ย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง

    บทที่ 36 แขกไม่ได้รับเชิญ

    ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง

    บทที่ 36 แขกไม่ได้รับเชิญ



    "พ่อ พ่อไม่ได้ชอบแบบนี้นะ!!"


    อาเฟยที่ได้ยินคำตอบของบิดาก็รู้สึกงุนงง ดูเหมือนว่าคำตอบจะไม่ใช่คำตอบของคำถามที่เขาเอ่ยถาม เมื่อมองไปทางหนังสือที่ตกอยู่บนพื้นเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นว่า


    "สิ่งนี้คืออะไรหรือขอรับ"


    จางหย่งกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิดก่อนจะตอบขึ้นว่า


    "นี่คือการค้าที่พ่อกำลังทำอยู่"


    อาเฟยลูกชายคนโตที่ได้ยินก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที ถ้าพูดถึงการค้าแสดงว่าพวกเขาจะได้รับเงินจากเจ้าสิ่งนี้สินะ เขาจึงเอื้อมมือไปหมายจะหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา แต่จางหย่งรีบคว้ามากอดไว้ก่อนจะเอ่ยเปลี่ยนเรื่องขึ้นว่า


    "เหตุใดเจ้ายังไม่นอนอีก"


    อาเฟยที่นึกถึงจุดประสงค์ของตัวเองขึ้นมาได้ก็เอ่ยตอบว่า


    "ข้ามีบางอย่างอยากจะถามท่านพ่อขอรับ"


    ก่อนหน้านี้จางหย่งมัวแต่ตกใจที่ได้ยินเสียงลูกชายจึงไม่ทันได้ฟังคำถามของอาเฟย เขาจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งว่า


    "ลูกมีอะไรจะถามพ่องั้นหรือ?"


    "ท่านพ่อ ท่านมีอะไรปิดบังพวกเราไว้หรือไม่ขอรับ"


    จางหย่งที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "ไม่นะ พ่อบอกแล้วว่าอันนี้มันเป็นแค่ของที่ใช้ทางการค้า พ่อไม่ได้ตั้งใจแอบดูจริงๆนะ"


    จากที่ไม่ได้สนใจ อาเฟยเริ่มรู้สึกสนใจตำราเล่มนั้นขึ้นมาบ้างแล้ว มันคืออะไรกันนะ อาเฟยสะบัดศีรษะทีหนึ่ง ไม่ได้ๆ เขาจะลืมจุดประสงค์ที่มาหาท่านพ่อตอนนี้ไม่ได้ เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า


    "ข้าไม่ได้หมายถึงตำราเล่มนั้น แต่ข้าหมายถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากท่านพ่อฟื้นขึ้นมาต่างหากขอรับ"


    แต่ถ้าได้ดูตำราเล่มนั้นด้วยจะดีมากๆ เลย อาเฟยได้แต่คิดในใจ ก่อนที่จางหย่งจะเอ่ยปฏิเสธว่าไม่มีอะไรปิดบัง อาเฟยได้มองหน้าบิดาของเขาอย่างค้นหาก่อนจะเอ่ยต่อขึ้นว่า


    "ท่านพ่อ หากท่านตอบว่าไม่มี ข้าก็จะเชื่อท่านขอรับ"


    จางหย่งถึงกับกลืนคำปฏิเสธลงคอ นี่มันลูกหรือพ่อของเขากันแน่ เหตุใดเขาถึงรู้สึกว่าอาเฟยดูฉลาดกว่าเขาเสียอีก จางหย่งพยายามคิดคำตอบที่ดีที่สุดออกมา แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เขาจึงตอบไปตรงๆว่า


    "จริงๆแล้ว หลังความทรงจำของพ่อหายไป พ่อกลับได้ความสามารถบางอย่างมาแทน"


    อาเฟยนั่งฟังอย่างเงียบๆ จนจางหย่งที่เห็นเช่นนั้นถึงกับถอนหายใจออกมา เขาเลือกที่จะปิดบังเรื่องที่เขาไม่ใช่จางหย่งคนเก่า แล้วเลือกที่จะเล่าเรื่องอื่นๆทั้งหมดให้ฟัง


    "ก่อนหน้าที่พ่อจะประสบอุบัติเหตุ พ่อได้ช่วยสุนัขตัวหนึ่งเอาไว้ นั่นก็คือเสี่ยวเหมา เสี่ยวเหมาเป็นสัตว์วิเศษที่มีพลังมิติ ทำให้พ่อสามารถเลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก หรือเอาน้ำจากมิติออกมาใช้ได้ อีกทั้งยังสามารถสะสมคะแนนเพื่อแลกสิ่งของออกมาใช้อย่างที่ลูกเห็นได้อีกด้วย แต่คะแนนหายากทำให้พ่อไม่สามารถแลกอะไรได้มากนัก"


    อาเฟยถึงกับตาลุกวาวเมื่อได้ยินคำตอบของบิดา เขาคิดอยู่แล้วว่ามันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับบิดา


    "แต่เรื่องนี้พ่ออยากให้ลูกช่วยเก็บเป็นความลับ เพราะหากยิ่งมีคนรู้ก็จะยิ่งเป็นอันตรายต่อตัวพ่อและลูกๆ"


    อาเฟยหยักหน้ารับ เขาไม่คิดจะนำเรื่องนี้ไปบอกใครอยู่แล้ว เพียงแค่อยากช่วยแบ่งเบาภาระบิดาเท่านั้น หลังจากนั้นทั้งสองก็นั่งคุยกันอย่างเปิดอกก่อนจะพากันเข้านอน...แต่ เอ๊ะ...ดูเหมือนเขาจะลืมถามเรื่องอะไรบิดาไปเรื่องหนึ่งหรือเปล่านะ เอาไว้นึกขึ้นได้ค่อยถามใหม่ก็แล้วกัน แล้วเขาก็หลับไปอย่างมีความสุข มีเพียงจางหย่งที่ถอนหายใจอย่างโล่งอก อาเฟยคงลืมเรื่องนิตสารชุดว่ายน้ำไปแล้วกระมัง


    เสี่ยวเหมาที่อยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลาได้แต่เหลือบตามองบน แหมจะเอารูปมาทำการค้าแต่เล่นนั่งจ้องซะตาถลนจนลูกชายยังสงสัยเชียวนะเจ้านาย


    --------------


    เช้าวันต่อมา


    มีแขกผู้มาเยือนตั้งแต่เช้าตรู่ จางหย่งที่ออกจากบ้านมาถึงกับตกใจ ฝั่งหนึ่งคือผู้อาวุโสหลิวที่หอบข้าวของพะรุงพะรังมาพร้อมเอ่ยขึ้นกับจางหย่งว่า


    "ข้ารอเจ้าตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว มาเร็วๆ เจ้าสามารถประกอบเจ้านี่กลับคืนได้หรือไม่"


    อีกฝั่งหนึ่งซึ่งเดินมาพร้อมๆกับผู้อาวุโสหลิวเอ่ยขึ้นว่า


    "พ่อหนุ่ม เจ้าตื่นสายนะ ข้าเริ่มหิวเสียแล้วสิ"


    เมื่อทั้งสองมาพบกันต่างก็มองหน้ากันและกัน ก่อนจะพบว่าพวกเขาเป็นคนรู้จักมักคุ้น จึงพากันกอดคอไปคุยกันที่บ้านหนิงเหออย่างหน้าตาเฉย แถมยังมีฝากท้ายไว้อีกว่า


    "พ่อหนุ่ม ถ้าอาหารเช้าเสร็จแล้วฝากเอาไปให้ข้าที่บ้านนังหนูคนสวยด้วยนะ"


    จางหย่งมองผู้อาวุโสทั้งสองที่จากไปอย่างงุนงง เอาเถอะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเขาก็ดีแล้ว ดังนั้นเขาจึงเดินไปที่ห้องครัวเพื่อเริ่มทำอาหารให้ตัวเองและลูกๆ ทั้งยังต้องทำเผื่อบ้านใกล้เรือนเคียงหลังนั้นอีกด้วย


    เมื่อวานนี้หลังจากสองสามีภรรยากินอาหารเสร็จก็ได้ให้เงินเขาไว้ส่วนหนึ่ง ขอให้เขาช่วยดูแลเรื่องอาหารการกินให้ด้วย จางหย่งไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด ในเมื่อเขาเองก็ต้องทำอาหารอยู่แล้ว แค่ทำเพิ่มนิดหน่อยก็ไม่มีอะไรเสียหาย ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียมอาหาร


    ผ่านไปไม่นานแขกผู้ไม่ได้รับเชิญก็มาเยือนที่หน้าบ้านอีกครั้ง ขณะจางหย่งกำลังเตรียมอาหารให้ลูกๆอยู่ในครัว


    "ไอ้เด็กนอกคอก ออกมาเดี๋ยวนี้ "


    เสียงตะโกนดังลั่นจนเด็กๆที่กำลังนอนหลับฝันหวานสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ จางหย่งเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขารีบออกมาดูที่หน้าบ้านพบชายวัยกลางคนกับสตรีที่คาดว่าจะเป็นภรรยาของเขายืนอยู่ด้านหน้า ตามมาด้วยอี้เจียวหั่วและชายวัยกลางคนอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง


    อี้เจียวหั่วจ้องมองทางจางหย่งอย่างโกรธแค้น เนื่องจากเมื่อวานอยู่ต่อหน้าอาจารย์ในสำนักอัคคีและชาวบ้านมากมายทำให้เขาไม่กล้าทำอะไรจางหย่ง เมื่อกลับไปถึงบ้าน เขาที่รู้สึกอัดอั้นจนทนไม่ไหวจึงกุเรื่องไปบอกบิดามารดา ถึงความชั่วร้ายของจางหย่ง ทำให้ทั้งสองออกหน้าแก้แค้นแทนเขา


    จากเดิมที่อี้ถังและฮูหยินใหญ่เคยโกรธแค้นจางหย่งที่ทำให้อี้กังอาจไม่สามารถมีทายาทได้ พวกเขาส่งคนออกตามหาหมอเทวดาจ้าวจนไม่มีเวลามายุ่งวุ่นวายกับตัวการ แต่เมื่อได้ยินเรื่องของจางหย่งจากอี้เจียวหั่วอีกครั้ง ทำให้ความโกรธปะทุขึ้นมา พวกเขาจึงหยุดพักเรื่องตามหาหมอเทวดาแล้วพากันมาหาจางหย่งในวันนี้ นอกจากอี้ถัง ฮูหยินใหญ่อี้ และอี้เจียวหั่วแล้ว ยังมีผู้อาวุโสในตระกูลอีกสองคนตามมาด้วย พวกเขาไม่ได้เป็นคนของฝ่ายใด แต่เมื่อเห็นบุตรหลานในตระกูลทำไม่ถูกจึงตั้งใจมาช่วยสั่งสอน


    จางหย่งที่เห็นผู้มาใหม่ก็ยกยิ้มก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า


    "อี้เจียวหั่ว กลับมาแก้ผ้าคลานออกจากบ้านข้างั้นหรือ เจ้านี่รักษาสัญญาใช้ได้เลยนี่?"


    "นี่แกพูดถึงเรื่องอะไรกัน!!"


    อี้เจียวหั่วพูดเสียงดังกลบเกลื่อน เขาหันไปทางบิดาแล้วรีบเอ่ยขึ้นว่า


    "ท่านพ่อ ท่าแม่ ผู้อาวุโส อย่าไปฟังคำพูดคนชั่วร้ายอย่างมันนะขอรับ มันต้องการทำให้ข้าอับอาย ทำให้ตระกูลของเราเสียชื่อเสียง!!"


    จางหย่งที่ได้ยินเช่นนั้นก็ปรบมือในการกลับขาวเป็นดำของอี้เจียวหั่ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า


    "เจ้านี่ช่างสับปลับจริงๆ ไม่ใช่แค่ข้าที่ได้ยินคำสาบานนั้น แม้แต่ผู้อาวุโสหลิวรวมทั้งชาวบ้านต่างก็ได้ยิน เจ้าคิดว่าเจ้าจะรอดไปได้หรือไง?"


    อี้ถังที่ได้ยินจางหย่งเอ่ยถึงผู้อาวุโสหลิวก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะหันมองไปทางบุตรชายคนโตทีหนึ่ง เมื่อเห็นสีหน้าดำคล้ำก็เดาได้ว่าอาจมีเรื่องจริงแฝงในคำพูดของจางหย่ง อี้เจียวหั่วที่เห็นบิดามองมาอย่างสงสัยก็ร้อนใจ แม้เขาจะเป็นคนสุขุม แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองต้องแก้ผ้าต่อหน้าผู้คนมากมาย ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป 


    อี้เจียวหั่วพุ่งตรงเข้าไปหาจางหย่งทันที จางหย่งที่คิดว่าตัวเองมีพลังวิญญาณแล้วก็ตั้งท่าพร้อมรับเต็มกำลังและแล้ว...


    พลั่ก!!


    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง ที่คุณอ่าน