ราชันเวทเทพองเมียว

    62 เร่งฝึกวิชา (1)

    ยังไม่ทันได้ดีใจที่เป็นผู้ชนะในแดนฝัน กลับถูกเซียนจิ้งจอกแดงแจ้งข่าวร้ายมาทันควัน

    อันที่จริงข่ายเวทอาณาเขตพังทลายไม่พังทลายไม่เกี่ยวอะไรกับเขาสักเท่าไร ก็แค่ออกไปร่อนเร่อีกครั้ง เพียงแต่คนเราพอสบายแล้วก็ไม่อยากลำบาก การมีที่พัก มีเตียงนุ่ม ผ้าห่มอุ่น อาหารสามมื้อ แถมมีที่สงบให้ฝึกวิชา ดูไปก็ไม่เลวสักเท่าไร

    ปัญหาคือสิบวันเองหรือ

    สิบวัน...

    “ไม่รู้ว่าพอให้สำเร็จขั้นถัดไปหรือไม่”

     

    ความจริงมีอะไรมากกว่านั้น เพียงแต่เซียนจิ้งจอกแดงไม่ได้บอก เรื่องนี้มีเพียงเธอและโนะฮิเมะรับรู้เท่านั้น โคทาโร่เพียงทราบว่ามาอยู่ที่นี่เพื่อหลบภัยและฝึกฝนเวทวิชา ไม่ทราบเลยว่าภัยนั้นไม่ได้เกิดจากอาจารย์แต่เกิดจากตัวตนของเขาเอง

    เซียนจิ้งจอกแดงแม้ไม่ได้บอกตรง ๆ แต่เธอได้บอกอ้อม ๆ ไปแล้ว ฟังไม่เข้าใจก็ช่วยไม่ได้ 

    โคทาโร่คือผู้ได้รับพลังเทพจากเทพอินาริ ทั้งยังได้รับพรจากมหาเทพสึคุโยมิ ในขณะเดียวกันสามราชันปีศาจถือกำเนิดจากซากศพของยามาตะ โนะ โอโรจิ พญามังกรแปดเศียรซึ่งตัวมันเองถูกมหาเทพสุซาโนะโอะสังหาร 

    หากคิดเชื่อมโยงย่อมเข้าใจได้ไม่ยาก ไม่เพียงแต่สามราชันปีศาจเท่านั้นแต่ปีศาจทุกผู้ทุกนาม หากตนใดถือกำเนิดจากยามาตะ โนะ โอโรจิ ตนนั้นย่อมเห็นเด็กน้อยผู้นี้เป็นศัตรู 

    ศัตรูอันไม่อาจอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันได้

    อาจเพราะเจอเรื่องน่าตื่นตะลึงมากเกินไปหรือไม่ เด็กน้อยผู้ชาญฉลาดผู้นี้ถึงได้โง่งมไปชั่วขณะ ขบคิดเชื่อมโยงอะไรไม่ดีเหมือนเคย

    ทั้งหนึ่งแมวหนึ่งจิ้งจอก ทั้ง ๆ ที่รับรู้ว่าเด็กชายไม่เข้าใจกลับไม่อธิบายเพิ่มเติม ส่วนหนึ่งอาจเพราะเข้าใจว่า เมื่อเด็กชายทราบเรื่องจะทำให้เขามุ่งมั่นตั้งใจกว่านี้ก็จริง แต่ด้วยศัตรูกล้าแข็งเกินไป เป็นไปได้ที่จะหวาดกลัวไปเสียก่อนจนไม่มีสมาธิฝึกวิชา 

    อีกข้อหนึ่งหากเกิดผลตรงกันข้ามเกิดเป็นแรงผลักดันอย่างยิ่งยวดให้เร่งฝึกวิชา ทว่าการเร่งเกินไปก็เหมือนการฝืนดึงต้นกล้าให้โต 

    เร่งร้อนเกินกลับเสียหายในระยะยาว 

    ดังนั้นทั้งสองต่างคนต่างเงียบโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างคิดว่าเมื่อถึงเวลาเหมาะสมค่อยหาโอกาสบอกกล่าวและย้ำเตือนอีกครั้ง 

     

    ‘การปล่อยไปตามธรรมชาติบางครั้งก็เกิดผลดีอย่างคาดไม่ถึง’

     

    ผิดกับสองคนนี้ ต้าหมินไม่ได้คิดอะไรมาก สิบวันก็สิบวัน ในใจวางแผนไว้คร่าว ๆ จบจากที่นี่ไปสมทบกับทานูกิเฒ่า ทำตามที่รับปากกันไว้จัดการหนอนปรสิตให้สิ้นซาก ช่วยกอบกู้เผ่าทานูกิ ส่วนวิธีการค่อยถามเอาจากโนะฮิเมะ ในเมื่อเจ้าตัวเป็นคนรับปากย่อมมีวิธีรับมือ 

    จบภารกิจแล้วค่อยออกท่องเที่ยวให้ทั่วญี่ปุ่น มีสถานที่น่าไปอีกมาก อย่างเช่น มาชูปิกชูของญี่ปุ่นในจังหวัดเฮียวโงะ ไปดูลิงแช่บ่อน้ำร้อนที่หุบเขานรก จังหวัดนากาโน่

    แค่คิดก็สนุกแล้ว อ้อ ยามนี้ไม่ควรคิดอะไรให้หนักสมอง เพลิดเพลินไปกับผลการประลองดีกว่า

    เขาลุกขึ้นยืน โค้งทำความเคารพแท่นบูชาภายในศาลเจ้า ถึงรอบด้านมืดสนิท แต่คล้ายว่าสายตาดีขึ้นอย่างประหลาด แม้มองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนยามกลางวัน แต่พอเห็นภาพราง ๆ เป็นเค้าโครงพอให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร น่าจะด้วยพรของมหาเทพสึคุโยมิ เทพแห่งยามค่ำคืนหรือเทวีกันหว่า เขาก็ไม่แน่ใจในเพศของมหาเทพองค์นี้นัก*

    จากนั้นสืบเท้าเข้าไปหยิบหนังสุนัขป่า ความรู้สึกยามสัมผัสให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเพื่อนที่ห่างหายไปนานในที่สุดก็กลับมาเยี่ยมบ้าน พบเจอกันโดยบังเอิญยามเดินตลาด เป็นความรู้สึกดีใจ คิดถึง ตื่นตะลึง สนุกสนาน รวมความแล้วล้วนเป็นความรู้สึกเชิงบวก

    เขารีบเดินออกนอกอาคารศาลเจ้าทันที หลังก้าวลงบันไดค่อยโยนหนังสุนัขป่าไปข้างหน้า มือทำท่ามุทรา

    “จงออกมาไลอ้อน”

    ทันใดนั้นผืนหนังพลันแปรสภาพเป็นสุนัขพันธุ์บางแก้วตัวน้อย อายุราวสองเดือน ขนสีขาวแซมน้ำตาล หน้าเชิด วิ่งเข้ามาหาด้วยอาการดีใจ หางแกว่งไปมา

    ลูกสุนัขวิ่งเข้าหา ย่อตัว วิ่งวน ต้าหมินรีบเข้าไปกอดไปหอม สองนายบ่าวเล่นกันอย่างสนุกสนานประสาคนไม่ได้เจอกันมานาน

    ฉับพลันทันใดเขานึกได้ว่าตนควรทดลองอะไรบางอย่าง นายบ่าวทั้งสองมองตากัน แทบไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดเหมือนกับรับรู้ได้ด้วยใจ ไลอ้อนในสภาพลูกสุนัขย่อตัว สะบัดเนื้อตัวเบา ๆ ร่างของมันยืดขยายอย่างรวดเร็วกลายเป็นสุนัขขนาดใหญ่ ขนยังคงสีขาวแซมน้ำตาลเช่นเดิม 

    เวลาผ่านไปไม่กี่อึดใจ สุนัขตัวสูงใหญ่กว่าสิงโตตัวเต็มวัยเล็กน้อย ดูเหมือนขนาดตัวจะลดลงแต่พลังกลับเพิ่มขึ้น เต็มเปี่ยมทรงอิทธิฤทธิ์อย่างที่เมื่อก่อนไม่อาจเทียบได้ มันย่อตัวเชิญชวนให้เจ้านายขึ้นนั่ง

    หลังเด็กชายนั่งเรียบร้อย ไลอ้อนออกวิ่งรอบสถานที่แห่งนี้ พอวิ่งครบหนึ่งรอบมันกระโดดขึ้นฟ้า สี่เท้าเหยียบบนอากาศอย่างแผ่วเบา ค่อย ๆ สูงขึ้น ๆ ดุจเหินบิน ไม่กี่อึดใจก็ร่อนลงพื้น นี่คือความสามารถใหม่… 

    ‘การเหาะเหินเดินอากาศ’

    ต้าหมินทดลองอีกสองสามครั้ง ก่อนได้ข้อสรุปว่าลอยตัวได้ราวสามสิบวินาทีเท่านั้น แต่ก็เพียงพอแล้ว หากใช้ให้ดีนี่คือท่าไม้ตายเผด็จศึกได้เหมือนกัน แต่ดูเหมือนเหมาะกับการหลบหนีมากกว่า

    อยู่ ๆ สุนัขบางแก้วกลับส่ายศีรษะ เห่าหอนออกมา ราวกับว่ามันอ่านใจเจ้านายได้ คำว่าหลบหนีเมื่อครู่เหมือนกับถ้อยคำดูถูก มันต้องการแสดงพลังให้เห็น

    เปรี๊ยะ ๆ

    ประกายสายฟ้าแผ่ออกจากร่างอย่างรวดเร็ว ราวกับสุนัขตนนี้เป็นร่างรวมของสายฟ้า จากนั้นมันร้องคำราม

    “โฮกกกกกก!”

    เสียงดังสะเทือนเลือนลั่น วิญญาณแทบหลุดลอยออกจากร่าง

    ต้าหมินรู้สึกหลอนไปว่าด้านหน้ามีทัพทหารหลายร้อยยืนอยู่ ภายหลังเสียงคำรามทหารทั้งหมดต่างยกมือขึ้นปิดหู อาวุธทั้งหมดตกลงพื้น ทันใดนั้นท่าจู่โจมตามหลังมาถึง ประกายสายฟ้ารอบตัวพลันแตกกระจายกลายเป็นพายุสายฟ้ากวาดทำลายทั้งกองทัพ

    เขาอ้าปากกว้าง ค้างไว้เนิ่นนาน 

    นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว

    ภาพกองทัพตรงหน้าหายวับ กลายเป็นภาพต้นไผ่ดำเป็นตอตะโก เศษขี้เถ้าปลิวว่อน เปลวเพลิงลุกไหม้ฮือโหม 

    ต้นไผ่สูงชะลูดที่เป็นกำแพงตามธรรมชาติหายไปแถบหนึ่ง ในใจเขารู้ว่าสหายสี่ขายังเก็บพลังไว้ส่วนหนึ่ง ไม่ได้โจมตีสุดกำลัง ทว่าการโจมตีระดับนี้อย่างเก่งคงทำได้วันละครั้งสองครั้ง เมื่อพลังวิญญาณหมดลงก็ต้องกลับไปเป็นหนังสุนัขป่าตามเดิม

    หลังแสดงพลังไลอ้อนค่อยคืนร่างกลับเป็นหนังสุนัขป่าดังเดิม ต้าหมินก้มลงเก็บแล้วซุกไว้ในอกเสื้อ  

    นี่แหละความอุ่นใจที่แท้จริง

    เขาแทบอยากตะโกนก้อง ต่อไปนี้ยามเจอศัตรูต่อให้สู้ไม่ได้ยังหนีได้ แถมหนีได้ไวอีกต่างหาก แต่ถ้าให้ดีปล่อยสายฟ้าไปสักครั้งก่อนค่อยเผ่น ในใจวางแผนคร่าว ๆ คืนนี้เหนื่อยมากแล้ว เดี๋ยวอาบน้ำล้างหน้าแล้วนอนพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยฝึกฝนเพิ่ม 

    ทันทีทันใดความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในสมอง...

    เวลามีจำกัดจำต้องเลือกฝึกวิชาที่ทำได้ดีก่อน ยามนี้รู้วิธีกำจัดเศษวิญญาณตกค้างแล้ว ใช้ยันต์ร้อยภูตที่ติดอยู่ในมือได้ ดังนั้นนับแต่วินาทีนี้ขอมุ่งมั่นวิถีแห่งยันต์

    พรุ่งนี้จะขอออกนอกพื้นที่ เสาะหาวัตถุดิบ 

     

    ภาพสุนัขขนาดใหญ่กำลังต่อสู้กับทานูกิขนาดยักษ์ที่หาดน้ำตื้นปรากฏขึ้นในสมอง

    แผ่นดินสั่นสะเทือน ฝุ่นผงคละคลุ้ง

     ต่อจากนั้นภาพค่อยแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ยักษ์สองตนกำลังต่อสู้กัน

     

    ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ (T-Rex) เครื่องจักรสังหารกับไทรเซราทอปส์ (Triceratops) ไดโนเสาร์กินพืชซึ่งมีเขาแหลมคม

     

    แถวนี้มีกระดูกไดโนเสาร์บ้างหรือเปล่านะ?

    แววตาฉายแววคาดหวัง คล้ายกับยามเด็กเห็นของเล่นใหม่

     

    *มหาเทพสึคุโยมิ ในตำนานของญี่ปุ่นเดิมเป็นเพศชาย แต่ภายหลังเมื่อได้รับอิทธิพลจากตำนานของประเทศจีนและเกาหลี ซึ่งภาพลักษณ์ของดวงจันทร์มักให้ความรู้สึกอ่อนช้อยงดงาม ภาพขององค์เทพจึงกลายเป็นผู้หญิงไป กลายเป็นพี่สาวของอามาเทราสุโอมิคามิในที่สุด

    คล้ายกับเรื่องราชันเวทเทพองเมียว ที่คุณอ่าน