เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 40 รักษาไทเฮา

    เทียนได้เข้ามาพักที่สำนักหยางซาน ท่านนักพรตอู่กับนักพรตลิ่ว พาเทียนมาคำนับท่านเจ้าสำนัก หยางซาน

    “ ท่านเจ้าสำนัก” เทียนทำความเคารพเจ้าสำนักที่มองดูแล้วเหมือนคนแก่ที่ดูมีเมตตา

    “ ยินดีต้อนรับท่านหมอเทวะ นักพรตลิ่ว กับ นักพรตอู่เล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังหมดแล้ว เจตนาของท่านหมอช่างมีเมตตาต่อ ชาวบ้านยิ่งนัก ข้าส่งคนประกาศเรื่องของท่านแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นาน คงจะมีผู้คนมารักษา ช่วงนี้ท่านสามารถเรียนรู้ วิชาในสำนักของเราในฐานศิษย์ฆาราวาสในสำนักหยางซานของเรา”

    เจ้าสำนักให้ความเป็นกันเองยิ่งนัก ทำให้เทียนรู้สึกเกรงใจไม่น้อย นักพรตลิ่วเป็นคนพาเทียน เดินชมรอบ ๆ สถานศึกษาด้วยตนเอง โดยด้านในมีวิหารศักดิ์สิทธิ์

    ของสำนักมีรูปปั้นเทพเซียนปรมาจารย์ชื่อว่า หยางซานเซียนซือ เป็นรูปชายชรามีหนวดเครายาว มือหนึ่งถือแส้ม้า อีกมือหนึ่งถือกระจกแปดเหลี่ยม ผู้คนมากราบไหว้บูชาตลอด มีคนมาให้ช่วยรักษา ขอยันต์ศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมาก มีภาพประกอบติดฝาผนัง เป็นภาพชายชราปรุงยา รักษาผู้คน ปราบปีศาจ ดูแล้วเข้ากับบรรยากาศ ที่มีแต่ควันธูป ฟุ้งกระจายไปทั่ววิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

    “ พวกท่านปราบปีศาจกันด้วยหรือ” เทียนถามท่านนักพรตลิ่ว

    “ ก็มีอยู่ประจำ ชาวบ้านก็มาร้องขอ แต่พวกเราจะส่งระดับอาจารย์ที่ระดับ 9ขึ้นไปเท่านั้น ต่ำกว่านั้นยากที่จะทำได้” นักพรตลิ่วเอ่ยตามจริง

    เทียนเดินมาทางเข้าสำนักหน้าวิหาร เห็นคนพิการนั่งขอทานอยู่หลายคน เทียนยืนมองด้วยความสงสัย ว่าทำไมถึงได้มีคนพิการ หลายสิบคน จึงเดินเข้าไปหา แล้วให้ยาเม็ดรักษา ทีละคน ทำให้ขอทานทุกคนที่พิการ ขา แขนหายไปกลับมาเป็นปกติ สร้างความดีใจให้กับพวกเขาทุกคน แม่แต้นักพรตลิ่ว ก็ตกใจไม่คิดว่าเทียนจะมียารักษาที่ทำให้คนขา แขน งอกออกมาแบบนี้

    “ ขา แขนของพวกท่านดูลักษณะ คล้ายโดนกัดกระชาก คล้ายกัน นี่พวกท่านโดนอะไรกันมา” เทียนเอ่ยถามทันที

    “ พวกเราไปต่อสู้กับนักสู้ซากศพมา” ขอทานเหล่านี้เอ่ยออกมาตามตรง

    “ ใช่แล้ว ถ้าหากเราชนะได้ จะได้เงิน 1 แสนเหรียญทอง” ขอทานอีกคนพูดบ้าง

    “ พวกท่านเป็นมนุษย์ธรรมดา จะไปสู้กับพวกมันได้อย่างไร” เทียนสงสัยทำไมถึงกล้าขนาดนี้

    “ พวกเรามีสิทธิ์เลือกอาวุธได้ แล้วก็ใช้เวลาไม่เกินหนึ่งก้านธูป พวกเรามนุษย์มี 30 คนรุมมันตัวเดียว เคยมีคนเอาชนะมันได้ด้วย แต่พวกเราสู้มันไม่ได้ พ่ายแพ้จึงมีสภาพเช่นนี้” ขอทานเล่าให้เทียนฟังอย่างสลดใจ เทียนให้เหรียญทองพวกเขาจำนวนหนึ่ง

    “ เงินก้อนนี้ พวกท่านเอาไปทำมาหากิน ต่อไปอย่าไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้อีก” เทียนเอ่ยจบก็เดินจากมา ท่านนักพรตลิ่ว เดินมาใกล้ๆ เทียน

    “ ท่านหมอเทียน ท่านนี่ใจดีเกินไปแล้ว คนที่พิการในเมืองนี้มีมากมาย เพราะว่าพวกเขาโลภ อยากได้เงินเยอะ และไม่อยากทำงาน ถึงต้องไปเสี่ยงตายแบบนั้น ท่านช่วยไปกลุ่มหนึ่ง และกลุ่มอื่น ๆล่ะ ท่านจะช่วยได้ครบทุกคนหรือ” นักพรตลิ่วเอ่ยด้วยความเป็นห่วง เทียนได้แต่ยิ้มออกมาเล็กน้อยและบอกว่า

    “ ขอให้ได้ช่วย แม้แค่เพียงคนเดียวข้าก็พอใจแล้ว การช่วยเหลือคน ข้าไม่เคยคิดมากขนาดนั้น” เทียนบอกแนวคิดของเขาออกไป ท่านนักพรตลิ่วเลยไม่ได้พูดอะไรต่อ

    “ สนามนักสู้ซากศพ พวกนี้ พวกเขาสร้างมันขึ้นมาเพื่ออะไร”

    “ ที่นี่เป็นดินแดนจอมเวทย์ ทางราชวงศ์ต้าหลี่ถัง นิยมการต่อสู้ พวกเขาสร้างสนามนักสู้ซากศพขึ้นมา เพื่อให้มีการแข่งขันฝึกต่อสู้เพื่อหาผู้เข้มแข็งไปรับใช้บ้านเมือง ทำให้สนามสู้ซากศพได้รับความนิยมจากชาวเมืองเป็นอย่างมาก” นักพรตลิ่วอธิบาย

    “ แล้วสำนักหยางซาน ส่งไปแข่งบ้างหรือไม่”

    “ เรื่องนี้ทางเจ้าสำนักไม่เห็นด้วย ทางสำนักเรา เดินแนวทางวิถีแห่งเซียน ต้องหมั่นขัดเกลาจิตใจให้ใสสะอาด เรื่องแบบนี้สำนักเราไม่ทำ” นักพรตลิ่วเอ่ย

    “ รบกวนพรุ่งนี้ ให้พวกท่านเปิดรับคนเพิ่มเป็นวันละ ห้าสิบคน โดยเฉพาะพวกคนพิการทั้งหมดในเมือง ข้าจะรักษาให้หมดทุกคนเลย” เทียนบอกกับท่านนักพรตลิ่ว ทำให้นักพรตลิ่วตกใจ

    “ แล้วท่านจะไหวหรือ”

    “ ไหวอยู่แล้ว” เทียนตอบด้วยความมั่นใจ คืนนั้น เทียนกลับไปที่เจดีย์ เริ่มปรุงยารักษาอาการบาดเจ็บ ได้เม็ดยามาเกือบพันเม็ด ไว้เตรียมรักษาคนในวันพรุ่งนี้

    รุ่งเช้าคนที่ลงทะเบียนเพื่อรักการรักษามากันครบแต่เช้า เทียนเริ่มรักษาทันที

    โดยเฉพาะคนที่ พิการทุกคนเทียนให้กินยารักษา ก็หายเป็นปกติทันที บางคนพิการมาตั้งแต่เกิด ก็สามารถหายได้หมด แม้กระทั่งคนหูหนวก ตาบอดเทียนก็รักษาจนหาย จนชาวบ้านต่างแห่กันมาคอยดูการรักษากัน แน่น สำนักหยางซาน

    รวมทั้ง คนในสำนักหยางซาน เทียนก็ให้มาดูวิธีรักษา ไม่มีอะไรให้ปิดบัง

    ทุกคนเริ่มให้ความเคารพเทียนมากขึ้น ทุกวันเทียนจะรักษาคนวันละ 50 คน แต่ว่าทุกวันก็มีคนมาเฝ้ารอ เทียนอีกหลายคน เทียนก็พยายามรักษาให้ครบทุกคน กลายเป็นว่า เทียนรักษาเป็นร้อยคนต่อวัน บางครั้งกว่าจะ รักษาครบ ก็เกือบเที่ยงคืน แล้วก็เป็นเช่นนี้เกือบ สองสัปดาห์

    แต่ว่าระยะหลังเทียนรู้สึกว่ามีคนเจ็บที่มีบาดแผลใหม่ ๆ มาหาเทียนมากขึ้น บางคนเพิ่งจะแขนขาด ขาขาด เทียนเห็นบาดเจ็บมาเลยรักษาให้ก่อนทุกครั้ง แต่ละยะหลัง คนเจ็บกลับเพิ่มผิดปกติ จาก สี่ห้าคน กลายเป็น ยี่สิบ ถึงสามสิบคน เทียนเลยเอ่ยถาม มีคนเจ็บคนหนึ่งบอกว่า

    พวกเขากล้าไปสมัครต่อสู้กับนักสู้ซากศพมากขึ้น เพราะว่ามีหมอเทวะอย่างเทียนคอยรักษา จึงไม่กลัวกันเหมือนเมื่อก่อน พอมาหาหมอเทวะก็กินยาเม็ดเดียว ก็หายเลย เทียนฟังแล้วได้แต่อึ้ง ไม่รู้จะพูดอะไรเลย ไม่คิดว่าพวกเขาไม่กลัวตาย ไม่กลัวเจ็บ แต่ว่ากลัวอด กันมากกว่า

    ผ่านไปสามสัปดาห์ท่านเจ้าสำนักหยางซาน ท่านนักพรตอู่ ท่านนักพรตลิ่ว ได้มาหาเทียน พร้อมกับ ขบวนบุคคลที่แต่งกายคล้ายพวกขุนนางชาววังหลวง ที่มากันเกือบ ห้าสิบคน

    “ ท่านหมอเทียน นี่คือ ฉางกงกง เป็นขันทีคนสนิทของไทเฮา “ เจ้าสำนักแนะนำให้เทียนรู้จัก ฉางกงกง ขันทีชราคนหนึ่งอายุน่าจะไม่เกิน 60 ปี ยืนมองเทียน เหมือนกับว่ากำลังตรวจสอบอะไรบางอย่าง

    “ ข้าได้ข่าวว่าท่านคือหมอเทวะ รักษาคนเจ็บหายได้อย่างปาฎิหารย์ ไม่มีใครที่ท่านรักษาไม่หาย เป็นความจริงหรือไม่” ฉางกงกงเอ่ยกับเทียนตรงๆ

    “ เป็นการรักษาโรคตามวิถีแพทย์เท่านั้น หาใช่เรื่องปาฎิหารย์ไม่ ส่วนจะรักษาหายหรือไม่ ก็แล้วแต่อาการของคนเจ็บเอง ข้าเพียงแต่รักษาไปตามอาการเท่านั้น” เทียนเอ่ยตามความเป็นจริง

    “ ตอบได้ดี ไทเฮามีพระเสาวณีย์ ให้ท่านเข้าวังไปพบ ขอเชิญท่านหมอเทวะกลับวังหลวงพร้อมกับข้า” ฉางกงกง ออกคำสั่งแบบนี้ เทียนก็ไม่อยากทำให้ท่านเจ้าสำนักหยางซานลำบากใจ ก็เลยออกเดินทางไปวังหลวง ตามที่ขันทีผู้นี้บอก

    พอขึ้นรถม้าเทียนก็ได้กลิ่นฉุนกึกจากกลิ่นถุงน้ำหอม จากตัวขันที จนเวียนหัวไปหมด กำลังคิดจะพูดอย่างไรดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉางกงกงรีบเอ่ยขึ้นมาก่อน

    “ ได้ข่าวว่า ยาเม็ดสวรรค์ ของท่านสามารถทำให้คนที่พิการ แขน ขา งอก ออกมาได้จริงๆ หรือ”

    “ จริง หากฉางกงกง อยากได้ ข้าก็จะจัดให้ท่าน แต่ว่าถ้าหากพวกขันทีกินเข้าไป

    ท่านก็จะไม่ได้เป็นขันทีอีกต่อไป ท่านต้องคิดให้ดีเสียก่อน” เทียนแนะนำ

    “ จะมหัศจรรย์ ถึงเพียงนี้เชียวหรือ” ฉางกงกงสนใจขึ้นยานี้จริง ๆ

    “ ถึงแม้มันจะงอกออกมา แต่ว่ายังคงต้องกินยาบางอย่างเพิ่มเข้าไป ถึงกลับมาเป็นปกติได้ “ เทียนเอ่ยตามความเป็นจริง

    “ พบไทเฮาก่อน ค่อยคุยกันต่อ เชิญท่านหมอ” รถม้าแล่นมาถึงวังหลวงแล้วฉางกงกง พาเทียนลงเดินเพื่อไปที่ตำหนักของไทเฮา ราชวงศ์ต้าหลี่ถัง

    เทียนเข้ามาในตำหนักไทเฮา ที่อยู่ใหญ่โต อลังการงานสร้างมาก การตกแต่งภายในดูแล้วโอ่อ่า สวยงาม ผนังแต่ละด้าน มีภาพเขียนที่ดูมีค่า พวกโต๊ะเก้าอี้ ทุกชิ้นฝังด้วยมุก และมีทองคำทำเป็นลายเส้น มองแล้วสวยงาม เครื่องใช้ถ้วย ชา ล้วนมีค่าทั้งสิ้น ด้านหน้ามีม่านไข่มุกประดับเอาไว้ คนทั่วไปเข้ามาถึง ไม่สามารถเห็นใบหน้าของ ไทเฮาได้

    เทียนมาถึง ไทเฮาก็เสด็จประทับที่หลังม่านมุกแล้ว

    "ไทเฮาเสด็จแล้ว" เสียงตะโกนออกมาของขันที่ผู้หนึ่ง ฉางกงกงคุกเข้าคำนับ ไทเฮาทันที พยายามดึงเทียนให้คุกเข่า ตามไปด้วย แต่ว่าเทียนไม่ทำตามยืนอยู่คนเดียวกลางห้องโถง ยืนมองไทเฮาโดยไม่สนใจสายตา ที่เหล่าขันทีไม่พอใจ ที่เทียนไม่คุกเข่า ขันทีที่มากับไทเฮา ถึงกับตวาดเทียนออกมา

    “ บังอาจ พบไทเฮาแล้วยังไม่คุกเข่าอีก”

    “ ข้ามีร่างเทพเซียน หากคุกเข่าให้ผู้ใด ผู้นั้นอายุขัยจะสั้น หรือพวกเจ้าอยากให้ไทเฮาสิ้นอายุขัยเร็วขึ้น” เทียนย้อนออกไป ขันทีไม่กล้าเอ่ยขึ้นมาอีก

    “ ช่างโอหังยิ่งนัก กล้าบอกว่าตัวเองเป็น ร่างเทพเซียน” ไทเฮาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น จนเทียนต้องขนลุกขึ้นมาทันที

    “ ลองตรวจข้าดู แล้วบอกมาว่าข้าเป็นอะไร ถ้าได้คำตอบที่ข้าไม่พอใจ ข้าจะส่ง เจ้าไปตอนเป็นขันที” ไทเฮาเอ่ยจบ ก็มีขันที่ดึงเส้นด้ายมาให้เทียนเพื่อสัมผัสชีพจร เทียนส่ายหัวแล้วเอ่ยว่า

    “ หลักการรักษาของแพทย์ คือ จับชีพจร ถามไถ่อาการ สังเกตใบหน้า ละวางเรื่องชายหญิง ท่านเป็นไทเฮาผู้สูงศักดิ์ ไม่มีหมอคนใดเคยบอกท่านหรือ?”

    “ ไทเฮามีพระวรกายสูงส่ง คนธรรมดาไม่สามารถแตะต้องสัมผัสได้ หมอท่านอื่นที่มาตรวจ ไม่เห็นมีใครพูดเรื่องนี้เลย” ขันทีคนสนิทเอ่ยแทน

    เทียนใช้เวทย์ลมปล่อยออกไปสัมผัสร่างของไทเฮาทันที ไทเฮารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว แต่เทียนพบสัมผัสไทเฮา ก็ตกใจไม่แพ้กัน ที่แท้ไทเฮาเป็นผู้ชาย? แล้วความลับเช่นนี้ หมอคนอื่น ๆ เขาทำอย่างไรกัน ถ้าเกิดความลับนี้รั่วไหลออกไป หมอที่มารักษา มิถูกตัดหัวหมดเลยหรือนี่ เทียนกำลังนิ่งคิด ก็มีเสียงไทเฮาลอดออกมาจากม่านไข่มุกว่า

    “ เอาเถอะ ท่านหมอเทวะ ท่านเข้ามาจับชีพจรข้าโดยตรงก็แล้วกัน” เทียนเห็นไทเฮายื่นมือออกมาจากม่านไข่มุก เป็นมือที่ยาวเรียว ขาวอมชมพู ไม่ต้องสัมผัส ก็รู้ได้ว่าต้องเนียนนุ่ม ใครได้สัมผัสต้องหลงใหลอย่างแน่นอน

    เทียนเดินเข้าไปใกล้ แล้วนั่งลงแล้วเอ่ยออกมาเบา ๆ ได้ยินเพียงไทเฮากับคนสนิทที่อยู่ในม่านไข่มุกว่า

    “ ไม่ต้องจับชีพจรแล้ว ข้าทราบแล้วว่าท่านเป็นโรคอะไร” พอได้ยินพูดแค่แบบนี้

    ไทเฮากับคนสนิท สองคนที่เป็นขันที กับนางกำนัลคนสนิท ต่างก็ตกใจ

    “ แล้วข้าเป็นโรคอะไร” ไทเฮาถามทันที

    “ โรคหยินมรณะ” เทียนบอก

    “ โรคอะไรข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน” ไทเฮาสงสัย

    “ โรคนี้มีมานานแล้ว หมอทั่วไปรู้จักแต่โรคหยางหยินบกพร่อง มันมีอาการเหมือนคนหยางพร่อง เป็นอาการของคนขาดธาตุหยาง มีอาการกินอะไรเข้าไปแล้วจะรู้สึกจืดชืด ไม่มีรสชาติ ประสาทลิ้นรับรู้เริ่มเสีย ไม่หิวน้ำ ร่างกายต้องการนอนอย่างเดียว ไม่รู้สึกกระฉับกระเฉง กลัวอากาศเย็น เท้าเย็น น้ำปัสสาวะใส นี่คืออาการหลัก” เทียนอธิบายให้ฟัง

    ซึ่งทำให้ ไทเฮากับคนสนิทตกใจยิ่ง นี่ไม่ได้จับชีพจร แล้วบอกอาการได้อย่างถูกต้องเช่นนี้

    “ ท่านหมอ นี่ท่านทราบได้อย่างไร” ไทเฮาเอ่ยออกมาเบาๆ

    “ นี่คืออาการเบื้องต้น ถ้าหากไทเฮา อยากให้กระหม่อมรักษา ก็ขอให้กระหม่อม สังเกตสีใบหน้าของไทเฮา เพื่อจะได้วิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง แล้วจะได้รักษาอย่างถูกวิธีต่อไป” เทียนเอ่ยจบ ม่านไข่มุกก็ค่อย ๆ เปิดออกมา เทียนพอเห็นหน้าไทเฮาถึงกับตะลึงตาค้าง ไม่อยากเชื่อ ว่าโลกนี้ จะมีผู้ชายที่สวยงาม ทำให้ใครเห็นใครรักได้ขนาดนี้ แต่ว่าไทเฮาอายุเท่าใดกันแน่นะ ทำไมดูหน้าเหมือนสาววัย 20 ปีเองเท่านั้น

    “ ท่านหมอ ท่านดูข้านานเกินไปแล้ว” ไทเฮาเอ่ยออกมาเบาๆ เทียนตั้งสติกลับมาอีกครั้ง

    “ ขออภัย ข้านึกไม่ถึงว่าท่านจะดูอ่อนเยาว์เช่นนี้” เทียนอ้อมแอ้มตอบไป

    “ ข้าอายุ 35 ปีแล้วไม่อ่อนเยาว์แล้ว” ไทเฮาบอกอายุจริงมาเทียนได้แต่อึ้งไปอีกรอบ ไม่อยากจะเชื่อ หรือว่าพระนางกินเม็ดยาคงโฉม ถึงได้หน้าตาสวยไม่กระดิกเช่นนี้ เทียนตั้งสมาธิ มองหน้าของพระนางอีกครั้ง เพื่อค้นหาอาการ แล้วก็ขอจับชีพจรซะเลย ไหนๆ ก็เห็นหน้าแล้ว พระนางก็ไม่ขัดอะไร เทียนสัมผัสข้อมือที่อ่อนนุ่มของไทเฮา ก็เข้าใจคำว่า ยิ่งสัมผัส ก็ยิ่งหลงใหล คำนี้อย่างถ่องแท้

    “ ท่านเป็นหยางหัวใจและปอดบกพร่อง ทำให้ท่านมีอาการหายใจแน่นหน้าอก อยู่บ่อย ๆ มีอาการหอบ อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ ถ้าเช็ดชาดที่ริมฝีปากท่านออก จะพบว่าเป็นสีม่วง” เทียนบอกสาเหตุออกไป ไทเฮา กับคนสนิท พยักหน้ายอมรับความเป็นจริงทุกอย่าง

    “ แล้วมีวิธีรักษาให้หายได้ไหม” นางกำนัลคนสนิท ท่าทางจะสนิทมากถึงได้เอ่ยออกมา ก่อนที่ไทเฮาจะเอ่ยถาม

    “ ทุกโรคภัยที่เกิดขึ้นมา ล้วนมีวิธีรักษาอยู่แล้ว ที่รักษาไม่หายแสดงว่ายังไม่รู้จักวิธีเท่านั้น แต่ว่าโรคที่ท่านเป็นไม่ใช่มีแค่นี้ข้ายังบอกไม่หมด ว่าโรคหยินมรณะ นั้นที่น่ากลัวที่สุดนั้นคืออะไร”...

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน