เดินวิถีเซียน (Water Qi immortal)

    49 ตามความสามารถ


    (3 เดือนผ่านไป)

    .....บัดนี้ศิษย์ทั้ง 6 คนบรรลุระดับรวบรวมปราณขั้นต้นได้หมดแล้ว หลินเซียนเริ่มให้แต่ละคนฝึกฝนต่างกัน 

    - หลี่เทียนอวิ๋น แม้เขาจะเป็นคนก้าวร้าวแต่เขาเป็นลูกขุนนางจึงมีการศึกษาดีกว่าทุกคน หลินเซียนเริ่มสอนทักษะพื้นฐานการสร้างค่ายกลให้แก่เขา

    - เซียวฉิง นางฝึกฝนวิชากระบี่มาจากแม่แล้วหลินเซียนจึงสอนการบรรจุพลังปราณลงในกระบี่ให้

    - หวังต้า หลินเซียนสอนปราณธาตุไฟให้เขา หวังต้าชอบมากเพราะเขาคิดว่าอนาคตย่อมมีประโยชน์กับงานร้านตีเหล็กของเขาได้

    - จางซาน หลินเซียนสอนวิชาการปรุงยา และความรู้เรื่องสมุนไพรเซียนให้เขา เผื่อวันหน้าเขาจะหลอมยาไว้บำรุงร่างกายตัวเอง

    - หานซิ่วเรียนรู้พลังปราณธาตุน้ำจากหลินเซียน

    - หลิงเออร์แม้จะเป็นเด็กแต่รากวิญญาณเซียนเธอดีพิเศษ หลินเซียนจึงให้เธอฝึกปราณธาตุน้ำ, ไม้ และดิน ซึ่งปราณธาตุไม้นั้นหลินเซียนให้เสี่ยวหมิงออกมาช่วยด้วย เธอจึงทั้งสนุกที่ได้เล่นหมีแพนด้าและสัมผัสปราณธาตุไม้

    การสอนศิษย์ทุกคนหลายเดือนนี้หลินเซียนก็เหมือนได้ทบทวนวิชาต่างๆที่ตัวเองเคยร่ำเรียนมาให้ความรู้แน่นขึ้น เก็บตกเศษชิ้นส่วนเล็กๆในแต่ละวิชามาเติมเต็มปัญญาตนเอง บางครั้งกลางดึกเขาเองก็ไปที่ทะเลลาปน้ำแข็งนิรันดร์อัญเชิญจิตวิญญาณภูติชั้นสูงขึ้นมาเพื่อเข้าฌานสัมผัสพลังปราณน้ำแข็งเก่าแก่นั้น หลินเซียนรู้สึกได้ว่าในจิตเต๋าของตน แกนปราณนั้นได้ถูกกระเทาะออกหลายส่วนแล้ว แต่เขากลับยังมองไม่เห็นตัวตนทารกวิญญาณที่อยู่ด้านใน แถมในจิตแห่งเต๋าของเขาตอนนี้มีไฟแกนพิภพที่เขาซึมซับเข้าไปได้แล้วเป็นดั่งแสงอาทิตย์ในทะเลจิตของเขา ในนั้นมีต้นไม้เซียนขนาดสูง 9 ชี่(3 เมตร) ต้นหนึ่ง มันมีใบครึ่งหนึ่งเป็นสีขาว อีกครึ่งหนึ่งเป็นสีดำ แผ่นพลังงานบางอย่างออกมาแก่ไฟแกนพิภพและปราณน้ำทั้ง 6 ในตัวเขา (หลินเซียนเพิ่มน้ำแข็็งจากทะเสสาปนิรันดร์เข้าไป)


    (1 ปีผ่านไป) 

    ....ณ สนามสอบพื้นฐานผู้ฝึกเซียนที่ทางราชสำนักดำเนินการจัดขึ้น มีทั้ง

    1. การสอบข้อเขียนวัดความรู้พื้นฐาน 

    2. ทดสอบการใช้พลังปราณขั้นต้น ด้วยการปล่อยปราณออกมาให้เป็นรูปธรรม

    3. ทดสอบปฏิบัติด้วยการขี่อะไรก็ได้ให้ลอยขึ้นฟ้าได้ (ส่วนมากจะเลือกขี่กระบี่)

    4. ให้เลือกสอบระหว่าง ปรุงยา, ค่ายกล, ใช้อาวุธต่อสู้ และสอบสัมภาษณ์ปรัชญาความเข้าใจเต๋า

    หลังสอบได้ประมาณ 1 สัปดาห์ก็ประกาศผลสอบ พบว่าศิษย์ทั้ง 6 คนของหลินเซียนสอบผ่านทั้งหมด แถมหานซิ่วและหลิงเอ๋อร์ทำคะแนนได้สูงมากจึงได้โควต้าพิเศษ ให้เข้าเรียนสำนักเซียนขั้นสูงได้เลยโดยไม่ต้องสอบอีกด้วย 

    เรื่องที่หลิงเออร์ซึ่งเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 8 - 9 ขวบสอบผ่านและได้โควต้าพิเศษทำเอาโจษจันไปทั้งตลาด ท่านปู่ของหลิงเออร์ดีใจมาก เขียนอักษรใส่ป้ายผ้าว่า "พระคุณการสอนดุจสายน้ำไหลยาวนาน กลิ่นหอมแห่งคุณธรรมยังคงอยู่ชั่วกาล" มอบให้หลินเซียน ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของหลินเซียนจึงเริ่มถูกพูดถึงในตลาดมากขึ้น

    เช้าวันนี้หลินเซียนมาส่งจางซานสอบเข้าสำนักปรุงยาพิสุทธิ์ฉิงหลิงอวี้ แม้เขาใส่เสื้อคลุมหนาหลายชั้นแต่ในวันที่หิมะตกแบบนี้เขาก็ยังไอแค่กๆอยู่เป็นพักๆ

    "อาจารย์.... ข้าไม่มั่นใจเลย...."

    หลินเซียนยิ้มให้ศิษย์ "ไม่เป็นไร ทำให้เต็มที่ ถ้าที่นี่ใช่ที่ของเรายังไงก็หนีไม่พ้น แต่ถ้าไม่ใช่เราก็หาที่ใหม่จนกว่าจะเจอที่ใช่เท่านั้นเอง"

    จางซานยิ้มแบบอ่อนแรง เมื่อมาถึงสำนัก เขานำใบรับรองการสอบผ่านมาตรฐานมาให้เจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้าสอบ

    "ขี้โรคขนาดนี้เจ้าจะไหวเหรอ? คงไม่ตายตอนสอบหรอกนะ ฮ่าๆ"

    จางซานไม่พูด เขาไอแค่กๆเมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้วเขาก็เข้าไปภายในสำนักพร้อมหลินเซียน

    สำนักปรุงยานี้ช่างดูพิเศษ ลานหินทดสอบมีเตาหลอมขนาดใหญ่ มีไฟอยู่ด้านในราวกับกำลังหลอมอะไรสักอย่าง แต่ก็ให้ความอบอุ่นไปทั่วทั้งลาน

    เมื่อผู้สอบยืนที่กลางลานหมดแล้ว จู่ๆก็เกิดหมอกเป็นวงรอบ มันหมุนเร็วพอสมควร

    แล้วก็มีเซียนผมหงอกคนหนึ่งยืนอยู่บนฝาเตาหลอม ประกาศดังก้อง

    "พวกเจ้าจะปรุงยาอะไรก็ได้ วัตถุดิบต่างๆอยู่ในหมอกหมุนวนนี้ หากได้สมุนไพรดีก็ต้องแย่งมาด้วยกำลังตัวเอง"

    "เริ่มได้!" หมอกวงแหวนนั้นหมุนเร็วกว่าเดิมหลายเท่า

    ทุกคนเริ่มคว้ำสมุนไพรในหมอมาใส่หม้อของตนเอง บางอย่างก็ทำให้มีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงกัน มีคนหนึ่งถูกอัดกระเด็นออกมานอกลานฝึกด้วย

    หลินเซีัยนมองจางซานด้วยความเป็นห่วงเพราะเขาสุขภาพไม่ดี จางซานแค่ยืนเฉยๆยังลำบาก เขาจะเอาแรงอะไรแย่งสมุนไพรกับผู้อื่นได้

    จางซานหันมองหน้าอาจารย์ที่เป็นห่วง เขาก้มหน้าเคารพ มีรอยยิ้มนิดๆแล้วค่อยๆเดินไปหยิบเศษสมุนไพรเหลือต่างๆจากหมอกวงแหวนนั้น

    "ฮ่าๆ ไอ้ขี้โรค เศษสมุนไพรไร้ค่าพวกนี้เจ้าจะปรุงยาชั้นเลิศได้อย่างไร?"

    จางซานหาได้สนใจคำพูดคนอื่นไม่ เมื่อนำสมุนไพรทั้งหมดลงในหม้อแล้ว เขาจึงปล่อยพลังปราณทั้งหมดของเขาออกมา

    "ระดับรวบรวมปราณขั้นปลาย!!" เซียนผมหงอกผู้คุมสอบอุทาน เพราะผู้สอบปกติอย่างมากก็แค่ขั้นกลางเท่านั้น นานๆจะมีขั้นปลายแบบจางซานมาสอบ

    ปราณที่จางซานส่งไปหลอมยานั้นมีไฟ น้ำ ผสมกันได้อย่างกลมกล่อม เขาใช้มือแห้งๆซีดๆนั้นคอยควบคุมปราณอย่างปราณีต เศษสมุนไพรเหล่านั้นค่อยๆหลอมรวมกันอย่างหมดจด

    เมื่อเสร็จแล้วเม็ดยาที่จางซานหลอมออกมานั้นสว่างไสวสวยงามกว่าทุกๆคน

    เซียนผมหงอกรีบเหาะลงมาจับเม็ดยานั้นแล้วมองหน้าจางซาน

    "เจ้าจะยอมเป็นศิษย์ข้าหรือไม่?"

    จางซานคำนับอาจารย์ทันที เซียนผมหงอกหัวเราะดีใจ จางซานหันมายิ้มดีใจให้หลินเซียนอาจารย์ของเขาและมีน้ำตาซึม หลินเซียนเห็นก็ยินดีมากที่ได้เห็นความสำเร็จของลูกศิษย์

    ตลอดเวลาที่ผ่านมาจางซานเป็นคนตั้งใจมาก ทั้งการฝึกฝนและอ่านตำรา เขารู้ตัวว่าพื้นฐานด้อยกว่าคนทั่วไป เขาจึงพยายามมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว จางซานเป็นศิษย์คนหนึ่งที่หลินเซียนภูมิใจเพราะเวลาเขามองจางซาน เขาคิดถึงตัวเขาเองในอดีตนั่นเอง

    เนื่องจากจางซานและหวังต้า,หลี่เทียนอวิ๋นสอบวันเดียวกัน หลินเซียนเลยไม่ได้ไปดูหวังต้าและหลี่เทียนอวิ๋น แต่เมื่อตกเย็นทั้ง 2 คนก็มายืนรอที่หน้าบ้านหลินเซียน พวกเขาเข้ากอดอาจารย์หลินเซียนด้วยความดีใจเพราะสอบผ่านทั้งคู่ วันนี้ถือเป็นวันมงคลหลินเซียนได้รับแต่ข่าวดี

    "เหลือเซียวฉิงพรุ่งนี้คนเดียวสินะ" หลินเซียนพรึมพรำ