บทที่ 59 ฉันควรจะเชื่อใคร
เหลิ่งชิงชิวเดินเข้าไปหาลู่เฉิงเหวิน และมองตาของเขาด้วยสีหน้าราบเรียบ
“เฉิงเหวินคะ ฉันคิดว่าเรื่องที่คุณพูดมาก็มีเหตุผล ฉันไม่เชื่อใจคนอื่น เชื่อแต่คุณคนเดียว คืนนี้ฉันจะเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงอย่างเร่งด่วน เพื่อปรึกษารายละเอียดเกี่ยวกับโครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐาน”
ลู่เฉิงเหวินไม่ใช่คนโง่ เพียงแค่เห็นท่าทีและสายตาของเหลิ่งชิงชิว เขาก็รู้แล้วว่าเธอกำลังโกรธตนเองอยู่
คุณบอกให้ฉันลงทุนโครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐานไม่ใช่เหรอ? ฉันก็ทำตามแล้วนี่ไง
ถ้าคุณคิดจะแกล้งฉันจริง ๆ? หรือจะยอมเปลี่ยนใจแต่โดยดี? เลือกเอาเองก็แล้วกัน
เหลิ่งเทียนหาวไม่เข้าใจความคิดของเหลิ่งชิงชิว เขายืนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม
หลงอ้าวเทียนเองก็งุนงงเหมือนกัน
โครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐาน? คนธรรมดาทั่วไปกล้าแตะโครงการนั้นเหรอ?
เจ้าหน้าที่ภาครัฐพูดไปทั่วว่าสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเสวี่ย ไม่มีตระกูลไหนยอมพยักหน้าเห็นด้วยสักตระกูล
นั่นเพราะมันใช้เวลานาน เงินลงทุนสูง มีผู้ได้รับผลประโยชน์เกี่ยวข้องจำนวนมาก สถานการณ์ก็ซับซ้อน หากผิดพลาดนิดเดียวอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้
ไม่ว่าจะยกเอาหัวข้อไหนออกมาล้วนเป็นปัจจัยที่อันตรายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะบริษัทใหญ่ไหน ๆ หากคิดจะลงทุนโครงการนี้ล้วนต้องพิจารณาว่าตนเองมีความสามารถ และมีเงินทุนมากพอจะรับโครงการนี้ไว้หรือไม่
ผู้รับผิดชอบคนที่หนึ่งของโครงการนี้เป็นคนทางใต้ เขาทำงานไปได้ครึ่งเดียวก็ทนต่อไปไม่ไหวและหนีออกไป
ลำพังแค่คนที่กระโดดตึกฆ่าตัวตายเพราะโครงการนี้ก็สามคนเข้าไปแล้ว
โครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐานไม่ใช่งานร้อนแบบเผือกร้อนลวกมือ แต่มันร้อนเหมือนเหล็กร้อนเผาไฟ อย่าว่าแต่ใช้มือถือเลย แค่แตะโดนนิดเดียวก็เจ็บจะแย่แล้ว!
หลงอ้าวเทียนพูด “ชิงชิว เรื่องเกี่ยวกับโครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐาน ผมขอเตือนว่าอย่าเข้าไปยุ่งด้วยจะดีกว่า สถานการณ์ของโครงการนั้นซับซ้อน และคุณเองก็ไม่เข้าใจงานก่อสร้างพื้นฐานด้วย...”
เหลิ่งชิงชิวมองหลงอ้าวเทียนและหัวเราะเสียงเย็นเยียบ “ฉันต้องเข้าใจเยอะมากขนาดนั้นเลยเหรอ? ขอแค่มีเฉิงเหวินคอยสนับสนุนก็พอแล้ว ใช่ไหมคะเฉิงเหวิน?”
ลู่เฉิงเหวิน “เอ่อ...”
หลงอ้าวเทียนพูด “ระยะเวลาของโครงการสวนสนุนค่อนข้างสั้น มันง่ายต่อการตัดสินใจ ขอแค่ได้ที่ดินตรงนั้นมาอย่างรวดเร็วพวกเราก็ชนะแล้ว เราสามารถทำงานใหญ่ได้หลายอย่าง ส่วนโครงการที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นเดาเหตุการณ์ออกได้ยาก และยังต้องเสียแรงกำลังมากเกินไป”
“จะกลัวอะไรล่ะ แค่มีเฉิงเหวินคอยสนับสนุน เหนื่อยขนาดไหนฉันก็ไม่กลัว ใช่ไหมคะเฉิงเหวิน?”
ลู่เฉิงเหวิน “เอ่อ...”
หลงอ้าวเทียนร้อนใจขึ้นมาแล้ว “ชิงชิว ทำไมคุณถึงไม่ยอมเข้าใจ ที่ผมทำไปทุกอย่างนั้นก็เพื่อคุณ ผมไม่อยากจะให้คุณกระโดดเข้ากองไฟ ผมไม่อยากเห็นเชียนเฟิงกรุ๊ปต้องสั่นคลอน ผมรู้ว่าการสร้างความก้าวหน้าให้กับเชียนเฟิงกรุ๊ปเป็นความฝันของคุณ ผมมาที่นี่ก็เพราะความฝันของคุณ”
เหลิ่งชิงชิวพูด “ทำไมต้องพัฒนาเชียนเฟิงกรุ๊ปให้เจริญรุ่งเรืองด้วย ฉันเป็นผู้หญิง ความฝันอันยิ่งใหญ่ที่สุดของผู้หญิงคือการได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดี ฉันกับเฉิงเหวินจะหมั้นกันในเดือนหน้าแล้ว ปลายปีนี้ก็จะแต่งงานกัน ปีหน้าอาจจะมีลูกด้วยกัน... ใช่ไหมคะเฉิงเหวิน?”
ลู่เฉิงเหวิน “เอ่อ... อ่า...”
หลงอ้าวเทียนคิดในใจ คุณนี่มันยังไงกันแน่ฮะ?
โอกาสทางธุรกิจลอยให้เห็นเด่นชัดขนาดนี้คุณมองไม่เห็นรึไง? จะไปทำโครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐานกับลู่เฉิงเหวินเหรอ?
เหลิ่งชิงชิวเป็นอะไรไป? จู่ ๆ สมองก็หดลงงั้นเหรอ?
หญิงสาวมองลู่เฉิงเหวินและพูดด้วยสายตาหนักแน่นมั่นคง “เฉิงเหวินคะ ฉันเชื่อคุณนะคะ คุณดูตาฉันสิคะ คุณมองตาฉันแล้วบอกมาสิคะว่าคุณอยากจะให้ฉันเลือกโครงการไหน?”
สายตาที่เหลิ่งชิงชิวมองมาทำให้ลู่เฉิงเหวินรู้สึกอึดอัด
เขาไม่รู้จะตอบเธอยังไงดี
‘ยัยทึ่มคนนี้คงจะไม่ได้เชื่อว่าฉันจะไปทำโครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐานอะไรนั่นจริง ๆ หรอกใช่ไหม? เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันก็แค่พูดเหลวไหลไปอย่างงั้นเอง เพราะงั้นถึงได้พูดออกมาอย่างนี้ ...ใช่ไหม?’
‘ให้ตายสิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันจะจัดการกับคนหลอกลวงอย่างเธอไม่ได้!’
“อ๋อ แน่นอนสิ” ลู่เฉิงเหวินตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “ผมคิดว่าโครงการนี้ดี แต่สิทธิ์ในการตัดสินใจของเชียวเฟิงกรุ๊ปอยู่ที่คุณ ผมแค่เสนอแนะเท่านั้น”
“ดีเลยค่ะ!” เหลิ่งชิงชิวพูดอย่างแน่วแน่ “ในเมื่อคุณแนะนำแบบนี้ฉันก็จะเชื่อคุณค่ะ”
เหลิ่งเทียนหาวไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไป “ชิงชิว ลูกไม่ต้องกังวล ค่อย ๆ คุยกันเถอะ…”
“ไม่ต้องปรึกษาแล้ว” ตอนนี้เหลิ่งชิงชิวโกรธเต็มที่แล้ว เธอผลักประตูและกำลังจะเดินออกไป “ฉันจะเรียกคณะกรรมการของบริษัทมาประชุมด่วนตอนนี้ เพื่อที่จะได้วางแผนลงการทุนร่วมหุ้นในโครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐาน วันพรุ่งนี้เราจะได้พูดคุยกับผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องเลย”
“เหลวไหล!” เหลิ่งเทียนหาวตวาด “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมลูกถึงวู่วามฮะ? ฉันเป็นประธานกรรมการใหญ่ของเชียนเฟิงกรุ๊ป เรื่องนี้ฉันไม่เห็นด้วย!”
เหลิ่งชิงชิวหันไปมองเหลิ่งเทียนหาว “พ่อคะ พ่อเป็นคนอยากให้หนูแต่งงานเข้าตระกูลลู่ พ่อเป็นคนมอบอำนาจของเชียนเฟิงกรุ๊ปให้หนูบริหาร และพ่อก็เป็นคนบอกกับหนูเองว่าความสุขของหนูกับผลประโยชน์ส่วนตัวของหนูไม่มีความสำคัญ ผลประโยชน์ของเชียนเฟิงกรุ๊ปสำคัญยิ่งกว่าความสุขส่วนตัว หนู เหลิ่งชิงชิว แต่งงานกับใครก็เป็นคนของตระกูลนั้น ในเมื่อหมั้นกับเฉิงเหวินแล้ว เขาก็คือสามีของหนูในอนาคต คำพูดของสามีเปรียบได้กับประกาศิตสวรรค์ คำพูดของสามีเปรียบได้กับพระราชโองการจากฟ้า คำสั่งของสามีหนูต้องทำตามค่ะ! เฉิงเหวินบอกว่าให้หนูเลือกทำโครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐาน หนูก็ต้องเชื่อเขาค่ะ!”
หลงอ้าวเทียนรีบพูดขึ้นมา “ชิงชิว คุณต้องคิดให้ดีนะครับ ลู่เฉิงเหวินไม่มีค่าพอให้คุณเชื่อ”
เหลิ่งชิงชิวมองอีกฝ่ายที่พูดขึ้นมา “งั้นเหรอ? ถ้างั้นคุณลองบอกฉันมาซิว่าฉันควรจะเชื่อใคร?”
สองตาของหญิงสาวแดงก่ำ น้ำตาเอ่อคลอเบ้า
“ตลอดชีวิตนี้ของฉัน ...ไม่เคยเจอใครที่สามารถเชื่อใจได้เลยสักคน”