เช้าวันใหม่ หานเทียนเสียงรู้สึกตัวขึ้นมาอีก เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนั้น เขาเองก็จำมิได้ และก่อนที่จะคิดอะไรได้มากกว่านั้น เสียงของเซียนกระบี่ก็ลอยเข้ามา
"วันแรกเจ้ารับพลังของข้าไป หนึ่งในสามแล้ว วันนี้เจ้ารับอีกสองในสามส่วน พรุ่งนี้ก็รับไปทั้งหมด เท่ากับว่าเจ้ามีกำลังภายในเทียบเท่ากับข้า เมื่อตอนก่อนที่ข้าจะบาดเจ็บแล้ว" เซียงเหลียงอารมณ์ดีที่เห็นหานเทียนเสียงยังไม่ตาย และคืบหน้าไปได้อีกส่วนหนึ่งแล้ว
"ข้าระบมไปหมดทั้งตัวเลย อาจารย์" หานเทียนเสียงบ่น พร้อมกับเดินไปปรุงยาให้ตนเองและเซียนเหลียงกินคนละชุด
"เจ้าไม่ต้องปรุงยามาให้ข้านะ มันเปล่าประโยชน์" เซียงเหลียงแจ้งแก่ลูกศิษย์
"ทำไมล่ะท่านอาจารย์? ยาข้าถึงไม่ทำให้ท่าน หายเป็นปลิดทิ้งแต่ก็ทุเลาอาการได้นะ" หานเทียนเสียงมั่นใจฝีมือปรุงยาของตนเองพอสมควร
"ข้าบอกว่าไม่ต้อง ก็คือไม่ต้อง.."
"ครับๆ ไม่นึกว่าคนแก่ก็กินยายากเหมือนกัน" หานเทียนเสียงบ่น
"ไม่ใช่เช่นนั้น เจ้าบ้า..แต่ช่างเถอะ รีบกินข้าวปลา แล้วเร่งฝึกต่อ คราวนี้นอกจากรับพลังแล้ว เจ้าต้องฝึกโคจรพลังให้คล่อง ให้ได้เหมือนเฟยฮุ่ย"
"ทำไมต้องเปรียบกับนางด้วย..."
"ตั้งแต่ข้าเกิดมา ยังไม่เคยเห็นใครโคจรพลังได้เร็ว ปรับลมปราณได้เร็ว และยังโคจรลมปราณได้ถี่ขนาดนี้ นี่ขนาดนางมีอาการบาดเจ็บภายในซ่อนอยู่นะ น่าเสียดายที่ข้ายังไม่ได้ใช้พลังขั้นสูงสุดสู้กับนาง ข้าประมาทนางไปหน่อย" เซียงเหลียงชื่นชมนางจากใจจริง
"ที่จริงนางก็กินสมุนไพร ตั้งแต่เด็กเช่นเดียวกับอาจารย์ นั่นแหละ เพียงแต่ว่านางกินเพราะรักษาอาการบาดเจ็บจากการฝึกยุทธ พ่อข้าปรุงยาบำรุงให้นางกินร้อยแปดชนิด แถมข้ายังขโมยยาอายุวัฒนะที่พ่อข้าได้มรดกมาจากบรรพบุรุษไปแอบปรุงให้นางกินด้วย พ่อตีข้าเสียเกือบตาย" หานเทียนเสียงด้วยความเป็นห่วงตามประสาเด็ก ได้แอบขโมยของสำคัญของบิดาไปปรุงยาให้เฟยฮุ่ยกิน จนน่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งในความแข็งแกร่งของเฟยฮุ่ย
"ถ้าเจ้าทำภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็รีบมาต่อกันเถอะ เวลาข้ามีน้อยพอๆ กับเจ้า" เซียนเหลียงชวนลูกศิษย์ถ่ายทอดพลังกันต่อ
การถ่ายทอดพลังของเซียนกระบี่ให้กับหานเทียนเสียงจึงได้ดำเนินต่อไป แม้จะแลกด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่หานเทียนเสียงก็ยอมทุกอย่าง จนกระทั่งวันที่สาม เขาก็เริ่มฝึกโคจรลมปราณได้บ้างแล้ว
"เจ้าโคจรลมปราณเคลื่อนผ่านจุดชึพจรทั้งหมดได้คล่องขึ้นแล้ว หลังจากนี้ให้หมั่นฝึกปรือบ่อยๆ ก็จะชำนาญ ฮ่าๆ อั่กก.." เซียงเหลียงหัวเราะด้วยความปลื้มปิติ ก่อนจะกระอักโลหิตแดงฉานออกมาเต็มพื้น จนหานเทียนเสียงหันมาดูด้วยความตกใจ
"ทำไมอยู่ๆ อาการของท่านเกิดทรุดหนักขึ้นมาได้ ท่านอาจารย์ นี่เพราะท่านไม่กินยานะสิ" หานเทียนเสียงบ่นที่เซียงเหลียงไม่ยอมกินยาจนอาการแย่ลง
"ไม่มีประโยชน์ๆ เป็นเพราะข้าถ่ายทอดพลังให้เจ้าทั้งหมดแล้ว ร่างกายจึงไม่มีกำลังเหลือต้านทานอาการบาดเจ็บได้ เดิมทีถ้าเป็นคนธรรมก็ตายไปนานแล้ว เจ้าก็รู้ดีนี่" เซียงเหลียงปรับอิริยาบถมานั่งกึ่งนอนเนื่องจากรู้เหนื่อยหอบ จากการถ่ายทอดพลังไปจนหมด
"ท่านก็ไม่น่าถ่ายพลังมาให้ข้าจนหมดเลยนี่นะ ท่านอาจารย์ ท่านน่าจะเก็บไว้รักษาอาการบาดเจ็บของท่านบ้าง" หานเทียนเสียงพูดด้วยความเป็นห่วง
"มันเป็นความปรารถนาของข้าเอง ข้าได้ฉายาเซียนกระบี่ ทั้งชีวิตมีแต่การฝึกยุทธ์ ต่อให้ข้าเก็บพลังไว้ส่วนหนึ่ง แต่ชีพจรบางส่วนข้าถูกทำลายไปแล้ว ข้าก็ต้องกลายเป็นคนพิการอยู่ดี ไม่สามารถฝึกยุทธ์ให้ก้าวหน้ากว่าเดิมได้อีก แต่มีเจ้ามาสืบทอดต่อ นับเป็นวาสนา เมื่อเจ้าใช้วิชาของข้า ก็เหมือนชื่อของข้ายังคงอยู่ในยุทธภพนี้ด้วย เช่นนี้แหละดีแล้ว..." เซียนกระบี่รู้ตัวว่าอาการของตนรักษาไม่หายแน่ การถ่ายทอดวิชาต่อนับว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขา
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์ บุญคุณของอาจารย์ ข้าจะไม่มีวันลืม" หานเทียนคำนับอาจารย์ด้วยรู้สึกถึงบุญคุณ เพราะน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้รับความเมตตาเช่นเขา
"ถ้าเช่นนั้น อาจารย์มีเรื่องฝากฝังเจ้าสามเรื่อง และเรื่องที่จะเตือนเจ้าหนึ่งเรื่อง... เรื่องแรก ตอนนี้เจ้าสำเร็จวิชากระบี่เทวะขั้นที่เก้าเท่ากับข้าแล้ว เจ้านำเคล็ดวิชานี่ไปฝึกปรือให้คล่องท่องให้ขึ้นใจ พร้อมกระบวนท่าต่างๆ อยู่ในนี้แล้ว..." เซียงเหลียงมอบคัมภีร์ ที่บันทึกเคล็ดวิชาทั้งหมดซึ่งเขาคัดลอกมาจากการที่อาจารย์ของเขาได้จารึกไว้บนผนังถ้ำ มาใส่ลงในผ้าดิบผืนหนึ่งและนำติดตัวมาโดยตลอด ซึ่งปัจจุบันเคล็ดวิชาที่ถ้ำนั้นได้ถูกลบไปทั้งหมดแล้ว
"ศิษย์จะหมั่นฝึกปรือครับท่านอาจารย์.."หานเทียนเสียงรับปากเรื่องแรก
"เรื่องที่สอง เจ้ารับผลึกสีน้ำเงินของข้าไป เมื่อมีโอกาสให้เจ้านำไปฝึกเคล็ดวิชาที่ข้าเพิ่งคิดค้นได้ใหม่ เป็นขั้นที่สิบของกระบี่เทวะ หากเจ้าทำสำเร็จนับว่าเจ้าตอบแทนข้าแล้วส่วนหนึ่ง..."
"ศิษย์รับปากท่านอาจารย์" หานเทียนเสียงรับปากในเรื่องที่สอง
"เรื่องสุดท้าย ข้าขอให้เจ้าใช้วิชาขั้นสูงสุดของข้าประลองฝีมือกับเฟยฮุ่ย ข้าอยากรู้ผลแพ้ชนะ..." เซียงเหลียงรักในการประลองฝีมือเป็นอย่างมากหากไม่ได้แก้มือคงตายตาไม่หลับ จึงฝากเรื่องนี้ไว้กับหานเทียนเสียง
"เรื่องนี้...ข้า.."หานเทียนเสียงลำบากใจ เพราะกลัวทำเฟยฮุ่ยบาดเจ็บ
"อืม...ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ข้าให้เจ้าประลองไม่ได้ใช้เจ้าไปฆ่านาง!" เซียงเหลียงพอจะคาดเดาได้ ว่าต้องได้รับคำตอบเช่นนี้
"ถ้าประลองด้วยพลังขั้นสูงสุดกัน ต้องมีคนบาดเจ็บแน่! ข้า..ทำไม่ได้" หานเทียนเสียงรับปากไม่ได้จริงๆ
"ฮ่าๆ ข้าไม่มีเรื่องจะเตือนเจ้าแล้ว เพราะเรื่องที่ข้ากังวลจะเตือนเจ้าก็คือเรื่องจิตมารกระหายการประลอง ที่มีอยู่ในพลังของข้าจะถ่ายทอดไปสู่เจ้าด้วย ได้ฟังเช่นนี้จากปากเจ้า ข้าก็เบาใจ...ว่าเจ้าจะไม่ไปทำร้ายคนที่เจ้ารักในวันข้างหน้า..." พูดจบเซียนกระบี่ก็หลับตาลงแล้วสิ้นใจด้วยอาการสงบ
หานเทียนเสียงเห็นว่าเรื่องที่อาจารย์สั่งเสียก่อนสิ้นใจนั้น มีแต่ความห่วงใยในตัวเขา จึงคำนับร่างไร้วิญญาณด้วยน้ำตานองหน้า
