“โอสถของจริงขอรับ ข้ายืนยันได้” นี่นางจะไม่ให้ข้าพูดอันใดเลยหรือ ยัยเด็กตัวแสบเอ๊ย
หลังจากได้รับคำยืนยัน เหล่าชาวบ้านและผู้คนที่รอการพิสูจน์ต่างก็ได้เงียบเสียงลง แม้จะมีใครบางคนที่แสดงออกว่ายังไม่เชื่อ แต่ก็ไม่สามารถกระทำการสิ่งได้เพราะคนที่รับรองในครั้งนี้ ถือเป็นบุคคลที่มีอำนาจมากมายที่คนธรรมดาจะกล้าเข้าไปสอดมือได้
เช่นนั้นมีใครสงสัยอันใดหรืออยากพิสูจน์อันใดอีกหรือไม่เจ้าค่ะ เงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากคนเหล่านั้นอีก และเช่นเดิม โดยโอสถระดับอนันตกาล ที่นางคิดจะวางขายเป็นโอสถตามใบสั่ง โดยราคาที่คิดจะคิดตามความพอใจของนาง เพราะนางเป็นเจ้าของ จะเอาแต่ใจบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกละมั้ง
“ต่อไปนะเจ้าค่ะ ชั้นสุดท้ายชั้นบนสุด จะเป็นห้องรับรองหรือห้องติดต่อผู้ซื้อขายที่มีระดับพิเศษขึ้นไปทั้งแต่ ระดับสาม ระดับสอง และระดับหนึ่งคือระดับที่พิเศษที่สุดเจ้าค่ะ” อย่างที่ว่าหากอยากให้ร้านเป็นที่พูดถึง และมีหน้ามีตาในสังคมไม่ว่าจะยุคไหนๆ การทำให้ร้านของตนเองมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าบางกลุ่มย่อมจะเป็นตัวที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้อย่างแน่นอน
“การเป็นคนมีเงินในโลกนี้ ยากเสียจริง เห่อ”
“ข้าๆ ข้าอยากขึ้นไปชั้นบน”
“อย่างเจ้าจะมีปัญญาหรือไง เหอะ”
“เจ้าก็เหมือนข้านั้นแหละ”
“เหอะ”
“เช่นนั้น หากไร้ข้อสงสัยอันใด ข้าขอเปิดร้านให้ทุกท่านได้ชมและเลือกซื้อตั้งแต่นี้ไปนะเจ้าค่ะ หวังว่าทุกท่านจะให้ความสนใจในร้านของเรา ขอบคุณเจ้าค่ะ”
เป่ยจิน เมื่อเห็นว่าเวลานี้ ทุกคนกำลังให้ความสนใจในสินค้ามากกว่าคำพูดของนางแล้ว จึงเอ่ยออกมา เพื่อจบบทสนทนาในที่สุดและปล่อยให้ทุกคนได้เดินสำรวจร้านของนางในทันที
หากถามว่าตอนนี้นางมีพนักงานกี่คนนั้น ก็ตอบได้เลยว่า ไม่มี … ใช่นางไม่มีพนักงานที่ไว้ใจได้แม้แต่คนเดียว เดือดร้อนให้คนในตระกูลเป่ยและตระกูลซู ต้องออกมาเป็นพนักงานต้อนรับกันให้วุ่น ถามว่าหากมีปัญหาใดขึ้นมา นางมั่นใจว่าท่านพ่อท่านแม่ ท่านตา กระทั่งท่านยายนั้น สามารถแก้ไขปัญหาได้แน่นอน
อย่าลืมว่าพวกเข้าได้เข้าไปในมิติของนางเพื่อฝึกพลัง แต่นางใช่จะให้พวกเขาทำแค่นั้นไม่ นางยังให้เจี่ยฉง สอนตำราต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตำราปราณ ตำราการฝึกยุทธ์ ตำราการปกครอง ตำราการออกศึก การวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ตำราค้าขายและตำราต่างถิ่นอีกมาย
โดยในชั้นแรกนั้นนางได้ให้ท่านตาและท่านยายเป็นคนดูแล โดยมีคนในตระกูลซูคอยช่วยเหลือ และในชั้นสองนางได้ให้ท่านพ่อท่านแม่ เพียงสองคนเป็นคนดูแล ส่วนนางทำสิ่งใดงั้นหรือ หึหึ นางก็ควบคุมชั้นสามเพียงคนเดียวและมีหน้าที่ดูแลสินค้ารวมไปถึงความปลอดภัยโดยรวมทั้งหมด อืม จะตอบแบบนั้นก็คงได้แหละ
“ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอไปคุยกับเถ้าแก่เฉินเรื่องการสร้างเรือนพักต่อนิดหน่อยนะเจ้าค่ะ” เมื่อเป่ยจินเห็นว่า ทุกอย่างเป็นไปได้ดี จึงเอ่ยออกมา
“เช่นนั้นตาไปกับเจ้าด้วยดีกว่า ไปคนเดียวอันตราย” ทางเป่ยตงหลินที่เห็นว่าหลานสาวต้อการออกไปข้างนอกในเวลานี้ จึงเอ่ยขอตามไปด้วย
“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะท่านตา ลำบากท่านยายต้องดูแลชั้นหนึ่งเพียงลำพังแล้ว จะไหวหรือไม่เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเดี๋ยวแม่ลงไปดูแลกับท่านยายดีกว่าจินเออร์ ให้พ่อเจ้าอยู่ชั้นสองไปเถิด” เหมยหลินที่ตอนนี้ มีความกล้าและความมั่นใจมากขึ้น จึงเอ่ยขึ้นมาม เพื่อให้เป่ยจินได้วางใจและบ่งบอกให้รู้ว่า นางสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเองแล้ว
“ได้ๆ อาเหมย” ซานหลงเอ่ยออกมา
“ขอบพระคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นไปกันเถอะเจ้าค่ะ ท่านตา” เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจึงเริ่มออกเดินทาง
เป่ยจินและท่านตาก็ได้เดินทางมาถึงร้านของเถ้าแก่ซื่อเฉิน
“เชิญขอรับ อ้าวยัยหนู ตาเฒ่า มาได้อย่างไรกัน วันนี้วันเปิดร้านพวกเจ้ามิใช่หรือ ข้าว่าเย็นๆ จะเข้าไปแสดงความยินดีเสียหน่อย” เถ้าแก่ซื่อเฉินเอ่ยทักออกไปทันทีที่หันมาเห็นว่าคนที่เข้ามาในร้านของตนนั้นเป็นใคร
“คารวะเจ้าค่ะ เถ้าแก่ซื่อเฉิน”
“ฮ่าๆ ยัยหนู ดีๆ ยินดีกับเจ้าด้วย” เถ้าแก่ซื่อเฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นเด็กสาวตรงหน้าเปิดกิจการ
“ขอบพรุคุณเถ้าแก่มากๆ เลยเจ้าค่ะ การปรับปรุงร้านของท่าน เยี่ยมยอดไปเลยเจ้าค่ะ”
“หืม เยี่ยมยอดงั้นรึ ดีๆ เจ้าเด็กคนนี้ ฮ่าๆ ว่าแต่วันนี้มากันทำไมหรือ”
“แหะๆ ข้าจะมาพูดคุยเรื่องการต่อเติมบ้านเจ้าค่ะ”
“ออ ดีๆ ข้าว่าวันนี้จะเข้าไปแล้วล่ะ ช่วงนี้ แม้งานจะเยอะก็จริง แต่คนงานก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ข้าว่าไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ก็เรียบร้อยแล้วล่ะ”
“เช่นนั้นก็ดีเลยเจ้าค่ะ เถ้าแก่ ข้าจะได้วางแผนทำกิจการอื่นๆ ต่ออีก อิอิ ส่วนแบบก็ตามที่ข้าเคยพูดไว้เลยเจ้าค่ะ หากท่านต้องกาสิ่งใดเพิ่มก็ให้บอกท่านตาได้เลยนะเจ้าคะ”
“อืม หากเจ้าต้องการอันใดก็บอกข้า”
“ดีๆ ขอบใจพวกเจ้ามากที่มาสร้างรายได้ให้ข้าอีกแล้ว ฮ่าๆ”
หลังจากที่ผ่านไปได้ หนึ่งอาทิตย์ปรากฏว่า โรงเรือนและบ้านพักคนงานที่ต้องการก็ได้เสร็จลงแล้ว โดยบ้านพักคนงานข้าให้สร้างโดยมีลักษณะคล้ายตึกแถวในโลกอนาคต เพียงแต่ การตกแต่งและวัสดุทำมาจากไม้ นอกจากนี้ ยังแยกโรงอาบน้ำสำหรับฝ่ายบุรุษและสตรีออกจากกัน เพื่อป้องกันการมุ่งร้าย ถึงแม้ข้าจะมั่นใจว่าบ่าวที่รับมาในอนาคตจะไม่มีนิสัยเช่นนั้นแน่นอน เพียงแต่จิตใจมนุษย์ ดังสุภาษิตที่ว่า ยากแท้หยั่งถึงนั้นเอง
ส่วนร้านขายสมุนไพรและโอสถนั้นนับได้ว่ากำลังเจริญรุ่งเรื่องอย่างมาก เพราะเริ่มมีลูกค้าติดต่อเข้ามาให้หลอมโอสถตามใบสั่งมากขึ้น แต่ก็เริ่มมีหลายฝ่ายมาหยั่งเชิงเช่นกัน ฉะนั้นใบสั่งแต่ละใบจึงต้องผ่านการสืบประวัติก่อนที่ข้าจะทำการค้าขายกันก่อน เผื่อตัดปัญหายุ่งยากในอนาคต
“ท่านตาเจ้าขาาาาาาา”
“หืมมมอันใดหรือจินเออร์” ท่านตาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะเก็บเงินที่กำลังนับอยู่ เพื่อเงยหน้าขึ้นมามองหลานสาวที่ทำเสียงอ้อนแปลกๆ
“คือว่า ข้าอยากไปโรงค้าทาสเจ้าค่ะ”
"อืมม จริงด้วยสินะ เรื่องคนงานนะหรือ"
“เจ้าค่ะ ท่านตาเก่งมากๆ เลยเจ้าค่ะ”
“เปี๊ยะะ/// ท่านแม่ท่านตีข้าด้วยเหจตุใดเจ้าค่ะ”
“ลามปามใหญ่แล้วนะเจ้า หืมม”
“แหะๆ ข้าเพียงแต่หยอกท่านตาต่างหากเจ้าค่ะ”
“ฮ่าๆ ใช่ๆ หลานสาวข้าหยอกข้าเล่นเท่านั้นแหละ จริงหรือไม่”
“อิอิ เจ้าค่ะ เช่นนั้นไปหรือไม่เจ้าคะ”
“ไปสิ แล้วจะชวนอาซานไปด้วยหรือไม่”
“ข้าว่ายังก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ เว้นบุรุษไว้ที่นี้สักคนดีกว่า แม้จะครอบครัวซูอยู่ เพียงแต่ตอนนี้ข้ายังไม่มีเวลาถอนพิษและฟื้นฟูพลังให้พวกเขาเลย เกรงว่าเผื่อเกิดอันใด้ขึ้นจะลำบากเจ้าค่ะ”
“หืม รอบคอบ ได้ๆ งั้นเรารีบไปกันเถิด”
“เจ้าค่ะ”
เป่ยจินและเป่ยตงหลินจึงเดินทางไปโรงค้าทาสที่เดิม เมื่อครั้งก่อน หากถามว่าทำไมถึงกลับมาที่นี้อีกครั้ง ก็เพราะตลาดแห่งนี้เป็นตลาดค้าทาสที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้นั้นแหละ
เมื่อมาถึงโรงค้าทาส การแต่งตัวของนางและท่านตาในวันนี้ทำให้มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากตั้งแต่บรรลุพลังปราณมาและมีระดับที่สูงขึ้น ทั้งนางและคนในครอบครัวต่างดูมีความสง่าและภาพลักษณ์คล้ายกับตระกูลชนชั้นสูงจริงๆ ทำให้ผุ้ดูแลรีบเข้ามาทักทายในทันทีที่เดินมาเหยียบหน้าร้าน
“คารวะนายท่านและคุณหนูขอรับ ไม่ทราบว่ากำลังมองหาทาสประเภทใดหรือไม่”
ชายผู้ที่คาดว่าจะเป็นผู้ดูแลคนใหม่เอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม และน้ำเสียงที่บ่งบอกได้ว่าได้รับการอบรมมาดีในเรื่องของการปฏิบัติตัวต่อหน้าลูกค้าในแต่ละชนชั้นเอ่ยขึ้นมา
“ข้าต้องการทาสจำนวนมากเจ้าค่ะ ขอแบบขายขาดเลยนะเจ้าคะ”
“เช่นนั้นรับเป็นทาสชายหรือหญิงจำนวนเท่าใดขอรับ”
ใครหลายคนอาจจะมองว่าโหดร้ายมากมายสำหรับคำพูดที่เอ่ยออกมา เหมือนชีวิตคนๆ นึงเป็นสิ่งของ เพียงแต่การเลือกเกิดไม่ได้ของพวกเขาหลายๆ คนในกรงขังนั้น ชีวิตล้วนถูกลิขิตไว้โดยเจ้านายของตนเอง ตั้งแต่อยู่ในกรงจนกระทั่งออกจากกรงขัง เพียงแต่สำหรับข้านั้น หากพวกเขาจงรักภัก ข้าก็พร้อมจะดูแลเยี่ยงมนุษญ์คนนึงแน่นอน
“อืม ข้ายังไม่ระบุจำนวนเลยเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอเดินดูก่อนได้หรือไม่”
“ย่อมได้แน่นอนขอรับ เช่นนั้นข้าจะนำทางคุณหนูไปห้องรับรองฝั่งของทาสชายก่อนเป็นเช่นไรขอรับ”
“เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ แต่รบกวนท่าน ช่วยแยกเพศชายออกตามสิ่งที่ข้าบอกได้หรือไม่เจ้าคะ”
“เช่นไรหรือขอรับ”
“แยกตามราคา ความสามารถและสภาพร่างกายเจ้าค่ะ จากนั้นให้เข้ามาทีละกลุ่ม แล้วข้าและท่านตาจะเลือกไปทีละกลุ่มที่เข้ามา”
“ได้ขอรับคุณหนู เช่นนั้นนายท่านและคุณหนู เชิญรอด้านใน ข้าขอเวลาสักครู่นะขอรับ ข้าจะให้บ่าวนำของทานเล่นมาบริการขอรับ”
ปล.1 สวัสดีครับบบทุกคน ถามว่าทำไมหายไปนานหลายวัน คือกดดันตัวเองพยามปิดตอนให้ได้ตามที่รับปากไว้ เลยเครียดมากเลยครับ
ปล.2 ฝากคอมเนท์กันหน่อยย อันไหนดี ไม่มี ชอบไม่ชอบ เพราะคุณคือกระจกสำหรับเราเสมอ
ปล.3 รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับช่วงนี้พายุเข้าฝนตกบ่อยมาก นี่เจ็บคอไอคอกไอแคกมาหลายวันแล้ว