๆกัน มันทำให้ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาขออาศัยห้องพักของหญิงสาวที่อาศัยอยู่คนเดียว

            “ดูอะไรอยู่หรือคะ? อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ?”

            “เปล่า อืมไม่มีอะไร”

            “ถ้าพี่อยากได้ถุงยางก็ไม่ต้องอายหรอกค่ะเ๱ื่๵๹ปกติใครๆ ก็ซื้อกัน เ๱ื่๵๹แบบนี้ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าอยู่แล้ว”เสียงแคชเชียร์สาวพูดขึ้นเมื่อรู้ว่าลูกค้าชายตรงหน้ามองสินค้าใดอยู่แล้วยิ่งมากันแบบคู่ชายหญิง ไม่แปลกที่แคชเชียร์สาวจะคิดว่าคนทั้งสองอาจจะเป็๲คู่รักกัน

            คำพูดของแคชเชียร์สาวทำเอาคนทั้งออกอาการเขินอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวไม่พูดอะไร เธอเลือกที่จะเดินออกไปเงียบๆกว่าชายหนุ่มจะรู้สึกตัวก็ช้าไปเกือบนาที

            “เอ่อ...ขอตัวก่อนนะครับ”รับถุงผ้าที่ใช้ใส่สินค้าที่ชำระเงินแล้วมาจากแคชเชียร์สาว

            “ค่ะ ขอบคุณที่มาใช้บริการนะคะ”พยักหน้ารับก่อนออกมาจากร้าน

            พรนับพันออกตัวเดินทันทีที่ชายหนุ่มเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อเธอเดินนำชายหนุ่มกลับไปยังร้านซักผ้า ชายหนุ่มวางถุงผ้าที่ใส่ของที่ซื้อมาบนโต๊ะ ส่วนหญิงสาวเดินไปจัดการเอาเสื้อผ้าใส่เครื่องเพื่อทำการซัก

            ชายหนุ่มเดินมานั่งยังโต๊ะที่เธอวางของเอาไว้ก่อนที่เธอจะเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามเงียบๆ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเล่น ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้นจนชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดจนต้องเป็๞ฝ่ายเอ่ยปากพูดออกมาก่อน

            “ฉันไม่ได้คิดเ๱ื่๵๹แบบนั้นกับเธอแค่หันไปมองเฉยๆ”

            “นับก็ไม่ว่าอะไรนี้ค่ะ”แม้ว่าปากจะพูดแบบนั้น แต่ในใจของเธอคิดแบบนั้นหรือเปล่า

            “ถ้าคุณจะคิดอะไรแบบนั้นจริงๆมันก็เป็๲ความคิดของคุณ นับไม่มีสิทธิ์อะไรไปบังคับให้คุณคิดหรือไม่คิดอะไร”

            “นับแค่เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าคุณเป็๞ผู้ชายแปลกหน้าที่นับบังเอิญไปช่วยเอาไว้ไม่รู้ว่าคุณเป็๞ใครเป็๞คนดีหรือว่าคนเลวแต่ก็ยอมให้เข้ามาอาศัยอยู่ในห้อง”

            “แถมนับก็เป็๲แค่ผู้หญิงตัวคนเดียวถ้าเกิดอะไรก็คงไม่มีใครรู้ มันดูเป็๲เ๱ื่๵๹ที่โง่มากที่นับให้ผู้ชายแปลกหน้ามาอยู่ร่วมห้องโดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณเลยนับคงจะไว้ใจคนอื่นง่ายไปจนลืมคิดเ๱ื่๵๹บางเ๱ื่๵๹ไป”

            “เพราะเธอเป็๞คนมีน้ำใจต่างหากเธอไม่ได้โง่เมื่อคืนเธอจะทิ้งฉันให้เ๧ื๪๨หมดตัวก็ได้แต่เธอไม่ทำเธอยังดันทุรังหิ้วปีกฉันมาที่ห้องเพื่อช่วยฉันดูแลปฐมพยาบาลฉันอย่างดี”

            “อาจเพราะนับอยากให้คนใจดีกับนับบ้างนับเลยพยายามทำดีกับคนอื่นๆ ในชีวิตนับไม่เหลือใครแล้วนับอยากมีคนที่รักมากกว่าคนที่เกลียด”

            เราทั้งสองต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันรู้สึกว่าค่ำคืนนี้มีความรู้สึกเกิดขึ้นมากมายเกิดขึ้นและเหมือนว่าทั้งคู่ได้เริ่มเปิดใจกันมากขึ้นกว่าเก่าความรู้สึกบางอย่างเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในหัวใจของกันต์ดนัยแม้ว่าความรู้สึกนี้จะไม่เคยเติบโตในหัวใจแต่เขารู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นแตกต่างจากที่รู้สึกที่เกิดกับคนอื่นๆเธอจะรู้สึกเหมือนกันกับที่เขารู้สึกหรือเปล่า