โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 34 เควิน

    บทที่ 34 เควิน

     

     

     

    มุมมองของ เควิน วิลสัน

     

    นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็น เนเทล โกรธจัดขนาดนั้นหรือจะพูดให้ถูก นี่คือครั้งแรกที่ผมเห็นเขาแสดงอารมณ์ออกมาจริงๆ เสียที

     

    ปกติเขามักจะเดินไปไหนมาไหนด้วยใบหน้าตายด้านราวกับมีคนพิมพ์รูปหน้าเฉยเมยแปะทับไว้บนหัวของเขาอยู่ตลอดเวลา

     

    สาบานได้เลยว่ามีวูบหนึ่งที่ผมคิดว่าเขาจะฆ่าแฮดวินทิ้งเสียตรงนั้นผมมั่นใจว่าถ้ามันเกินเลยเทสคงพยายามจะเข้าขวาง

     

    แต่ก็ไม่แน่ใจนักว่าเธอจะหยุดเขาได้ไหมถ้าเขาคิดจะลงมือจริงๆทว่าส่วนที่น่ากลัวที่สุดในการต่อสู้ครั้งนี้คือ

     

    เนเทล ไม่ได้ใช้มานาเลยแม้แต่นิดเดียว

     

    ให้ตายเถอะ... เขาทำแบบนั้นได้ยังไงกันวะ?

     

    ผมเองมองไม่ไม่ออกหรอกแต่คิมบอกผมว่าแฮดวินใช้ทักษะบางอย่างรบกวนการไหลเวียนมานาของเนเทล แต่ไม่นาน เนเทลก็แก้มันได้

     

    ทว่าทั้งๆ ที่เขากลับมาใช้มานาได้แล้วแต่เขากลับเลือกที่จะปิดบัญชีอีกฝ่ายด้วยฝีมือเพียวๆโดยไม่เสียเวลาเรียกใช้พลังพิเศษด้วยซ้ำ

     

    โคตรบ้าบิ่น และหยามน้ำหน้ากันสิ้นดี

     

    พอกระทืบจนพอใจเขาก็เดินหายเข้าไปในป่าหน้าตาเฉย ท่าทีเย็นชาที่เขากวาดสายตามองไปรอบตัวก่อนจะเดินจากไปทำเอาผมเสียวสันหลังวาบ

     

    เขาคงเป็นคนเดียวในที่นี่ที่กล้าเดินเข้าป่าไปคนเดียวในสภาพอารมณ์แบบนั้นในขณะที่พวกเรา ยังคงรู้สึกประหม่าทุกครั้งที่ต้องออกไปล่า

     

    ผมสะบัดหัวไล่ความตื่นเต้น แล้วกลับมาจัดการรมควันเนื้อหมูป่าที่ทำค้างไว้ต่อ

     

    “นายคิดว่าเขาโกรธมากไหม?”

     

    ลิลลี่กระซิบถามขึ้นเบาๆ

     

    “เธอก็เห็นหน้าเขาแล้วนี่โกรธจัดจนน่าขนลุกเลยล่ะ”

     

    ผมตอบ

     

    “อ้อ...”

     

    เธอเงียบเสียงลง

     

    มาถึงจุดนี้ผมมั่นใจว่าทุกคนดูออกว่าเธอแอบปลื้ม เนเทล อยู่นิดๆ แต่ทุกคนที่ว่าก็คงยกเว้น เนเทลนั่นแหละ ดูเหมือนเขาจะเป็นพวกเข้าสังคมไม่เก่งอย่างแรง

     

    เขาอาจจะคิดว่าตัวเองทำตัวได้เนียนแล้วแต่ผมมักจะเห็นเขาแวบหายตัวไปทันทีที่มีคนมากกว่าสองคนเข้ามาคุยด้วย

     

    บางครั้งเขาก็พอจะทนฝืนคุยได้นานหน่อยแต่พอผ่านไปสักพักเขาก็จะเริ่มเงียบขรึมลงเรื่อยๆจนสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการเดินหนีไปดื้อๆ หรือไม่ก็มีเทสโผล่มาช่วยเขาไว้

     

    แต่ถ้ามองอีกมุมเธออาจจะมาช่วยพวกเราไม่ให้โดนเขาเมินใส่จนหน้าแตกซะมากกว่า

     

    แต่มันก็น่าสนุกดีที่ได้แหย่เขาบ้างแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหรอก ประเด็นคือเนเทลนะ เป็นไอ้ตัวแสบที่เห็นแก่ตัว และไร้อารมณ์สิ้นดี

     

    ทว่าเขาก็เป็น ไอ้ตัวแสบเห็นแก่ตัว ที่พวกเราจำเป็นต้องมีผมไม่รู้ว่าเขาจะรู้ตัวไหม แต่ถ้าไม่มีเขา คนที่นี่คงตายไปครึ่งค่อนค่ายไปแล้ว

     

    แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะเขามันเป็นคนเฮงซวยจริงๆ นะ อย่างเมื่อไม่กี่วันก่อนเขายื่นข้อเสนอจะช่วยปั่นเลเวลให้คิม เพื่อแลกกับดาบ

     

    และทันทีที่คิมเลเวลอัปตามเป้าเขาก็เดินไปหยิบดาบเล่มนั้นไปหน้าตาเฉยปล่อยให้เด็กนั่นเดินมือเปล่ากลับค่ายซะงั้น

     

    ไม่มีความเห็นใจให้เห็นแม้แต่นิดเดียว

     

    เขาเป็นคนเด็ดขาด เห็นแก่ตัว และลึกๆผมมั่นใจว่าเขาไม่ได้แคร์พวกเราเลยสักนิด

     

    แต่ก็แปลกที่ถึงแม้เขาจะเฮงซวยขนาดไหนในยามที่วิกฤตอันตรายมาถึง เขากลับเป็นคนที่พึ่งพาได้มากกว่าใคร

     

    เขาไม่เคยแสดงอาการลนลานให้เห็นเลย แม้แต่ตอนที่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขันที่สุดเขาก็ยังใจเย็นราวกับไร้ความรู้สึกแถมยังออกคำสั่งได้อย่างแม่นยำราวกับคำนวณทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว

     

    บอกตามตรงมันรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดที่มีคนอย่างเขาอยู่ด้วย ถึงแม้จะรู้ดีว่าในสายตาเขาพวกเราอาจจะเป็นแค่ภาระ หรือเป็นอะไรที่แย่กว่านั้นก็ตาม

     

    ......

     

    ตอนที่ผมกลับมาถึงที่พักคนแรกที่ออกมาต้อนรับคือเจ้าตูบที่แสนดีที่สุดในนรกชั้นที่ 1 นี้

     

    ใช่แล้ว... มันคือไอ้เจ้าคอร์กี้จอมแสบผู้ไร้ยางอายนั้นเองมันยังมีชีวิตอยู่ดีและผมสาบานได้เลยว่าตอนนี้มันอาจจะตัวหนักกว่าเด็กผู้หญิงบางคนไปแล้วด้วยซ้ำเจ้าหนูนี่ตัวโตขึ้นเร็วอย่างกับกินปุ๋ยเร่งโตเข้าไป

     

    ขณะที่ผมนั่งพิงแนวรั้วไม้ระแนงของเรามันก็เดินเตาะแตะเข้ามาหาพร้อมกับคาบอะไรบางอย่างมาในปาก เมื่อมองชัดๆผมถึงกับต้องนิ่งไปครู่หนึ่ง เพราะสิ่งที่มันคาบมาคือ กระเป๋าสตางค์

     

    ผมลูบหัวที่ขนาดดูจะเท่าเดิมไม่เปลี่ยนผิดกับลำตัวที่ขยายใหญ่แล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากปากมันเจ้าตัวแสบสะบัดหางไปมาอย่างบ้าคลั่งจนก้นกลมๆ นั่นส่ายไปมาอย่างร่าเริง

     

    ผมเปิดกระเป๋าออกดูข้างในมีเงินสดอยู่บ้าง บัตรธนาคาร บัตรประชาชนและชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้นก็ทำให้ผมต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ

     

    แฮดวิน ฮาร์เปอร์

     

    เรื่องราวเริ่มจะน่าสนุกขึ้นมาแล้วสิผมรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ผมจึงหยิบเงินสดออกมาทั้งหมด น่าจะประมาณสองร้อยดอลลาร์ได้ก่อนจะปิดกระเป๋าสตางค์แล้วส่งคืนให้เจ้าตูบที่แสนดีที่สุดในโลก

     

    "เอาไปวางคืนที่เดิมได้ไหม?"

     

    มันกะพริบตาช้าๆ เหมือนจะเข้าใจคำสั่งก่อนจะวิ่งแจ้นกลับไปทิศทางเดิมที่มันมาทันทีผมมองตามหลังมันพลางนึกสงสัยว่านี่ถือเป็นการโจรกรรมเงินสดครั้งแรกในระดับความยากนรกหรือเปล่า

     

    แต่ไม่ใช่หรอกเพราะนี่คือค่าทำขวัญเล็กๆน้อยๆ ที่ผมควรจะได้จากตาลุงเฮงซวยนั่นต่างหาก!

     

    ผมยัดเงินใส่กระเป๋าพลางหยิบเศษชิ้นส่วนสร้อยคอที่ได้จากก็อบลินชาแมนออกมาพิเคราะห์ดู แม้เวลาจะผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วแต่มันยังคงแตกกระจายไร้รูปทรงเหมือนเดิม

     

    ผมมักจะหยิบมันออกมาสำรวจซ้ำๆเพราะสัมผัสได้ถึงกระแสมานาที่ยังหลงเหลืออยู่ข้างในเพียงแต่ยังจับจุดไม่ได้ว่ามันมีไว้ทำอะไรหรือถูกสลักลงบนเศษวัสดุเหล่านี้ด้วยวิธีไหนถึงได้คงทนนัก

     

    แต่อย่างน้อยการเฝ้าศึกษามันก็ไม่ได้สูญเปล่าเพราะมันช่วยให้ผมใช้งานทักษะ การรับรู้มานา ได้คล่องแคล่วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดถือเป็นกำไรที่เหนือความคาดหมาย

     

    ไม่นานนักบิสกิตก็วิ่งกลับมามันทิ้งตัวลงนอนข้างกายพลางเอาหัวเกยไว้บนหน้าขาของผมจากนั้นก็ถอนหายใจยาวแล้วหลับตาลงอย่างสงบ

     

    มาถึงจุดนี้ผมแทบจะมั่นใจแล้วว่าเจ้าหมานี่ฉลาดที่สุดในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่มันรู้ว่าควรวางตัวอย่างไรเวลาอยู่กับผมและไม่เคยทำตัวน่ารำคาญเกินเหตุเลยสักครั้ง

     

    ส่วนเรื่องกระเป๋าสตางค์ของแฮดวินนั่น...มันก็น่าแปลก บางทีมันอาจจะเห็นพวกเราชกกัน และอยากจะช่วยผมแก้แค้นแบบเจ็บๆ คันๆเพื่อเป็นการประจบเอาใจผมก็ได้

     

    ผมไม่ได้คิดไปเองนะแต่มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ

     

    ผมค่อยๆ ลูบหัวเล็กๆของมันพลางดิ่งลึกเข้าสู่สภาวะ สมาธิ ให้มากขึ้นอีกระดับ เพื่อเริ่มต้นฝึกฝนทักษะการควบคุมมานา ของตัวเองต่อไปอย่างเงียบเชียบ

     

    ผ่านไปสักพัก เทสก็เดินมาหาผม

     

    "นี่..."

     

    เธอเริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง

     

    "ไม่เป็นไรหรอก"

     

    ผมตัดบทสั้นๆแต่คิดว่าเธอคงเข้าใจความหมาย ผมรู้ดีว่าลึกๆ เธอเองก็เห็นด้วยกับแฮดวินอยู่บ้างแต่คงมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เธอพูดกับผมตรงๆ ไม่ได้

     

    และให้ตายเถอะ... ต่อให้เธอพูดผมก็คงไม่ฟังอยู่ดี เพราะอย่างนั้นผมถึงโกรธเธอไม่ลงที่เธอไม่ยื่นมือมาช่วยผมหรือแม้แต่ตอนที่เธอเตรียมพร้อมจะหยุดผมหากผมคิดจะลงมือกับแฮดวินให้หนักกว่านี้

     

    เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆออกมาแล้วนั่งลงข้างๆ เธอใช้นิ้วจิ้มพุงป่องๆของบิสกิตจนเจ้าหมาต้องลืมตาขึ้นมามองข้างหนึ่ง

     

    พอเห็นว่าเป็นเทสมันก็หลับตาลงนอนต่อเธอเลยแกล้งจิ้มมันอีกสองสามที แต่เจ้าคอร์กี้ก็ยังเมินสนิทจนเธอต้องยอมแพ้ไปเอง

     

    "คิมเลื่อนระดับทักษะ พลังจิตเป็นเลเวล 3 แล้วนะ ส่วนลิลลี่ก็เลื่อน การฟื้นฟู เป็นเลเวล 2 แล้ว"

     

    เธอแจ้งข่าวให้ผมทราบ

     

    พับผ่าสิไอ้เด็กกะหร่องนั่นไปทำอะไรมาถึงอัปเป็นเลเวลสามได้เร็วขนาดนั้นนะ?

     

    "ตอนนี้ลิลลี่รักษาแผลถลอกกับแผลขนาดเล็กได้แล้วนะแต่ยังทำได้แค่กับตัวเองเท่านั้น ยังรักษาคนอื่นไม่ได้"

     

    อ้อ น่าเสียดายแฮะ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกอย่างน้อย สถานีเติมเลือดส่วนตัว ของผมก็กำลังพัฒนาไปได้สวยเดี๋ยวเราก็คงไปถึงจุดที่ใช้งานได้จริงเอง

     

    เทสไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมเลยเดาว่าคนอื่นๆคงยังไม่มีใครเลื่อนระดับทักษะอะไรได้อีก

     

    เรื่องที่น่าหงุดหงิดที่สุด คือผมไม่รู้เลยว่าความเร็วในการพัฒนาของพวกเรามันดีหรือแย่เพราะไม่มีตัวชี้วัดอะไรเลยนอกจากเปรียบเทียบกันเองในกลุ่ม

     

    จู่ๆ ผมก็เกิดไอเดียบางอย่างขึ้นมา

     

    "นี่ เทส?"

     

    "หือ?"

     

    เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด

     

    ผมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบธนบัตรร้อยดอลลาร์ออกมามันคือของขวัญจากชายนิรนามคนหนึ่ง ผมยื่นมันให้เธอ

     

    "ช่วยไปซื้อขนมหวานให้ผมหน่อยได้ไหม?"

     

    เธอมองหน้าผมสลับกับมองธนบัตรใบนั้นอยู่สองสามรอบด้วยสีหน้าเหลอหลาจนดูตลกชะมัด

     

    "นายขโมยมาจากแฮดวินเหรอ?"

     

    เธอเดาถูกเผงทันทีแบบไม่ต้องสืบ

     

    ชิบเป๋ง... ผมดูง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?เอ้อ เดี๋ยวสิ! ผมไม่ได้ทำนะ เกือบลืมไปเลย

     

    "หมามันทำ"

     

    ผมชี้ไปทางเจ้าคอร์กี้ที่นอนหลับปุ๋ยอยู่

     

    เทสถอนหายใจพลางกลอกตา

     

    “จ้า...”

     

    เธอทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะลุกเดินจากไปโดยทิ้งธนบัตรใบนั้นไว้ที่เดิม

     

    ผมยักไหล่อย่างไม่ยี่หระพลางทอดสายตามองไปยังลานโล่งกลางค่ายตอนนี้ทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับการกักตุนอาหารและน้ำดื่ม

     

    แม้ช่วงหลังมานี้มอนสเตอร์จะเริ่มปรากฏตัวบ่อยขึ้นและดุร้ายกว่าเดิม แต่ด้วยเลเวลของทุกคนที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องการรับมือจึงไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงนัก

     

    ทุกอย่างดูเหมือนจะค่อยๆ เข้ารูปเข้ารอยผมเอนหลังพิงรั้วไม้พลางปล่อยใจไปกับความสงบชั่วคราวสถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่าดีเกินคาดด้วยซ้ำ

     

    ทว่าหลังจากนั้นไม่นานผมก็ตระหนักได้ทันทีว่าไม่ควรคิดอะไรโง่ๆ แบบนั้นเลย เพราะเพียงสองชั่วโมงให้หลังบรรยากาศที่เคยสงบสุขก็ถูกฉีกกระชากทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดี

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810