บทที่ 43 ฐานลับแก๊งตี้ซ่า!
หลังที่ปลายสายกดรับ หลัวเซิงก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันเอง”
“เจ้านายใหญ่! ท่านโทรมาได้อย่างไร?"
เสียงจากปลายสายเต็มไปด้วยความเคารพเจ็ดส่วนและความหวาดอีกกลัวสามส่วน!
หลัวเซิงโทรหา เจ้านายใหญ่หลัวเซิงเหมินโทรมา!
“จัดคนกลุ่มเล็ก ๆ ไปที่ตำแหน่งที่ฉันส่งไปให้”
สีหน้าของหลัวเซิงเคร่งขรึมทันที เดิมที่เขาแค่จะจัดการหัวหน้าของเจ้ากลุ่มสวะที่มันกล้ามาหาเรื่องเขา แต่ตอนนี้เพื่อให้เหยาเหยาแลลู่ชิงเมิ่ง ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย เขาก็เต็มใจที่ล้างบางพวกเดรัจฉานนี้ทั้งหมด!
เพราะวันนี้ หากเกิดความผิดพลาดพวกมันเกือบจะทำให้เหยาเหยาตกอยู่ในอันตราย โชคยังดีที่เขาไว้ตัวทันไม่งั้นลููกสาวเขาอาจจะโดนลูกหลงไปด้วย!
เหตุผลเพียงเท่านี้ พวกมันนี้ก็สมควรตายแล้ว!
“ครับ! เจ้านายใหญ่ ผมเข้าใจแล้ว!”
ปลายสายตอบรับทันที หลัวเซิงกดวางสายไปทันที
หลังจากที่หลัวเซิงกดวางสาย หลัวเซิงเหมินที่อยู่เหนือทะเลอันไร้ที่สิ้นสุด ตอนนี้หลัวเซิงเหมินที่เหมือนสิงโตจำศีลกลับตื่นขึ้นและเผยเขี้ยวเล็บที่พร้อมจะล่าเหยื่อ!
สมาชิกแต่ละคนรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังที่mujหลัวเซิงอยู่!
หลัวเซิงเดินขึ้นรถ “ไป!”
ขณะที่หลัวเซิงคุยโทรศัพท์ หนิงเย่ากังไม่กล้าแอบฟังเขาจึงไม่รู้ว่าบอสหลัวต้องการจะทำอะไร แต่เขาคิดว่าพวกมีอิทธิพลใต้ดินอย่างแก๊งตี้ซ่าในวันนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน!
เขารู้สึกตื่นเต้นมาก! หากบอสหลัวล้างบางพวกใต้ได้จริง ๆ อิทธิพลใต้ดินในเจียงหนางจะกลายเป็นของเขาทั้งหมด!
เขารู้สึกได้อย่างรวดเร็วว่าเบื้องหลังของบอสหลัวผู้นี้อาจน่ากลัวกว่าที่เขาคิดไว้ร้อยเท่า!
เพียงไม่นาน กำลังของหลัวเซิงเหมินก็มาถึงเจียงหนาน
ในเวลาเดียวกันหนิงเย่ากังก็กำลังขับรถพาหลัวเซิงไปยังรังของเดรัจฉานใต้ดิน!
หลังจากขับมาไม่นานหลัวเซิงก็มองเห็นกำแพงสูงในระยะไกล
ภายในกำแพงสูงเป็นลานบ้านขนาดใหญ่ มีอาคารใหญ่ อาคารเล็ก แยกออกไปเป็นหลัง ๆ แต่ทุกหลังต่างมีความหรูหราไม่ต่างกันคล้ายกับเป็นพระราชวัง!
เพียงแค่เห็นรังของพวกมันหลัวเซิงก็รู้ได้ทันทีว่าพวกนี้ต้องมีอิทธิพลมากขนาดไหน
ขณะนั้นเองภายในอาคารที่ใหญ่ที่สุด หูเจิ้นเทียนกำลังนั่งอยู่เก้าราวกบัลลังก์ของจักรพรรดิเขามีลูกน้องล้อมรอบอยู่มากมาย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เพราะครั้งนี้หนิงเย่ากังกำลังจะตายด้วยน้ำมือของเขาเอง!
และหลังจากนี้ แก้ตี้ซ่าของพวกเขาก็จะสามารถกลืนกินเสวียนอู่ที่ไม่มีหัวหน้าได้ เขาหูเจิ้นเทียนก็สามารถเข้ามาแทนที่หนิงเย่ากัง กลายเป็นผู้นำของกลุ่มอิทธิพลใต้ดินทั้งหมดในเจียงหนานได้!
“พี่น้องทั้งหลาย ผ่านวันนี้ไปแก๊งตี้ซ่าของเราจะต้องผงาด! ส่วนเพราะอะไร?อีกไม่นานพวกแกก็จะรู้เอง!”
ยิ่งหูเจิ้นเทียนพูด น้ำเสียงของเขาก็ยิ่งภาคภูมิใจ
ลูกน้องที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็อยากรู้อยากเห็นแต่ก็ไม่มีใครถามต่อ หัวหน้าบอกว่า อีกไม่นานพวกเขาก็จะรู้พวกเขาเพียงแค่รอ
“ขอให้นายใหญ่ร่ำรวย ๆ อายุร้อย ๆ ปี!”
“ใช่แล้วนายใหญ่ อนาคตของนายใหญ่รุ่งโรจน์อย่าลืมพาพวกเราด้วยนะครับ!”
ลูกน้องทุกคนต่างประจบประแจง
“แต่หัวหน้า ถ้าตี้ซ่าของเราต้องการผงาดอย่างแน่นอน เราต้องกำจัดเสวียนอู่ ไม่งั้น พวกเราก็จะถูกพวกมันกดขี่ตลอดไป! นี่มันอาศัยบารมีของโจวสุ่ยหนิว ใช่มั้ย? หนิงเย่ากังไอ้สารเลวนั่น มันอวดดีเกินไปแล้ว!”
ไม่นานก็มีลูกน้องคนหนึ่งพูดถึงหนิงเย่ากัง
“ใช่! หัวหน้า ไม่งั้นเรารอโอกาส กำจัดโจวสุ่ยหนิว ไปเลยดีมั้ย! ถึงเวลานั้น ผมอยากจะดูซิว่าหนิงเย่ากัง จะยังอวดดีได้อีกมั้ย!”
ทันใดนั้นทุกคนก็พูดขึ้นด้วยความโกรธแค้น โจวสุ่ยหนิวกับหนิงเย่ากังเป็นศัตรูตัวฉกาจของพวกเขา!
ส่วนหูเจิ้นเทียนก็ยังคงยิ้ม “ไม่เป็นไร พวกแกคอยดูก็แล้วกัน สิ่งที่ฉันพูดเมื่อกี้ ไม่ได้พูดเล่น ๆ ”
ในเวลานั้นเอง รถของหนิงเย่ากังก็มาถึงหน้าประตูใหญ่ของตี้ซ่าแล้ว
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ต่อให้หนิงเย่ากังมีความกล้าสักหนึ่งหมื่น เขาก็ไม่กล้ามาปรากฏตัวที่นี่อย่างเด็ดขาด เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ต่อสู้แย่งชิงอาณาเขตมาโดยตลอด
การปรากฏตัวที่นี่ ก็ไม่ต่างอะไรกับการมาตาย!
แต่ทว่าตอนนี้ข้าง ๆ เขามีบอสหลัวอยู่!
ฐานะและอำนาจของบอสหลัว เขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยแม้แต่น้อย
แต่รัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้เขายอมสยบโดยสิ้นเชิง!
คนผู้นี้ย่อมรับมือได้อย่าง!
ถึงเวลานั้น หูเจิ้นเทียนจะต้องซวยแน่!
หลังจากนั้นหนิงเย่ากังก็ลงจากรถเปิดประตูรถให้หลัวเซิง อย่างนอบน้อม ในเวลานี้หนิงเย่ากังเหลือบมองประตูใหญ่ของแก๊งตี้ซ่า ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา
ฉากที่หลัวเซิงฆ่าคนด้วยก้อนหินยังเป็นภาพที่วนเวียนอยู่ในหัวเขาตลอด เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เขาก็ไม่กลัวอีกต่อไป!
อีกทั้งเขายังเป็นผู้นำเสวียนอู่จะขี้ขลาดได้อย่างไร?
ผ่านไปครู่หนึ่งหลัวเซิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “สวะพวกนี้มีหรูหราดีเหมือนกันนะ”
หลิงเย่ากังได้ยินหลัวเซิงพูดเช่นนั้น ก็พูดขึ้นทันที “ครับบอสหลัว หูเจิ้นเทียนไอ้สารเลวนี่ เป็นคนที่ชอบทำอะไรโอ้อวด!”
แต่หนิงเย่ากันไม่รู้ว่าประโยคครึ่งหลังที่หลัวเซิงยังไม่ได้พูดออกมาคือ
‘แต่เทียบกับ หลัวเซิงเหมินของฉันแล้ว เอาไว้เป็นแค่ห้องน้ำก็ยังไม่คู่ควร’
หลัวเซิงเดินตรงไปที่ประตู ทันใดนั้นหนิงเย่ากังก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาทันที “บะบอสหลัว… พวกเราจะเข้าไปแบบนี้จริง ๆ เหรอครับ? ไม่ได้เตรียมอะไรเลยเหรอครับ?”
หลัวเซิงกลับยิ้มออกมาเฉย ๆ แก๊งตี้ซ่าที่เล็กแค่นี้ยังจะต้องให้เขาเตรียมอะไรอีก? หลายปีมานี้ ไม่ว่าจะเป็นถ้ำเสือหรือรังมังกรเขาก็ไปมาหมดแล้ว
กลุ่มอิทธิพลใต้ดินเล็ก ๆ แบบนี้ ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลยสักนิด!
ไม่นาน หลัวเซิงก็มาถึงหน้าประตูใหญ่ ที่ข้างประตูทั้งสองฝั่งมีลูกน้องของแก๊งตี้ซ่ายืนอยู่สองสามคน วันนี้เป็นวันสำคัญของพวกเขา ลูกน้องเหล่านี้จึงไม่กล้าขี้เกียจ รีบเข้ามาขัดขวางทันที
“พวกแกมาทำอะไร?”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอวดดี
ไม่ว่าอย่างไรที่ก็คือเขตของตี้ซ่าพวกเขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครกล้ามาหาเรื่องที่นี่ได้
นั่นมันไม่ใช่หาเรื่องตายเหรอ?
“ฉันมาหาหูเจิ้นเทียน”
น้ำเสียงของหลัวเซิงสงบนิ่งเหมือนกับว่าหูเจิ้นเทียนเป็นแค่หมาตัวหนึ่งของเขา
“อะไรนะ? แกอยากเจอหน้าใหญ่? แกมีธุระอะไร? เป็นคนของเราเหรอ? ทำไมฉันไม่เห็นคุ้นหน้าแกเลย?”
คนเฝ้าประตูถามขึ้นอีกครั้ง
ถ้าเป็นคนที่สามารถพบกับหูเจิ้นเทียนได้โดยตรง ล้วนเป็นบุคคลสำคัญในตี้ซ่าและแน่นอนว่าเขาต้องรู้จักเป็นอย่างดี แต่ชายที่อยู่ตรงหน้า
เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
“ฉันไม่ใช่คนของพวกแก ฉันต้องการพบเขา”
หลัวเซิงยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง แต่ทว่าความหงุดหงิดก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เป็นแค่พวกชั้นล่าง กล้าดียังไงมาขวางทางเขา หากเป็นคนเหมือนอย่างในอดีตเขาไม่ลังเลที่จบชีวิตคนเหล่านี้ แต่ตอนนี้การที่เขาใช้ชีวิตอยู่กับลูกสาวช่วงนี้ ทำให้นิสัยของเขาอ่อนโยนลงมาก
แต่เมื่อคนเฝ้าสองสามคนที่อยู่หน้าประตูได้ยินประโยคนี้ ก็แสดงสีหน้าโกรธเกรี้ยว ตะโกนขึ้นว่า “แกจะหลอกพวกเราหรือไง คิดว่าพวกเราโง่เหรอ ไม่ใช่คนของเรายังอยากเจอนายใหญ่อีก? แกมันคู่ควรเหรอ? แกไปส่งกระจกก่อนไป! ไสหัวไปซะ! ไม่งั้น ฉันจะหักแขนหักขาแล้วโยนแกออกไป!”