เมื่อออกจากตลาดมืดนางััได้ว่ามีคนติดตามนางจึงวกไปทางจนเกือบถึงกำแพงเมือง ไปหยุดในตรอกเล็กก่อนจะหันกลับมาคนที่ติดตามมาก็มิได้หลบซ่อนตัวแต่อย่างใด เป็ชายหนุ่มแต่งกายแบบชาวยุทธ์ทั่วไปในมือถือดาบดูมีฝีมือไม่น้อยหยุดยืนห่างออกไปสามถึงสี่ก้าว พร้อมทั้งยกมือขึ้นประสานมือก้มลงทักทาย
“คุณชายท่านนี้ มิต้องใข้ามิได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด เพียงแต่ข้าได้รับมอบหมายจากนายท่านของข้าให้ข้าติดตามมาเพื่อสอบถามคุณชายว่า ท่านเป็ผู้นำโอสถทั้งสามมาประมูลไม่ทราบว่าถูกต้องใช่ไหมขอรับ”
คนผู้นี้ติดตามนางมานาน คาดว่าน่าจะั้แ่ออกจากหอดับแสง หากมิได้มาร้ายเช่นนั้นก็พูดจาด้วยสักหน่อย เวลายังมิได้กระชั้นนัก
“นายของเ้าช่างมีฝีมือยิ่งนัก หอดับแสงปกปิดข้อมูลคู่ค้าเป็อย่างดียังสามารถส่งเ้าติดตามข้ามาได้ ว่ามา ้าอะไร”
“นายท่านให้ข้าสอบถามท่าน มิทราบว่าโอสถเ่าั้เป็ผู้ปรุงโอสถท่านใดปรุงขึ้นมาและนายท่านสามารถเข้าพบได้หรือไม่ขอรับ” อีกฝ่ายถามมาด้วยความนอบน้อมนางก็มิรังเกียจที่จะเจรจาต่อด้วย
“มีความจำเป็ใดที่ต้องพบผู้ปรุงโอสถ และข้าจำเป็ต้องบอกแก่เ้าหรือไม่”
“คุณชายข้ามิปิดบัง ในบ้านของนายข้ามีผู้ที่้าโอสถในการรักษา อาการของท่านผู้เฒ่าค่อนข้างหนักหนามิอาจรั้งรอเวลาจึงทำได้เพียงติดตามท่านมาเพื่อขอความช่วยเหลือ นายท่านยินดีรับข้อเสนอหากท่านยินยอมบอกชื่อผู้ปรุงโอสถขอรับ”
“ชื่อผู้ปรุงโอสถข้ามิอาจบอกได้ แต่หาก้ารักษาค่ารักษาห้าหมื่นตำลึงทองขาดเพียงอีแปะเดียวก็มิได้ เ้ากลับไปบอกนายของเ้า” ชายหนุ่มลอบตระหนกเล็กน้อยกับค่ารักษาที่สูงลิบก่อนที่จะสะกดอาการไว้ได้
“มิทราบว่าจะติดต่อคุณชายได้อย่างไร”
“ร้านสมุนไพรอวิ๋นสยา” เมื่อได้รับคำตอบชายหนุ่มคนนั้นก็คำนับนางแล้วจากไปทันที
คนก็จากไปแล้วนางก็ควรรีบกลับจวน รุ่งเช้ายามซื่อหลังจากเสร็จธุระประจำวันของตนเองพ่อบ้านฉินถูกตามตัวมาพบทันที วันนี้นางจะแจกเงินให้ทุกคนในจวนตอบแทนความยากลำบากในหลายปีที่ผ่านมาอดทนทำงานในจวนอย่างยากลำบาก นี่สิถึงจะเป็ความสุขของคนมีเงิน
“พ่อบ้านฉิน นี่เป็ตั๋วแลกเงินห้าร้อยตำลึงทอง เก็บไว้เป็ค่าใช้จ่ายในจวนขาดเหลือสิ่งใดก็สามารถซื้อเข้ามาตามสมควรมิต้องประหยัดดังก่อน (นางรู้ดีเพราะแอบเห็นยามที่แม่บ้านหรือบ่าวขอเงินจากพ่อบ้านฉิน) ส่วนนี่เป็เงินสำหรับแจกจ่ายให้บ่าวในจวนทุกคนไม่มียกเว้น คนเก่าแก่อยู่มานานข้าให้สิบตำลึงเงิน ส่วนที่เหลือลดหลั่นตามความเหมาะสมให้ท่านตัดสินใจ ทั้งหมดหกร้อยตำลึงทอง หลังแบ่งเรียบร้อยแล้วคนที่ได้รับประทับลายมือไว้เป็หลักฐาน”
“นี่มันมากเกินไปขอรับ”
พ่อบ้านฉินรู้สึกปวดใจกับจำนวนเงินที่คุณหนูของตนนำออกมาแจกบ่าวรับใช้ มันเท่ากับเงินที่ทั้งจวนใช้ในเวลาห้าปีที่ผ่านมา จึงเอ่ยออกมาด้วยความลำบากใจที่จะรับตั๋วเงินทั้งหมด
“มิเป็ไรๆ พวกเขารับใช้ท่านพ่อมานาน บางคนเป็ทหารติดตามไปรบ บางคนรับใช้ทั้งที่ท่านพ่อแทบจะไม่มีเงินติดจวน ดังนั้นวันนี้ข้า มีเงินเพียงพอจึงตอบแทนพวกเขาบ้างจะเป็ไร ท่านไปทำตามที่ข้าว่าเถอะ”
หลังจากที่พ่อบ้านแจกจ่ายเงินรางวัลให้กับบ่าวทุกคน บรรยากาศในจวนก็ดูมีความสดชื่นขึ้นทันทีทุกคนมีใบหน้าที่เป็สุขเพราะในใจมีหวังมีกำลังใจมีเสียงพูดคุยที่มีชีวิตชีวามากขึ้น บางคนก็นำเงินส่งกลับไปให้คนในครัวเรือน สาวใช้เมื่อมีเวลาว่างก็ซื้อหาเครื่องประดับเครื่องประทินโฉมแม้จะราคาถูกก็ตาม ก็เป็ไปตามที่นางคาดหวังไว้จริงๆ มีเงินจึงจะซื้อหาความสุขได้ เื่ที่นางแจกจ่ายเงินให้กับบ่าวรับใช้ในจวนแม่ทัพเฉินทราบในภายหลังได้แต่ยิ้มอย่างมีีความสุข ตัวเขาเองก็อยากทำเช่นเดียวกันติดแต่ว่าเบี้ยหวัดที่ได้รับค่อนข้างจำกัด ยามนี้บุตรสาวบุญธรรมที่รับไว้กับมีความสามารถในการสร้างทรัพย์สินเงินทองถือได้ว่าเป็เื่ที่น่ายินดียิ่งนัก (ลูกสาวข้ามีความโอบอ้อมอารีย์ ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าจะลืมไปซะว่านางสังหารคนได้อย่างว่องไว)
เฉินิเยว่เริ่มเบื่อเล็กน้อยทุกวันนางไม่ค่อยจะมีอะไรทำ นอกจากเดินรอบๆจวน ดูบัญชีที่จัดการเรียบร้อยแล้วโดยพ่อบ้าน ตรวจสอบบัญชีร้านค้าไม่กี่ร้านที่นางทยอยซื้อและจ้างหลงจู๊ที่มีลักษณะที่ไว้ใจได้ดูแล (ระหว่างนี้ค่อยๆให้พ่อบ้านฉินคอยออกไปสังเกตุต้องใช้เวลาอีกพอสมควรรยังต้องประเมินกันไปหากไม่ดีจริงก็คงต้องหาคนใหม่) พื้นที่ในจวนยังพอมีที่ว่างสองในสามส่วนนางเดินสำรวจคร่าวๆ อยากหาต้นกล้าของสมุนไพรมาปลูกเพื่อจะได้ใช้ทำโอสถและนางอยากมีเรือนที่ใช้ในการปรุงโอสถเช่นกัน ที่ว่างที่ติดกับเรือนของนางมีขนาดพอเหมาะคงต้องหาโอกาสคุยกับท่านพ่อสักเล็กน้อย
สามวันหลังจากไปหอดับแสงกลับมา นางได้รับข้อมูลจากคนที่ร้านสมุนไพรโดยมีคนกลุ่มหนึ่งบอกว่า้าพบผู้ปรุงโอสถ โดยแจ้งว่าพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมฟูโฉ๋ว ไม่ห่างจากร้านสมุนไพรมากนัก
ก่อนยามจื่อครึ่งชั่วยาม โรงเตี๊ยมฟูโฉ๋ว
“เมื่อมาถึงแล้ว เชิญท่านเข้ามาเถิด”
เสียงแหบห้าวทว่ากังวาน เชิญนางให้เข้าไปยามนี้นางสวมชุดบุรุษเช่นเดิม
“เป็ท่าน” นางจำได้เขาคือคนที่อยู่ชั้นสามของหอดับแสง มิน่าเล่าสามารถรู้ตัวตนของผู้นำของมาประมูลได้ ไม่รู้ว่าเขาคือใครเกี่ยวข้องอันใดกับหอดับแสง คนเบื้องหน้ามีผมสีเงินยวง ใบหน้าสวมใส่หน้ากากมองเห็นเพียงปลายจมูกและริมฝีปากบางได้รูปสวย หากไม่งดงามก็อัปลักษณ์สุด
“ข้าเพิ่มเงื่อนไขก่อนได้หรือไม่” ชายตรงหน้านิ่งไปเล็กน้อย ส่วนชายรูปร่างกำยำสูงใหญ่ทั้งสองคนหันหน้ามองกัน
“ข้าเป็คนชอบสิ่งสวยงาม ดังนั้น ข้า้าดูใบหน้าของท่านก่อน หากถูกใจข้าจะรับปากเื่การรักษา” สายตานางจดจ้องไปที่ริมฝีปากบางใครใช้ให้นางชื่นชอบสิ่งที่งดงามกันเล่า
“คุณชาย นี่มันไม่ถูกต้องเดิมที่ค่ารักษาที่เรียกก็สูงมากเกินไปอยู่แล้ว ไฉนยามนี้ยังมีข้อเรียกร้องแปลกประหลาดเช่นนี้อีก นายท่านของข้ามิเคยเปิดหน้ากากให้ผู้ใดเห็นอีกทั้งท่านรู้หรือไม่ นายท่านของข้าเป็ใคร”
“ซิง ถอยไป”
เ้าเด็กน้อยนี่ถึงกับขอดูใบหน้าของเขา หากมิใช่ห่วงอาการคนด้านในเขาจะสังหารเ้าเด็กนี่ทันที คนของเขาถอยห่างออกไปทันทีด้วยไอสังหารที่แผ่กระจายออกมากดดันให้รู้สึกไม่สบายนัก
“ได้ ครั้งเดียวเท่านั้น” บุรุษเบื้องหน้าจ้องมองมาที่นางก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปปลดหน้ากากลง นางจ้องใบหน้าด้วยความตะลึงโดยไม่สนใจไอสังหารของเขา (มันไม่มีผลกระทบใดๆกับนาง)
“ข้าตกลง”
“คนที่้าโอสถอยู่ที่ใด”
“ด้านใน”
ห้องพักนี้มีขนาดกว้างมากส่วนแรกที่นางเดินเข้ามาเป็ส่วนที่มีโต๊ะวางไว้รับแขกได้ หลังม่านเดินผ่านเข้ามามีห้องนอนหลักและมีห้องปีกที่มีเตียงนอนวางอยู่อีกสองด้าน มีร่างคนนอนเหยียดยาวบนเตียงอยู่หน้าเตียงมีสาวใช้รุ่นใหญ่ยืนเฝ้าอยู่นางขยับหลบออกไปเมื่อทั้งหมดเดินเข้ามา
“ข้าขอดูอาการและจดบันทึกเพื่อนำกลับไปให้ผู้ปรุงโอสถ”
“ผู้ปรุงโอสถจะมิมาดูอาการนายท่านผู้เฒ่าหรือขอรับ”
“ไม่ แต่ก่อนยามจื่อวันพรุ่งนี้พวกท่านจะได้รับโอสถแน่นอน”
นางนั่งลงที่เก้าอี้หน้าเตียง จับชีพจร สังเกตทุกอย่างบนร่างกาย มือเรียวเล็กเปิดเปลือกตา จับใบหน้าเปิดปาก ทุกสิ่งที่จำเป็นางตรวจทั้งสิ้น จากนั้นบันทึกลงกระดาษ ภายใต้การจ้องมองอย่างจับผิดของผู้คนที่อยู่ภายในห้องทุกคน
“พวกท่านให้โอสถใดกับนายผู้เฒ่าบ้าง ให้คนบันทึกให้ข้านำกลับไป”
เมื่อออกมานั่งรอที่โต๊ะด้านนอก ชายหนุ่มสวมหน้ากากก็นั่งตรงข้ามนางส่วนอีกสองคน คนหนึ่งเดินไปเขียนที่โต๊ะด้านข้าง คนที่เหลือมายืนเฝ้าด้านหน้าประตู
“ได้รับาเ็รุนแรงและต้องพิษมาหลายปี พวกท่านคงรักษาเต็มที่แล้วสินะ นายท่านผู้เฒ่าไม่ได้สติมานานมากกว่าหนึ่งเดือนถูกต้องหรือไม่” เมื่อนางเริ่มพูดถึงอาการแววตาคนตรงข้ามมีรอยวูบไหว แสดงว่าตรงตามที่นางพูด
“เช่นนั้น เมื่อรับโอสถแล้วต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าสามถึงห้าวันกว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ส่วนการรักษาต่อจากนั้น”
“เ้ารักษาได้จริงหรือ”
“ข้ามิได้บอกว่าข้ารักษาได้ ข้าพูดว่าหลังรับโอสถ ท่านเข้าใจหรือไม่”
อีกฝ่ายเงียบงันไปแต่สายตาภายใต้หน้ากากยังคงจ้องนางไม่ขยับไปทางไหนอีก เมื่อได้รับบันทึกมาเรียบร้อยนางก็รีบรุดจากมา นางยัง้าให้ตัวตนของผู้ปรุงโอสถเป็ความลับต่อไป นี่คือหลักประกันด้านความปลอดภัยสำหรับนางและคนในครอบครัวนาง (หยกไม่ผิดคนหยกจึงผิด) การมีความสามารถมากเกินไปเป็สิ่งดึงดูดอันตรายเข้ามาหาตัวนี่เป็สิ่งที่มารดาและบิดาบุญธรรมสอนนางเอาไว้
“นายท่าน ตามมิทันขอรับ”
“ช่างเถอะ เด็กน้อยนั่นฝีมือมิธรรมดา ทนแรงกดดันของข้าได้จักต้องมีอาจารย์ที่เก่งกาจเป็แน่”
อาการของท่านปู่ได้แต่หวังพึ่งเด็กน้อยคนนี้เสียแล้ว โชคดียิ่งนักที่วันก่อนเขาได้รับบัตรเชิญของหอดับแสง อีกทั้งเดินทางมาด้วยตัวเองซึ่งปกติเขามิเคยออกจากสำนักมาเป็เวลาหลายปี
จวนแม่ทัพ
คิดจะติดตามข้าต้องดูว่าข้ายินยอมหรือไม่ อย่ามองว่าข้าเป็เด็กเชียวนะ ฮ่าฮ่าฮ่า พรุ่งนี้ข้าจะได้รับตำลึงทองมากมายอีกแล้ว ต้องรีบปรุงโอสถคิดแล้วก็ลำบากเล็กน้อย การปรุงโอสถในเวลานี้ของที่ต้องใช้อัตคัต สมุนไพรยังดีที่นางเปิดร้านค้าสมุนไพรแล้ว (ข้าต้องมีหอปรุงโอสถในจวนให้ได้)