หลังจากที่ต้าหมิงเริ่มรอบโจมตีกลุ่มคนของดินแดนภูติและครึ่งอสูรจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ตัวตนระดับขุนพลของสองดินแดนจึงต้องเข้ามาหยุดความขัดแย้งนี้ไว้เพราะว่าอีกไม่นานการประลองของสามดินแดนกำลังจะเริ่มขึ้นพวกเขาจึงไม่อยากสูญเสียอัจฉริยะของพวกเขาไป
และไม่ใช่แค่นั้นด้วยสถานะของต้าหมิงไม่ธรรมดาพวกเขาจึงคิดว่าในพื้นที่รกร้างจะต้องมี 1 ในสามขุนพลของอาณาจักรอัคคีออยู่อย่างแน่นอนดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยากจะที่จะไปกระตุ้นคนเหล่านี้
ไม่ใช่ว่าอีกสองดินแดนหวาดกลัวแต่เป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการให้เกิดการต่อสู้ในตอนนี้อย่างน้อยก็ต้องหลังจากที่พื้นที่ลับเปิดออก
“พวกเจ้าอย่าพึ่งไปสนใจเจ้านั่น ในการต่อสู้ในพื้นที่แบบนี้ชายคนนั้นได้เปรียบพวกเจ้ามากนักสามารถสังหารพวกเจ้าจากระยะ 7-8 ร้อยเมตรได้ซึ่งมันไม่อาจโทษพวกเจ้าที่ถูกเล่นงานได้เพราะงั้นตอนนี้หยุดเล่นกับเจ้านั่นไปก่อน รอให้ถึงวันประลองถ้าเจ้านั่นสามารถเป็นตัวแทนของเผ่ามนุษย์ได้พวกเจ้าก็จะมีโอกาสเล่นงานมันเอง” ชายชราเผ่าภูติกล่าวกับอัจฉริยะของตน
อีกด้านชายวัยกลางคนจากดินแดนครึ่งอสูรเองก็ได้มาหาอัจฉริยะของตนเองเช่นกัน
“จากข้อมูลที่พวกเจ้าส่งมานั้นไม่ผิดแน่ใช่หรือไม่” ชายวัยกลางคนจากดินแดนครึ่งอสูรกล่าว
“ใช่แล้วผู้อาวุโส สัตว์เวทของเจ้านั่นต่างก็มีรูปร่างที่แปลกประหลาดและพลังนั้นเหนือชั้นกว่าสัตว์เวทที่เคยพบเห็นมาก่อน” ครึ่งอสูรคนหนึ่งกล่าว
“แล้วไม่ใช่แค่นั้น ถึงแม้จะเล็กน้อยแต่ข้าสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากสายเลือดของเขาอีกด้วย” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าว
“ว่าอย่างไรนะมีเรื่องแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ” ชายวัยกลางคนกล่าวด้วยสีหน้าแตกตื่น
“ใช่แล้วถึงข้าจะพึ่งนึกได้แต่กลับรู้สึกอย่างงั้นจริงๆราวกับมีพลังบางอย่างที่มากดดับสายเลือดครึ่งอสูรของข้าไว้” ชายหนุ่มอีกคนกล่าว
“ดูเหมือนว่าจะต้องสืบข้อมูลของเจ้าเด็กนี่ใหม่เสียแล้ว เอาละต่อจากนี้พวกเจ้าไม่ต้องไปยุ่งกับเด็กนั่นแล้วและใช้เวลาที่เหลือในการเพิ่มพลังของตนเองให้มากที่สุดซะ” ชายวัยกลางคนกล่าว
ถึงแม้เหล่าอัจฉริยะจะรับปากว่าจะไม่ไล่ล่าต้าหมิงแต่ถ้าพวกเขาพบกับต้าหมิงโดยบังเอิญพวกเขาก็สาบานว่าจะสังหารต้าหมิงให้ได้
ต้าหมิงที่สังหารคนของสองดินแดนไปจำนวนมากกำลังนั่งอยู่บนต้นไม้สูงและพรางตัวอยู่ หลังจากที่ได้รับการเตือนจากจอมเวทย์ระดับขุนพล อัจฉริยะของสองดินแดนก็ไม่ได้ไล่ล่าต้าหมิงอีกเลย
“น่าเบื่อจริงๆ ข้ากำลังสนุกกับการซุ่มโจมตีอยู่เลย” ต้าหมิงที่เห็นว่าไม่มีใครไล่ล่าตนอีกจึงถอนหายใจออกมา
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะเบื่อมากเลยสินะ” ในตอนนั้นเองเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้น
“ใครกัน!!!!!!!” ต้าหมิงกลายเป็นตื่นตัวและกระโดดถอยออกไปทันที
“เจ้าตัวแสบ ข้าให้เจ้าออกมาฝึกฝนแต่เจ้ากลับไปหาเรื่องกับอีกสองดินแดนพร้อมๆกันทำให้ชื่อเสียงของเจ้าโด่งดังไปทั่วแล้ว” จ้าวหยูซินปรากฎออกมาจากด้านหลังของต้าหมิงและดึงหูต้าหมิงอย่างรุนแรง
“โอ้ย!!!!!! พี่สาวหยูซินฟังข้าก่อน ทั้งหมดมันเป็นความผิดของเจ้าพวกนั้นที่คิดจะสังหารข้าก่อน” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด
“แน่นอนว่าข้ารู้ว่าเจ้าพวกนั้นเริ่มก่อนแต่เจ้าเองก็เป็นฝ่ายไปขโมยสัตว์เวทของพวกเขามาไม่ใช่เหรอ ดีนะที่อาณาจักรเหมันต์ไม่ได้เข้ามายุ่งในเรื่องครั้งนี้ไม่งั้นพวกเราคงมีปัญหาเพิ่ม” จ้าวหยูซินกล่าว
“ข้ายอมแล้ว ข้าเข้าใจแล้วข้าผิดเอง” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าสำนึกผิด
“นี่งั้นเหรอสัตว์เวทตัวใหม่ของเจ้า แมงป่องราชันทำไมถึงได้มีสภาพแบบนี้” จ้าวหยูซินกล่าวพร้อมกับกำลังยื่นมือไปแตะตัวของแมงป่องโลหิต
“อย่าไปแตะมัน” ต้าหมิงยื่นมือออกมาและจับมือของจ้าวหยูซินเอาไว้พร้อมกับแสดงสีหน้าจริงจังออกมา
“เจ้าคิดจะทำอะไร” จ้าวหยูซินกล่าวพร้อมกับหน้าแดงเล็กน้อยเมื่อถูกต้าหมิงจับมือ
“สัตว์เวทของข้าตัวนี้ไม่ใช่แมงป่องราชันอีกแล้ว แต่เป็นแมงป่องโลหิต ซึ่งมันมีความดุร้ายยิ่งกว่าแถมพิษของมันยังแปลกประหลาดอย่างมากอีกด้วย” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับบอกถึงลักษณะพิษให้กับจ้าวหยูซินฟัง
หลังจากที่ได้ฟังใบหน้าของจ้าวหยูซินก็ซีดลงทันที พิษที่สามารถทำให้โลหิตในร่างเน่าเสียได้เป็นพิษที่น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดและด้วยพิษชนิดใหม่นี้ยังไม่มียาแก้พาอีกด้วย
“ถ้าเป็นอย่างนี้ก็อันตรายมากอย่างน้อยในการประลองห้ามเจ้าใช้พิษของมันโดยเด็ดขาด” จ้าวหยูซินกล่าว
“ข้าก็ตั้งใจเอาไว้แบบนั้นอยู่แล้ว” ต้าหมิงกล่าว
“ตอนนี้เจ้าเองก็มีสัตว์มากมายแล้วทำไมเจ้าถึงปล่อยเจ้าสองตัวนี้ไว้ข้างนอกละ” จ้าวหยูซินกล่าว
“พวกมันไม่สามารถไปอยู่ในอุปกรณ์เก็บสัตว์เวทของข้าได้” ต้าหมิงกล่าว
“เจ้าหมายถึงเจ้าตำราสีดำของเจ้าไม่สามารถเก็บสัตว์เวททั้งสองตัวนี้ได้แต่สามารถเก็บสัตว์เวทแปลกๆของเจ้าได้งั้นเหรอ” จ้าวหยูซินกล่าว
“ใช่แล้ว เอ่อ แล้วตอนนี้พี่สาวหยูเฟยเป็นอย่างไรบ้างนางยกระดับได้สำเร็จหรือไม่” ต้าหมิงกล่าว
“แน่นอน ตอนนี้นางกลายเป็นจอมเวทย์ระดับจอมพลแล้ว” จ้าวหยูซินกล่าว
“ถ้างั้นก็ดี ตอนนี้ข้าเป็นจอมเวทย์ระดับ 5 แล้วข้าก็ชนะพนันพี่สาวหยูเฟยไปได้แล้วคนหนึ่ง” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าชั่วร้าย
“เหอะ เจ้าเด็กลามก ตอนนี้เจ้ายังไม่ถึงระดับ 6 เลย ซึ่งถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเจ้าอย่าได้หวังราวัลจากพวกเราและการเป็นตัวแทนของอาณาจักรก็คงเป็นได้แค่ความฝัน” จ้าวหยูซินกล่าว
“ไม่หรอก ที่จริงข้ามีแผนที่จะทำให้ข้าถึงระดับ 6 ได้แล้วแต่เพราะเจ้าพวกนั้นมันมารบกวนข้าก่อนข้าเลยต้องอยู่เล่นกับพวกมัน” ต้าหมิงกล่าว
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” จ้าวหยูซินเลิกคิ้วด้วยความสนใจ
ต้าหมิงยกยิ้มขึ้นก่อนจะนำทางทันที ในขณะที่ต้าหมิงหลบหนีหารไล่ล่า ต้าหมิงได้เข้ามาสถานที่แห่งหนึ่งโดยบังเอิญซึ่งสถานที่แห่งนี้ถูกซ่อนด้วยค่ายกลมายาต่อให้เป็นระดับจักรพรรดิมาเองถ้าไม่ตั้งใจมองให้ดีๆก็จะไม่มีทางมองออกอย่างเด็ดขาด
ต้าหมิงพาจ้าวหยูซินไปยังต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งเมื่อใช้สายตามองกลับมพบผิดปกติอะไรเลย ดังนั้นจ้าวหยูซินจึงไม่เข้าใจว่าต้าหมิงต้องการจะพานางมาที่แห่งนี้ทำไม