ตอนที่ 28 กำเนิดราชอาณาจักรอันเดด
ยามแสงอรุณส่องสว่างูเาจ้าวอสูรต่างราวกับจมดิ่งสู่เหวลึกอันมืดสนิท พื้นที่ที่เคยมีแสงส่องเป็ไรๆแปรเปลี่ยนไปราวกับยามราตรีผู้ใดได้พานพบยังกล่าวเลยว่าเป็เวลาพลบค่ำ เผ่าปีศาจอสูรเริ่มแสดงปฏิกิริยาร่างกายของพวกมันพลันขยายใหญ่ขึ้นพลางกล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรงยิ่งกว่าเก่าเป็ทวีคูณ รอบดวงตาปรากฏเป็เส้นเืปูนโปนทั่วใบหน้า ใบหน้ายิ่งแสดงความเป็ปีศาจร้าย พวกมันดูราวกับกำลังคลั่ง
ในยามวิกาลเผ่าปีศาจอสูรล้วนแข็งแกร่งเป็ที่สุดพวกมันอ่อนแอลงเพียงโดนแสงตะวันเท่านั้นเป็เหตุผลที่แท้จริงที่ตอนนี้พวกมันดูแข็งแกร่งจนน่ากลัวแต่ทว่าต่อหน้าัที่เปรียบประหนึ่งพระเ้า ร่างกายล้วนแข็งค้างประดุจถูกสาปให้กลายเป็หิน ความหวาดกลัวสับสนและสรรเสริญต่างสลับปนเปกันไปหมด อาจจะนับว่าโชคดีที่ได้เห็นตัวตนประหนึ่งพระเ้าแต่อาจจะโชคร้ายที่ไม่รู้ว่ามันมาในฐานะมิตรหรือศัตรู
หัวหน้าเผ่าพลันเร่งคืนสติของเหล่าลูกน้องปากอ้ากว้างอย่างน่ากลัวพลางกล่าวสุดเสียง "พวกเ้า!...มาอยู่ในถ้ำข้าให้ไว!!" น้ำเสียงะเืลือลั่นแม้ระยะห่างจะห่างกันมากถึงสิบกิโล พวกมันก็ล้วนได้ยินเสียงอย่างชัดเจน
สิ้นเสียงผู้นำเผ่าปีศาจอสูรต่างวิ่งกรูกันเข้ามาจากทุกสารทิศแม้จะมีบันไดไม้เพื่อที่จะสามารถขึ้นมาสู่บนถ้ำอยู่สองทาง ทว่า ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเผ่าปีศาจอสูรในทุกตารางนิ้ว พวกมันต่างหาหนทางเอาชีวิตรอดโดยไม่สนสิ่งใด ไม่มีระเบียบ ไม่มีเมตตา ไม่มีปราณี ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าต่างแหวกแหกวงกันเข้ามาเพื่อให้ถึงเบื้องบนถ้ำโดยเร็วที่สุดเนื่องจากในถ้ำมีอาณาเขตกว้างขวางเป็อย่างมาก มีกระทั่งแอ่งน้ำที่ใหญ่ราวกับแม่น้ำ ่เวลาแห่งความโกลาหลผ่านพ้นไปถึงสิบนาที
เผ่าปีศาจอสูรนับพันตนต่างเข้าไปกันภายในถ้ำกันหมดแล้วและมีเพียงผู้นำเผ่ากับรัตติกาลสีแดงที่ยังคงยืนอยู่ข้างหน้าถ้ำ แววตาจ้องมองเรือนร่างที่สูงยิ่งกว่าูเาลูกนี้เสียอีก ไม่มีความไม่หวั่นเกรงในดวงตาทั้งสองถึงกระนั้นัตรงหน้ายังคงไม่กระทำสิ่งใดราวกับรออะไรบางอย่างก่อนผู้เปิดประเด็นจะกลายเป็ผู้นำเผ่าเสียเอง "ข้าน้อยไม่ทราบว่าตัวท่านประสงค์หรือปรารถนาสิ่งใดแต่ที่แห่งนี้ไม่มีอักขระัหรอกขอรับ" น้ำเสียงหนักแน่นแต่ขาคู่นั่นปรากฏอาการสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ผู้นำเผ่าที่ไม่เคยพูดจาสุภาพเยี่ยงเหล่ามนุษย์เลยสักครั้งต้องกดฟันเอ่ย
ั้แ่สองพันปีผ่านไปทุกเผ่าพันธุ์ต่างเชื่อว่าการมาเยือนของัก็เพื่อมาตามหาอักขระั!! มันเป็สิ่งที่เทพัผู้เป็หนึ่งในเทพาทั้งเก้ามอบเป็สมบัติตกทอดให้แก่ผู้พบเจอ ว่ากันว่า หากผู้ใดได้ศักยภาพของมันผู้นั้นจะไร้ขีดจำกัดพร้อมกับร่างกายที่ราวกับเกิดใหม่ แต่ในหมู่ัแล้วพวกมันล้วนเชื่อและเห็นตรงเป็เสียงเดียวกัน ผู้ใดได้ไปมันจะกลายเป็ "ตัวแทนของเทพั"
ร่างกายอันปลกคลุมไปด้วยเกล็ดทมิฬที่ตอนนี้ศีรษะของมันที่สูงเทียมเมฆกำลังค่อยๆ ก้มตัวลงมาปรากฏเป็เขาสามเขาสุดน่าเกรงขามโดยเฉพาะอย่างยิ่งั์ตาคู่นั้นช่างดูทรงพลังเกินจะจับจ้อง ตัวแทนประหนึ่งพระเ้าเริ่มเอ่ยกล่าว "นายเหนือหัวแห่งข้าประสงค์้าดินแดนของพวกเ้าทั้งหมด" น้ำเสียงทุ่มต่ำอย่างเยือกเย็น
เงียบสงัดดั่งป่าช้าไม่มีผิดราวกับสมองของพวกมันประมวณผลไม่ทัน ปากของเหล่าเผ่าปีศาจอสูรอ้ากว้างค้างจนสุดกรามราวกับเวลาถูกผนึก พวกมันแข็งค้างอยู่นานโข นานจนัทมิฬรู้สึกหงุดหงิดรังสีฆ่าฟันถูกปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยววิ
!!!!
เพียงรับรู้ได้ถึงแรงกดดันเืต่างเดือดพล่านและหัวใจที่สูบฉีดเป็จังหวะอย่างถี่รัว เม็ดเหงื่อต่างพร่างพรายทั่วใบหน้าทั่วร่างสั่นระริกๆอย่างหวั่นเกรง พวกมันทั้งหมดต่างรอคำตอบจากหัวหน้าเผ่า! มันเป็ผู้มีสิทธิ์ในการตัดสินใจเป็สิทธิ์ที่เด็ดขาด!! แววตานับพันคู่ต่างจับจ้องปีศาจสีแดงสูงราวเก้าเมตรสิบเมตรไม่กระพริบเป็แววตาแห่งการทิ่มแทง แรงกดดันพลันถาโถมเข้าหาอย่างไม่รู้ตัวลมหายใจแทบจะหยุดชะงัก
ตุบ
หมัดข้างหนึ่งกลับต่อยพุงนับสิบชั้นอย่างเบาๆ อาการตกตะลึงจนราวกับิญญาหลุดจากร่างพลันหวนคืนสติ เ้าของหมัดเป็สหายคนสนิทประหนึ่งพี่น้อง รัตติกาลสีแดงเอ่ยกล่าว "ท่านเป็ผู้นำเผ่าของพวกเรา สิทธิ์อันเด็ดขาดอยู่กับท่าน การตัดสินใจของท่านจะเป็ตัวชี้ชะตาชีวิตของพวกเราทั้งหมด" น้ำเสียงสุภาพแต่ั์ตาคู่นั้นจริงจังเป็ที่สุด จริงจังราวกับจะฆ่าแกงกันได้ ทว่า เพียงสามลมหายใจใบหน้าจริงจังแปรเปลี่ยนแย้มยิ้มออกมาก่อนรัตติกาลสีแดงจะกล่าวต่อ "ถึงกระนั้นข้าก็อยู่ข้างท่านเสมอ"
ใบหน้าเคร่งเครียดของหัวหน้าเผ่าแปรเปลี่ยนเป็ยิ้มน้อยๆ "ขอบใจมากสหายข้า" ก่อนเขาจะหันมองไปยังตัวตนประหนึ่งพระเ้าพลางกล่าวอย่างขึงขัง "อาณาเขตูเาจ้าวอสูรช่างมากมายนัก กว้างขวางเสียยิ่งกว่าราชอาณาจักรทั้งสี่ของมนุษย์เสียอีก ข้าขอพื้นที่สักหนึ่งในสิบส่วนได้หรือไม่"
"ไม่มีการต่อรอง!!" น้ำเสียงดุดันและเกรี้ยวกราด สายลมโหมกระหน่ำเข้าใสู่เาอย่างรุนแรงราวกับพายุคลั่ง รุนแรงเสียจนยากจะยืนให้อยู่!
หัวหน้าเผ่าที่แทบจะยึดพื้นไม่อยู่แล้วพลันใช้เฮือกแรงสุดท้ายกล่าว "ขะ...ข้า...ขอเจรจากับนายท่านของท่าน"
"บังอาจ!!" ัทมิฬกริ้วโกรธยิ่งกว่าเก่ากระแสลมพลันรุนแรงยิ่งขึ้นจนแทบจะบดร่างกายพวกมันได้เลยแต่ทว่าก่อนจะถึงระดับขั้นนั้นเสียงหนึ่งกลับเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน "ผู้ใด้าพบข้า?" น้ำเสียงราวกับคนเพิ่งตื่น
"นะ...นายท่าน!...ท่านตื่นแล้วหรือขอรับ" ัทมิฬกล่าวอย่างลนลานอารมณ์โกรธพลันปลิวหายไปกับสายลม
"อ่า...จะไม่ให้ตื่นได้ไงก็ลมมันแรงจริงๆ" สิ้นเสียงเรือนร่างหนึ่งพลันดิ่งลงมาจากฟากฟ้า
ตรุบ...!
ปรากฏเด็กหนุ่มคนหนึ่งตกลงมาจากท้องนภาเขาตกลงมา ณ ปากถ้ำอย่างพอดิบพอดีท่าทางโอหังประหนึ่งาาเริ่มปัดทำความสะอาดเสื้อผ้าอาภรณ์
ว่าแล้วพลังกายระดับนี้...คงเพราะเป็กึ่งอันเดดเป็แน่ตกลงมาจากที่สูงเกือบแปดพันเมตรยังไม่รู้สึกเ็ปเลยสักนิด หากเป็ร่างกายชาติที่แล้วข้าคงแหลกเหลวละเอียด
กาติรัสกวาดมองภาพเบื้องหน้าอย่างฉับไว เผ่าปีศาจอสูรเกือบพันตนที่กระจัดกระจายอยู่ภายในถ้ำต่างแสดงสีหน้าหวาดกลัวราวกับเห็นภูติผี ทว่า มีเพียงสองตนที่ดูแข็งแกร่งจริงๆ และตอนนี้พวกมันกำลังยืนอยู่เบี้ยงหน้าของเขาเนื่องจากระยะห่างที่มีเพียงสามเมตร มันเป็ระยะที่เส้นชีวิตกำลังยืนอยู่บนเส้นด้าย เด็กหนุ่มที่อายุราวสิบห้าสิบหกปีถูกกล่าวขานโดยัว่า "นายท่าน" ใครได้ยินเข้าก็ต้องประเมินมันไว้สูงเป็แน่แท้
ส่องสเตตัสไม่ได้... นักรบแนวหน้าของเผ่าทั้งสองต่างพบผลลัพธ์เดียวกันเป็เพียงความว่างเปล่าขณะสอดส่องดูค่าพลังของเด็กหนุ่ม
"ทะ...ท่านคือผู้ประสงค์้าดินแดนของเราใช่หรือไม่ขอรับ" หัวหน้าเผ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่สั่นเครือ
แววตาของรัตติกาลสีแดงเบิกโพลงเขามีั์ตาออร่าพลังกายซึ่งเป็หนึ่งในดวงตาพิเศษพวกมันจะสามารถตรวจจับพลังกายของคู่ต่อสู้ผ่านออร่าที่แสดงออกมา เพียงแรกพบออร่าพลังกายของเขานั้นถือว่าต่ำมากๆสำหรับรัตติกาลสีแดงเนื่องจากค่าพลังกายของมันเกือบแตะแสน หากใช้โอกาสโจมตีทีเผลอละก็อาจจะสังหารเด็กหนุ่มคนนี้ให้ตกตายได้ในคราเดียว
ไม่สิ.... ถ้าข้าทำเช่นนั้น เขาเปลี่ยนใจพลางครุ่นคิดถึงผลกระทบที่ตามมา มันอาจทำให้ดินแดนแห่งนี้ถูกลบหายไปเลยก็ได้
อึก...
"ท่านโปรดเมตตาให้พวกเราได้พื้นที่ไปสักหนึ่งในสิบส่วนได้หรือไม่ขอรับ"
"ข้าจะไม่ให้พวกเ้าแม้เพียงหนึ่งตารางนิ้ว" กาติรัสกล่าวพลางเดินเข้าไปข้างใน เขาเดินผ่านหัวหน้าเผ่าและรัตติกาลสีแดงอย่างเมินเฉยไม่สนใจก่อนตรงดิ่งไปยังอักษรปริศนาบนผนัง ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็จริงจังก่อนกล่าวขึ้น "ตัวอักษรพวกนี้หมายถึงอะไร"
อึก...
เผ่าปีศาจอสูรทุกตนต่างกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน มันเป็คำทำนายที่สืบทอดต่อๆกันมาและตัวอักษรบนผนังนั้นเป็สิ่งเป็หลักฐานยืนยัน ทุกตัวอักษรเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจเพียงได้อ่านก็บอกได้เลยว่าผู้เขียนเป็ยอดฝีมือ ทุกคำล้วนสะสวยและต่างแฝงไปด้วยนัยยะ หากพวกเขาต้องเอ่ยบอกความหมายให้กับศัตรูแล้วละก็เผ่าพันธุ์ของตนคงไม่ได้เชิดหน้าชูตาขึ้นมาอีกเป็แน่เนื่องจากทุกความหมายนั้นบ่งบอกไปถึงลางร้ายของเผ่าพันธุ์ปีศาจอสูรหรือกระทั่งตำแหน่งที่ตั้งของสมบัติ!! นอกจากศาสตราวุธระดับจักรพรรดิยังมีสมบัติที่หากได้รับมันจะราวกับได้กำเนิดใหม่!! เผ่าปีศาจอสูรต่างรอคอยวันนั้นมาเนิ่นนานนมไม่สามารถบอกเวลาที่ชัดเจนได้เลย มันนานมากจริงๆ
ทั่วอาณาบริเวณภายในถ้ำต่างเงียบสงัดราวกับป่าช้าถึงจะมีปีศาจแดงมากถึงพันกว่าตนหากแต่ไม่มีเสียงใดๆเอ่ยออกมาแม้แต่น้อย เป็ความเงียบงันประดุจราตรียามค่ำคืน
"ฉไนไม่ตอบคำถามข้า!!" คิ้วพลันขมวดพลางเส้นเืปูนโปนด้วยความเกรี้ยวโกรธ
"พะ...พวกข้าไม่ทราบขอรับ" หัวหน้าเผ่ากล่าวพลางโค้งคำนับ ร่างที่สูงราวเก้าเมตรสิบเมตรกำลังก้มเคารพจนแทบจะจรดผืนดินเป็เื่เสื่อมเสียเกียรติและน่าอับอายที่สุดสำหรับฐานะของมัน
"งั้นเรอะ!...ไม่ทราบสินะ"
ภายในสามลมหายใจเสียงใสสุดละมุนละไมก็ดังขึ้นอีกครา "นายท่านเ้าคะ...ภาษานี่เป็ภาษาั้แ่ยุคแห่งทวยเทพเลยนะเ้าคะให้ข้าได้แปลให้ท่านไหมเ้าคะ" เดซี่กล่าวเสียงออดอ้อนพลางแววตาเปล่งประกายระยิบระยับดุจดวงดารา
กาติรัสไม่เอ่ยตอบเขาเพียงกำลังครุ่นคิดและหวนนึกถึงความทรงจำเก่าๆ ไม่มีเสียงตอบรับอยู่เนิ่นนานก่อนเดซี่จะรู้สึกน้อยใจ อิสตรีน้อยเอ่ยขึ้นมาเองโดยไม่รอคำตอบอีก "ยามซากศ....." ขณะที่กำลังกล่าวนั้นเสียงของกาติรัสกลับขัดขึ้นมา
"ยามสรรพชีวิตได้กองร่างไร้ิญญาสูงประหนึ่งูเาแปดหมื่นสี่พันโยชน์ ดวงดาราจะทอประกายแสงเจิดจรัสเสียยิ่งกว่าดวงตะวัน ณ ดินแดนตะวันตกทางตอนเหนือแห่งมหาดินแดนต้นกำเนิด ศาสตราวุธระดับาจะอุบัติขึ้นยืนเหนือทั่วทั้งใต้หล้า สมบัติแห่งสรวง์พลันปรากฏสรรพชีวิตละทิ้งิญญาให้แก่พลังอำนาจทั้งปวงต่างไขว่คว้ารุกหาอำนาจแห่ง์ มหาดินแดนต้นกำเนิดเข้าสู่มหายุคโลกาวินาศ จ้าวแห่งปีกจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนเหลือหนึ่งพสุนธรา
ผู้ปกครองสูงสุดหวนกำเนิดพลางนำพาความสงบสุขคืนสู่ทั่วมหาแผ่นดินไปอีกกาลนาน" กาติรัสอธิบาย
"นะ...นายท่าน!!...นอกจากท่านจะอ่านมันออก...ท่านยังแปลความออกมาได้สะสวยอีกด้วย!!" เดซี่กล่าวพลางแววตาทอประกายถึงแม้เมื่อครู่จะราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่หากเป็ผู้อื่นคงโกรธเคืองมิน้อยแต่ทว่านอกจากภูติน้อยจะไม่โกรธแล้ว เธอกลับดีใจเป็อย่างมาก การที่มีเ้านายรอบรู้ทุกเื่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจจริงๆ
"ทะ...ท่านหมายความว่ายังไง!!!?" หัวหน้าเผ่ากล่าวอย่างตะกุกตะกัก
ยามนี้สีหน้าของพวกเผ่าปีศาจอสูรต่างล้วนเหมือนกันทั้งสิ้นใบหน้าต่างฉงุนงุนงงและตื่นตะลึง ถ้อยคำที่เด็กหนุ่มพูดราวกับจะตอกย้ำสิ่งที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดต่อกันมา สิ่งที่ท่องจำต่อกันมากลับมีความหมายตรงกับเด็กหนุ่มแค่เพียงนิดเดียว
"คำทำนายนี้...มันมีมานานมาก...นานมากๆเลย" กาติรัสกล่าวพลางหวนคิดถึงสมัยเด็กๆ มันเป็คำทำนายั้แ่ยุคแห่งทวยเทพ ในสมัยราชอาณาจักรเทพได้กลายเป็ราชอาณาจักรที่ทรงอำนาจที่สุดแห่งโลกต้นกำเนิด คำภีร์หรือคำทำนายโบราณเหล่านี้ต่างหาได้โดยง่ายตามท้องตลาดแต่ยากจะเชื่อนักที่มันจะมาปรากฏอยู่บนกำแพงถ้ำแห่งนี้
"หือ?...ใบหน้าแบบนั้น?...พวกเ้าตีความหมายผิดงั้นรึ?"
อึก...
ทุกคนต่างกลืนน้ำลายคำโตไม่มีเสียงใดกล้าตอบโต้เด็กหนุ่มแม้แต่น้อย พวกมันไม่รู้เื่และไม่ควรเชื่อใจมนุษย์ผู้นี้เลยสักนิด เขาอาจจะโกหกก็ได้แต่ทว่าบรรยากาศของเด็กหนุ่มมันราวกับาาถึงจะเคยพบกันเพียงคราแรก แต่ความนับถือกลับเทไปให้อย่างมากล้น ทุกถ้อยคำที่กล่าวออกมาล้วนน่าเชื่อถืออย่างผิดปกติจิตใจที่สลับสับสนเริ่มแปรพักตร์ฝักฝ่าย เผ่าปีศาจอสูรที่ตงิดเื่คำทำนายมาตั้งนานเริ่มแสดงตนออกมาทีละคนสองคน
"คำทำนายนั่นอาจจะแปลผิดจริงๆก็ได้"
"ข้าบอกแล้วตาเฒ่าพันตาอะไรนั่นมันดูไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด"
"เ้าหัวหน้าเผ่า...ชายหนุ่มผู้นี้เป็ผู้โปรดปรานของ์!!"
ภายในเสียงเ่าั้ต่างมีการสรรเสริญและด่าทอคำทำนายที่ท่องกันมาั้แ่บรรพบุรุษ บ้างเริ่มกล่าวให้ปีศาจแดงหลายตนเชื่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคือผู้ที่์ส่งมาให้นำพาไปสู่การรอดพ้นจากวิกฤตกาลและภัยพิบัติต่างๆ
อึก....
หัวหน้าเผ่ายิ่งเคร่งเครียดว่าเก่า เขาต่างเคารพรักยิ่งและเชิดชูคำทำนายนี้ไว้บนหิ้ง จู่ๆ...เหตุการณ์ต่างๆมันเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและเป็เหตุการณ์ระดับเปลี่ยนแปลงชะตาเผ่าทั้งนั้น มันเริ่มสับสนในตัวเองแล้ว ไม่รู้เลยว่าเขาควรจะเดินเข้าสู่ทิศทางของกระแสลมที่ไม่มีทางหวนกลับมาหรือนำพาเผ่าพันธุ์ของตนเลี่ยงห่างจากเด็กหนุ่มคนนี้ละออกไปตั้งถิ่นฐานใหม่ดีหรือไม่
"ว่ายังไงละทีนี้?...เ้าจะให้ดินแดนนี้แก่ข้าหรือไม่?...เห็นแก่ที่พวกเ้าก็ยังพอมีอารยธรรม...ข้าจะให้เข้าร่วมด้วยก็ได้" กาติรัสกล่าวอย่างหนักแน่นเด็ดขาด
"ขะ...เข้าร่วม? แต่ท่านเป็มนุษย์"
"มนุษย์?...อาาา....ก็ไม่เชิงซะทีเดียว" สิ้นเสียงเด็กหนุ่มปรากฏฝ่ามือโครงกระดูกสีขาวนวลขนาดั์งอกออกมาจากแผ่นหลังราวกับร่างอวตารของเทพปีศาจอย่างไรอย่างนั้น แรงกดดันของพลังเวทย์ช่างสูงส่งจนอยากจะคลั่ง ั์ตาสีดำทมิฬคู่นั้นจับจ้องอย่างปรารถนา ก่อนกาติรัสจะเอ่ยต่อ "ข้าคืออันเดด!!...และราชอาณาจักรของข้าไม่เกี่ยงว่าจะเป็เผ่าพันธุ์ไหนทั้งสิ้น"
"อันเดด??!"
ชื่อไม่คุ้นหูแต่กลับดูทรงพลังอำนาจจนผิดแปลก หัวหน้าเผ่าพลันกวาดตามองเหล่าลูกน้องของตนราวกับอยากจะขอความเห็นแต่ไม่ว่าจะกวาดไปทิศทางไหนพวกมันต่างพยักหน้าอย่างถี่รัวและฉับไว บางคนถึงกับแสดงปฏิกิริยาน่าอายอย่างการะโโลดเต้นท่ามกลางปีศาจแดงนับพัน มันเป็สัญญาณถึงความยอมรับระดับที่สามารถยอมถวายดวงชีวานี้ให้
"พะ...พวกข้าขอเข้าร่วม"
"ดี!!!"
...สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์
เลเวล:5,034 พลังกาย:66,599 พลังเวทย์:629,475