พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 52 ยาหยั่งเหยียนตัน

            "เกิดอะไรขึ้นมีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า? ผมแค่ออกจากเมืองโนวิสตอนนี้กลายเป็นคนเร่ร่อนไปแล้ว" ผู้เล่นคนหนึ่งที่เพิ่งจะเลเวล 10รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

            "มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน? มีคนจำนวนมากในเขตเหยียนหวง แล้วทำไมมีแค่เมืองนี้เมืองเดียวแล้วเมืองอื่นๆ ล่ะ"

            "ใช่ๆมีคนไม่ต่ำกว่า 600-700 ล้านคน ที่กำลังเล่นเกมอยู่ในเขต เหยียนหวงถ้าเป็นแบบนี้กว่าครึ่งของพวกเขาก็ไม่สามารถเข้าเมืองได้ ถ้าไม่มีทั้งยาและอุปกรณ์พวกเขาจะเล่นเกมได้อย่างไรกัน?" ผู้เล่นอีกคนมีท่าทีที่เห็นด้วย

            "สวัสดีนี่ใช่พี่ชายต้าหลี่ คนของกิลด์มดใช่ไหม? อืมม...ที่จริงแล้ว ผมอยากเข้าร่วมกับกิลด์มดราชวงศ์" ชายตัวใหญ่พูดผ่านช่องสื่อสารเขาสวมอุปกรณ์ระดับบรอนซ์ และอาวุธระดับเงิน มองดูก็พอรู้ว่าน่าจะเป็นผู้เล่นระดับสูงตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

            ส่วนใหญ่กิลด์จะมีที่พักอยู่แล้วซึ่งต้องยังไม่เต็มเป็นแน่เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นค่อนข้างฉลาดที่สามารถหาวิธีแก้ปัญหานี้ได้ตั้งแต่แรก

            "นี่พี่ชายให้ฉันเข้าร่วมกิลด์ต้นไม้ทงเทียนด้วยสิ เงื่อนไขก็แล้วแต่พี่ได้เลย"ผู้เล่นหญิงคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวนกับสมาชิกกลุ่มของต้นไม้ทงเทียน

            สมาชิกของกลุ่มทงเทียนหัวเราะเยาะก่อนจะเดินแยกห่างออกมา น่าขำเสียจริงกิลด์ต้นไม้ทงเทียนของเราไม่รับพวกไร้ประโยชน์หรอกนะคิดว่าตัวเองนั้นมีดีซะเต็มประดา ไม่คิดว่ายกตัวเองเลอเลิศไปหน่อยหรือลองกลับไปส่องกระจกดูตัวเองเสียก่อนเถอะ

            ในขณะนี้ที่ประตูเมืองมังกรนั้นเต็มไปด้วยผู้เล่นจำนวนมากยืนเบียดเสียดกันเต็มไปหมดแต่ก็ไม่มีใครเข้าหรือออกมาได้ ต่างก็ผลักกันไปมาส่งเสียงตะโกนโหวกเหวกอยู่เช่นนั้น จนเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งผู้เล่นก็เริ่มปรับตัวได้ ถึงอย่างไรก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ผู้เล่นจะอาศัยอยู่ในเมืองตลอดเวลาโดยไม่ยอมออกมาเลยถ้าพวกเขาไม่ออกจากเมืองแล้วจะฝึกฝนเพิ่มระดับได้อย่างไร ตราบใดที่มีคนออกมาก็จะมีผู้เล่นอื่นๆ สามารถเข้าไปได้เช่นกัน ถึงมันอาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนแต่ก่อนแต่ก็ยังสามารถเข้าเมืองได้ เมื่อคิดได้ดังนี้ผู้เล่นหลายคนจึงคลายกังวลไปได้บ้างและการเพิ่มระดับก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากไม่ควรจะมาเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์กันที่นี่

            ถ้าพูดถึงเรื่องขาดแคลนยาและอาหารนั้นก็คงต้องขอให้เพื่อนช่วยนำมาให้ก่อน แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องพึ่งพาตัวเองแล้วถ้ายังคงกังวลเรื่องการขาดแคลนอยู่ล่ะก็ไม่ว่ามันจะยากสักแค่ไหนก็ต้องมีหนทางอยู่เสมอ

            จากกระแสความวุ่นวายนี้จึงเปิดโอกาสให้กิลด์ระดับสูงทั้งหลายสามารถเลือกสมาชิกผู้เล่นได้มากขึ้นซึ่งต่างจากเดิมในอดีตแต่ก่อนนั้นผู้เล่นระดับผู้เชี่ยวชาญจะอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย ส่วนมากจะปฏิเสธด้วยข้อแก้ตัวมากมายหรือไม่ก็เรียกร้องค่าตอบแทน ซึ่งในขณะนี้ดูเหมือนว่าพวกเขานั้นเริ่มฉลาดและสงบเสงี่ยมมากขึ้น ไม่มีใครบ่นหรือเรียกร้องสิ่งใดเลยแทบจะแย่งกันขอเข้าร่วมกิลด์ ทำให้แต่ละกิลด์ใหญ่ตอนนี้ไม่รีบร้อนในการคัดเลือกคนพวกเขาเลือกอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นระดับผู้เชี่ยวชาญหรือจะเป็นผู้เล่นสายสร้างก็ตาม เพื่อหาคนที่ดีหรือดียิ่งกว่าเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอพวกที่น่าเกลียด ลื่นไหล ไม่เอาถ่าน

            ร้านค้าที่ได้รับผลประโยชน์จากกระแสความวุ่นวายนี้ก็คงไม่พ้นร้านขาย ซึ่งที่ผ่านมาผู้เล่นก็มักจะซื้อยากันทีละ 2-3 ขวดแต่พอมาตอนนี้พวกเขากลับซื้อกันทีละ 2-3 แพ็ค โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยนั่นเป็นเพราะพวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าหลังจากออกไปคราวนี้อีกนานแค่ไหนถึงจะได้กลับเข้ามาอีกครั้ง ถ้าในช่วงคับขันเกิดไม่มียาใช้ขึ้นมาถึงตอนนั้นพวกเขาคงร้องไม่ออกเป็นแน่ ตอนนี้ก็ต้องกัดฟันซื้อเท่าที่พอจะซื้อได้ไว้ก่อนถึงเรื่องเงินทองจะเป็นสิ่งสำคัญแต่เรื่องระดับเลเวลนั้นย่อมต้องสำคัญกว่าอยู่แล้ว

            เมื่อเปรียบเทียบกับร้านขายยาร้านขายวัสดุเองก็เต็มไปด้วยผู้คนไม่แพ้กัน วัตถุดิบส่วนใหญ่จะถูกเทขายออกมาจนหมดเดิมทีวัตถุดิบที่ถูกเก็บไว้เพื่อรอราคาดีก่อนค่อยขายมาวันนี้นั้นขายโดยไม่มีการต่อรองเลย คงเป็นเพราะกระเป๋ามิติถึงแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่แค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่ขายวัตถุดิบที่คุณไม่ต้องการจะเอาพื้นที่ที่ไหนมาใส่อาหาร ยา และอุปกรณ์อื่นๆ กันล่ะ

            ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านนอกนั้นส่วนใหญ่จะตาแดงก่ำเหมือนกันหมดท่าทางนี้ดูเหมือนสามีที่บินกลับมาจากการคุยธุรกิจและพบว่าเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วที่เตียงนั้นมีคนอื่นเพิ่มขึ้นมา

            ฉินโจ้วตรวจสอบบัญชีของร้านหนึ่งดัชนีค้าวัสดุถึงแม้ว่าวันนี้จะมีการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังคงมีเงินเหลือมากกว่า 6,000เหรียญทองในบัญชี ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถทำเงินได้มากทีเดียวในช่วงหลายวันมานี้

            ธุรกิจการค้าของร้านขายยาเทพแห่งการเกษตรนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากไม่ถึงสามชั่วโมง ยาแดงและยาน้ำเงินเวอร์ชันอัปเกรดนั้นถูกขายจนหมดเกลี้ยงแม้แต่อุปกรณ์อื่นๆ ก็ถูกซื้อไปด้วย ไม่มีผู้เล่นคนไหนเลยที่จะไม่ซื้อสินค้าแม้แต่ยาธรรมดาทั่วไปก็ไม่เว้น

            เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบหลั๋วอีอีที่ออนไลน์แล้วมาพร้อมกับผู้หญิงอีกสามคนดูอายุไม่มากแถมยังสวยอีกด้วย

            "หัวหน้าเพิ่งมาหรือ" เพราะก่อนหน้านี้หลั๋วอีอีมักจะพบฉินโจ้วมาที่บ้านก่อนเสมอ

            "เพิ่งมาถึงน่ะว่าแต่แม่ของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?" ขณะที่พูดสายตาของฉินโจ้วก็จ้องมองไปที่สามสาวนั่น

            "อาการคงที่ขอบคุณที่เป็นห่วง" จากนั้นหลั๋วอีอีก็ชี้ไปที่ผู้หญิงสามคนที่ยืนอยู่"เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จัก" พวกเธอเป็นรูมเมทและน้องสาวที่ดีของฉันเฉินยู่ เถาฟาง เย่เซี่ยวหรู"

            "สวัสดีค่ะหัวหน้า" ไม่ต้องรอให้หลั๋วอีอีแนะนำตัวเสร็จสามสาวก็โค้งคำนับพร้อมกับทักทายในเวลาเดียวกัน ดูฉลาดและมีไหวพริบดีดวงตากลมโตทั้งหกต่างจ้องมองฉินโจ้วพวกเธอไม่ได้คาดว่าหัวหน้าของเธอจะยังอายุน้อยแบบนี้

            เฉินยู่เป็นผู้หญิงผมยาวผมของเธอดูไปก็คล้ายกับน้ำตก ส่วนเถาฟางก็ใบหน้ากลมมน ดูไปก็เหมือนกับแอปเปิลผิวค่อนข้างดำแดง ส่วนเย่เซี่ยวหรูนั้นรูปร่างเซ็กซี่ โดยเฉพาะ...คู่นั้นที่ดูเหมือนคลื่นโหมซัดสาดแรง คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทั้งสามสาวนั้นเป็นคนสวยเมื่อยืนรวมกลุ่มกันแล้ว เด็กสาวที่อ่อนเยาว์เหล่านี้ก็ดูสวยสะดุดตามากทีเดียว

            เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจากสามสาวที่ห้อมล้อมอยู่นั้นก็เหมือนว่าได้ประสบความสำเร็จไปแล้ว ฉินโจ้วก็ค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นที่ร่างกายของเขาไม่ได้มีอาการอะไรแสดงออกมาให้เห็น ก่อนจะยิ้มและพูดคุยกับสามสาวต่อสักหน่อยและก็กำชับว่าให้ตั้งใจทำงานให้ดี ไม่ต้องกังวลไป ก่อนที่จะเดินออกมาเขาคิดว่าจะชวนทั้งสี่สาวทานอาหารด้วยกัน แต่เนื่องจากมีเวลาไม่พอเลยต้องยกเลิกไปก่อน ไว้คราวหน้าก็ย่อมมีโอกาส

            "หลั๋วอีอีไม่คิดเลยนะว่าเจ้านายจะยังอายุน้อย แถมดูดีและยังมีเสน่ห์อีกด้วย ว่าแต่เขาเป็นแฟนเธอหรือเปล่า?"ทันทีที่ฉินโจ้วออกไป เย่เซี่ยวหรูก็อดไม่ได้ที่จะถาม

            หลั๋วอีอีแก้มแดงเล็กน้อยก่อนจะตอบไปอย่างเขินอายว่า"พูดไร้สาระ ใช่ที่ไหนกันเล่า"

            "แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ?"เฉินยู่พูดจาหยอกล้อ

            "บอกมาซะดีๆถ้าไม่อย่างนั้น ฉันจะจีบล่ะนะอีอี ดูๆไปเขาก็เป็นผู้ชายที่อายุน้อยแถมยังรวยอีกแล้วก็น่าจะเป็นคนอารมณ์ดีอีกด้วย ถ้าเธอไม่รีบคว้าเอาไว้เลยจากหมู่บ้านนี้ไปก็ไม่มีร้านค้าเหลือแล้วนะ" (ตกรถเที่ยวสุดท้ายว่างั้น)เถาฟางตอบก่อนที่จะหัวเราะออกมา

            "ไปตายที่ไหนก็ไปเลยฟางฟาง ถ้าเธอสนใจ เธอก็ไปจัดการเองเลย ไม่ต้องมาโยนให้ฉัน"หลั๋วอีอียังไม่ยอมแพ้

            ผู้หญิงหนึ่งคนก็เทียบเท่ากับเป็ด500 ตัว ผู้หญิงสี่คนก็คูณเข้าไปเท่ากับเป็ด 2,000 ตัวภายในห้องตอนนี้ก็เลยมีแต่เสียงดังโหวกเหวกโวยวาย

            ฉินโจ้วนั้นออกมาเดินหาซื้อเตาปรุงยาสำหรับพนักงานหญิงทั้งสามคนถึงแม้ว่าเตาปรุงยาจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการปรุงยา แต่ 6 ใน 10คนของเภสัชกรกลับไม่มีเตาปรุงยาโดยทั่วไปแล้วเมื่อไม่มีเตาก็จะเอาภาชนะอื่นมาทดแทนไปก่อนเตาปรุงยาดูเหมือนว่าจะเป็นอุปกรณ์พิเศษที่ค่อนข้างหายากและมีราคาแพงทำให้เภสัชกรทั่วไปมักจะไม่ค่อยมีไว้ใช้กัน

            ฉินโจ้ววิ่งหาทั่วทั้งเมืองมังกรและจ่ายไปไม่น้อยกว่า300 เหรียญทอง จึงสามารถรวบรวมเตาปรุงยาทั้งสามมาได้ ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์เหล็กดำไม่มีอันไหนเลยที่อยู่ในระดับบรอนซ์ ดูไปแล้วเตาปรุงยาเองก็ค่อนข้างจะมีน้อยมาก

            ราคาเตาปรุงยาอยู่ที่ประมาณ100,000 หยวนต่อหนึ่งเตา คนทั่วไปเกรงว่าคงไม่สามารถจ่ายไหวแต่ถึงราคาจะแพงขนาดนี้ ก็ดูเหมือนว่าในตลาดยังไม่มีของให้ซื้ออยู่ดี

            เมื่อได้เห็นเตาปรุงยาทั้งสามสาวมีอาการแบบเดียวกันคือ ทั้งประหลาดใจและตื่นเต้นสำหรับเภสัชกรแล้วเตาปรุงยาก็เปรียบได้กับไม้เท้าเวทของเมจเลยทีเดียวพวกเขาเคยฝันว่าอยากจะได้ เปรียบเหมือนฉันฝันว่าอยากอ้วนแต่ความเป็นจริงแล้วฉันผอมมาก ฉันคิดว่าในชีวิตของคนธรรมดาทั่วไปคงไม่มีหวังแล้วนี่เหมือนจุดเปลี่ยนของโชคชะตาที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

            "ตั้งใจทำงานไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ผมชอบคนที่ทำมากกว่าพูด"ฉินโจ้วรีบพูดดักไว้ก่อนที่พวกเธอจะขอบคุณ

            "สัญญาว่าจะไม่ทำให้หัวหน้าผิดหวัง"สามสาวพูดและสัญญาอย่างพร้อมเพรียง หลังจากนั้นด้วยนิสัยของผู้หญิงเมื่อได้พักผ่อนไปชั่วครู่แล้วพวกเธอจึงไม่รีรอที่จะเริ่มการทดสอบผลของเตาปรุงยาที่เพิ่งได้มาโดยทันที

            พรสวรรค์ของทั้งสามสาวนั้นค่อนข้างดีทีเดียวถึงแม้จะเทียบไม่ได้กับหลั๋วอีอีก็ตามแต่พวกเธอก็มีความเร็วและอัตราความสำเร็จสูงกว่าเภสัชกรทั่วไปอยู่พอสมควรฉินโจ้วคำนวณคร่าวๆ จากเตาปรุงยาที่มีอยู่ในมือแล้วแต่ละคนน่าจะปรุงยาแดงได้คนละประมาณ 1,000 ขวด และยาน้ำเงินประมาณ 800ขวดต่อหนึ่งคืน

            ในตอนนี้ราคาของยาน้ำมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่โดยราคาของยาแดงจะอยู่ที่ 3.5 เหรียญเงิน ส่วนยาน้ำเงินราคาอยู่ที่ 5 เหรียญเงินรายรับของสามคนในคืนนี้คงน่าจะได้ราวๆ 105-120 เหรียญทองหักค่าใช้จ่ายออกไปแล้วคงเหลือประมาณ 80 เหรียญทองได้ แน่นอนว่าถ้าทั้งสามคนเริ่มปรับปรุงจนชำนาญกว่านี้จำนวนยาก็คงจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆในตอนนี้ก็ยังไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลนสมุนไพรฉินโจ้วเชื่อในพรสวรรค์ของทั้งสามสาวการที่จะเปลี่ยนเป็นเภสัชกรระดับกลางก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

            ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน : ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นหลั๋วอีอีที่เลื่อนขั้นเป็นเภสัชกรระดับกลาง

            หลั๋วอีอีตื่นขึ้นจากการทำสมาธิดวงตาของเธอส่องประกายแบบที่ไม่สามารถอธิบายได้

            เมื่อเห็นร่างหลั๋วอีอีปกคลุมไปด้วยแสงสามสีฉินโจ้วก็รู้ได้ทันทีว่าเธอได้เพิ่มระดับเรียบร้อยแล้ว

            "ยินดีด้วยนะ"ฉินโจ้วและสามสาวต่างพูดขึ้นพร้อมกัน

            หลั๋วอีอียิ้มแย้มอย่างมีความสุขก่อนจะพูดว่า"ขอบคุณนะ ลองดูที่ยาขวดนี้ก่อน ฉันรู้สึกได้ว่ามันน่าประหลาดใจมาก"

            เมื่อเปิดเตาออกทันใดนั้นก็ได้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมา เมื่อหยิบยาออกมาทั้งหมดมีอยู่ 6,000 ขวดโดยเพิ่มมาอีก 2,000 ก่อนจะมีการเพิ่มระดับ หลังจากที่ตรวจสอบสถานะแล้วทั้งห้าคนถึงกับยืนนิ่งไปทันที

            ยาพลังชีวิตระดับ1 : หลังจากที่ใช้ จะสามารถเพิ่มพลังชีวิตถาวรได้ 10 หน่วย ไม่มีเงื่อนไขในการใช้

            ยาพลังจิตระดับ1 : หลังจากที่ใช้ จะสามารถเพิ่มพลังจิตได้ถาวร 10 หน่วย ไม่มีเงื่อนไขในการใช้

            แค่10 หน่วย ที่เพิ่มขึ้นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีแล้ว ค่าสถานะนี้เป็นเรื่องปกติแต่ที่สำคัญคือ ไม่มีเงื่อนไขในการใช้ นั่นหมายถึงว่าสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีผลข้างเคียง100 ขวดก็เท่ากับพลังชีวิต 1,000 หน่วยตอนนี้มียาพลังชีวิตและยาพลังจิตอยู่อย่างละ 3,000 ขวด ถ้าคุณใช้คนเดียวทั้งหมดก็เท่ากับมีพลังชีวิต 30,000 หน่วย กับพลังจิตอีก 30,000 หน่วยแค่ได้ยินจำนวนก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนพากันตื่นเต้นได้แล้ว

            "ปรุงเพิ่มได้ไหม?"ฉินโจ้วรีบถามอย่างไว

            "ไม่ได้"หลั๋วอีอีส่ายหน้า (จบเลย...)

            ฉินโจ้วพยักหน้าเขาเองก็เคยได้ยินมาบ้างว่าผู้เล่นสายสร้างนั้นจะสามารถเข้าสู่ขอบเขตลึกลับได้ในช่วงที่กำลังเลื่อนระดับพวกเขามักจะสร้างบางสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาออกมาแต่ว่าการเข้าสู่ขอบเขตนั้นเป็นเรื่องยากคนธรรมดาทั่วไปน้อยคนนักที่จะโชคดีและมีโอกาสได้เข้าไป

            "อีอีลองผลของเภสัชกรระดับกลางหน่อยสิ" เย่เซี่ยวหรูแทบรอไม่ไหว

            "อืมม..."หลั๋วอีอีเองก็ต้องการทดสอบผลของเภสัชกรระดับกลางว่าเมื่อเทียบกับระดับต้นแล้วต่างกันอย่างไรเธอวางสมุนไพรลงในเตาก่อนเริ่มลงมือปรุงมันซึ่งดูเหมือนว่าจะใช้เวลาเพียงครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับเย่เซี่ยวหรูกับคนอื่นๆในการปรุงยา ในที่สุดก็ได้ยาที่ปรุงเสร็จเรียบร้อย

            ยังคงเป็นยาเวอร์ชันอัปเกรดแต่ปริมาณนั้นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า คาดการณ์อย่างหยาบๆ ด้วยความเร็วระดับนี้คืนนี้น่าจะได้ยาแดงเวอร์ชันอัปเกรด 5,000 ขวด กับยาน้ำเงินเวอร์ชันอัปเกรด 4,500ขวด

            เนื่องจากตอนนี้ได้มียาระดับกลางออกมาบ้างแล้วแต่จำนวนที่ยังค่อนข้างน้อย มันจึงส่งผลกับราคาของเวอร์ชันอัปเกรดอยู่บ้างโดยราคาของยาแดงเวอร์ชันอัปเกรดจะอยู่ที่ 10 เหรียญเงินและยาน้ำเงินเวอร์ชันอัปเกรดอยู่ที่ 12 เหรียญเงิน ดูท่าคืนนี้คืนเดียวหลั๋วอีอีก็จะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,040 เหรียญทองไปแล้ว หักค่าใช้จ่ายออกไปก็ต้องเหลือกำไรไม่ต่ำกว่า800 เหรียญทองทีเดียว

            "ว้าว...หลั๋วอีอี เธอสุดยอดมากเลย สามารถใช้ทักษะหนึ่งใจสองมือได้(ทำหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน) เธอเก่งกว่าพวกเราสามคนอีกฉันเริ่มรู้สึกว่าฉันนั้นดูแย่ไปเลย" เถาฟางส่ายหน้าในขณะที่พูดชื่นชม

            สีหน้าของเฉินยู่เริ่มไม่ค่อยมั่นใจเธอได้ยินว่าหลั๋วอีอีนั้นสามารถใช้หนึ่งใจสองมือได้แต่จำนวนที่ได้นี่มันมากกว่าเธอเสียอีก เธอรู้จักรุ่นพี่หลายคนหนึ่งในนั้นก็เลื่อนระดับเป็นเภสัชกรระดับกลางตั้งแต่แรกแต่จำนวนยาที่ปรุงได้นั้นน้อยกว่า แถมยังห่างไกลกับของหลั๋วอีอีมากนักในคืนเดียวเธอปรุงยาแดงได้ 2,000 ขวด และยังเป็นยาแดงแบบธรรมดาอีกด้วยความสามารถของหลั๋วอีอีนี่เป็นเรื่องที่ต่อต้านสวรรค์โดยแท้

            "ปีศาจชัดๆ"เย่เซี่ยวหรูมองไปที่หลั๋วอีอี แต่ไม่รู้จะพูดอะไร

            มีแต่ฉินโจ้วคนเดียวที่ท่าทีไม่ได้เปลี่ยนแปลงเขารู้มานานแล้วว่าหลั๋วอีอีนั้นมีพรสวรรค์สูงในด้านการปรุงยา แม้ว่าถ้าหลั๋วอีอีมีความสามารถมากกว่านี้อีก เขาเองก็คงไม่ประหลาดใจตอนนี้เขาค่อนข้างมีความสุขมากสิ่งที่คิดในตอนนี้ก็คือจะทำอย่างไรกับยาพลังชีวิตระดับหนึ่ง และยาพลังจิตระดับหนึ่งดีควรจะขายทิ้งหรือจะเก็บไว้ใช้เองดี นี่ค่อนข้างเป็นปัญหาสำหรับเขาอยู่เหมือนกัน

            ในขณะที่ฉินโจ้วกำลังใช้ความคิดอยู่นั้นหลั๋วอีอีก็ได้หยิบเอาสูตรสำหรับปรุงยาออกมาแล้วกดเรียนรู้  ก่อนจะเริ่มการปรุงยาดอกไม้สีน้ำเงินนั้นเป็นส่วนผสมหลักของการปรุงยา 'หยั่งเหยียนตัน'แต่ส่วนผสมอื่นนั้นไม่รู้จะไปหาจากที่ไหนบังเอิญที่รุ่นน้องของเธอนั้นได้สูตรปรุงยาหยั่งเหยียนตันมาโดยบังเอิญแต่เธอไม่สามารถปรุงได้ เพราะไม่มีดอกไม้สีน้ำเงินดังนั้นหลั๋วอีอีเลยขอซื้อสูตรปรุงยามาในราคา 10 เหรียญทอง

            ในขณะที่อยู่ในห้วงความคิดฉินโจ้วก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยกลิ่นของยาเมื่อมองออกไปก็เห็นยาเม็ดขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือสามเม็ด มีสีแดงกระจ่างคล้ายเลือดกระจ่างใสราวกับหยก เหมือนหินโมราสีแดง มีแสงสีม่วงอยู่รอบๆก่อนจะส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกไป ซึ่งทำให้คนที่อยู่รอบๆ ต้องการที่จะลิ้มลอง

            ดูเหมือนยาเม็ดอันนี้จะมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงและแม้แต่คนทั่วไปก็อดใจไม่ไหวที่อยากจะลิ้มลองมันสักครั้งดูจากที่เฉินยู่และคนอื่นๆ จ้องมองมันราวกับพวกเธอได้พบกับสาวงามพวกเธอจ้องไปที่ยาทั้งสามเม็ดอย่างตาไม่กะพริบ ดูไปก็คล้ายกับเด็กทารกกำลังจ้อง...

            หยั่งเหยียนตัน: ยาเม็ดที่ล้ำค่า สามารถรักษาความอ่อนเยาว์ได้ตลอดไป หลังจากที่กินเข้าไปจะทำให้รูปร่างหน้าตาไม่แก่ลง เพิ่มค่าเสน่ห์อีก 1 แต้ม เพิ่มความสนิทสนมกับ NPC อีก +30%  มีโอกาสทำให้ได้รับภารกิจเพิ่มอีก+5%

            "เอื๊อก..."

            เป็นเสียงกลืนน้ำลายของใครสักคนอ่อนเยาว์ตลอดไป รูปร่างหน้าตาไม่แก่ลงแค่สองประโยคนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้หญิงพากันคลั่งไคล้อย่างหนักแล้วคาดว่าคงจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยอมแลกเปลี่ยนด้วยอายุขัยตัวเองสัก 10 ปีฉินโจ้วเองก็ไม่ได้คาดว่ายาหยั่งเหยียนตันนี้จะมีคุณสมบัติดีกว่าที่คิดแถมยังมีการเพิ่มค่าสถานะของเสน่ห์ซึ่งค่าเสน่ห์นั้นก็น่าจะเป็นค่าสถานะที่ถูกซ่อนไว้และถ้ามียาที่สามารถเพิ่มค่าสถานะที่ซ่อนไว้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีแค่สถานะเดียวก็เพียงพอที่จะเรียกว่าเป็นยาที่หาได้ยากแล้วต่อให้มีพันเหรียญทองก็ไม่คุ้มที่จะแลก

            ฉินโจ้วหยิบยาเม็ดทั้งสามไว้ก่อนจะใส่เข้าไปในแหวนและพูดกับหลั๋วอีอีว่า "คุณสามารถปรุงยาเม็ดที่หาได้ยากระบบน่าจะให้รางวัลคุณ"

            หลั๋วอีอีพยักหน้า"แค่พรสวรรค์เล็กน้อย"

            นอกจากจะมีค่าสถานะซ่อนแล้วสายตาของฉินโจ้วก็เปลี่ยนไปเมื่อเขามองไปที่หลั๋วอีอีดูเหมือนว่าโชคของสาวน้อยคนนี้จะมีมาตลอดเลยส่วนสามสาวนั้นรู้อยู่ว่ายาเม็ดนี้พวกเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ก็ยังคงจ้องมองมาที่ฉินโจ้วอย่างใจจดใจจ่อ ท่าทางเหมือนเด็กรอกินลูกอม

            ฉินโจ้วพยายามทำใจแข็งกับสิ่งดึงดูดใจนี้ในเมื่อสามารถปรุงยาหยั่งเหยียนตันได้เช่นนี้ก็สมควรที่จะต้องฉลองกันหน่อยเขาจึงพูดกับสี่สาวว่า "ไปหาอะไรกินที่ภัตตาคารเปี่ยมโชคกันผมเลี้ยงเอง"

            "ว้าวๆๆ..."เรื่องราวแห่งความสุขสามารถสร้างได้ คนที่ชอบกินอาหารถือว่าที่นี่เป็นเหมือนแดนสวรรค์ท่าทางความรู้สึกขื่นขมของสามสาวเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนมาเป็นมีความสุขในทันที"สุดยอดมากเลย หัวหน้า"

            สีหน้าท่าทางที่เปลี่ยนไปราวกับพลิกหนังสือนี้ดูๆ ไปแล้วก็รู้สึกว่าเหมือนเป็นการแสดงอย่างไรไม่รู้ ฉินโจ้วรู้สึกเหมือนตัวเขาเองจะโดนหลอกเสียแล้ว

    คล้ายกับเรื่องพิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน