เจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย

    ตระกูลเจียง

    ในป่าแห่งนั้นความตึงเครียดได้ปกคลุมพื้นที่โดยรอบ เปลวเพลิงและน้ำแข็งยังคงปะทะกันอย่างรุนแรง ทำลายพื้นที่โดยรอบทั้งหมด เฟิ่งอี้พุ่งเข้ามาเตรียมโจมตีเจียงหยุนอีกครั้งด้วยความโกรธเกรี้ยว ทันทีที่พลังของนางพุ่งเข้าหาเจียงหยุน เขากลับยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยืนนิ่งและการโจมตีของเฟิ่งอี้ถูกสกัดไว้ด้วยพลังที่มองไม่เห็นตึงเอาไว้ทำให้นางไม่สามารถขยับได้

    ทันใดนั้น เฟิ่งอี้รู้สึกบางอย่างมาแตะที่ลำตัวของนาง นางใช้จิตวิญญาณเพื่อตรวจสอบทันที และนางก็ได้รู้ว่า เจียงหยุนได้จับเอวของนางไว้และค่อยๆ กอดนางเข้าหาตัวเอง หน้าของทั้งคู่ใกล้กันมากจนเหมือนจะจูบกันอยู่แล้ว เฟิ่งอี้ตกใจและรีบใช้เครื่องรางของระบบวาร์ปออกจากอ้อมกอดของเจียงหยุนอย่างรวดเร็วอย่างรวดเร็ว นางเหงื่อแตกพลั่ก รู้สึกตกใจและอับอายพร้อมเต็มไปด้วยความโกรธ

    "เจ้าต้องการอะไรกัน? มันเห็นชัดๆ อยู่ว่าเจ้าสามารถจัดการข้าได้ง่ายๆ แท้ๆ"

    เจียงหยุนยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบอย่างสงบ "เจ้ามีความเชื่อในความรักแรกพบหรือไม่?"

    เฟิ่งอี้ตกใจและโกรธจนแทบระเบิด นางได้เตรียมใช้การ์ดเพิ่มพลังบางอย่างทำให้การเพาะปลูกของนางทะลุไปที่อมตะแห่งสวรรค์และพุ่งเข้าโจมตีเจียงหยุนอีกครั้ง แต่เจียงหยุนหลบได้อย่างง่ายดายพร้อมตึงร่างของนางไว้ มันทำให้ร่างของเฟิ่งอี้ลอยอยู่กลางอากาศและตกลงในอ้อมแขนของเจียงหยุนทันที เจียงหยุนยิ้มก่อนจะจูบนางอย่างไม่ลังเล

    เฟิ่งอี้ตกใจและพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่ไม่สามารถหนีออกไปได้นางได้กัดปากของเจียงหยุนทันที เจียงหยุนเช็ดเลือดที่มุมปากของเขาแล้วพูดขึ้น "พวกนั้นคือทหารของเจ้ารึเปล่า?"

    เฟิ่งอี้ตอบอย่างโกรธจัด "ฮึ…แน่นอน คนเหล่านั้นคือทหารของข้า!"พร้อมพ่นเปลวไฟออกจากปากนาง

    เจียงหยุนหลบได้อย่างง่ายดายและยิ้มเล็กน้อยแล้วโบกมือออกไป ร่างกายของทหารเหล่านั้นค่อยๆ เชื่อมต่อกลับเข้าด้วยกันอีกครั้งทั้งแขนหรือขาที่ขาดไปและในเวลาไม่นานทหารเหล่านั้นก็ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา หนึ่งในทหารพูดขึ้นด้วยความสับสน

    “ไม่ใช่ว่าข้าตายไปแล้วเหรอ?”

    “นี่มันอะไรกัน?”

    “ทำไมข้ากลับมามีชีวิตใหม่ได้ยังไง?”

    เจียงหยุนยิ้มอีกครั้ง "เจ้าหายโกรธหรือยัง?"

    เฟิ่งอี้ยังคงมึนงง นางรู้สึกตกใจและพูดออกมาด้วยเสียงเรียบเฉย "ถ้าได้ชีวิตเจ้าด้วยข้าจะดีใจมาก!"

    เจียงหยุนยิ้มอีกครั้งก่อนจะจูบนางอีกครั้งหนึ่ง เฟิ่งอี้รู้สึกหัวใจของนางเต้นไม่เป็นจังหวะ นางไม่เคยใกล้ชิดกับชายใดมาก่อนเลย และในช่วงเวลานี้ เจียงหยุนวางนางลงอย่างอ่อนโยน

    เจียงหยุนเดินจากไป เจียงหยุนพูดขึ้นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยการหยอกล้อ

    "ข้าหวังว่าครั้งหน้าที่เราพบกันข้าจะได้เห็นร่างจริงของเจ้านะภรรยาของข้า"

    เฟิ่งอี้ที่ได้ยินคำพูดนั้น ตะโกนออกไปด้วยความโกรธ "ใครเป็นภรรยาเจ้ากัน!"

    และตัดมาที่ในห้องแห่งหนึ่งในพระราชวังฟีนิกซ์ หญิงสาวที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับเฟิ่งอี้ทุกประการก็ได้ลืมตาขึ้น และนางพูดว่า

    “เจ้าจงบอกทุกคนที่เป็นผู้ใต้อาณัติของเราว่าหากเจอเจียงหยุนให้หลีกเลี่ยงเขาซะ หากใครใต้อาณัติของเราฝ่าฝืนหรือมีปัญหากับเจียงหยุนให้ทำการทำลายกองกำลังของพวกมันได้เลย”

    เงาดำโผล่ออกมา “รับทราบขอรับ”

    “ข้าหวังว่าเราจะเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันได้นะ” เฟิ่งอี้หลับตาของนางลงอีกครั้ง

    ณ หน้าผาแห่งหนึ่ง เจียงหยุนยืนอยู่ในท่ามกลางความเงียบสงบ เขาเงียบและถามคำถามจากระบบที่

    "นางไม่ใช่คนที่มาจากโลกเดิมเหมือนข้างั้นรึ?"

    ระบบตอบกลับด้วยเสียงที่เย็นชา

    [ระบบไม่ได้สนใจว่าเป็นผู้ข้ามมิติหรือไม่ ขอเพียงแค่เหมาะสมก็สามารถเป็นเจ้าของระบบได้ ไม่ว่าจะเพศอะไร เผ่าพันธุ์ไหน อายุเท่าไหร่ก็ตาม แต่ท่านใส่อะไรเข้าไปในร่างของนางตอนท่านจูบกันละ?]

    เจียงหยุนยิ้มแย้มตอบ "เจ้าไม่รู้สักเรื่อง มันจะตายไหม?"

    ระบบตอบกลับอย่างรวดเร็ว "ตาย"

    เจียงหยุนหยิบพู่กันขึ้นมาและระบบขึ้นข้อความว่า

    [ระบบขาดการเชื่อมต่อชั่วคราว หากท่านมีคำถามอะไรสามารถฝากข้อความเสียงเอาไว้ได้ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐]

    เขาไม่ได้ให้ความสนใจมากนักและพูดขึ้นว่า "พวกเจ้าออกมาสิ"

    ชายชุดดำ 7 คนเดินออกมาจากเงามืดพร้อมกันและคุกเข่าลงด้วยท่าทีเคารพ "คารวะนายน้อย"

    เจียงหยุนมองพวกเขาด้วยท่าทีไม่แยแสและพูดว่า "ข้าเคยเป็นด้วยเหรอเนี่ย? ...ข้าจำไม่ได้เลยแฮะ"

    ทั้ง 7 คนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบอย่างสุภาพว่า

    "นี่คือทรัพยากรที่ท่านหัวหน้าตระกูลมอบให้ท่านขอรับ และเมื่อท่านกลับไปท่านสามารถขอเพิ่มได้อีกขอรับ"

    เจียงหยุนไม่ได้แม้แต่จะมองทรัพยากรที่ถูกมอบให้ และพูดว่า "กลับไปไหนละ?"

    ชายชุดดำคนหนึ่งตอบอย่างระมัดระวัง "ตระกูลเจียงขอรับ"

    ….

    ….

    เจียงหยุนยิ้มพร้อมทำอะไรบางอย่างและเขาก็ได้พูดขึ้น "อืม..ได้สิ…ไปกันเถอะ"

    ทั้ง 7 คนตกใจมากเมื่อเจียงหยุนยอมตกลงที่จะกลับไปที่ตระกูลเจียง ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิด พวกเขาเคยคิดว่าการนำเจียงหยุนกลับไปมันคงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนแต่พวกเขากำลังถ่วงเวลารอกำลังเสริมอยู่

    เจียงหยุนมองไปที่พวกเขาและถามอย่างไม่รีบร้อน "เจ้าจะไปกันเมื่อไหร่ละ?"

    ชายชุดดำ 7 คนตอบพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง "ตอนนี้แหละขอรับ" และทันทีที่พูดจบ พวกเขาได้เปิดรูปแบบวาร์ปและหายไปในทันที

    เจียงหยุนถูกวาร์ปมาในเมืองแห่งหนึ่ง สายตาของเขากวาดมองไปรอบ ๆ พร้อมกับทิวทัศน์ที่สวยงาม บ้านเมืองถูกจัดระเบียบอย่างดี ถนนและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ดูสง่างามมันช่างคุ้นตาเหลือเกินหนึ่งในชายชุดดำกล่าวขึ้นด้วยท่าทีเคารพ

    "เชิญทางนี้ขอรับ"

    เจียงหยุนไม่ได้ตอบอะไร แต่เดินตามไปเงียบ ๆ ระหว่างทางเขาผ่านสะพานข้ามแม่น้ำที่ไหลเอื่อย ตรงกลางของเมืองมีทะเลสาบขนาดใหญ่ ซึ่งมีเกาะกลางน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ และมันคือที่ตั้งของตระกูลเจียง

    เมื่อเจียงหยุนเดินผ่านรูปแบบป้องกันอันซับซ้อน เขารู้สึกถึงพลังวิญญาณอมตะที่รุนแรงท่วมท้น แม้ว่าจะเป็นพลังที่แข็งแกร่ง แต่กลับไม่ทำให้เขาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

    "ที่ตระกูลเจียงมีหอคัมภีร์หรือไม่?" เจียงหยุนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ

    หนึ่งในชายชุดดำรีบตอบอย่างนอบน้อม "มีขอรับ"

    "นำทางไป" เจียงหยุนสั่งเสียงเย็น

    ชายชุดดำลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว "ท่านหัวหน้าตระกูลต้องการพบท่านก่อนขอรับ"

    ดวงตาของเจียงหยุนแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา "พาข้าไปที่หอคัมภีร์เดี๋ยวนี้" เสียงของเขาหนักแน่นกว่าครั้งแรก ความกดดันที่ส่งออกมาจากตัวเขาทำให้ชายชุดดำที่นำทางเริ่มหวาดหวั่น

    "ขออภัยนายน้อย..." คำพูดของชายชุดดำขาดหายไปในพริบตา ร่างของเขาถูกผ่าครึ่งอย่างรวดเร็วโดยที่เจียงหยุนไม่แม้แต่จะกะพริบตา

    ชายชุดดำที่เหลืออีก 6 คนมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงและโกรธแค้น เจียงหยุนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาดึงร่างของชายคนนั้นเข้ามาหาตัวเพื่อค้นหาความทรงจำโดยไม่พูดอะไรเลย ความทรงจำของชายคนนั้นถูกค้นหาด้วยพลังของเจียงหยุนอย่างโหดร้ายและรวดเร็ว

    เมื่อเจียงหยุนได้สิ่งที่ต้องการ เขาก็ปล่อยร่างไร้วิญญาณของชายชุดดำคนนั้นทิ้งไว้กับพื้น ชายชุดดำทุกคนต่างยืนอยู่ในอาการที่ทำอะไรไม่ถูก ความกลัวและความตื่นตระหนกสะท้อนในแววตาของพวกเขา

    ชายชุดดำคนหนึ่งกัดฟันกล่าว "พวกเจ้า 5 คนตามเจ้านั้นไปซะ ข้าจะกลับไปรายงานนายท่าน"

    "รับทราบ"

    หลังจากแบ่งหน้าที่กัน ทั้งหกคนก็แยกย้ายกันทันที ห้าคนรีบไล่ตามเจียงหยุนไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ชายอีกคนรีบเดินทางกลับไปหาหัวหน้าตระกูลเจียงเพื่อรายงานเหตุการณ์

    ชายชุดดำทั้งห้าคนบินผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย พวกเขาเห็นอาคารที่พังทลายและผู้คนของตระกูลเจียงที่บาดเจ็บอยู่ทั่วทั้งบริเวณ ความโกรธแค้นในใจพวกเขาพุ่งสูงขึ้นขณะเร่งความเร็วเพื่อไล่ตามเจียงหยุน

    ในขณะเดียวกันที่ห้องส่วนตัวของหัวหน้าตระกูลเจียง เมื่อชายชุดดำคนที่แยกไปถึงที่นั่น เขาพบเพียงจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะ จดหมายเขียนด้วยลายมือของหัวหน้าตระกูลว่า:

    “ข้าจะเดินทางไปหาลูกชายของข้าที่ทวีปอมตะสายลม หากพบเด็กคนนั้นแล้วจัดการตามความเหมาะสม ข้าจะกลับมาในอีกสามวัน”

    ชายชุดดำตกตะลึงเมื่อเห็นเนื้อหาของ จดหมาย เขารีบตัดสินใจมุ่งตรงไปยังหอคัมภีร์โดยเร็วทันที

    ณ หอคัมภีร์ เจียงหยุนได้มาถึงและก้าวเท้าเข้าไปอย่างเงียบ ๆ หอคัมภีร์แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังวิญญาณและคัมภีร์มากมายที่สะสมความรู้ของตระกูลเจียงหลายยุคสมัยเอาไว้ ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าหอ เขาเป็นผู้เฝ้าคัมภีร์และมีพลังที่ไม่ธรรมดา ระดับของเขาคือกึ่งจักรพรรดิอมตะ แม้จะเป็นเพียงระดับต่ำ แต่ก็น่ากลัวสำหรับคนทั่วไป

    เมื่อชายชรามองเห็นเจียงหยุน เขากล่าวถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

    "เจ้าหนู เจ้าเป็นใครกัน? ทำไมข้าจำหน้าเจ้าไม่ได้เลย?"

    เจียงหยุนไม่ได้ตอบคำถามของชายชรา แต่กลับเริ่มใช้พลังวิญญาณสร้างรูปแบบทันที ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบกาลเวลา, รูปแบบปิดกั้น, รูปแบบปกปิดสวรรค์ และสุดท้ายคือรูปแบบเส้นด้าย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วและเต็มไปด้วยความแม่นยำ

    ชายชรามองดูด้วยความประหลาดใจเพราะเด็กจากตระกูลเจียงส่วนใหญ่จะแทบไม่มาที่นี่เลยเพราะพ่อแม่ของพวกเขาได้จัดหาวิชาและทักษะให้พวกเขาแล้วนั้นเองและชายชราพูดขึ้นเมื่อมองไปที่รูปแบบ

    "เด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครกัน? เขามีเลือดของตระกูลเจียงไหลเวียนอยู่ และสามารถจัดรูปแบบได้เร็วขนาดนี้เลยรี? และแต่ละรูปแบบก็ช่างซับซ้อนนัก โดยเฉพาะรูปแบบกาลเวลา... น่าสนใจจริงๆ"

    ในขณะนั้นเอง ชายชุดดำทั้งห้าคนก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าหอคัมภีร์ พวกเขาต่างรีบร้อนและเต็มไปด้วยความโกรธ ชายชราที่นั่งอยู่หน้าหอถามพวกเขาด้วยความสงสัย "ทำไมพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่กันเล่า?"

    หนึ่งในชายชุดดำตอบอย่างนอบน้อม "คารวะท่านผู้อาวุโส พวกเรามาตามหาชายหนุ่มคนนี้ขอรับ" เขาพูดพร้อมกับโชว์ภาพของเจียงหยุนให้ชายชราดู

    ชายชราพยักหน้า "เขาอยู่ข้างในหอคัมภีร์นั่นแหละ"

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายชุดดำทั้งห้าคนรีบก้าวเข้าไปในหอคัมภีร์ทันที ทว่าก่อนที่พวกเขาจะไปถึง ชายชราใช้พลังจิตวิญญาณดึงพวกเขาไว้กลางอากาศ

    "พวกเจ้าจะตายกันหมดหากเข้าไปในตอนนี้" ชายชรากล่าวพร้อมกับมองดูพวกเขาด้วยความสงบ

    ชายชุดดำทั้งห้าแสดงความงุนงงออกมา "ท่านหมายความว่าอย่างไร?"

    ชายชราไม่ตอบแต่ถามกลับ "เล่าให้ข้าฟังหน่อยซิว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือใคร พวกเจ้ามาตามหาเขาเพราะอะไร?"

    คล้ายกับเรื่องเจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย ที่คุณอ่าน