เป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 1

    ตอนที่​ 51 เหตุการณ์​วุ่นวาย

    “โอสถของจริงขอรับ ข้ายืนยันได้” นี่นางจะไม่ให้ข้าพูดอันใดเลยหรือ ยัยเด็กตัวแสบเอ๊ย 

    หลังจากได้รับคำยืนยัน เหล่าชาวบ้านและผู้คนที่รอการพิสูจน์ต่างก็ได้เงียบเสียงลง แม้จะมีใครบางคนที่แสดงออกว่ายังไม่เชื่อ แต่ก็ไม่สามารถกระทำการสิ่งได้เพราะคนที่รับรองในครั้งนี้ ถือเป็นบุคคลที่มีอำนาจมากมายที่คนธรรมดาจะกล้าเข้าไปสอดมือได้ 

    เช่นนั้นมีใครสงสัยอันใดหรืออยากพิสูจน์อันใดอีกหรือไม่เจ้าค่ะ เงียบกริบ ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากคนเหล่านั้นอีก  และเช่นเดิม โดยโอสถระดับอนันตกาล ที่นางคิดจะวางขายเป็นโอสถตามใบสั่ง​ โดยราคาที่คิดจะคิดตามความพอใจของนาง​ เพราะนางเป็นเจ้าของ​ จะเอาแต่ใจบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกละมั้ง 

    “ต่อไปนะเจ้าค่ะ ชั้นสุดท้ายชั้นบนสุด จะเป็นห้องรับรองหรือห้องติดต่อผู้ซื้อขายที่มีระดับพิเศษขึ้นไปทั้งแต่ ระดับสาม ระดับสอง และระดับหนึ่งคือระดับที่พิเศษที่สุดเจ้าค่ะ” อย่างที่ว่าหากอยากให้ร้านเป็นที่พูดถึง และมีหน้ามีตาในสังคมไม่ว่าจะยุคไหนๆ การทำให้ร้านของตนเองมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าบางกลุ่มย่อมจะเป็นตัวที่สามารถดึงดูดลูกค้าได้อย่างแน่นอน 

    “การเป็นคนมีเงินในโลกนี้​ ยากเสียจริง​ เห่อ” 

    “ข้าๆ​ ข้าอยากขึ้นไปชั้นบน” 

    “อย่างเจ้าจะมีปัญญาหรือไง​ เหอะ​” 

    “เจ้าก็เหมือนข้านั้นแหละ” 

    “เหอะ” 

    “เช่นนั้น​ หากไร้ข้อสงสัยอันใด​ ข้าขอเปิดร้านให้ทุกท่านได้ชมและเลือกซื้อตั้งแต่นี้ไปนะเจ้าค่ะ​ หวังว่าทุกท่านจะให้ความสนใจในร้านของเรา​ ขอบคุณ​เจ้าค่ะ” 

    เป่ยจิน เมื่อเห็นว่าเวลานี้ ทุกคนกำลังให้ความสนใจในสินค้ามากกว่าคำพูดของนางแล้ว จึงเอ่ยออกมา เพื่อจบบทสนทนาในที่สุดและปล่อยให้ทุกคนได้เดินสำรวจร้านของนางในทันที 

    หากถามว่าตอนนี้นางมีพนักงานกี่คนนั้น ก็ตอบได้เลยว่า ไม่มี … ใช่นางไม่มีพนักงานที่ไว้ใจได้แม้แต่คนเดียว เดือดร้อนให้คนในตระกูลเป่ยและตระกูลซู ต้องออกมาเป็นพนักงานต้อนรับกันให้วุ่น ถามว่าหากมีปัญหาใดขึ้นมา นางมั่นใจว่าท่านพ่อท่านแม่ ท่านตา กระทั่งท่านยายนั้น สามารถแก้ไขปัญหาได้แน่นอน 

    อย่าลืมว่าพวกเข้าได้เข้าไปในมิติของนางเพื่อฝึกพลัง แต่นางใช่จะให้พวกเขาทำแค่นั้นไม่ นางยังให้เจี่ยฉง สอนตำราต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตำราปราณ ตำราการฝึกยุทธ์ ตำราการปกครอง ตำราการออกศึก การวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ตำราค้าขายและตำราต่างถิ่นอีกมาย  

    โดยในชั้นแรกนั้นนางได้ให้ท่านตาและท่านยายเป็นคนดูแล โดยมีคนในตระกูลซูคอยช่วยเหลือ และในชั้นสองนางได้ให้ท่านพ่อท่านแม่ เพียงสองคนเป็นคนดูแล ส่วนนางทำสิ่งใดงั้นหรือ หึหึ นางก็ควบคุมชั้นสามเพียงคนเดียวและมีหน้าที่ดูแลสินค้ารวมไปถึงความปลอดภัยโดยรวมทั้งหมด อืม จะตอบแบบนั้นก็คงได้แหละ 

    “ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอไปคุยกับเถ้าแก่เฉินเรื่องการสร้างเรือนพักต่อนิดหน่อยนะเจ้าค่ะ” เมื่อเป่ยจินเห็นว่า  ทุกอย่างเป็นไปได้ดี​ จึงเอ่ยออกมา 

    “เช่นนั้นตาไปกับเจ้าด้วยดีกว่า ไปคนเดียวอันตราย” ทางเป่ยตงหลินที่เห็นว่าหลานสาวต้อการออกไปข้างนอกในเวลานี้​ จึงเอ่ยขอตามไปด้วย 

    “เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะท่านตา ลำบากท่านยายต้องดูแลชั้นหนึ่งเพียงลำพังแล้ว จะไหวหรือไม่เจ้าค่ะ” 

    “เช่นนั้นเดี๋ยวแม่ลงไปดูแลกับท่านยายดีกว่าจินเออร์ ให้พ่อเจ้าอยู่ชั้นสองไปเถิด” เหมยหลินที่ตอนนี้​ มีความกล้าและความมั่นใจมากขึ้น​ จึงเอ่ยขึ้นมาม​ เพื่อให้เป่ยจินได้วางใจและบ่งบอกให้รู้ว่า​ นางสามารถทำสิ่งต่างๆ​ ได้ด้วยตนเองแล้ว 

    “ได้ๆ อาเหมย” ซานหลงเอ่ยออกมา 

    “ขอบพระคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”   

    “เช่นนั้นไปกันเถอะเจ้าค่ะ ท่านตา”  เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจึงเริ่มออกเดินทาง 

    เป่ยจินและท่านตาก็ได้เดินทางมาถึงร้านของเถ้าแก่ซื่อเฉิน 

    “เชิญขอรับ อ้าวยัยหนู ตาเฒ่า มาได้อย่างไรกัน วันนี้วันเปิดร้านพวกเจ้ามิใช่หรือ ข้าว่าเย็นๆ จะเข้าไปแสดงความยินดีเสียหน่อย”  เถ้าแก่ซื่อเฉินเอ่ยทักออกไปทันทีที่หันมาเห็นว่าคนที่เข้ามาในร้านของตนนั้นเป็นใคร 

    “คารวะเจ้าค่ะ เถ้าแก่ซื่อเฉิน” 

    “ฮ่าๆ ยัยหนู ดีๆ ยินดีกับเจ้าด้วย”  เถ้าแก่ซื่อเฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงยินดีอย่างยิ่ง​ ที่ได้เห็นเด็กสาวตรงหน้าเปิดกิจการ 

    “ขอบพรุคุณเถ้าแก่มากๆ เลยเจ้าค่ะ การปรับปรุงร้านของท่าน เยี่ยมยอดไปเลยเจ้าค่ะ” 

    “หืม เยี่ยมยอดงั้นรึ ดีๆ เจ้าเด็กคนนี้ ฮ่าๆ ว่าแต่วันนี้มากันทำไมหรือ” 

    “แหะๆ ข้าจะมาพูดคุยเรื่องการต่อเติมบ้านเจ้าค่ะ” 

    “ออ ดีๆ ข้าว่าวันนี้จะเข้าไปแล้วล่ะ ช่วงนี้ แม้งานจะเยอะก็จริง แต่คนงานก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ข้าว่าไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ก็เรียบร้อยแล้วล่ะ” 

    “เช่นนั้นก็ดีเลยเจ้าค่ะ เถ้าแก่ ข้าจะได้วางแผนทำกิจการอื่นๆ ต่ออีก อิอิ ส่วนแบบก็ตามที่ข้าเคยพูดไว้เลยเจ้าค่ะ หากท่านต้องกาสิ่งใดเพิ่มก็ให้บอกท่านตาได้เลยนะเจ้าคะ” 

    “อืม หากเจ้าต้องการอันใดก็บอกข้า” 

    “ดีๆ ขอบใจพวกเจ้ามากที่มาสร้างรายได้ให้ข้าอีกแล้ว ฮ่าๆ” 

    หลังจากที่ผ่านไปได้ หนึ่งอาทิตย์ปรากฏว่า โรงเรือนและบ้านพักคนงานที่ต้องการก็ได้เสร็จลงแล้ว โดยบ้านพักคนงานข้าให้สร้างโดยมีลักษณะคล้ายตึกแถวในโลกอนาคต เพียงแต่ การตกแต่งและวัสดุทำมาจากไม้ นอกจากนี้ ยังแยกโรงอาบน้ำสำหรับฝ่ายบุรุษและสตรีออกจากกัน เพื่อป้องกันการมุ่งร้าย ถึงแม้ข้าจะมั่นใจว่าบ่าวที่รับมาในอนาคตจะไม่มีนิสัยเช่นนั้นแน่นอน เพียงแต่จิตใจมนุษย์ ดังสุภาษิตที่ว่า ยากแท้หยั่งถึงนั้นเอง 

    ส่วนร้านขายสมุนไพรและโอสถนั้นนับได้ว่ากำลังเจริญรุ่งเรื่องอย่างมาก เพราะเริ่มมีลูกค้าติดต่อเข้ามาให้หลอมโอสถตามใบสั่งมากขึ้น แต่ก็เริ่มมีหลายฝ่ายมาหยั่งเชิงเช่นกัน ฉะนั้นใบสั่งแต่ละใบจึงต้องผ่านการสืบประวัติก่อนที่ข้าจะทำการค้าขายกันก่อน เผื่อตัดปัญหายุ่งยากในอนาคต 

    “ท่านตาเจ้าขาาาาาาา” 

    “หืมมมอันใดหรือจินเออร์” ท่านตาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะเก็บเงินที่กำลังนับอยู่ เพื่อเงยหน้าขึ้นมามองหลานสาวที่ทำเสียงอ้อนแปลกๆ 

    “คือว่า ข้าอยากไปโรงค้าทาสเจ้าค่ะ” 

    "อืมม จริงด้วยสินะ เรื่องคนงานนะหรือ" 

    “เจ้าค่ะ ท่านตาเก่งมากๆ เลยเจ้าค่ะ” 

    “เปี๊ยะะ/// ท่านแม่ท่านตีข้าด้วยเหจตุใดเจ้าค่ะ” 

    “ลามปามใหญ่แล้วนะเจ้า หืมม” 

    “แหะๆ ข้าเพียงแต่หยอกท่านตาต่างหากเจ้าค่ะ” 

    “ฮ่าๆ ใช่ๆ หลานสาวข้าหยอกข้าเล่นเท่านั้นแหละ จริงหรือไม่” 

    “อิอิ เจ้าค่ะ เช่นนั้นไปหรือไม่เจ้าคะ” 

    “ไปสิ แล้วจะชวนอาซานไปด้วยหรือไม่” 

    “ข้าว่ายังก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ เว้นบุรุษไว้ที่นี้สักคนดีกว่า แม้จะครอบครัวซูอยู่ เพียงแต่ตอนนี้ข้ายังไม่มีเวลาถอนพิษและฟื้นฟูพลังให้พวกเขาเลย เกรงว่าเผื่อเกิดอันใด้ขึ้นจะลำบากเจ้าค่ะ” 

    “หืม รอบคอบ ได้ๆ งั้นเรารีบไปกันเถิด” 

    “เจ้าค่ะ” 

    เป่ยจินและเป่ยตงหลินจึงเดินทางไปโรงค้าทาสที่เดิม เมื่อครั้งก่อน หากถามว่าทำไมถึงกลับมาที่นี้อีกครั้ง ก็เพราะตลาดแห่งนี้เป็นตลาดค้าทาสที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้นั้นแหละ 

    เมื่อมาถึงโรงค้าทาส การแต่งตัวของนางและท่านตาในวันนี้ทำให้มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากตั้งแต่บรรลุพลังปราณมาและมีระดับที่สูงขึ้น ทั้งนางและคนในครอบครัวต่างดูมีความสง่าและภาพลักษณ์คล้ายกับตระกูลชนชั้นสูงจริงๆ ทำให้ผุ้ดูแลรีบเข้ามาทักทายในทันทีที่เดินมาเหยียบหน้าร้าน 

    “คารวะนายท่านและคุณหนูขอรับ ไม่ทราบว่ากำลังมองหาทาสประเภทใดหรือไม่” 

    ชายผู้ที่คาดว่าจะเป็นผู้ดูแลคนใหม่เอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม และน้ำเสียงที่บ่งบอกได้ว่าได้รับการอบรมมาดีในเรื่องของการปฏิบัติตัวต่อหน้าลูกค้าในแต่ละชนชั้นเอ่ยขึ้นมา 

    “ข้าต้องการทาสจำนวนมากเจ้าค่ะ ขอแบบขายขาดเลยนะเจ้าคะ” 

    “เช่นนั้นรับเป็นทาสชายหรือหญิงจำนวนเท่าใดขอรับ” 

    ใครหลายคนอาจจะมองว่าโหดร้ายมากมายสำหรับคำพูดที่เอ่ยออกมา เหมือนชีวิตคนๆ นึงเป็นสิ่งของ เพียงแต่การเลือกเกิดไม่ได้ของพวกเขาหลายๆ คนในกรงขังนั้น ชีวิตล้วนถูกลิขิตไว้โดยเจ้านายของตนเอง ตั้งแต่อยู่ในกรงจนกระทั่งออกจากกรงขัง เพียงแต่สำหรับข้านั้น หากพวกเขาจงรักภัก ข้าก็พร้อมจะดูแลเยี่ยงมนุษญ์คนนึงแน่นอน 

    “อืม ข้ายังไม่ระบุจำนวนเลยเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอเดินดูก่อนได้หรือไม่” 

    “ย่อมได้แน่นอนขอรับ เช่นนั้นข้าจะนำทางคุณหนูไปห้องรับรองฝั่งของทาสชายก่อนเป็นเช่นไรขอรับ” 

    “เช่นนั้นก็ได้เจ้าค่ะ แต่รบกวนท่าน ช่วยแยกเพศชายออกตามสิ่งที่ข้าบอกได้หรือไม่เจ้าคะ” 

    “เช่นไรหรือขอรับ” 

    “แยกตามราคา ความสามารถและสภาพร่างกายเจ้าค่ะ จากนั้นให้เข้ามาทีละกลุ่ม แล้วข้าและท่านตาจะเลือกไปทีละกลุ่มที่เข้ามา” 

    “ได้ขอรับคุณหนู เช่นนั้นนายท่านและคุณหนู เชิญรอด้านใน ข้าขอเวลาสักครู่นะขอรับ ข้าจะให้บ่าวนำของทานเล่นมาบริการขอรับ”

     

    ปล.1 สวัสดีครับบบทุกคน ถามว่าทำไมหายไปนานหลายวัน คือกดดันตัวเองพยามปิดตอนให้ได้ตามที่รับปากไว้ เลยเครียดมากเลยครับ 

    ปล.2 ฝากคอมเนท์กันหน่อยย อันไหนดี ไม่มี ชอบไม่ชอบ เพราะคุณคือกระจกสำหรับเราเสมอ 

    ปล.3 รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับช่วงนี้พายุเข้าฝนตกบ่อยมาก นี่เจ็บคอไอคอกไอแคกมาหลายวันแล้ว 

    คล้ายกับเรื่องเป่ยจิน...ข้าจะย้อนอดีตไปสร้างความร่ำรวย เล่ม 1 ที่คุณอ่าน