“อ้อ… คืออาจารย์ดูดวงให้คุณหนูแพรเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ แต่ดวงเธอไม่ค่อยดีเลยอาจารย์เลยต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ด้วยน่ะครับ”
“โอ้โฮ… ทำพิธีกันนานเชียว หลายชั่วโมงเลยสิท่ากว่าจะเสร็จน่ะค่ะ”
คุณหญิงสุรีย์เผยรอยยิ้มสดใสมิได้เอะใจเลยสักนิด
อาจารย์ไม้อ้ำอึ้งคิดอะไรไม่ทันจึงได้แต่ตอบไปตามตรง
“เอ่อ… ชะ… ใช่ครับ หลายชั่วโมงเลยแต่ก็ทำพิธีเสร็จไปได้หลายยกเชียวครับ”
คุณหญิงเหนื่อยจัด ไม่ทันสังเกตคำว่า“หลายยก” ที่หลุดออกมาปากแก
หล่อนล้วงกระเป๋าสตางค์หยิบเงินแบงค์พันหลายฉบับยื่นให้ชายตรงหน้า
“ขอบคุณอาจารย์ไม้มากนะคะ วันนี้ดิฉันเหนื่อยจริงๆ ขอไม่เดินไปส่งที่รถนะคะ”
อาจารย์ไม้รับเงินปึกนั้นยิ้มร่า รีบโบกไม้โบกมือ
“อ้อ ไม่เป็นไรเลยครับ เชิญคุณหญิงพักผ่อนตามสบายเลยกระผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
แล้วรีบเดินออกไปประตูหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว
…
แพรไหมนอนคว่ำหน้าอยู่บนฟูกหนา เธอหอบเหนื่อยสั่นสะท้านไปทั้งตัวรูทั้งสองแม้จะบอบช้ำอยู่บ้าง ยังอ้าเผยอกระตุกตอดอยู่อย่างนั้น
ถึงอย่างไรเธอก็รู้ดีว่าควรทำความสะอาดร่างกายก่อนที่ป้านุ่มจะเข้ามาตามในห้องจึงค่อย ๆ คลานสี่ขาลงจากเตียง ขาทั้งสองข้างยังอ่อนแรงสั่นระริก
น้ำอุ่นร้อนข้นเหนียวไหลเยิ้มออกจากทั้งรูหน้าและรูหลัง
หยดติ๋ง ๆ ลงพื้นไม้เป็นทางยาว
เธอครางฮือทุกครั้งที่รูทั้งสองขมิบกระตุกไม่หยุด ยังคงเสร็จสมซ้ำ ๆอยู่อย่างนั้นจากแรงกระแทกอันหนักหน่วงสุดแปลกใหม่ที่เพิ่งเคยได้ลิ้มลอง
ม่ายสาวค่อย ๆ ประคองตัวเข้าไปในห้องน้ำหรูเปิดก๊อกฝักบัวปรับระดับน้ำแรงสุด
น้ำเย็นจัดพุ่งกระหน่ำลงร่างกายที่ร้อนผ่าวไหลชะล้างคราบน้ำรักเหนียวข้นที่เกรอะเต็มหน้าท้อง ต้นขา และซอกขาให้ค่อย ๆ จางลง
แพรไหมยกมือขึ้นทำความสะอาดด้วยการถูรูทั้งสองเบาๆ ยังเสียวจนตัวเกร็งทุกครั้งที่นิ้วสัมผัสไปโดนติ่งเนื้อที่บวมเป่ง
"อ้าห์ ซี้ดดดด อู้ยยยย"
ไม่อยากจะเชื่อว่าการเอากันทางประตูหลัง สลับกับรูร่านด้านหน้าจะสนองความเงี่.ยนได้อย่างถึงใจ
ส่งเธอให้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้มากมายขนาดนี้
ระหว่างที่ยืนให้สายน้ำชะเอาความกระสันสวาทให้คลายลง
ภาพใบหน้าของธนัทก็ลอยขึ้นมาชัดเจน จนแพรไหมรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ
รอยยิ้มอวบอุ่น มือหนาใหญ่ที่เคยกอดเธอไว้แน่น
เสียงกระซิบข้างหูว่า “ผมจะรับผิดชอบพี่สะใภ้เองครับ…”
แพรไหมหลับตาลงน้ำฝักบัวไหลรวมกับน้ำตาที่เอ่อล้น
หล่อนพึมพำกับตัวเองเสียงสั่น
“พิธีลงของที่พวกอาจารย์ช่วยกันทำให้หวังว่าคงจะช่วยทำให้คุณธนัทคิดถึงแพรบ้างนะคะ
แพรยอมทุกอย่าง… ขอแค่ให้คุณธนัทกลับมาหาแพรได้ไหม…”
ณ เวลานี้แพรไหมรู้ใจตัวเองแล้วว่าต่อให้เธอพยายามตัดใจจากธนัทแค่ไหนก็ตาม
ร่องรอยของความคิดถึงที่เธอมีต่อธนัทก็ไม่มีวันลบเลือนไปจากใจเธอได้เลยจริง ๆ
…
เครื่องบินลงจอดที่สุวรรณภูมิในช่วงบ่าย...
ธนัทลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่รีบบึ่งเดินตรงกลับบ้านทันทีโดยไม่แวะที่ไหน
เพราะใจมันเต้นตึกตักอยากจะเห็นหน้าแพรไหมจนแทบทนไม่ไหว
พอรถแท็กซี่จอดหน้าคฤหาสน์เขาเปิดประตูวิ่งเข้าไปทันที
คุณหญิงสุรีย์กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่โซฟา พอเห็นลูกชายก็ตาโต
“ตาธนัท! กลับมาได้ไงเนี่ย ไม่บอกแม่เลย!”
ธนัทยกมือไหว้ผู้เป็นแม่พร้อมกับยิ้มกว้าง
“เซอร์ไพรส์ครับคุณแม่! ผมเพิ่งลงเครื่องมาน่ะครับแล้วแพรไหมล่ะครับ เธออยู่ไหน?”
คุณหญิงหัวเราะเบา ๆ
“แหม… มาถึงไม่ถามสารทุกข์สุกดิบแม่สักคำมาถึงก็ถามหาหนูแพรเลยนะตาธนัท”
“เล่ามาเลยลูกทำไมถึงกลับมาได้เร็วกว่ากำหนดตั้งเกือบสองเดือน”
“งานที่สาขาอเมริกาเสร็จเรียบร้อยแล้วครับแม่ผมสะสางปัญหาทั้งหมด จัดระบบใหม่ให้เข้าที่เข้าทางแล้วทุกอย่างตอนนี้เดินได้ด้วยตัวเอง”
คุณหญิงยกคิ้ว ถามต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเยือกเย็นจนฟังดูน่ากลัวว่า
“แล้วคุณพ่อของเธอล่ะ? ทีแรกก็บอกว่าจะรีบเคลียร์งานบินกลับมาดูหน้าหลานชายคนแรกของตระกูล… แต่ไป ๆ มา ๆ จนป่านนี้ยังไม่เห็นโผล่หน้ามาเสียที”
ตอน คืนเร่าร้อนก่อนวันวิวาห์
ธนัทยิ้มมุมปาก
“ตอนแรกคุณพ่อบอกว่าจะรีบบินกลับมาน่ะแหละครับแต่ปัญหาที่สาขาเพิ่งจะเคลียร์ได้ไม่นานนี้เอง
และผมเป็นคนขอร้องคุณพ่อเองล่ะครับ… ขอให้คุณพ่อช่วยเสียสละอยู่ต่ออีกสักระยะทำหน้าที่เป็นตัวแทนผมที่นั่นก่อน
ผมบอกคุณพ่อไปตรง ๆ ว่า… ‘ผมทนอยู่ไกลแพรไหมไม่ได้แล้วครับ’”
“เอ่อ แล้วตกลงว่าแพรไหมเธออยู่ไหนหรือครับคุณแม่?”
ป้านุ่มเดินออกมาจากครัวพอดี ถือแก้วน้ำส้มที่จะยกมาเสิร์ฟให้คุณหญิงพอเห็นเจ้านายหนุ่มรูปหล่อ แกก็ยิ้มจนตาหยี
“คุณธนัทกลับมาแล้วเหรอคะ! คุณแพรเธอพักผ่อนอยู่บนห้องน่ะค่ะ”
“ถ้างั้น เดี๋ยวผมขึ้นไปเซอร์ไพรส์เธอก่อนนะครับ!”
แล้วชายหนุ่มก็รีบวิ่งขึ้นบันไดไปทันที
พอถึงหน้าห้องนอนใหญ่ เขายกมือเคาะประตูเบาๆ สามครั้ง
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก …”
ข้างในห้องนอน แพรไหมเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอสวมเดรสผ้าไหมซาตินสีแดงสดคว้านคอลึกจนเห็นร่องอกขาวผ่อง
หญิงสาวนึกว่าป้านุ่มมาเคาะเรียกจึงรีบเดินมาเปิดประตู
แพรไหมตาโต ก่อนจะร้องออกมาเบา ๆ
“คะ…คุณธนัท!!!”
แล้วพุ่งเข้าไปกอดเขาทันทีแขนโอบคอแน่นจนตัวแนบชิดกัน
ธนัทกอดตอบแน่นไม่ยอมปล่อย มือหนาลูบหลังเธอเบาๆ
“ฉันคิดถึงเธอจังเลยแพรไหม…”
ทั้งสองกอดกันอยู่นาน ใบหน้าซุกไหล่กันและกัน
บัดนี้เขาไม่ได้เรียกเธอว่า พี่สะใภ้อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มต้นจากคำพูด และต่อไปคือการกระทำ
ธนัทคลายอ้อมกอดออกช้า ๆมือหนายังเกาะเอวบางของเธอไว้แน่น
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองอย่างเต็มตาเขาก็ถึงกับตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
แพรไหมยืนอยู่ตรงหน้าเขาอยู่ในเดรสสีแดงสดบางเบาผ้าไหมเนื้อเงาแนบเนื้อ
คอวีคว้านลึกจนเห็นร่องอกขาวนวลที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเต้านมอวบตึงเบียดกันจนดันเนื้อผ้าออกมาเป็นลูก
ผ้าเนื้อบางรัดรอบเอวคอดกิ่วก่อนจะบานออกเป็นสะโพกผายใหญ่ที่โค้งมนอวบอิ่ม
เอวบางเฉียบ หน้าท้องแบนราบดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่เคยผ่านการมีบุตรมาแล้ว
ใบหน้าเธอยังแดงระเรื่อริมฝีปากกระจับอวบอิ่มน่าจุมพิต
ธนัทกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
มือที่ลูบหลังเธอเมื่อครู่รู้สึกถึงความนุ่มนวลที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
เนื้อแน่นอุ่นร้อนซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้าบาง ๆราวกับร่างกายเธอถูกปั้นแต่งขึ้นมาใหม่ให้เร่าร้อนยั่วยวนกว่าเดิมเป็นสิบเท่า
มือใหญ่ลูบลงไปตามส่วนโค้งของแผ่นหลังผ่านเอวบาง ก่อนหยุดอยู่บนสะโพกอวบที่โค้งมนนุ่มนิ่ม อดไม่ได้ที่จะบีบเค้นก้นงอนงามนั้นอย่างเผลอตัว
“นี่มันอะไรกัน แพรไหม ทำไมดูอิ่มเอิบมีน้ำมีนวลขนาดนี้? เธอคงมีความสุขมากสินะแล้วเธอ… เอ่อ ไม่คิดถึงฉันเลยเหรอ?”
เขาเอ่ยถามขณะเอาแต่จับจ้องใบหน้าแพรไหมที่ดูเปล่งปลั่งผิดปกติ
แพรไหมหน้าแดงก่ำ ได้แต่อ้ำอึ้งพลางคิดอยู่ในใจว่า…
‘ก็เพราะแพรได้น้ำดี ๆ หลั่งใส่ในตัวตลอดจากทั้งคุณพ่อของคุณ ลุงสมชาย คุณอาสรรเสริญ อาจารย์เส็ง และอาจารย์ไม้น่ะสิถึงได้อวบอิ่มแบบนี้ยังไงล่ะ’
เธอคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาความทรงจำเร่าร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดค่อย ๆ ผุดขึ้นมาในหัวแต่เธอรีบกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มหวาน
“คิดถึงมากเลยค่ะ คุณธนัทน้องไทเกอร์คงอยากจะเจอหน้าคุณอาธนัทมากเลย”
สายตาหวานเยิ้มจงใจทำตัวน่ารักเพื่อกลบความรู้สึกผิดในใจ
“ฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไปอีกแล้ว…ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม”
ธนัทก้มหน้าลงช้า ๆ ริมฝีปากหนาลงจูบเบา ๆที่มุมปากเธอก่อน
แล้วชายหนุ่มจึงค่อย ๆบดขยี้จูบไปที่ริมฝีปากกระจับอย่างหิวโหย
ลิ้นร้อนสอดเข้าไปในปากเธอทันทีตวัดม้วนเกี่ยวกันอย่างเร่าร้อน