ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)**จบแล้ว**

    ตอนที่ 18 :บริหารเงิน

    ตอนที่18 :บริหารเงิน

     

    จู่ๆ ลูกสาวก็มาติดป่าป๊าเข้าแล้ว !

     

    หลินเจียอินมองดูก็หมดคำจะพูด

     

    แค่กินอาหารฝีมือพ่อไปมื้อเดียวก็จะให้พ่ออุ้มโดยไม่ยอมให้แม่อุ้มแล้วงั้นหรือ ?

     

    เมื่อก่อนชานชานเห็นพ่อของเธอทีไรเป็๲ต้องหลบให้ห่างอยู่เสมอ ลูกสาวจะติดแค่เธอเท่านั้นแต่ตอนนี้มาติดพ่อ ไม่ยอมสนใจเธอแล้ว

     

    ทำไมช่างเปลี่ยนไปเร็วเหลือเกิน

     

    หลินเจียอินมองค้อนเจียงเสี่ยวไป๋ฉันไม่ใช่ชานชาน คุณอย่าหวังว่าจะซื้อฉันได้ด้วยอาหารมื้อเดียว

     

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ความคิดของหลินเจียอิน

     

    ถ้าเขารู้เขาก็คงพูดเป็๲แน่ว่า “ถ้ามื้อเดียวไม่พองั้นก็ทำให้กินมันทุกมื้อไปเลย”

     

    “คุณมีเ๱ื่๵๹อะไร ? ”

     

    เห็นเจียงเสี่ยวไป๋เรียกเธอเข้ามาแต่เขาก็เอาแต่หยอกล้ออยู่กับชานชาน หลินเจียอินจึงถามด้วยความสงสัย

     

    “อ้อ”

     

    เจียงเสี่ยวไป๋ถึงนึกเ๱ื่๵๹สำคัญขึ้นได้“คุณนั่งลงคุยกันก่อนสิ”

     

    เขาพูดพลางอุ้มชานชานไว้ด้วยมือข้างเดียวส่วนอีกมือลากเก้าอี้มานั่ง แล้วจัดท่าให้ลูกสาวนั่งอยู่บนขารอจนกระทั่งหลินเจียอินนั่งลงเรียบร้อยแล้ว เขาถึงได้ควักเงินออกมาจากกระเป๋า

     

    “อ่ะผมให้คุณ ! ”

     

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างหนักแน่นแล้วยื่นเงินทั้งหมดใส่มือของหลินเจียอิน

     

    ห๊ะ ?

     

    หลินเจียอินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

     

    เงินเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็๲ธนบัตรรูปประชาสามัคคีทั้งนั้นแต่ละใบมีมูลค่าถึง 10 หยวน ส่วนธนบัตรย่อยมีแค่ไม่กี่ใบเท่านั้น

     

    ดูจากความหนาของมันคาดว่าน่าจะมีเป็๲หลักร้อยหยวนเลยใช่ไหม ?

     

    เงินมากมายขนาดนี้เจียงเสี่ยวไป๋มอบมันให้เธออย่างนั้นหรือ ?

     

    นึกถึงตอนที่เขาทั้งซื้อข้าวซื้อน้ำมัน ซื้อเนื้อและเครื่องปรุงต่าง ๆ อีกมากมายไหนจะเงินที่ใช้หนี้นักเลงเฉิน ตอนนี้เขายังเอาเงินก้อนใหญ่มาให้เธออีก

     

    เขาเอาเงินมากมายมาจากไหน ?

     

    มือที่หลินเจียอินถือเงินกำลังสั่นเทา

     

    “คุณ……คุณไปทำอะไรมา? ทำไมถึงมีเงินเยอะขนาดนี้”

     

    เธอถามเสียงสั่น

     

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า“เมียจ๋า เมื่อตอนกลางวันผมทำธนูแล้วขึ้นเขาไปล่าสัตว์คุณจำไม่ได้หรือไง ? ”

     

    “ผมโชคดีล่าสัตว์มาได้เยอะ”

     

    “อีกอย่างผมล่าเลียงผาได้ด้วยนะ”

     

    “ผมก็เลยเข้าเมืองไปขายสัตว์ป่าที่โรงแรมในเครือของรัฐ”

     

    หา ?

     

    หลินเจียอินตะลึงอีกครั้งก่อนหน้านี้เธอถามเจียงเสี่ยวไป๋ว่าเขาไปปล้นสหกรณ์จัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคมาหรือเปล่าผลปรากฏว่าโดนเขาตัดบท เธอจึงไม่ได้ถามเจียงเสี่ยวไป๋ต่อว่าเขาไปเอาเงินมาจากไหน

     

    ตอนนี้เองที่เธอเพิ่งรู้ว่าเงินทั้งหมดนี้มาจากการที่เจียงเสี่ยวไป๋ล่าสัตว์เอาไปขาย

     

    แม้แต่พรานล่าสัตว์ในเจียงวานยังมักจะกลับมามือเปล่าแต่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่เพียงแต่ล่าสัตว์ได้เท่านั้นแต่เขายังขายแลกเงินมาได้มากมายขนาดนี้ด้วย

     

    เธอประทับใจเจียงเสี่ยวไป๋จริงๆ

     

    ที่แท้เขาก็เก่งขนาดนี้นี่เอง

     

    อีกทั้งเขายังเข้าเมืองไปอย่างเงียบๆ แล้วซื้อของติดไม้ติดมือกลับมามากมายขนาดนี้

     

    ลำพังแค่การขึ้นเขาไปล่าสัตว์ก็ลำบากมากพอแล้วนี่เขาต้องเดินเท้าเข้าเมืองไปกลับเป็๲ระยะทางกว่า 40 ลี้เขาต้องลำบากขนาดไหนกันนะ

     

    ในตอนนี้เองที่เธอตระหนักได้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างมากมายขนาดนี้โดยที่เธอไม่รู้

     

    “เมียจ๋าต่อไปนี้ผมจะหาเงินมาให้คุณเยอะกว่านี้อีก”

     

    “นับ๻ั้๹แ๻่วันนี้ไปเงินที่ผมหามาได้ทุกหยวนทุกเหมาจะยกให้คุณทั้งหมด ผมจะให้คุณบริหารเงินแค่คนเดียว”

     

    เจียงเสี่ยวไป๋มองตาหลินเจียอินและให้คำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

     

    หลังจากพูดจบเขาก็ไม่ลืมที่จะพูดติดหวานอีกประโยค “ต่อไปนี้ผมมีหน้าที่หาเงินส่วนคุณก็มีหน้าที่ทำตัวเองให้สวยเหมือนดอกไม้”

     

    หัวใจของหลินเจียอินเต้นแรงใบหน้าแดงก่ำ

     

    “หนูก็อยากสวยเหมือนดอกไม้เหมือนกัน”

     

    เจียงชานน้อยที่นั่งตักเจียงเสี่ยวไป๋เอี้ยวตัวไปพูดกับเขาอย่างมีความสุขเช่นกัน

     

    “ได้สิเ๽้าหญิงน้อยของพ่อต้องสวยเหมือนดอกไม้เหมือนกัน”

     

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ

     

    “หม่าม๊าสวยเหมือนดอกไม้ชานชานสวยเหมือนดอกไม้ ป่าป๊ามีดอกไม้สวยสองดอก เป็๲ป่าป๊าที่โชคดีที่สุดในโลก”

     

    หนูน้อยพูดอย่างน่ารัก

     

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างมีความสุขมากขึ้นเขากอดลูกสาวและหอมแก้มน้อย ๆ ของเธอไปฟอดใหญ่

     

    สมแล้วที่เป็๲แก้วตาดวงใจของพ่อพระเ๽้าช่างสร้างสรรค์มาจริง ๆ

     

    หลังจากหยอกล้อกับลูกสาวสักพักเจียงเสี่ยวไป๋ก็หันไปพูดกับหลินเจียอินว่า “ทั้งหมดน่าจะมี222.25 หยวน คุณลองนับดูว่ามันใช่จำนวนนี้หรือเปล่า ? ”

     

    เขาขายเนื้อสัตว์ป่าได้เงินมา263.75 หยวน ซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าไป 14.4 หยวน ซื้อเนื้อไป 6.8 หยวนกินบะหมี่ไป 3 เหมา ใช้หนี้นักเลงเฉินไป 20 หยวนน่าจะเหลือเงินทั้งหมด 222.25 หยวน

     

    หลินเจียอินนับเงินอย่างเงียบๆ

     

    ธนบัตรรูปประชาสามัคคีมีทั้งหมด22 ใบ ธนบัตร 1 หยวนจำนวน2 ใบ ธนบัตร 1 เหมาจำนวน2 ใบและธนบัตร 5 เจี่ยวอีก1 ใบ

     

    ทำให้นับง่ายมาก

     

    ไม่ผิดทั้งหมดนี้คือเงิน 222.25 หยวน

     

    ไม่ขาดแม้แต่เจี่ยวเดียว

     

    หลินเจียอินกำเงินแน่นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเพราะเธอไม่เคยมีเงินมากขนาดนี้มาก่อน

     

    เงินตั้ง200 กว่าหยวนเชียวนะต่อให้เป็๲พนักงานในเมืองที่ทำงานในหน่วยงานก็ยังเก็บเงินทั้งปีได้ไม่ถึง 200 หยวน

     

    “ให้ฉันหมดนี่เลยจริงๆ หรือ ? ”

     

    หลินเจียอินจ้องไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และถามอย่างระมัดระวัง

     

    จนถึงตอนนี้เธอก็ยังคงรู้สึกว่ามันไม่ใช่ความจริง ดังนั้นเธอจึงถามโดยไม่รู้ตัว

     

    “ผมบอกแล้วไงว่าผมจะเอาเงินที่ผมหามาได้ทั้งหมดให้คุณ”

     

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าแล้วพูดอีกว่า“ผมจะให้คุณเป็๲คนดูแลเงินของครอบครัวเรา ดีไหม ? ”

     

    “อืม ! ”

     

    หลินเจียอินยิ้มอย่างมีความสุข“งั้นฉันขอนับอีกรอบ”

     

    เจียงเสี่ยวไป๋ผงะไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะเสียงดังในชาติที่แล้วเขาไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วภรรยาของเขาเป็๲คนชอบเงินเหมือนกัน

     

    เมื่อเห็นเธอมีความสุขขนาดนี้เจียงเสี่ยวไป๋จึงปล่อยให้เธอนับเงินไป

     

    หลินเจียอินนับซ้ำๆ อยู่สามรอบอย่างตั้งอกตั้งใจ ถึงได้หยุดนับในภายหลัง

     

    “ฉันจะเอาเงินไปเก็บ”

     

    หลินเจียอินลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอนแต่เมื่อเดินมาถึงประตู เธอก็หันมาพูดกับเขาว่า “ไม่อนุญาตให้คุณเข้ามา”

     

    เงินเยอะขนาดนี้เธอต้องซ่อนไว้ให้ดี

     

    จะให้เจียงเสี่ยวไป๋รู้ไม่ได้เด็ดขาด

     

    “ได้ผมไม่เข้าไปหรอก ผมจะพาชานชานไปเดินเล่น” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม

     

    “หนูจะไปเล่นที่ลานบ้านกับป่าป๊าแล้วนะ”

     

    หนูน้อยร้องลั่นอย่างมีความสุขเธอ๠๱ะโ๪๪ลงจากขาของป่าป๊าแล้วจับมือป่าป๊าไปที่ลานบ้าน

     

    ค่ำคืนนี้แสงจันทร์ช่างน่าหลงใหลท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว สายลมอ่อน ๆ ยามค่ำคืนพัดโชยมา

     

    “ดีจริงๆ ! ”

     

    เจียงเสี่ยวไป๋ทอดถอนใจ

     

    “ป่าป๊าอะไรดีหรอคะ ? ”

     

    หนูน้อยไม่เข้าใจที่ป่าป๊าพูดเลยถามอย่างสงสัย

     

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างอ่อนโยนว่า“พ่อหมายถึงมันดีจริง ๆที่มีลูกกับแม่อยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้”

     

    ในตอนนี้หลินเจียอินเพิ่งเดินออกมาจากในบ้าน เธอได้ยินคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋พอดีร่างบางจึงหยุดกึก

     

    “คุณที่เป็๲แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ”

     

    หลินเจียอินพูดในใจ

     

    แต่เธอก็ยังคงปั้นหน้าบึ้งตึง

     

    ฮึ่มเรายังทำหน้าดี ๆ กับเขาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นถ้าไม่ให้เขาได้เห็นดีเกิดเขากล้าทำตัวเหลวไหลอีกล่ะ

     

    โชคดีที่เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ความคิดในใจของหลินเจียอินไม่อย่างนั้นมีหวังเขาได้น้อยใจแน่นอน

     

    เวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ หลินเจียอินกับหนูน้อยเริ่มง่วงแล้วจึงกลับเข้าห้องไปนอน

     

    เจียงเสี่ยวไป๋อาบน้ำแล้วเข้าห้องนอนเช่นกัน

     

    เมื่อเดินไปที่เตียงเขาก็พบว่าภรรยากับลูกสาวหลับไปแล้ว

     

    เขาจึงค่อยๆ ขึ้นไปนอนข้างกายหลินเจียอิน แต่ไม่ว่าอย่างไร เจียงเสี่ยวไป๋ก็นอนไม่หลับ

     

    เขาอยากเล่นจ้ำจี้กับเธอ……

     

    แค่ดูท่าทีของภรรยาแล้วเกรงว่าในระยะเวลาอันสั้นนี้คงทำได้ยาก

     

    แต่ในเมื่อเขาได้เกิดใหม่พระเ๽้าให้โอกาสเขา แค่นี้เขาก็พอใจมากแล้ว

     

    วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล

     

    ก่อนที่เขาจะรู้ตัวเขาก็หลับสนิทไปเช่นกัน