หญิงชราที่ยืนยิ้มด้านหลังเมื่อเห็นท่าทางดีใจเด็กหนุ่มกระโดดโลดเต้น กับสิ่งใหม่ๆ เด็กน้อยโยกตัวเองไปมา เพื่อดูให้แน่ใจว่าสิ่งที่ตนสวมอยู่หรือที่ติดอยู่จะไม่หลุดลอกออกมา ก่อนจะวิ่งเข้ามาหาหญิงชราที่ค่อยๆ ย่อตัวโอบใบหน้าที่ฉีกยิ้มร่าอย่างหมั่นเขี้ยว เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณสิ่งที่ตนได้รับความปลื่นปิติครั้งแรกที่เด็กน้อยสามารถยิ้มร่าได้หยั่งเต็มภาคภูมิ
ก่อนนางจะหันไปทางหมางต้า ที่ยิ้มร่าไม่ต่างกันก่อนจะหุบยิ้มทันทีเมื่อฟังสิ่งที่นางจะพูดต่อ "อย่าได้ใจไป หมางต้าใช่ว่าข้าจะไม่ได้เสาะหาสิ่งใดมาหยิบยื่นให้เจ้าหนูไป๋ สะเมื่อไหร่ นี้เจ้าตาบอดไปแล้วหรือว่าสิ่งที่ส่งมาไม่ได้มีเพียงแค่ ของเจ้าเพียงเท่านั้น ถึงทีข้าบ้างเจ้าเฒ่าหนวดหรอมแหรม เหอะคนแก่อย่างนั้นรึ พูดมาได้ เจ้าก็แก่เหมือนกันดูสายตาเจ้าเริ่มฟ่าฟางแล้วนะ ตาเฒ่า ดูสิขาเจ้าเริ่มสั่นแล้วนะนี่เจ้ารู้ตัวไหมว่าเจ้านะ ล้มขมำให้เจ้าหนูได้เห็นครั้งแรกเลยนะ สร้างเสียเชื่อครูฝึกสอนต้องมาแสดงความอนาถเช่นนี้ให้นักเรียนที่ยังไม่ได้ฝากตัวเลย เห้อ"
หมางต้าที่ฟังหัวอู่พูดเสร็จก็รีบมองดูขาตนทันที พร้อมทั้งยังพยายามทำตัวเหมือนกระโจนขึ้นแต่ ร่างตนยังยืนกับที่กลายเป็นกระโดด หยองกลางอากาศเบาๆ อย่างน่าอายตนที่ได้แต่ยืนปิดตาเขินความอายที่มีเสียงหัวเราะของหัวอู่เหริน กับไป๋ลู่ตามมา ก็อดโทษตัวเองเสียเหลี่ยมหญิงชราอีกแล้ว กับท่าทีหยอกเล่นของนางอีกครั้งและพอนึกได้ว่าจริงๆแล้ว ก็มีอีกวัตถุที่ส่งมาถึงดั่งที่นางว่ากล่าวมา
ตอนแรกนึกว่า แท่งธูปประหลาดนั้น ในความเข้าใจครั้งแรกของชายชราหมางต้า นึกว่าจะเป็นสัญลักษณ์หรือข้อความพิเศษที่สั่งมาเพื่อบอกความในหรือ แผนการอันใดที่ไม่ต้องการให้ผู้อื่นภายนอกรับรู้ เมื่อรู้อย่างนี้ตนรีบปัดโพล่งความคิดนี้ทิ้งไปทันที เพื่อไม่ให้เสียเหลี่ยมกับนางที่วางมาไว้ครั้งนี้อีกรอบ
"เพ่ยใครขาสั่นกันข้าแค่เสียปรานไปมากเท่านั้นพักหน่อยเดียวก็หายแล้ว เงียบไปเลย" ฟึ่บ! เสียงสะเก็ตไฟถูกจุดที่ตัวธูปรูปร่างเล็กเท่านิ้วก้อยเด็ก ก่อนหญิงชราจะตรงเข้าไป๋ลู่พร้อมกวักมือเรียกเด็กน้อยที่พยักหน้าตามและเดินเข้าหา อย่างสงสัย ความอยากรู้เริ่มถาโถมเข้าเด็กน้อยอีกครั้งนึง ภายในการจับจ้องของชายชราที่อยากรู้ไม่แพ้กัน
"เจ้าจงมองแสงธูปนี้ 5 อึดใจเพียงเท่านั้น เอาหละเริ่มนับได้...1 2 3 4 5 เสียงนับในใจเด็กหนุ่มพร้อมนันย์ตาทั้งสองที่จ้องมองไปที่ แสงไฟสีม่วงที่กำลังเผามอดตัวธูป ให้ลดขนาดตามเวลาที่หญิงชรากำหนด ส่วนตัวนางที่อยุ่ตรงหน้ากลับปิดตาของนางพร้อมสบัดมือไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว สาดสายลมหอบเศษดินเข้าใส่หมางต้าที่สงสัยพฤติกรรมของหญิงชราสลับกับกำลังจะจ้องมองไปที่แสงธูปตามไป๋ลู่ ....
"อ๊า! เจ้าเฒ่าหัวเจ้าทำบ้าอะไรของเจ้า! " แม้ชายชราจะพยายามปัดป้องสิ่งที่นางสาดใส่แล้วแต่การที่นางลงมือกระทันหันเกินไปอีกย่างชายชราไม่ได้ ตั้งรับหรือคิดว่านางจะใช้ลูกไม้อะไรเลย การป้องกันระหว่างเค้ากับนางจึงไม่มีอยู่
"หุบปากแล้วมองด้วยจิตของเจ้าซะเจ้าโง่"
ชายชราที่ดิ้นวกวนกลิ้งยังกะเด็กวนไปมาก็หยุดลงก่อนส่งปราณจิตสำรวจไป๋ลู่ตามคำแนะนำของหญิงชรา ก่อนจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าที่ม่านตาสีแดงฉานของเด็กหนุ่มนั้นมีปฏิกิริยาตามการจดจ้อง โดยตรงไปที่เปลวไฟสีม่วงที่ค่อยดับลงเมื่อถึงไขเทียนภายในเส้นในท้ายสุดถูกเผ้าไหม้ไปแล้ว ม่านตาเด็กน้อยกระตุกถี่ยิบเยี่ยงการเต้นของหัวใจ
ภายในม่านตาแดงฉานดั่งโลหิตจะหุบตัวค่อยๆยุบ เข้าไปด้านในส่วนลึกของลูกตาดำแทนที่ด้วนม่านตาสีม่วงใหม่เอี่ยมที่หมุนวนเข้าแทนที่ เพิ่มความลุ่มลึกไร้ก้นบ่อ ช่างดูเย็นชาและลึกลับน่าค้นหาไม่น้อย ผิดกับเด็กน้อยที่ชอบวิ่งเต้นไปทั่ว อย่างไป๋ลู่ที่ซุกซนร่าเริงตลอดเวลา
"สิ่งนี้คืออะไรเฒ่าแก่หัว? ชายชราถามด้วยความสงสัย ในขณะที่นางกลับตอบชายชราอย่างเจ็บแสบ "เอ้าๆ คนอย่างข้า วาดรูปไปวันๆ พอดีว่างมากจนอยากเรียนเรื่องโอสถ สูตรยามากมาย การลองผิดถูก ปรับเปลี่ยนปริมาณเพื่อดึงศักยภาพของตัวยา บวกกับหน่อสำนึกรู้ของเจริญชลที่ชื่นชอบศึกษาเรื่องศาสตร์ โอสถเค้าสนทนาแลกเปลี่ยนกัน จนสร้างโอสถรุ่นใหม่ที่ข้าปรับปรุงสูตรตัวยาและลดปริมาณมันลง ให้เข้ากับสภาพกับเจ้าหนูไป๋ ให้แสดงฤกธิ์ยาออกมาอย่างถึงที่สุด ว๊ามันคงจะยากไปสำหรับพวกใช้กล้ามแทนหัวที่วันๆ ตระเวณทุบ อกชกตัวประกาศตน กลัวโลกไม่รับรู้ว่าจะตายวันนี้หรือพรุ่งนี้เช่นเจ้าไปวันๆ โฮะๆ
"ธูปนี้ข้าตั้งชื่อมันว่า อินทนิลแย้มสนธยา" การปรับเปลี่ยนสีตาของมนุษย์เกิดขึ้นได้จากสภาพอารมณ์ปัจจุบันและอายุที่เป็นเงื่อนไขแต่ทว่าการจะแปรเปลี่ยน ผิวหนังที่บอบบางเช่นนั้นหากเป็นการผันเปลี่ยนสายปรานเจ้าก็รู้ว่าสามารถทำได้ง่ายดียิ่งแต่จะตบตาชาวยุทธเดียวกันได้หรือ แน่นอนว่าไม่ ข้าจึงเพิ่ม หญ้าม่วงครามและหยดน้ำตากัดกล่อนเข้าผนวกกัน"
"หญ้าม่วงครามที่เอาใช้เป็นผงหลอนจิตสำผัสและหยดน้ำตาที่เอากัดเซาะ เกาะกำแพงหรือชุดเกาะพิเศษ เมื่อทั้งสองรวมกันจะเกิดการเผาไหม้และปลดปล่อยไอหลอนกัดกล่อนจิตใจที่ควบคู่นับเป็นสิ่งที่ร้ายแรง แต่ข้าคัดนำ ปริมาณที่น้อยยิ่งกว่าน้อยจากหนึ่งในสี่ส่วนแบ่งย่อยไปเรื่อยจนได้ หนึ่งในร้อยส่วนผสานเข้ากับโลหิตเริ่มตั้งแต่ตัวอสูรไปจนถึงมนุษย์ ไอปราณที่เกาะติดตัวโลหิตนั้นจะถูกแทรกแซงทิ้งและขับสลายไปพริบตาเสหมือนเลือดคนรู้จักหากแต่ไม่อัดจำแนกว่าเลือดของผู้ใดอีกทั้ง ยังเปลี่ยนเฉดสีโลหิตนั้นให้เกิดสีม่วงคล้ำอีกตัว แน่นอนว่าต้องเกิดการทดลองนับไม่ถ้วนกว่าข้าจะแน่ใจว่าเจ้าหนูจะไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้านแม้ใช้เวลา แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาแน่นอนว่าไอผ้าง้องแง๊งของเจ้ามันก็แค่ผ้าขี้ริ้วเท่านั้น"
นางสาทยายอยู่นานจนเด็กไป๋แทบคอเอียงคอตก ชายชราก็พอรับฟังเข้าใจต่อแทบไม่มีแรงนั่งฟังต่อ เสียงนางเเทบไม่ต่างจากยา กล่อมธรรมชาติเวลาบรรยายทำให้ชายชราและเด็กหนุ่มผลอยหลับไปก่อนที่นาง จะเล่าจบไปแต่เนิน "ทีนี้เจ้ารู้แล้วใช่ไหมว่าข้าพยายามขนา....พวกเจ้า!! บังอาจมาก ทำเช่นนี้กับข้ารึบอยากตายใช่ไหม...ดี ถ้าวันนี้เลือดหัวเจ้าไม่ออกอย่าเรียกข้า หัวอู่เหริน...ฟิ้วตูม "อ๊ากก เจ้าเป็นบ้าอะไร อ๊า! ข้ายอมแล้ว, อ๊าผู้อาวุโสท่านเป็นอะไรไปนะ! ท่านอาวุโส! อ๊าข้าไม่เกี่ยวขอรับ ! ไป๋ลู่!! ช่วยข้าด้วย!
และแล้วเสียงโหยหวนของทั้งสองก็ดั่งสนั่นปลูกเหล่าเด็กๆ สะดุ้งโหยงภายในโจมด้านหลังนึกว่ามีการปะทะอันใด ก่อนจะเห็นสองบุรุษหนีตายภายใต้การโจมตีอย่างบ้าคลั่งของหญิงชราที่สลัดคราบผู้อาวุโสใจดีไปในที่สุด ภายใต้การกระโจนเข้าห้ามปรามของชาวยุทธรอบนอกที่เห็นท่าไม่ดี กลัวจะเกิดการล่าช้าในการเดินทางไปด้วย