ณ คฤหาสน์หลังใหญ่แถวสาทร สาวใช้ร่วมสิบชีวิตกำลังทำความสะอาดบ้าน ส่วนหนึ่งกำลังเตรียมวัตถุดิบในการทำอาหารอยู่ในครัวสุดหรู คนสวนสามคนกำลังรังสรรค์ต้นไม้ให้เป็รูปร่างต่างๆที่สวยงาม แม่บ้านผู้าุโท่านหนึ่งเดินตรงขึ้นไปชั้นสองเพื่อเคาะประตูปลุกเ้านายของเขา ก่อกๆๆ ก่อกๆๆ
"คุณหนูคะ ได้เวลาตื่นไปโรงเรียนแล้วค่ะ…"
"ครับ..แม่สาย ยุแต่งตัวเสร็จตั้งนานแล้วครับ วันนี้เปิดเรียนวันแรกยุไม่ยอมไปสายหรอก ว่าเเต่เช้านี้มีอะไรกินบ้างครับ ยุหิวแล้วอ่ะ" ชายหนุ่มผู้สูงโปร่ง เปิดประตูมาพร้อมกับชุดนักเรียนที่สะอาดตา วันนี้เป็วันเปิดเรียนวันแรก เขาจึงดีใจมากๆที่จะได้เจอเพื่อนๆ หญิงาุโตรงหน้าคือแม่สาย เธอคือแม่นมหรือคนที่ทำหน้าที่ดูเเลพายุมาตั้งเเต่เล็กๆ ่เวลาที่พ่อของเขาไม่อยู่ แม่สายถือได้ว่าเป็แม่คนที่สองของพายุเลยก็ว่าได้ เธอจัดเสื้อผ้าพรางมองหน้าพายุด้วยความชื่นชม เด็กน้อยขี้เเยในวันที่แม่เสียคนนั้นจะเติบโตมาเป็หนุ่มหล่อสูงโปร่งขนาดนี้ เธอรู้สึกภูมิใจแทนแม่ของพายุมากที่มีลูกชายหน้าตาน่ารัก นิสัยดีมีมารยาทขนาดนี้
"เช้านี้มีข้าวต้มปลากับโอวัลตินร้อนๆของโปรดคุณหนูยังไงละคะ เเต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหมคะ ลงไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะ สายเตรียมอาหารขึ้นโต๊ะหมดแล้วค่ะ"
"ครับ..เอ่อ..แล้วพ่อล่ะครับ?"
"คุณผู้ชายออกไปทำงานตั้งเเต่เช้าแล้วค่ะ"
"อ่อ..ครับ" พายุหน้าถอดสี จากที่ตื่นเต้นดีใจเมื่อครู่กลับกลายเป็หยิบกระเป๋านักเรียนด้วยท่าทางไม่ค่อยดี เขาเดินคอตกทำหน้าเบื่อโลกลงมาจนถึงชั้นล่าง แม่สายเดินตามหลังมารู้ดีว่าพายุรู้สึกยังไงแต่เธอก็ยังไม่สามารถหาช่องทางในการปลอบได้ พายุเดินมายังห้องอาหารที่กว้างใหญ่มีคนยืนรอรับใช้เกือบสิบกว่าคน เเต่ทว่าผู้ร่วมโต๊ะทานข้าวนั้นกลับไม่มีเลย พายุลอบถอนหายใจแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร แม่สายตักข้าวต้มมาวางตรงหน้าพร้อมกับโอวัลตินหนึ่งแก้ว พายุนั่งมองไปรอบๆโต๊ะพร้อมกับตักข้าวต้มปลาเข้าปากไปหนึ่งคำ เขาถอนหายใจอีกหนึ่งทีพร้อมกับวางช้อนตักข้าวต้มแล้วมองไปยังโต๊ะที่พ่อกับแม่ของเขาเคยนั่ง ภาพการนั่งทานข้าวพร้อมหน้าค่อยๆเลือนหายไป กิจวัตรเช่นนี้พายุได้เจออยู่เป็ประจำเเต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะชินเลยซักครั้ง
"โต๊ะอาหารนี่มันกว้างจังเลยนะครับ ยุว่าตัดมันออกซัก 90% ดีไหม เพราะยังไงแล้วก็มีแต่ยุนั่งกินข้าวคนเดียวทุกวันอยู่แล้ว เฮ้อ!!"
"โถ่คุณหนู อย่าน้อยใจไปเลยนะคะ คุณผู้ชายท่านออกไปทำงานหาเงินมาซื้อของเล่นมาให้คุณหนูไงคะ"
"แม่สาย ยุไม่ใช่เด็กแล้วนะ..บางครั้งยุก็สงสัยนะว่าพ่อเขาไม่มีเวลาว่างบ้างเลยรึไง ยุเห็นพ่อทำงานมาตั้งเเต่ยุจำความได้แล้วนะ จะทำไปจนถึงเมื่อไหร่?"
"คุณหนู…"
"บางทียุก็ลืมไปแล้วนะว่าพ่อ คุยกับยุครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ยุอิ่มแล้วล่ะครับ เรียกพี่ต้นให้ยุเลย"
"เเต่คุณหนูเพิ่งจะทานไปแค่คำเดียวเองนะคะ…คุณหนูคะ.."
"ยุเอาเเค่โอวันตินเเก้วเดียวพอครับ ยุจะสายแล้ว ไปนะครับ" พายุยกแก้วโอวันตินกับกระเป๋านักเรียนเดินไปหน้าบ้าน ซึ่งตอนนี้ต้นได้เอารถมารอรับพายุที่หน้าบ้านแล้ว พายุชื่นชอบการดื่มโอวันตินเพราะตอนที่ครอบครัวเขายังสมบูรณ์ แม่กับพ่อมักจะชงโอวันตินให้เขาดื่มตอนเช้าเสมอ ทว่าเมื่อแม่ของเขาเสียไปพ่อก็อุทิศตนเองให้กับงานจนหน้าที่นี้ตกมาเป็ของแม่สายแทน พายุมองแก้วโอวันตินที่มือพร้อมกับยกมันขึ้นมาดื่มด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยสดชื่น
"อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าครับคุณหนู มาครับผมช่วยถือกระเป๋าให้ครับ โอ้โหวันนี้คุณหนูได้โอวันตินแก้วใหญ่เลยนะครับ ท่าทางน่าอร่อยนะครับ"
"อร่อย..ถ้ามีคนกินด้วย พี่ต้นอยากลองชิมไหมครับ ยุยกให้"
"ไม่เป็ไรครับ ผมดื่มกาแฟมาแล้วครับ อ้า!! 7:30 น. เช้านี้ไม่สายแน่นอนรถพร้อมแล้ว เชิญครับ!!" ต้นเปิดประตูรถพร้อมกับผายมือไปที่เบาะ พายุเดินขึ้นรถพร้อมกับแก้วโอวันตินคู่ใจ ต้นรีบปิดประตูแล้ววิ่งอ้อมไปยังฝั่งคนขับ เขาไม่รอช้ารีบสตาร์ทและขับตรงไปที่โรงเรียนของพายุทันที ขณะเดินทางไปโรงเรียนพายุก็เอาเเต่มองโอวันตินในแก้วอย่างไม่ละสายตา ทำเอาต้นรู้สึกแปลกใจที่วันนี้คุณหนูของเขาไม่ดีใจที่เปิดเทอมวันแรกเลย
"แม่สายชงไม่ถูกใจหรอครับคุณหนู ผมไม่เห็นคุณหนูยกดื่มเลย"
"ยุรู้สึกว่าโอวันตินวันนี้มันจืดกว่าทุกๆวันเลยพี่ต้นและมันจืดลงไปเรื่อยๆจนแทบจะจำรสชาติเดิมของมันไม่ได้อีกแล้วครับ" คำพูดของพายุมันไม่ได้ทำให้ต้นนึกถึงรสชาติของโอวันตินเลย ในทางกลับกันต้นกลับนึกถึงความโดดเดี่ยวที่พายุต้องเผชิญในทุกๆวัน แปลกเเต่ว่าคนเต็มบ้านเเต่พายุก็ยังรู้สึกตัวคนเดียวอยู่ดี
"รสชาติของมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนชงหรอกครับ มันอยู่ที่คนกินมากกว่า ต่อให้คนชงตั้งใจชงให้มันจืดแค่ไหน เเต่ถ้าคนดื่มคิดว่ามันหวานมันก็หวานอยู่ดี คุณหนูว่าจริงไหมครับ" คำพูดของต้นทำให้พายุเก็บมาคิดทบทวนจนได้คำตอบว่าคืออะไร พายุยิ้มได้อีกครั้งเขารีบหยิบมือถือออกมากดโทรหาผู้เป็พ่อทันที ต้นมองผ่านกระจกหลังเห็นว่าพายุยิ้มได้ เขาก็อุ่นใจที่พายุเข้าใจในสิ่งที่เขา้าจะสื่อ
("ฮัลโหล..ว่าไงลูกชายของพ่อ วันนี้ไปเรียนวันแรก สายรึเปล่าครับ?")
"ไม่สายเลยครับ ยุออกมาแล้วพี่ต้นกำลังไปส่งที่โรงเรียน คุณพ่อเป็ยังไงบ้างครับ ทานข้าวรึยัง เช้านี้ยุทานข้าวต้มปลากับโอวันตินด้วยนะครับ"
("โอ้โห น่าอิจฉาจัง ถ้างั้นพ่อต้องขอให้แม่สายชงให้พ่อซักแก้วแล้วล่ะ ตั้งใจเรียนนะลูกพ่อไปทำงานก่อน พ่อรักลูกนะ")
"ยุก็รักพ่อครับ สวัสดีครับ" พายุวางสายด้วยรอยยิ้มกว้างกว่าปกติ เขาหันมาดื่มโอวันตินแก้วนั้นจนหมด พร้อมกับจูบที่ข้างแก้วด้วย พายุกลับมากระปรี้กระเปร่าและตื่นเต้นกับการไปเรียนวันแรกอีกครั้ง ต้นชำเลืองมองกระจกด้านหลังแล้วรู้สึกสบายใจที่คุณหนูผู้ร่าเริงของเขากลับมาเป็ปกติแล้ว พายุเห็นว่าต้นเเอบมองอยู่เขาจึงหันไปยิ้มกว้างใส่ต้นอีกครั้ง
"ขอบคุณนะครับ"
"คุณหนูขอบคุณผมเื่อะไรครับ?"
"ก็ขอบคุณเื่รสชาติโอวันตินไงครับ ฮึฮึ"
"คร้าบบบ!!" ต้นพยักหน้าและรู้สึกภูมิใจมากที่คุณหนูตัวเล็กตัวน้อยในวันนั้น เติบโตเป็ผู้ใหญ่รู้จักคิดทบทวนเองได้แล้ว ปีนี้พายุอายุ 19 ปีแล้ว เขากำลังก้าวเข้าสู่วัยของผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวและสิ่งที่ผู้ใหญ่จะต้องเจอต่อจากนี้มันก็ไม่ใช่เื่ที่สามารถคาดเดาได้เลยนั่นเอง….