ตอนที่ 96 ช็อก
2 สัปดาห์ก่อน
พวกเขาไม่ได้สนใจชินตะที่หนีไปแม้แต่น้อย คนเหล่านี้มองชินตะเป็นแค่หมูตัวหนึ่งเท่านั้นเอง จากนั้นแม็กก็ได้พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ
" คิดจะถ่วงเวลางั้นเหรอ 5555 ง่ายไปหน่อยมั้ยลุง "
พูดจบชายหนุ่มร่างเล็กก็สวมกรงเล็บเข้าไปที่มือ
" บัวขาว สงสัยนายจะไม่ได้ออกโรงหรอกนะงานนี้ 5555 "
แต่บัวขาวเมื่อเข้าโหมดต่อสู้แล้วเขาก็เหมือนกลายเป็นคนละคน เขาตอบไปด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
" ให้มันจริงเถอะ อย่าประมาทละ ! "
" รับทราบ ผบ 5555 "
แม็กยิ้มตอบรับ และตอนนั้นเองง
ฟึบบบบบ
เขาหายตัวไปทันที และเมื่อรู้ตัวอีกที ทานากะก็จับดาบขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณของเขาแล้ว
เคร๊ง
" เร็วมาก "
" นี่ !! ลุง นี่มันเพิ่งจะเริ่มเองนะ ทำไมสีหน้าเป็นแบบนั้นละ ตั้งใจหน่อยสิ "
ได้ยินเสียงดูยั่วยุของแม็ก ทานากะก็กำดาบแน่นพร้อมกับออกแรงดันแม็กออกไป ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจก็เถอะ
" หุบปาก "
ครืดดดดดดด
แม็กใช้กรงเล็บพยุงพื้นไว้ทำให้เกิดรอยเป็นกรงเล็บยาว 3 เมตร นี่พิสูจน์ได้เลยว่ากรงเล็บของเขานั้นมันคมถึงขนาดไหน
" บ่ะ แรงเยอะใช้ได้เลยนี่นา "
จากนั้นเขาก็ยิ้มอีกครั้ง
" แม็กสาระแนจริงๆ เลิกเล่นได้แล้ว รีบๆ จัดการได้แล้ว "
" ฉันขออีกสักหน่อยน่าา"
แม็กเขาไม่ได้พูดเสียงเบา แต่ถึงทานากะก็ฟังภาษาไทยไม่ออก แต่มันก็แสดงออกจากสีหน้าของแม็กชัดเจน มันเหมือนกับเขาเขียนไว้บนหน้าผากของเขาว่า " ฉันกำลังดูถูกแกอยู่นะ " ทำให้ทานากะคลั่งขึ้นมา
" อย่ามาดูถูกฉันนะโว้ยย ไอ้พวกเฮงซวย "
ในขณะที่ทั้ง 2 กำลังต่อสู้อยู่นั้น คนในค่ายก็กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับคนที่ของบัวขาวทั้งเกือบ 1 พันคน แต่คนส่วนมากของค่าย Hunter ก็เสียเปรียบอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า ก็อย่างที่บอก พวกเขาไม่ได้ฆ่าซอมบี้มานานแล้ว ทำให้เลเวลของพวกเขาคงที่ แตกต่างกับพวกเขาที่เจอซอมบี้มาตลอดทาง
เอื้ออออออออ !!!
เสียงคนร้องทรมานอย่างต่อเนื่อง
" พวกแกนี่สาระแนจริงๆ อย่าฆ่าจนหมดนะ "
เพราะถ้าคนพวกนี้ตายหมดแล้วละก็ พวกเธอคงไม่มีแรงงานรวมถึงแหล่งหาอาหารต่างๆ จูดี้เธอไม่ได้โง่ ได้ยินเสียงด่าของจูดี้ลูกน้องของเธอ ก็ทำตามทันที พวกเขาหยุดและถอยมาตั้ง Zone เป็นกำแพงและฆ่าเฉพาะคนที่กล้าพุ่งเข้ามา
5 นาทีต่อมา
" เอาละนะลุง ตอนนี้ดูเหมือนจะหมดเวลาสนุกแล้วละนะ "
ทั้งที่สถานการณ์ในการต่อสู้ตอนนี้ถือว่าสูสี ไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้งสองฝ่ายก็แค่ปะทะดาบกับกรงเล็บกันสักพักเท่านั้นเอง
" ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกกำลังพูดว่าอะไร แต่มันน่ารำคาญเป็นบ้าเลยวะ "
ย้าาาาาาาาาาาา
เมื่อแม็กได้เห็นอาการบ้าคลั่งของทานากะเขาก็ไปยิ้มพร้อมกับหัวเราะดังขึ้นมาอีกครั้ง
" ฮ่า ฮ่าฮ่า มรึงนี่มันโง่จริงๆเลยวะไอ้แก่ "
[ Claw Thunder]
จากนั้นทั่วทั้งกรงเล็บของแม็กก็เกิด ไฟฟ้าประกายขึ้นมา
แจ็ด แจ็ด
จูดี้สังเกตเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอไม่คิดจะลงมือฆ่าใครด้วยซ้ำ
" แม็กนายบ้าไปแล้วรึไง นายจะฆ่าเขารึไง "
ได้ยินเสียงของจูดี้แม็กเขาก็กลายเป็นหงุดหงิดขึ้นมา มันเหมือนกับว่าเขากำลังจะถึงจุดสุดยอดแต่มีใครบางคนมาถ่วงเวลาเอาไว้
" นี่จูดี้ เธอจะมาขวางฉันอีกนานมั้ย ที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอไม่ใช่รึไง หึ "
" หุบปากไปสะแม็ก สาระแนจริงๆ "
" เฮ้ยยย พอได้แล้ว หยุดทะเลาะกันสักที " บัวขาวได้คำรามออกมาเสียงดังลั่น ทำให้จูดี้และแม็กถึงกับชะงักลงทันที จากนั้นเขาก็เรียกจูดี้มาเพื่อสอบถามเหตุผล ไม่นานบัวขาวเขาก็เปิดปากพูดทันที
" แม็กอย่าฆ่าเขา "
" ทำไมวะ "
เขาตอบรับคำพูดของบัวขาวขณะที่ต่อสู้กับทานากะไปด้วย
" เอาเถอะน่าา จัดการให้มันเสร็จๆ แล้วฉันจะอธิบายเหตุผลให้ฟังทีหลัง "
ได้ยินแบบนั้น
[Claw Thunder]
มันก็ได้เกิดประกายสายฟ้าขึ้นมาบนกรงเล็บของแม็กอีกครั้ง
'' นี่มันอะไรกัน สายฟ้านี่มันมาจากไหน "
ทานากะตกใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ยังพยายามรวบรวมสติกลับมาอย่างรวดเร็วเพื่อจดจ่อกับการต่อสู้เป็นตายที่อยู่เบื้องหน้าของเขา
จากนั้นทานากะก็สังเกตเห็นช่องว่างของแม็ก และกำลังจะฟันไปที่หัวไหล่ของเขา
ย๊าาาา
" เสร็จฉันละ "
เกร๊กกกกก
แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวังเอาไว้ ไหล่ของแม็กไม่ได้ขาดออก แต่เป็นดาบของเขาเองที่หักออกเป็นสองท่อน ภาพที่เกิดขึ้นนี่ทำให้เขาช็อกเป็นอย่างมาก
แม็กไม่ได้ใจดีถึงขนาดปล่อยให้ทานากะตั้งตัว เมื่อทานากะไม่มีอาวุธแล้ว เขาละเลงกรงเล็บของเขา ไปทั่วร่างของทานากะทันที
ชั้ว
ชั้ว
ชั้ว
เสียงกรงเล็บค่อยๆ เฉือนเนื้อของทานากะอย่างเมามัน มันเหมือนกับการทรมานเพราะแม็กเขาเลี่ยงจุดตาย แต่เขาก็ยังหัวเราะด้วยอาการที่แสดงออกมาดูว่ามีความสุขเป็นอย่างมาก
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันจริงโว้ยยย "
ในที่สุดทานากะก็ทรุดนอนลงไปจมกองเลือดของเขาเอง และเมื่อลูกน้องทั้งหลายเป็นทานากะซึ่งผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็นหัวหน้าและแข็งแกร่งที่สุดของค่าย Hunterได้พ่ายแพ้อย่างง่ายดายเพียงเวลาแค่ไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ เข่าของพวกเขาเหมือนกับโดนลูกตุ้มขนาดใหญ่ติดเอาไว้ ตอนนี้แค่การยืนของพวกเขามันก็เป็นเรื่องที่ยากซะเหลือเกิน และในที่สุดก็มีคนแรกยอมนั่งคุกเข่าลงไปกับพื้นเพื่อแสดงว่าพวกเขายอมแพ้แล้ว
ไม่นานเมื่อมีคนแรก คนที่สองและคนต่อๆไปก็ยอมจำนนในที่สุด
" ฮ่า ฮ่า ฮ่าแค่นี้เองเหรอญี่ปุ่น ทำไมคนพวกนี้ถึงอ่อนแอถึงขนาดนี้ละ "
มันเป็นเวลาไม่นานพวกบัวขาวก็สามารถยึดค่าย Hunter ได้
3 ชั่วโมงต่อมา
จูดี้สั่งให้ลูกน้องของพวกเขาใส่โซ่ล่ามขาและมือของพวกเขาแต่ละคนเอาไว้ ซึ่งการกระทำแบบนี้มันเหมือนกับการล่ามโซ่ทาสในสมัยก่อนไม่มีผิด
ณ ประชุม
บัวขาวแม็กและจูดี้กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะขนาดใหญ่ และบัวขาวก็เป็นคนแรกที่เปิดปากพูดขึ้นก่อน
" ตอนนี้เรามีอาหารอยู่เท่าไหร่อย่างงั้นเหรอ "
จูดี้เปิดปากพูดขึ้นทันที
" ดูเหมือนว่าพวกนี้มันจะปลูกพืชอะไรสักอย่าง และถ้าพวกเราใช้พวกนี้แรงงานพวกมัน เราจะมีอาหารกินตลอดนั่นแหละ แต่ก็ยังมีข้อเสีย "
" อะไร "
ก็อาหารของพวกนี้มันมีแค่ 2-3 ประเภทเองนี่สิ แถมฉันเข้าไปดูในคลั่งเก็บอาหาร ก็มีแค่อาหารแห้งและมันก็เกือบจะหมดอยู่แล้ว ดูเหมือนว่าพวกมันก็รอให้พืชเหล่านี้โตเต็มที่เหมือนกัน "
" ไม่ต้องพูดยาวเหยียดนักหรอกจูดี้ สรุปว่าเรามีอาหารกินไม่เพียงพอใช่มั้ย "
" สาระแนจริงๆ นะแม็ก "
" เอาละๆ แล้วเราจะทำยังไงกันดีละ "
" ถ้าอธิบายให้คนทึ่มๆ แบบพวกนายเข้าใจก็คือ ขยายอาณาเขตยังไงละ "
" โอเคเข้าใจละ งั้นเอาตามนั้นไปก่อน ที่เหลือค่อยคิดที่หลัง "
เมื่อตกลงไปดังนั้นแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง แต่ถึงจะพูดอย่างงั้น คนที่มีหน้าที่จริงๆ นั้นก็คือจูดี้ เพราะบัวขาวและแม็กเมื่อจบการประชุม พวกเขาก็แยกย้ายไปฝึกทักษะของตัวเองทันที
เมื่อระยะเวลาผ่านไปอาณาเขตของค่ายของบัวขาวยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และพวกเขาก็แบ่งคนก็ไปหาของกินที่เกิดขึ้นตามป่า ทำให้มีอาหารเพิ่มมากขึ้น แต่มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขานักที่มีอาณาเขตมากมายขนาดนี้ เพราะว่าพวกเขายังมีรถในการเดินทางของค่ายเดิมอยู่นั่นเอง
ปัจจุบัน
" พี่คะ ทำไมพี่ถึงอยากไปนางาตะก่อนละคะ รึว่าพี่อยากไปเอารถมาจากค่ายของคุณทานากะอีกอย่างงั้นเหรอคะ "
มิโกะเธอเคยไปนางาตะกับริวจิแล้วหลายครั้งและทำให้เธอรู้จักกับทานากะอยู่บ้าง
" ไม่ใช่แบบนั้นหรอกมิโกะ "
พูดจบเด็กหนุ่มก็ยิ้ม ซึ่งมันคล้ายๆ กับรอยยิ้มของโจเซฟ มันให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นมิตรมาก เมื่อน้องสาวเห็นพี่ชายยิ้มมาแบบนั้น ทำให้เธอไม่อยากถามเหตุผลอะไรมากมาย เธอเลือกกินป๊อปคอร์นที่พวกเขาผลิตได้อย่างเอร็ดอร่อย
" อย่ากินเยอะมากละมิโกะ พี่ไม่รู้ว่าเราจะเจอ Gate ตอนไหน "
มิโกะเข้าใจดีว่าพวกเขาต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา นี่มันสิ่งที่ริวจิย้ำเสมอ และที่สำคัญที่สุด กินป๊อปคอร์นมันทำให้เธออ้วนด้วย
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย ในระหว่างทาง
1 ชั่วโมงต่อมา
พวกเขาก็บินมาถึงป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งมันดูอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ริวจิก็ส่งสัญญาณให้กับโทชิโอะทันที
" หยุดดดดดดดด ถึงแล้วๆ "
" ถึงอะไรอย่างงั้นเหรอครับ "
ถึงโทชิโอะจะยังไม่เข้าใจ แต่เขาก็ยังทำตามที่ริวจิสั่งโดยทันที
" เอาน่า ฉันมีธุระแถวนี้นิดหน่อย นายรออยู่นี่แหละ "
จากนั้นเด็กหนุ่มก็กระโจนลงออกมาจากฮอทันที แต่ไม่ใช่เขาคนเดียว อายูซึ่งอยู่ด้วยกันเธอก็กระโดดลงมาพร้อมกัน ทำให้มิโกะงงเล็กน้อย เพื่อเป็นการไม่น้อยหน้า ว่าถ้าพวกเขาเจอ Gate ขึ้นมาละก็ เธอจะพลาดโอกาสสำคัญไป ทำให้มิโกะกระโดดตามลงไปอย่างรวดเร็ว
" เฮ้อออ ทำไมเราต้องอยู่คนเดียวตลอดเลยหว๊าาา "
ไม่นานทั้ง 3 คนก็ลงมาถึงพื้น จากนั้นริวจิก็ลองใช้สำรวจรอบๆ เพื่อที่จะระบุหลุมฝังศพของโจเซฟ แต่ที่เขาพบนั้นไม่ใช่หลุมศพหรืออะไรที่มันคล้ายๆกัน
" แปลกแฮ่ะ ทำไมมีคนมีอาศัยอยู่แถวนี้ได้ละ "
ซึ่งตอนที่พวกเขามาที่นี่นั้นมันไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยสักคน ทำให้ริวจิแปลกใจเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะทุกคนสามารถเลือกพื้นที่ ที่อุดมสมบูรณ์ในการอยู่รอดของตัวเองอยู่แล้ว
จากนั้นริวจิก็เป็นคนเริ่มเดินนำหน้าทั้ง 2 สาวไป
5 นาทีผ่านมา
" เอ๊ ฉันว่าอยู่แถวๆ นี่ไม่ใช่หรอ "
เพื่อเช็กเพื่อความแน่ใจ ริวจิหันไปมองที่อายูที่ความจำดี แต่เธอก็ยังรู้สึกเหมือนๆกับริวจิ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปหญ้ามันก็เจริญเติบโตขึ้น และป่ามันก็ยิ่งทึ่บเข้าไปอีก
เมื่อเป็นแบบนี้ทั้ง 3 คน ก็แยกย้ายตามหา ซึ่งริวจิก็บอกกับมิโกะฟังเรื่องมาเยี่ยมพวกพ้องที่ตายของเขา ทำให้มิโกะก็ตกใจเล็กน้อย
" โจนายอยู่ไหนอย่างงั้นเหรอ นายไปซ่อนอยู่ตรงไหน ฉันเอาเนื้อมาให้ "
1 นาที ต่อมา
เด็กหนุ่มก็ยังพูดเรื่อย ๆ และประโยคสุดท้าย เมื่อเด็กหนุ่มพูดจบ ไม่นานเขาก็ต้องช็อก
เมื่อเบื้องหน้าของเขานั้นคือหลุมศพของโจเซฟก็จริง แต่สภาพของมันนั้นมันแตกต่างจากเดิมเป็นอย่างมาก หินแต่ละก้อนที่พวกเขาก่อขึ้นนั้นกลับเละเทะไม่เป็นท่าแถมอาวุธของโจเซฟก็ยังหายไป
ในตอนที่เด็กหนุ่มยังไม่หายช็อกและตอนนั้นเองก็มีเเสียงดังขึ้นมา
" นี่ แกเป็นใคร ทำไมฉันไม่เคยเห็นแกมาก่อนเลย "
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังให้ผมด้วยนะครับ