“เช่นนั้นโปรดเจ้าระวังตัวด้วย” ซิวลั่ว ที่ยืนมือไพล่หลัง ฝ่ามือเขาปรากฏ ถุงมือแขนเหล็กศิลา พุ่งปราดออกไป ห้ำหั่นกับ โม่กวางในทันใด หมู่ชนพวกเขาที่เห็น อาวุธปลอกแขนชิ้นนั้น ของซิวลั่ว พวกเขาต่างก็รับรู้ได้ทันทีว่า ศาสตราวุธนั้นไม่ธรรมดา เมื่อมันหมุนแหวกอากาศ จนอากาศบิดเบี้ยว
เสียงตู้มเคร้ง!! ดังออกไปหลายกระบวนท่า พร้อมร่างแวบไปแวบมาของโม่กวาง หนีฝ่าห้วงมิติ ที่เขากลางม้วนตำราอาวุธ ขึ้นมาขับเคลื่อนเพิ่มการเคลื่อนที่ แหวกห้วงมิติออกไปปานสายฟ้าฟาด
ซิวลั่ว เขาถึงกับแค่นเสียง ชิ! ดังเล็ดลอดไรฟันออกมา ไม่คิดว่า โม่กวางจะหนีเก่งเช่นนี้ ครั้นถุงมือแขนเหล็กศิลา บีบจับอากาศ จนเสียง แกร๊ก!! ของอากาศแตกร้าว ดังออกมาสนั่น พร้อมแค่นเสียง โจมตี ที่คำรามออกมาก้อง
อากาศที่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ถูกซิวลั่ว ดึงเข้าหาตัวในเสี้ยวพริบตา มองเห็นห้วงอากาศ ถูกดึงอย่าหนักหน่วง แม้แต่ห้วงมิติที่โม่กวาง ใช้หลบเลี่ยงการโจมตีรุกรับ ยังเกิดการบิดเบี้ยว จวนพังทลาย เขาถึงกับแค่นเสียง ขึ้นมาด้วยความตกใจ “เป็นไปได้อย่างไร”
เมื่อเห็นร่างของเขาถูกดึง กำลังจะพลาดท่าถูกโจมตี โม่กวางรีบประสานอินฝ่ามือ ระเบิดค่ายกล ที่สลักคุ้มกันกายขึ้นมาใช้ทันใด เสียงตู้ม! งง! ที่ดังออกมาก้อง พร้อมร่างโม่กวาง ที่ปลิวกระเด็นออกไป จากเศษฝุ่นควันที่กระจัดกระจาย ทำให้ริมฝีปากโม่กวางกระอักเลือดสด ออกมากองใหญ่ ในเสี้ยวพริบตา ก่อนจะยันร่างขึ้นมายืนตัวตรง พร้อมแค่นเสียงสบถด่า ออกมาน้อยๆ “บัดซบ! บัดซบ!”
ภาพเหตุการณ์นั้น ต่างก็ทำให้คนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาต่างก็คลี่ยิ้มลำพองตนกันออกมา “เกรงว่าการต่อสู้นี้ จะรู้ผลแล้วซินะ”
“ซิวลั่ว สมกับเป็นความภาคภูมิใจ ของคนดินแดนจักรพรรดิยุคใหม่ ไม่ช้าเขาต้องต่อกร กับเหล่าอัจฉริยะ ผู้มีพรสวรรค์นิกายใหญ่ได้แน่” หลายคนครั้นได้ยิน ต่างก็พยักหน้ารับคำ
ทว่าเมื่อเห็นปฏิกิริยาผู้คนดินแดนเทพ พวกเขาต่างก็ส่ายใบหน้าออกมา ราวกับว่าการต่อสู้นี้ ไม่ผิดคาดจากที่พวกเขาคาดการณ์ ผู้คนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาที่เตรียมเย้ยหยันดูถูกดูแคลน คนดินแดนเทพ ทำให้พวกเขาไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย เมื่อไม่เห็นผู้คนเดือดดาล บ้าคลั่ง
แล้วยิ่งเห็นภาพ ภายในครรลองสายตาอี้เฉิน เขาแทบไม่ได้สนใจการสู้ ท้าประลองเสียด้วยซ้ำ สายตาเอาแต่จ้อง เด็กสาวตัวเล็กๆ นั่งบนตักหลินเฟย กล่าวพูดหยอกล้อกันไปมา ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ยิ่งทำให้พวกเขาคนดินแดนจักรพรรดิ ต่างก็เดือดดาล เป็นโทสะ หากเป็นดินแดนจักรพรรดิของพวกเขา เกรงว่าคงต้องลากไอ้หมอนี้ ไปตบสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว
ด้านซิวลั่ว ที่เห็นเศษฝุ่นควันจางหาย เขาเอ่ยพูดขึ้นมาทันใด ครั้นเห็นค่ายกลคุ้มกันปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลัน ในการป้องกันคราสุดท้ายของโม่กวาง ทำให้เขาคาดเดาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก “เจ้าเป็นปรมาจารย์ ด้านค่ายกลเช่นนั้นหรือ?”
โม่กวางเช็ดโลหิต ที่มุมปากกล่าวตอบออกมาอย่างไม่ปิดบัง “ถูกต้อง ข้าเป็นปรมาจารย์ด้านค่ายกล” ทำให้คนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขายิ่งหน้าบูดเบี้ยว ไม่คิดว่า ปรมาจารย์ด้านค่ายกล ขั้นเซียนสวรรค์ ที่พวกเขามองว่ากากๆ จะต่อสู้กับ ซิวลั่ว นายน้อยตระกูล จี ได้นานขนาดนี้
ซิวลั่วเขาไม่ดูถูกดูแคลน โม่กวางอีกต่อไป ชายผู้นี้มีคุณสมบัติให้เขาเอาจริง “เกรงว่าเจ้า จะเป็นปรมาจารย์ด้านค่ายกลที่เก่งกาจที่สุด ตั้งแต่ที่ข้าเคยต่อสู้มา ...เช่นนั้นระวังตัวด้วย”
ถุงมือปลอกแขนเหล็กศิลา ซิวลั่วหมุนวาด ส่งแรงดึงดูดออกมาอย่างหนักหน่วง แม้แต่ม่านพลัง ที่ราชันสวรรค์ทั้งสามกลางขึ้นมา ยังเกิดการปริแตก ไม่ต้องพูดถึงด้านใน ห้วงอากาศจะปั่นป่วนมากขนาดไหน
แม้แต่ร่างของ โม่กวางยังถูกดูดเข้าไปช้าๆ รับรู้ได้เลยว่า ถุงมือปลอกแขนเหล็กศิลานั้นไม่ธรรมดา เมื่อพลังสีม่วงปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือ พร้อมเสียงกล่าวพูดพึมพำออกมาน้อยๆ “เดิมทีข้าก็ไม่อยากใช้พลังนี้เท่าใดนัก”
ก่อนในเสี้ยวฉับพลัน ปราณพลังสีม่วงจะถูกบีบอัดบนฝ่ามือ รับรู้ได้ถึงพลังทำลายล้าง ที่มันปลดปล่อยออกมา จากปราณพลังสีม่วงที่ถูกบีบอัด มีความคลับคล้ายคลับคลา ห้วงมิติที่ถูกย่อขยายจนเล็ก ก่อนจะถูกปาออกมา พร้อมอากาศที่บิดเบี้ยวอย่างหนักหน่วง เมื่อมันแพร่ขยายออกมาอย่างรวดเร็ว เสียงระเบิด ตู้ม!! ออกมากึกก้องท้องฟ้า ราชันสวรรค์ทั้ง3 ต้องรีบขับเคลื่อนการป้องกัน ครั้นรับรู้พลังมหาศาล ระเบิดออกมา แม้แต่ร่างของผู้ใช้อย่างซิวลั่ว ร่างเขายังถอยกระเด็น
ส่วนโม่กวางแทบไม่ต้องพูดถึง เขาถึงขั้นบาดเจ็บทั่วร่าง อาภรณ์ขาดลุ่ยมีโลหิตไหลซึมออกมาน้อยๆ หากไม่ได้ขับเคลื่อน ค่ายกลป้องกันที่สลักสร้างไว้เกรงว่า ได้บาดเจ็บหนักไปถึงภายในแน่ ตอนนี้โม่กวางสามารถกระตุ้น ค่ายกลป้องกันที่สลักสร้างได้อีกครั้งเดียวเท่านั้น
เขาจึงไม่รอช้า ครั้นเห็นการโจมตีถึงแก่ความตาย รอบถัดไปกำลังมาเยือน อักขระที่พร่างพราว ทั่วสารพางค์กาย ถูกเขาขับเคลื่อนปลดปล่อยออกมาเป็นชั้นๆ แผ่รัศมีความอันตรายออกมาทันใด
เมื่อค่ายกลสังหาร ถูกขับเคลื่อนแผ่ขยาย มีโม่กวางเป็นจุดศูนย์กลาง กระบี่ ดาบที่เฉียบคมบ้าคลั่ง ก่อร่างเต๋า พุ่งกระจัดกระจายออกไปทั่ว ส่งให้เกิดเสียงเคร้ง!! ตู้ม!! ดังออกมาสนั่นไม่ขาดสาย จนร่างซิวลั่ว ต้องถอยร่น ก้าวฝีเท้าถอยออกไปเป็นทางยาว แค่นเสียงชิ!!ขึ้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์ ครั้นเห็นว่าใบหน้าเขา มีบาดแผล เลือดอาบออกมาน้อยๆ ก่อนบาดแผลนั้น จะจางหายไปอย่างรวดเร็ว จากการฟื้นฟูความเร็วสูงของขั้นพลัง ราชันสวรรค์
“เป็นไปได้อย่างไร ซิวลั่ว บาดเจ็บจากค่ายกลสังหาร” พวกคนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาต่างก็กลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาจนเอง ว่าจะเห็นซิวลั่ว มีโลหิตไหลซึมแล้วยิ่งเห็นพวกเขา หายทับซ้อนร่างเงาออกไป ราวกับภูตพราย
ส่งการโจมตีที่บ้าคลั่ง พัวพันปะทะกันออกไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมอาวุธตำรา ของโม่กวางที่ลอยเหนือศีรษะ ปลดปล่อยการโจมตีออกมาใส่ ซิวลั่ว ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร เสียงเคร้ง!! ปัง!! ที่ดังออกมาก้อง หลายร้อยหลายพันกระบวนท่า ในไม่กี่สิบลมหายใจ มันก็ทำให้หมู่ชน ต้องกลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ ไม่คิดว่าคนดินแดนเทพ จะมีจอมยุทธ์ ขั้นเซียนสวรรค์ ต่อสู้กับขั้นราชันสวรรค์ได้อยู่อีกคน “นี่มันใช่ดินแดน ที่การฝึกฝน เสื่อมถอยแน่หรือ?”
ด้านของซิวลั่ว เริ่มกลับมาได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด จากความห่างชั้นของขั้นพลัง ฝ่ามือที่บิดงอของ โม่กวางค่อยๆ เกิดการปริแตกมีเลือดไหลซึม ก่อนระเบิดพลังประสานอินฝ่ามือ ส่งการปะทะกันในคราวสุดท้าย ค่ายกล5แฉก เป็นรูปกระบี่ปักลงพื้น แตกพังยับ พร้อมร่างโม่กวาง ปลิวกระเด็น เมื่อเจอ อานุภาพปราณพลังสีม่วง ที่ปลดปล่อยออกมาจาก ถุงมือปลอกแขนเหล็กศิลาของ ซิวลั่ว เข้าอัดกระแทกเต็มหน้าอกอีกครั้ง ริมฝีปากโม่กวาง กระอักเลือดสดขึ้นมาไม่หยุดทันใด ที่ยันกายขึ้นมาได้ ยังดีเขายังเหลือการป้องกัน ในคราวสุดท้ายไว้ ทำให้ชีวิตน้อยๆ ของโม่กวาง รอดพ้นความตายมาได้
ภาพเหตุการณ์นั้น เกิดขึ้นในเสี้ยวพริบตา ทว่าก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาอี้เฉินได้ เมื่อเห็นในเสี้ยววินาที ก่อนที่ ค่ายกล5แฉก ของโม่กวางจะถูกทำลาย มันได้ทำให้ ถุงมือปลอกแขนเหล็กศิลา ของซิวลั่ว เกิดความเสียหายขึ้นมา
โม่กวางหัวเราะออกมาก้อง “ข้าขอยอมแพ้” พร้อมกับเขาที่ยิ้มร่า สืบฝีเท้าออกมา ทำให้คนดินแดนจักรพรรดิ ที่ได้ยินพวกเขา ต่างก็คลี่ยิ้มขึ้นมาด้วยความลำพองตน
อี้เฉินที่เห็นโม่กวางบาดเจ็บ เขาถึงกับส่ายหัว คลี่ยิ้มกว้างออกไปให้โม่กวาง ไม่มีท่าทีผิดหวัง ในตัวมิตรสหายของเขาแม้แต่น้อย อย่างไรความห่างชั้นของขั้นพลัง ก็ยังเป็นเรื่องยากลำบากที่โม่กวาง จะจัดการได้ในเวลาอันรวดเร็ว
“เจ้าบาดเจ็บมากหรือไม่โม่กวาง?” หลินเฟยที่อุ้มเด็กน้อย ตระกูลอี้ กล่าวไต่ถามโม่กวางที่กลับมานั่ง ด้วยความกังวล
โม่กวางเขาแค่ส่ายหัว คลี่ยิ้มออกไปให้หลินเฟย ก่อนจะลงไปนั่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ ซิวลั่ว ที่ยังคงอยู่ภายในสถานที่ จัดการประลอง ใบหน้าเขาดำมืด มีความอับอายขึ้นมาไม่น้อย เมื่อจัดการแค่ขั้นเซียนสวรรค์ เขาถึงกับเสียเวลาไปมาก ฝ่ามือเขาจึงบีบรัดเข้าหากันจนแน่น ด้วยความไม่จำยอม