กันต์ดนัยอยู่ในห้องแคบๆ นี้มาเกินเก้าชั่วโมงแล้วเขาเกลียดการอยู่เฉยๆ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากเดินไปเดินมาเปิดโทรทัศน์ดูนั่นนี้ไปเรื่อยจนสุดท้ายก็กลับมานอนแมะที่เตียงนอนของหญิงสาวเ้าของห้องก่อนที่จะได้ยินเสียงปลดล็อกของประตู
“นับกลับมาแล้วค่ะ”วางทุกสิ่งอย่างที่หิ้วมาลงบนพื้นก่อนจะเดินตรงมาที่เตียงนอนที่มีชายหนุ่มนอนอยู่
“ไงคะ คุณทองหยิบหลับสบายไหม?หิวหรือยังกินข้าวก่อนไหมคะ?” เธอเลือกที่จะทักทายเ้าก้อนขนก่อนเขาที่เป็คนงั้นเหรอหลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่พอควรหญิงสาวก็เดินกลับไปหยิบถุงที่วางไว้ตรงทางเข้าหน้าห้อง
“นี่คือเสื้อผ้าแล้วก็ของใช้ที่คุณอยากได้”เธอยื่นถุงเสื้อผ้ามาให้ ก่อนจะเอาโต๊ะมากาง
“ไงคะ ใส่ได้หรือเปล่าคะ?” พรนับพันหยิบเสื้อยืดออกมาตัวหนึ่งยื่นไปวางทาบร่างกายของเขา
“ถ้าเธอซื้อมาถูกไซซ์ก็ใส่ได้แหละ”ชายหนุ่มปัดเสื้อออกจากร่างกายก่อนจะเดินกลับไปนั่งบนเตียง
“นับถามคุณดีๆ คุณก็ช่วยตอบนับดีๆหน่อยได้ไหมคะ”
หญิงสาวผละจากชายหนุ่มจัดการแกะถุงก๋วยเตี๋ยวใส่ชามก่อนจะเอามาวางลงตรงหน้าชายหนุ่ม
“เดี๋ยวนับจะเอาเสื้อผ้าไปซักคุณจะไปด้วยกันไหมคะ?” ถามขณะจัดโต๊ะให้พร้อมสำหรับทานอาหารเย็น
“นับจะแวะเข้าเซเว่นด้วย เผื่อคุณจะซื้อพวกขนมนมเนยไว้ทานนับคงไม่ว่างซื้อข้าวกลับมาให้คุณทานได้ทุกเที่ยงหรอกค่ะ”
“แค่วันนี้วันเดียวก็โดนพี่ที่ทำงานเขม่นแล้วนับไม่อยากมีเื่ที่ทำงาน อยากทำงานอย่างมีความสุข”หญิงสาวกำลังระบายความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาทั้งวันให้ชายหนุ่มได้รับฟัง
“เธอนี่พูดมากจริงๆ เลยเชียว”
“ก็นับไม่เคยมีใครมาค้างที่ห้องนี้ค่ะปกติก็มีแค่คุณทองหยิบที่คอยรับฟังอยู่ตลอดแต่ยังไงคุณทองหยิบก็เป็แค่แมว”ใบหน้าที่เคยสดใสของเธอดูหม่นหมอง
“ไม่มีเพื่อนเลยหรือไงถึงได้เอาแต่พูดกับแมวเหมือนคนบ้า”
“นับไม่ได้บ้านะคะก็คุณทองหยิบเขาเป็เพื่อนของนับนี่คะ”
“ฉันหมายถึงเพื่อนที่เป็คนไม่ใช่สัตว์เลี้ยง”
“ไม่แน่ใจค่ะ”
“หมายความว่าไง”
“ช่างมันเถอะค่ะ”เธอเลือกที่จะไม่ตอบแต่ส่งยิ้มหวานๆ มาให้แทน ก้มหน้าก้มตาทานก๋วยเตี๋ยวที่ซื้อมาแทน
“ถ้าเธออยากระบายอะไรก็พูดออกมาเลยฉันจะรับฟังเธอเอง” เมื่อเห็นใบหน้าที่เศร้าสร้อยของเธอทำเอาหัวใจของกันต์ดนัยเหมือนจะเต้นช้าลงไปจังหวะหนึ่งหญิงสาวเงยหน้าขึ้นไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยิ้มจนตายิ้มตาม
หลังทานมื้อเย็นเสร็จ พวกเขาทั้งสองกำลังเตรียมตัวออกไปร้านซักผ้าที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากอพาร์ทเม้นท์ของหญิงสาว
“เอามาสิ ฉันถือให้”กันต์ดนัยเสนอตัวที่จะถือตะกร้าผ้าให้ผู้ชายอย่างเขาจะให้ผู้หญิงรูปร่างบอบบางมาถือทั้งตะกร้าผ้าทั้งพวกน้ำยาซักผ้าหนักๆ ได้ยังไง
“แต่คุณยังเจ็บอยู่เลยแผลก็ยังไม่หายถ้าเกิดมันอักเสบขึ้นมามันจะยิ่งแย่นะคะ”
“ฉันไม่เป็อะไรแล้วแผลแค่นี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก ฉันไม่อยากเป็ผู้ชายที่ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆแบบเธอมาถือของหนักแบบนี้ เอามา!!!”ชายหนุ่มไม่รอให้พรนับพันได้ใช้ความคิดไตร่ตรองอะไรมากมายแย่งตะกร้าเสื้อผ้าจากมือของเธอมาถือเอาไว้เอง
“ไปเถอะ ยิ่งช้ายิ่งดึกฉันอยากจะนอนแล้ว”หลังแย่งตะกร้าจากเธอไปชายหนุ่มก็ออกเดินนำเธอไปทันที
“เพิ่งจะสามทุ่มครึ่งเองรีบนอนไปไหนคะ?”แขนกลมยกขึ้นเช็คเวลาจากนาฬิกาข้อมือ
“กว่าจะซักผ้าเสร็จเธอคิดว่ามันต้องใช้เวลากี่นาทีมิทราบ”
“จริงด้วย ซักผ้ารอบละเกือบๆ สี่สิบนาทีอบผ้าอีกราวๆ หนึ่งชั่วโมง”
“กว่าจะเสร็จก็ห้าทุ่มกว่า เฮ้อออ”เสียงถอนหายใจดังขึ้นหลังที่พรนับพันใช้เวลาคิดคำนวณเวลาคร่าวๆที่ต้องใช้ในการซักผ้า
“ถ้ารู้แล้วก็รีบๆ เดินสิชักช้าอยู่ได้”
“ความยาวขาก็ไม่เท่ากันจะให้นับเดินให้ได้เท่าคุณได้ยังไง”
“คุณสูงกว่านับตั้งเท่าไรนับตัวแค่นี้เอง” พูดไปพลางยกมือขึ้นบอกว่าตัวเธอเล็กเท่ามด
“ก็ขยับขาให้มากเท่าขยับปากซะสิ”เขาว่าเธออีกแล้ว
“แล้วคุณรู้เหรอคะว่าร้านซักผ้าอยู่ที่ไหนถึงได้รีบเดินนัก”พรนับพันเอ่ยปากขัดชายหนุ่มที่เอาแต่เดินนำหน้าของเธอ ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าร้านซักผ้าอยู่ที่ไหน
“เพราะไม่รู้ไงถึงได้บอกให้เธอรีบเดิน”
“ชิ”หญิงสาวรีบเดินให้ทันชายหนุ่ม ใช้เวลาไม่นานก็ถึงร้านซักผ้าที่นี้ต้องบริการตัวเองเครื่องซักผ้าเรียงรายกันอยู่หลายเครื่อง และดูเหมือนทุกเครื่องกำลังถูกใช้งาน
“แย่จังมีคนใช้ทุกเครื่องเลย งั้นไปเซเว่นก่อนแล้วกันนะคะ”
“ไปค่ะ”
“แล้วตะกร้าผ้าล่ะ”
“เอาไปวางไว้หน้าเครื่องที่ใกล้เสร็จสิคะ”พรนับพันชี้ปลายนิ้วไปยังเครื่องซักผ้าเครื่องหนึ่งที่ใกล้จะเสร็จกระบวนการซัก
“เธอไม่กลัวมันหายเลยหรือไง”
“ไม่มีใครเขาจะขโมยเสื้อผ้าของคนอื่นหรอกค่ะ”
“มันก็ไม่แน่อาจจะมีพวกโรคจิตอยู่แถวนี้ก็ได้”
“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ”
“ไปเถอะเดี๋ยวกลับมาไม่ทันเครื่องซักผ้าเสร็จนะคะ”
ณ ร้านสะดวกซื้อ หญิงสาวเดินเลือกสิ่งของต่างๆโดยมีชายหนุ่มถือตะกร้าเดินตามหลังมาเรื่อยๆ
“คุณไม่อยากได้อะไรบ้างเหรอคะ?”หลังจากเดินมาสักพักมีแต่เธอที่หยิบของลงตะกร้าหญิงสาวจึงปากถามชายหนุ่มที่เอาแต่เดินตามมาเงียบๆ
“พวกบะหมี่หรือโจ๊กอะไรแบบนั้น”
“เธอเลือกเถอะ ปกติฉันไม่กินของพวกนี้เลยไม่รู้ว่าต้องซื้ออะไร”
“คุณไม่ทานเหรอคะ?”
“อืม ทำไม”
“เปล่าค่ะงั้นเดี๋ยวนับเลือกรสที่นับชอบให้คุณลองทานดูดีกว่า” หญิงสาวเดินไปโซนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเลือกบะหมี่สองสามซองและโจ๊กสำเร็จรูป ขนมซองอีกสองสามอย่าง หลังจากเดินเลือกอยู่พักหนึ่งคนทั้งคู่ก็เดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อจ่าย
ขณะที่แคชเชียร์สาวกำลังคิดเงินชายหนุ่มหันไปมองเคาน์เตอร์ที่มีสินค้าหลายอย่างวางเรียงอยู่รวมถึงถุงยางอนามัยก็วางอยู่ใกล้ๆกัน มันทำให้ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาขออาศัยห้องพักของหญิงสาวที่อาศัยอยู่คนเดียว
“ดูอะไรอยู่หรือคะ? อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ?”
“เปล่า อืมไม่มีอะไร”
“ถ้าพี่อยากได้ถุงยางก็ไม่ต้องอายหรอกค่ะเื่ปกติใครๆ ก็ซื้อกัน เื่แบบนี้ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าอยู่แล้ว”เสียงแคชเชียร์สาวพูดขึ้นเมื่อรู้ว่าลูกค้าชายตรงหน้ามองสินค้าใดอยู่แล้วยิ่งมากันแบบคู่ชายหญิง ไม่แปลกที่แคชเชียร์สาวจะคิดว่าคนทั้งสองอาจจะเป็คู่รักกัน
คำพูดของแคชเชียร์สาวทำเอาคนทั้งออกอาการเขินอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวไม่พูดอะไร เธอเลือกที่จะเดินออกไปเงียบๆกว่าชายหนุ่มจะรู้สึกตัวก็ช้าไปเกือบนาที
“เอ่อ...ขอตัวก่อนนะครับ”รับถุงผ้าที่ใช้ใส่สินค้าที่ชำระเงินแล้วมาจากแคชเชียร์สาว
“ค่ะ ขอบคุณที่มาใช้บริการนะคะ”พยักหน้ารับก่อนออกมาจากร้าน
พรนับพันออกตัวเดินทันทีที่ชายหนุ่มเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อเธอเดินนำชายหนุ่มกลับไปยังร้านซักผ้า ชายหนุ่มวางถุงผ้าที่ใส่ของที่ซื้อมาบนโต๊ะ ส่วนหญิงสาวเดินไปจัดการเอาเสื้อผ้าใส่เครื่องเพื่อทำการซัก
ชายหนุ่มเดินมานั่งยังโต๊ะที่เธอวางของเอาไว้ก่อนที่เธอจะเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามเงียบๆ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเล่น ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้นจนชายหนุ่มรู้สึกอึดอัดจนต้องเป็ฝ่ายเอ่ยปากพูดออกมาก่อน
“ฉันไม่ได้คิดเื่แบบนั้นกับเธอแค่หันไปมองเฉยๆ”
“นับก็ไม่ว่าอะไรนี้ค่ะ”แม้ว่าปากจะพูดแบบนั้น แต่ในใจของเธอคิดแบบนั้นหรือเปล่า
“ถ้าคุณจะคิดอะไรแบบนั้นจริงๆมันก็เป็ความคิดของคุณ นับไม่มีสิทธิ์อะไรไปบังคับให้คุณคิดหรือไม่คิดอะไร”
“นับแค่เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าคุณเป็ผู้ชายแปลกหน้าที่นับบังเอิญไปช่วยเอาไว้ไม่รู้ว่าคุณเป็ใครเป็คนดีหรือว่าคนเลวแต่ก็ยอมให้เข้ามาอาศัยอยู่ในห้อง”
“แถมนับก็เป็แค่ผู้หญิงตัวคนเดียวถ้าเกิดอะไรก็คงไม่มีใครรู้ มันดูเป็เื่ที่โง่มากที่นับให้ผู้ชายแปลกหน้ามาอยู่ร่วมห้องโดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณเลยนับคงจะไว้ใจคนอื่นง่ายไปจนลืมคิดเื่บางเื่ไป”
“เพราะเธอเป็คนมีน้ำใจต่างหากเธอไม่ได้โง่เมื่อคืนเธอจะทิ้งฉันให้เืหมดตัวก็ได้แต่เธอไม่ทำเธอยังดันทุรังหิ้วปีกฉันมาที่ห้องเพื่อช่วยฉันดูแลปฐมพยาบาลฉันอย่างดี”
“อาจเพราะนับอยากให้คนใจดีกับนับบ้างนับเลยพยายามทำดีกับคนอื่นๆ ในชีวิตนับไม่เหลือใครแล้วนับอยากมีคนที่รักมากกว่าคนที่เกลียด”
เราทั้งสองต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันรู้สึกว่าค่ำคืนนี้มีความรู้สึกเกิดขึ้นมากมายเกิดขึ้นและเหมือนว่าทั้งคู่ได้เริ่มเปิดใจกันมากขึ้นกว่าเก่าความรู้สึกบางอย่างเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในหัวใจของกันต์ดนัยแม้ว่าความรู้สึกนี้จะไม่เคยเติบโตในหัวใจแต่เขารู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นแตกต่างจากที่รู้สึกที่เกิดกับคนอื่นๆเธอจะรู้สึกเหมือนกันกับที่เขารู้สึกหรือเปล่า