เสียงสายลมพัดผ่านเข้ามาในห้อง ทำให้เสียงกระดิ่งที่ตกแต่งอยู่ตรงหน้าต่างปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากการหลับใหล ซิงอีบิดี้เีเล็กน้อยอย่างเกียจคร้าน ตลอด1 อาทิตย์ที่ผ่านมา นางใช้แรงกายแรงใจไปมากกับการเป็ผู้ช่วยของชายหนุ่ม การช่วยงานข้างกายก็เหนื่อยพอแรงแล้วยังต้องมารองรับอารมณ์อีก ดีนะที่โลกก่อนนางเป็ผู้ช่วยดารานางเอกชื่อดังจึงสามารถรับมือกับอารมณ์ไม่พอใจได้ หนิงเกาอยู่กับชายหนุ่มมานานขนาดนี้ได้อย่างไรกันนะ
พอคิดมาถึงตรงนี้ซิงอีก็ต้องหยุดคิดทันทีเพราะหากมัวแต่ทำตัวชักช้าเกรงว่าคงไปสายแล้วโดนบ่นอีกเป็แน่ นางไม่อยากจะโดนหักค่าแรงหรอกนะ แค่โดนค่าปรับเื่ถุงหอมก็ไม่มีเงินเหลือแล้ว จึงได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำและแต่งตัวเตรียมไปหาชายหนุ่มที่เรือน
.
ณ เรือนจวี๋ฮวา
"เ้าหายดีแล้วหรือ" จางเหว่ยที่นั่งบนเตียงพูดพรางเอ่ยถามผู้ช่วยคนสนิทของเขา
"ขอบคุณคุณชายที่เป็ห่วง ข้าหายดีแล้วขอรับ"
"เช่นนั้นก็ดีแล้ว"
"เรียนคุณชาย แม่นางซิงอีมาขอรับ" บ่าวรับใช้หน้าเรือนเอ่ยเสียงดังเข้ามาให้ห้อง
"เข้ามา" หลังจากได้รับอนุญาต ซิงอีจึงผลักประตูเข้ามาในห้อง กลับพบว่าหนิงเกาเองก็อยู่ด้วย
"คารวะคุณชาย คารวะท่านหนิงเกาเ้าค่ะ" ซิงอีทำท่าคารวะจางเหว่ยก่อนที่จะหันไปทางหนิงเกา หนิงเกาเพียงส่งยิ้มกลับมาให้อย่างมีมารยาท "ให้ตายเถอะเป็แค่ผู้ช่วยเหตุใดหน้าตาดีเช่นนี้ ละมุนเหลือเกิน" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจขณะที่หนิงเกายิ้มให้
"แฮ่ม! วันนี้เ้าไม่ต้องมาช่วยข้า หนิงเกากลับมาแล้ว เ้ากลับไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ"
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อหญิงสาวเอาแต่มองผู้ช่วยของตนด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
"เ้าค่ะ"
หญิงสาวพูดพลางเดินทอดน่องออกจากเรือนไป คิดจะใช้ก็ใช้พอหมดประโยชน์ก็ไล่ยังเห็นข้าเป็คนอยู่หรือไม่
เพราะตอนนี้ปิ่นบนหัวของหญิงสาวเป็ปิ่นเงิน ฉะนั้นงานที่นางต้องทำหลังจากถูกลดตำแหน่งจากผู้ช่วยคือดูความเรียบร้อยภายในเรือน ไม่ว่าจะคอยรับใช้คุณหนู คุณชาย ซิงอีถือถาดขนมเดินเรียงแถวกับบ่าวรับใช้คนอื่นอีก 3 คนเพื่อนำไปที่ศาลาในสวนหย่อม
ทันทีที่นางมาถึงก็พบเข้ากับหญิงสาววัยกลางคน ถึงมีอายุแต่กลับมีเค้าโครงของความงามในตอนยังสาวหลงเหลืออยู่มาก
"คารวะเจียอิ๋น"
บ่าวรับใช้ที่มาพร้อมกับนางเอ่ยขึ้นพร้อมกันพลางย่อกายเล็กน้อย ก่อนที่จะนำขนมไปวางไว้ที่โต๊ะ และกลับไปยืนเรียงแถวเช่นเดิม เจียอิ๋นเหลือบตามองเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบขนมขึ้นมาทาน ต่อด้วยยกชาขึ้นดื่มมองบรรยากาศรอบข้างที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด ไม่นานก็มีผู้มาใหม่เดินมาทางศาลา หญิงสาวมองผู้ที่มาใหม่คือฟางเหนียงและมีบ่าวรับใช้ผู้ติดตามถึงสองคนเดินตามมาด้วย ฟางเหนียงเดินเข้าไปในศาลาขณะที่เดินผ่านหน้าซิงอีก็เหลือบมามองนางเล็กน้อย และเดินเลยไปหามารดาที่อยู่ในศาลา
"ลูกคารวะท่านแม่เ้าค่ะ"
ฟางเหนียงย่อกายเล็กน้อยก่อนที่จะนั่งฝั่งตรงข้ามมารดาของตน
"เ้าลองซิมขนมนี่สิ แม่พึ่งให้คนทำไว้รอเ้า"
เจียอิ๋นพูดพลางยื่นจานให้บุตรสาวของตน ซิงอีมองภาพสองแม่ลูกที่แสดงความรักต่อกัน ทำให้จู่ๆน้ำตากลับไหลออกมาดื้อๆเสียอย่างนั้น นางรู้สึกคิดถึงพ่อกับแม่ในโลกใบเก่าจนไม่อาจกลั่นอารมณ์ตนเองได้ นานแล้วไม่รู้ว่าจะเป็เช่นไรบ้างจะทุกข์ใจเพียงใดหากรู้ว่านางประสบอุบัติเหตุ หญิงสาวรีบเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม แต่กับไม่พ้นสายตาของฟางเหนียงที่มองนางอยู่
"ท่านแม่จำได้หรือไม่ เื่ที่คุณชายจางเหว่ยรับบ่าวรับใช้นางหนึ่งมาเป็ผู้ช่วย"
"ใครหรือ"
เจียอิ๋นเอ่ยขึ้นถามบุตรสาวของตน นางจำได้ดีว่าวันนั้นบุตรสาวไม่พอใจเป็อย่างมาก ถึงขั้นออกปากให้ตนไปพูดกับจางเหว่ยให้ไล่นาง แต่ตนก็ไม่สามารถที่จะทำเช่นนั้นได้ เพราะแค่เรือนยังต้องพึ่งชายหนุ่ม และที่ตนสุขสบายแบบนี้ก็เพราะชายหนุ่มเองเช่นกัน ถึงเขาจะมีศักดิ์เป็ถึงป้า แต่ก็ยังไม่กล้าวุ่นวายหรือทำให้ชายหนุ่มต้องขุ่นเคืองใจ
"เป็นาง" ฟางเหนียงพูดพลางหันไปทางซิงอีที่ไม่ได้สนใจสองแม่ลูก เพราะกำลังเช็ดคราบน้ำตาตนเองอยู่
"เ้ามานี่หน่อย"
เหล่าสาวใช้และคนอื่นๆหันมาทางซิงอีเป็ตาเดียว หญิงสาวที่รู้สึกตัวก็รีบเดินเข้าไปในศาลา และยืนก้มหน้าอย่างเรียบร้อย
"ที่เ้าร้องให้เมื่อสักครู่ คงเป็เพราะคุณชายไล่ให้กลับมาเป็บ่าวรับใช้ธรรมดาสินะ"
"เ้าค่ะ"
ซิงอีตอบรับอย่างว่าง่าย ไม่อยากที่จะอธิบายว่าที่ตนได้ทำงานเป็ผู้ช่วยจางเหว่ยเป็เพราะหนิงเกาลาพักเท่านั้น
"หึ เป็แค่บ่าวรับใช้เดิมยังเคยเป็แค่ขอทาน คนอย่างเ้ายังไม่คู่ควรจะรับใช้พวกข้าเสียด้วยซ้ำ"
เป็ฟางเหนียงที่เอ่ยขึ้นมาอย่างเหยียดหยาม ตอนที่นางกินขนมที่ตนทำเองกับมือครั้งตอนนำไปให้คุณชายจางเหว่ยชายในดวงใจ ภาพที่คุณชายมองซิงอีนั้นทำให้ฟางเหนียงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง
"ท่านแม่คนชั้นต่ำเช่นนาง ไม่คู่ควรที่จะรับใช้ท่านนะเ้าคะ"
ฟางเหนียงพูดด้วยคำร้ายกาจแต่กลับใช้น้ำเสียงอ่อนโยนและอ่อนหวาน ทำให้ผู้คนแถวนั้นไม่รู้สึกว่านางพูดแรงเกินไปแต่กลับเห็นด้วยกับฟางเหนียงเสียอย่างนั้น ซิงอีที่ได้ยินถึงกับส่ายหน้าคนแบบนี้มีด้วยหรือ นางตีบทนางร้ายในคราบนางเอกแตกเสียยิ่งกว่าดาราที่นางดูแลเสียอีก
"เด็กๆข้ารู้สึกชุดข้าที่พวกเ้าซักมิสะอาดเลยสักนิด เอาชุดข้าทั้งหมดให้นางสักซะ" ฟางเหนียงเอ่ยเสียงดัง
"ชะ..ชุดคุณหนูมีมากมายแถมทั้งอากาศยังหนาว ข้าเกรงว่านาง....." สาวใช้นางหนึ่งที่มาพร้อมซิงอีเอ่ยขึ้น แต่กลับถูกสายตาของฟางเหนียงส่งมาว่านางพูดมากจึงต้องเงียบปากไว้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นางเองที่เป็คนซักเสื้อผ้านั้นทั้งหมด
"พานางไป"
สิ้นคำฟางเหนียงสั่ง ซิงอีก็เดินตามบ่าวรับใช้ไปที่เรือนซักล้าง
"เ้ามิทำเกินไปหน่อยหรือ นางพึ่งถูกปลดจากการเป็ผู้ช่วยคุณชายจางเหว่ย" เจียอิ๋ยเอ่ยเตือนบุตรสาวของตน
"ไม่หรอกเ้าค่ะท่านแม่ หญิงแพศยาเช่นนางสมควรได้รับบทเรียน ท่านแม่อย่าสนใจเลยเ้าค่ะ ทานขนมเถิด" ฟางเหนียงพูดพลางยื่นขนมให้มารดาของตน และมองไปทางที่ซิงอีเดินไปด้วยใบหน้าแห่งความสะใจ
.
ณ เรือนซักล้าง
"นี่คือชุดของคุณทั้งหมด เ้าจัดการซักให้เรียบร้อย" บ่าวรับใช้คนสนิทของฟางเหนียงนามว่าเหยียนจิ๋นเอ่ยสั่งซิงอี และเดินออกไป
ซิงอีมองกองชุดที่ไม่ต่ำกว่า 30 ตัว และน้ำที่เย็นจัดนั้นอย่างท้อแท้ใจ "นี่สินะถึงเรียกว่าบ่าวรับใช้ของจริง" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ และถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย นางคิดอยู่แล้วว่าสักวันต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะตลอดระยะเวลาที่นางมาอยู่ที่นี่ก็พบเห็นเหตุการณ์ที่บ่าวรับใช้นางอื่นเจอเช่นกันตอนถูกทำโทษ ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้ารังแกนางเพราะเป็ผู้ช่วยของจางเหว่ยสินะ อำนาจแม้แต่ในจวนเช่นนี้ยังสำคัญมากจริงๆ
ซิงอีตักน้ำมาเทใส่เสื้อผ้าและลงมือซักทันที ด้วยอากาศในตอนนี้ที่เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว และคาดว่าอีกไม่กี่วันหิมะก็คงจะตกลงมาให้เห็น น้ำเย็นจัดเมื่อกระทบเข้ากับร่างกาย หญิงสาวถึงกับขนลุกซู่แต่นางก็ไม่ท้อ ยังนั่งซักต่อไป ซิงอีซักไปได้แค่ 10 กว่าตัวมือทั้งสองข้างกลับแดงอย่างกับลูกตำลึงสุก
"หนาวจัง"
หญิงสาวเอ่ยออกมาในที่สุดเพราะไม่สามารถทนไหวแล้ว แต่ก็ยังกัดฟันสู้ซักต่อไป เวลาผ่านไปถึง 3 ชั่วยามหญิงสาวก็ยังซักไม่เสร็จเพราะเหยียนจิ๋นนำชุดมาให้นางเพิ่มอีก 10 กว่าชุด
"โอ๊ย! ซี๊ดด~~"
หญิงสาวอุทานขึ้นมาเสียงดัง เพราะตอนนี้ที่มือของหญิงสาวมีโลหิตสีแดงไหลออกมาจึงรีบล้างน้ำทันที ซิงอีนั่งมองชุดที่เหลืออีกแค่ 2 ชุดกลับสภาพของตนเองตอนนี้ มือสองข้างที่แดงจัดเพราะัักับน้ำเย็นๆเป็เวลานาน าแที่นิ้วทั้งสองข้างและข้าวที่ตนไม่ได้กินทั้งวัน จู่ๆน้ำตาที่นางอดกลั้นมานานก็ไหลอาบแก้ม
"ข้าอยากกลับบ้าน ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว"
.
หลังจากจัดการซักชุดของฟางเหนียงเสร็จ ซิงอีก็ตรงกลับห้องพักเลยเพราะนางเหนื่อยล้าเป็อย่างมาก แต่ก่อนที่จะถึงเรือนพักกลับเจอกับผู่เย่วสหายของตนเสียก่อน
"คารวะคุณชายผู่เย่วเ้าค่ะ"
ซิงอีพูดพลางย่อกายเล็กน้อย ผู่เย่วยิ้มให้หญิงสาวทันทีแต่ตากลับเหลือบไปเห็นมือของนางที่แดงและยังมีาแอีกจึงรีบเข้ามาจับที่มือของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ซิงอีที่เห็นท่าทีของชายหนุ่มก็ใเล็กน้อย
"ขออภัยที่ทำให้เ้าใ มือของเ้าไปโดนอันใดมาหรือ"
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง เพราะเขายังไม่รู้ว่าหญิงสาวไม่ได้เป็ผู้ช่วยของจางเหว่ยแล้ว จึงคิดว่านางอาจได้รับาเ็มาจากจางเหว่ย ผู่เย่วพาหญิงสาวไปนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนบริเวณที่เขาและนางต่างตกลงเป็สหายกันครั้งแรก และเป็ที่ๆไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมามากนัก หากมาที่นี่คงไม่มีใครเห็นว่าตนทำตัวสนิทสนมกัน ชายหนุ่มพันผ้าให้หญิงสาวอย่างเรียบร้อยหลังทำแผลเสร็จ
"ขอบคุณคุณชายเ้าค่ะ"
หญิงสาวกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ ชายหนุ่มเป็คนแรกและคนเดียวที่ดีกับนางเช่นนี้ั้แ่มาอยู่ที่โลกแห่งนี้ พอได้รับความเอาใจใส่จิตใจที่เข้มแข็งของนางเมื่อสักครู่กลับอ่อนแอเสียอย่างงั้น เหมือนกับอย่างเมื่อตอนเด็กๆ เวลานางได้รับาเ็ เมื่ออยู่คนเดียวไม่เจ็บเท่ากับตอนอยู่กับแม่หรือพ่อ ตอนนี้ก็เช่นกันตอนนางกัดฟันซักผ้าให้เสร็จยังไม่เจ็บเท่าตอนชายหนุ่มถามว่าไปทำอันใดมา
น้ำตาของซิงอีค่อยๆไหลอาบแก้มทำให้ชายหนุ่มใคิดว่าตนทำนางเจ็บจึงมีสีหน้าไม่ดีนัก ขณะนั้นเองกลับมีเกร็ดน้ำสีขาวหล่นลงมาจากฟากฟ้า
"หิมะตกแล้ว"
ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างเปลี่ยนบรรยากาศ ซิงอีมองหิมะที่ตกลงมาอย่างสวยงาม ทำให้อารมณ์ของนางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ในวันที่แย่ก็ยังมีสิ่งดีๆเกิดขึ้น หิมะแรกของโลกที่นี่" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจและยิ้มให้ชายหนุ่ม
"นี่นับเป็ครั้งแรกที่ข้าได้นั่งชมหิมะแรกกับสหาย" ชายหนุ่มพูดพลางหันมายิ้มให้หญิงสาว
"ข้าเองก็เช่นกัน" ซิงอีพูดพลางยิ้มให้ชายหนุ่ม และทั้งคู่ก็พูดคุยและหัวเราะกัน ทำให้หญิงสาวลืมความทุกข์ที่ผ่านมาในวันนี้ได้ แต่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองมาที่นั่งคู่อยู่ จางเหว่ยพึ่งกลับมาจากทำธุระข้างนอก เพราะนี้คือภารกิจลับจึงต้องแอบออกไปนอกจวนเพื่อไม่ให้ใครรู้ และทางที่ทั้งคู่นั่งอยู่นั้นคือทางที่จางเหว่ยใช้ออกไปบ่อยๆ จางเหว่ยเข้ามาทันเห็นตอนที่หญิงสาวกำลังร้องให้พอดี ชายหนุ่มมองชายหญิงที่กำลังคุยหัวเราะกันอย่างมีความสุขก็รู้สึกหงุดหงิดเสียอย่างนั้น จึงสะบัดแขนเสื้อตรงกลับตำหนักจวี๋ฮวาทันที
.
ณ ตำหนักจวี๋ฮวา
จางเหว่ยยกชาขึ้นดื่ม 3 ครั้งรวดแต่กลับไม่สามารถทำให้เขาใจเย็นลงได้
"ไปตามซิงอีมา" ชายหนุ่มสั่งเสียงดัง
——-
เค่อ 1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
——————————
ยายหนูลู๊กกก อีพี่หึงแล้วมั้งนั้น????
ไรท์จะพยายามลงทุกวันน๊าาาทุกคนฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา????