เจตจำนงอมตะ A Path Through Immortal

    ภาค1 ตอนที่28 สายเลือดราชินีน้ำแข็งที่ถูกปลุก

    ตอนนี้ หวังหลิวเหมย ได้ลอยขึ้นไปบนฟ้า จากการเตะอันหนักหน่วง ของ ฟางหยวน  ก่อนที่หวังหลิวเหมยจะตั้งท่าตอนกำลังตกลงมาจาก ฟ้า ฟางหยวน ไม่รอช้า



    ทำการโจมตีต่อเนื่องทันที เขา พุ่งขึ้นไปเหนือหัวของ หวังหลิวเหมย แล้วเตะเธอ กระเด็นลงมาจากฟ้า นั่นทำให้การเตะครั้งนี้รุนแรง กว่าครั้งที่แล้ว

    เนื่องจาก แรงปะทะจาก พื้นดินนั่นเอง สภาพ หวังหลิวเหมย สะบักสะบอมอย่างมาก ตอนนี้ ทางด้านของ หวังเทียนซาน บิดาของ หวังหลิวเหมย ตอนนี้โทสะได้ปะทุขึ้นแล้ว

    " เจ้า ลูกเต่า แกบังอาจ โจมตีที่โหดร้าย ทารุณใส่ สตรีได้เช่นไร สิ้นการประลอง บิดาไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!! " หวังเทียนซาน กล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว 

    หวังเฟิงหยวน ได้กล่าวกับบิดาของตนเองว่า " ท่านพ่อ อย่าได้มีโทสะเลย สวะเช่นนี้ น้องข้า จัดการมันได้อยู่แล้ว บิดา อย่าได้ห่วงเลย " 

    " เจ้าจะไม่ให้ ข้ามีโทสะได้เช่นไร มันบังอาจ ทารุณโหดเหี้ยม เช่นนี้ ต่อน้องสาวของเจ้า นี่เจ้า ไม่ได้คิด โกรธมันเลย งั้นรึ... "

    " พระบิดา อย่ากล่าวเช่นนั้น ท่านอาจจะเห็นว่าข้า ใจเย็นและสงบนิ่งอยู่ แต่ ความจริงนั้น ไม่ใช่ ตอนนี้ข้า กำลังเดือดดาลอย่างถึงที่สุด "

    " แต่ว่า เราไม่อาจ สอดมือเข้าไปยุ่งในลานประลองนี่ได้ ดังนั้น ข้าจะบดขยี้มันเอง ท่านพ่ออย่าได้คิดมาก !! " สิ้นสุดเสียงของ หวังเฟิงหยวน หวังเทียนซาน ก็ได้ผ่อนคลายลงอย่างมาก

    แต่ว่า ก็มีเสียง อันน่ารำคาญ กล่าววาจา เหน็บแนม ขึ้นมา " ดูไม่ได้เลยจริงๆ นะ นี่หรอ สภาพของ ประมุขตระกูลหวัง หึๆ ข้าว่า ช่างน่าขำ เสียจริง ราวกับ เป็นตัวตลกเสียอย่างนั้น "

    หวังเทียนซาน ได้ยินดังนั้น โทสะที่กำลังบรรเทาลง กลับ ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง "  ซานหงจี้ เจ้า บังอาจ กล่าววาจาเช่นนี้ กับข้า เจ้าต้องการเปิด สงครามระหว่างตระกูล งั้นเรอะ "

    หวังเทียนซาน กล่าว ซานหงจี้ ตอบกลับ ไปด้วย น้ำเสียงเย้ยหยัน อีกครั้ง " ท่าน หวัง ข้าว่า ท่าน นะ น่าจะล้มเหลว ในการเป็นผู้นำ ตระกูลนะ "

    " คนที่เป็นผู้นำ เขาจะนำ เรื่องส่วนตัว มาทำให้ ตระกูลตกอยู่ในอันตรายได้ยังไง กัน ข้าว่าให้ คนใช้บ้านข้า ไปเป็นเสียเอง คงจะดีกว่า ฮ่าๆ " ซานหงจี้ กล่าวออกมาด้วย น้ำเสียงเชิง ล้อเลียน

    นั่นทำให้ ไฟโทสะ ของ หวังเทียนซาน โหมกระหน่ำ ขึ้นไปมากกว่าเดิม แต่ก่อนที่ มันจะโต้ตอบ นั้น ก็ได้ถูก ห้ามปราบ โดย ลูกชายของตนเสียก่อน

    ทั้งสองจึงเลิกรา ต่อกัน และ ดูการประลองของ ฟางหยวน ต่อไป  หวังเทียนซาน มองไปที่ ฟางหยวน อย่าง โกรธแค้น " เจ้าลูกเต่า หลังจบเรื่อง ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ " 

    หวังเทียนซาน กล่าว ซานหงจี้ ได้ยินดังนั้น เหตุใด จึง จะไม่พลาดโอกาส ทองแบบนี้ ได้ ซานหงจี้ ได้สวนกลับ ทันที " ช่างน่าสงสาร ตระกูล หวังเสียจริง มีผู้นำตระกูลที่ ไร้ยางอายเช่นนี้ "

    " แม้แต่ ผู้เยาว์ ยังรังแกได้ลงคอ ช่างน่าผิดหวัง เสียจริง " ซานหงจี้ ได้ กล่าวเหน็บแนม ได้ถูกจุด นั่นทำให้ หวังเทียนซาน โกรธ จนพูดไม่ออก เลยทีเดียว

    แต่หวังเทียนซาน ก็ยังสามารถสะกดข่มอารมณ์ ไว้ได้ และทั้งสอง ก็ได้หยุด โต้ตอบกันแล้ว นั่งดูการประลองต่อไป ตอนนี้ ทางด้าน ฟางหยวน และ หวังหลิวเหมย เอง

    ฟางหยวน ได้ เตะ หวังหลิวเหมย จากบนฟ้า สู่พื้น ทำให้เกิดการกระแทกอย่างรุนแรง ทำให้ เธอ กระอัก ก้อนโลหิต สด ออกมาจากปาก อย่างช่วยไม่ได้

    ฟางหยวน เห็นดังนั้น เขาไม่รอช้า หวังรีบ พุ่งเข้าไปเพื่อ ปิดฉาก แต่ก่อนที่ ฟางหยวน จะทำเช่นนั้น เขากลับ ยกเลิก และ ถอยกลับ อย่างรวดเร็ว ทำให้ ทุกคนที่ดูการประลองอยู่

    ตกใจและงุนงง อย่างมาก ทำให้ กลุ่มคนบางคนในฝูงชน ได้กล่าวว่า " เหตุใด เจ้าหนุ่มนั้น ถึงถอยกลับกันนะ " อีกคนก็กล่าวตอบ " อาจจะเป็น เพราะ มัน กลัวประมุขหวังจะบันดาลโทสะ ก็เป็นได้ " 

    นี่คือสิ่งที่คนนอก และพวกวรยุทธ ขั้นไม่สูงมากคิดกัน แต่ แตกต่างกับ พวก อาวุโส หรือ ศิษย์สายนอกและใน บางคน ที่คิดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

    พวกเขาทั้งหมด ตะลึงในความสามารถของ ฟางหยวน อย่างมาก ผู้อาวุโส บางคนกล่าว "ไม่ถึงว่า เด็กหนุ่ม คนนี้ จะมี ความสามารถสุดยอดขนาดนี้!! "

    " ใช่ ข้าก็คิดแบบเดียวกับ เจ้าเช่นกัน " ทางด้าน ชายหนุ่มชุดขาวคนหนึ่ง ที่กระบี่ยาวสีเขียว พาดไว้ที่ไหล่ ก็ได้กล่าวกับ ศิษย์สายใน บางคนที่อยู่ใกล้กับตัวเขา ว่า

    " หึหึๆ ไม่นึกว่าจะเจอคนเช่นนี้  หวังว่ามันจะผ่านเข้ารอบมาได้นะ .. " สิ้นสุดเสียง ชายคนดังกล่าว ก็ได้จากไป พร้อมกับ ศิษย์สายนอกที่มี อาภารณ์สีขาว ทั้งหลาย

    สิ่งที่ผู้อาวุโส และ ชายหนุ่มชุดสีขาว หมายถึง คือ ประสาทสัมผัสที่6 ในโลกแห่งผู้ฝึกตน ผู้คน เรียกสิ่งนี้ว่า สัมผัสเซียน สิ่งนี้ หาพบได้ยากมาก ในหมู่ผู้ฝึกตนทั้งหลาย

    รวมทั้งเซียนเองด้วย แต่ฟางหยวน นั้นได้สัมผัสเซียนมาจาก การฝึกคัมภีร์ของเซียนปีศาจ ซึ่งคือ ร่างทมิฬนั่นเอง แต่สัมผัสเซียน ของฟางหยวน แตกต่างจาก สัมผัสเซียนทั่วไป

    เพราะนี่คือ สัมผัสเซียนที่มาจากวิถีมาร ดังนั้นมันจึงแข็งแกร่ง กว่า สัมผัสเซียน ปกติ แต่ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ รวมทั้ง ฟางหยวน เพราะสิ่งที่ฟางหยวน ทำลงไป

    คือทำตามสัญชาตญาณของตนเอง โดยไม่รู้ตัว เขาจึงไม่รู้ว่า สัญชาตญาณของตัวเขาเองนั้น มาจากสัมผัสเซียนนี่เอง ซึ่งฟางหยวน ก็ได้ทำถูกแล้ว

    หลังจาก ฟางหยวน ได้ ถอยกลับ ไปนั้น ตัวของ หวังหลิวเหมย ก็ได้แผ่ รัศมี ปราณออกมา ซึ่งทำให้ บริเวณนั้น เป็นนำแข็งในพริบตา เธอ ได้ ลุกขึ้นมา

    จากนั้น บาดแผลและรอยฟกช้ำรวมทั้ง อาการบาดเจ็บภายใน เช่น กระดูกหัก ได้หายเป็นปลิดทิ้ง เพราะมันถูกรักษาด้วย น้ำแข็ง นั่นเอง ตอนนี้

    ตาของหวังหลิวเหมย ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้า สดใส ดั่ง ท้องทะเล นั่นทำให้ เธอตอนนี้ ดูสง่างามและ น่าเกรงขามมากกว่าเดิมเสียอีก บิดาของเธอ ซึ่งก็คือ ประมุขหวัง เห็นดังนั้น

    ก็อดดีใจ ไม่ได้ " ในที่สุด พลังของเจ้าก็ตื่นแล้ว สินะ เสี่ยวเหมย " หวังเฟิงหยวน ได้ กล่าวกับ บิดาของตนเอง "ท่านพ่อ สิ่งนั้นคือ... " 

    " มันคือสายเลือดที่สืบทอด กันมาใน ตระกูลหวังของเรายังไงละ เราเรียกมันว่า สายเลือดราชินีน้ำแข็ง !!  แต่ว่า มันเกิดขึ้นได้เฉพาะ ผู้หญิงเท่านั้น ดังนั้น เจ้าจึงไม่ได้มัน ยังไงล่ะ "

    " แต่อย่าเสียใจไป ตัวเจ้าเอง มีพรสวรรค์ เรื่องนี้ เจ้ารู้ดีที่สุด " ประมุขหวังกล่าวปลอบใจกับ บุตรชายของตน  หวังเฟิงหยวน ได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

    ตอนนี้ หวังหลิวเหมย ชัก กระบี่ หงส์เหิน ออกมา พร้อมตั้งท่า วิชากระบี่หิมะ ทันที ฟางหยวน เห็นดังนั้น จึงรู้ตัวเอง แล้วว่า โชคดีจริงๆที่เขา ถอยกลับมาก่อน

    ไม่งั้นคงโดนแช่แข็งไปเสียแล้ว สถานการณ์ ตอนนี้ย่ำแย่มาก จากตนเป็นฝ่ายได้เปรียบ กลับ ถูก พลิกกลับ มาได้อย่างคาดไม่ถึง ตอนนี้ ฟางหยวน พบปัญหาหนักเข้าแล้ว!!