หมิงซินแสงสว่างของหัวใจ

    บทที่ 18-2 คำสั่ง

    บทที่18-2คำสั่ง

            ในช่วงเวลาอาหารมื้อเย็นของวันนี้ หวังหมิงซินจึงขออนุญาตผู้เป็นพี่ชายไปเที่ยวที่เมืองหลูโจว

            “เจ้าจะไปเมืองหลูโจวก็ได้แต่ต้องนำองครักษ์ไปเพิ่มอีกสิบคน พี่จะให้ท่านอาซีห่าวส่งองครักษ์มาเพิ่ม”ท่านนายอำเภออู่โหวบอกกับน้องสาวของตนเอง

            “สิบคนเลยหรือเจ้าคะข้าว่าเยอะเกินไปเจ้าค่ะ ขอเพิ่มแค่ห้าคนได้หรือไม่เจ้าคะ” หวังหมิงซินคิดว่า แค่ไปเมืองหลูโจวมิได้ไปถึงเมืองหลวงเหตุใดต้องใช้องครักษ์มากมายถึงเพียงนี้

            “เจ้าต้องรู้ตัวว่า เจ้ามีฐานะเช่นไรอยู่ที่อำเภออู่โหวและเมืองเฉิงตือ ผู้คนที่นี่ต่างรู้จักเจ้าจึงมิกล้ามีผู้ใดมารังควานหรือข่มเหงเจ้าแต่ที่เมืองหลูโจวมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าเจ้าเป็นผู้ใดเจ้าจึงต้องนำองครักษ์ติดตามไปมากหน่อย เพื่อเป็นการตัดไม้ข่มนามมิให้มีผู้ใดกล้ามารังควานเจ้า ถ้าหากว่าเจ้าไม่ยอมนำองครักษ์ไปเพิ่มตามความต้องการของพี่เจ้าก็จงอยู่แต่ที่อู่โหวนี้เถิด”ท่านนายอำเภออู่โหวเอ่ยกับน้องเล็กของตนด้วยเสียงเคร่งขรึม น้องสาวของเขามีหน้าตาที่งดงามเขาต้องป้องกันมิให้บรรดาพวกอันธพาลที่ชอบฉุดคร่าหญิงสาวมีโอกาสเข้าใกล้และทำมิดีมิร้ายกับน้องสาวของเขาได้

            “เจ้าค่ะ สิบคนก็สิบคนเจ้าค่ะ”สหายของนางชวนให้ไปพักที่จวนของท่านรองเจ้าเมืองหลูโจวแต่ถ้าต้องพาผู้คนไปมากถึงเพียงนี้ นางคงต้องเขียนจดหมายไปแจ้งสหายสนิทว่า จะขออยู่ที่โรงเตี้ยมดีกว่านางรู้สึกเกรงใจถ้าให้ทางจวนของสหายต้องดูแลผู้คนจำนวนมากเยี่ยงนี้

     

            ช่วงเช้าของวันถัดมา หวังหมิงซินนั่งรถม้าตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลิวเพราะนางจำได้ว่า หลิวอี้โจวมีกิจการหลายอย่างอยู่ที่เมืองหลูโจว จึงคิดว่า ถ้าหากชายหนุ่มต้องไปตรวจกิจการที่นั่นนางจะชวนให้เขาเดินทางไปพร้อมกับนางและหยางยวี่ถง เมื่อไปถึงคฤหาสน์ตระกูลหลิวเป็นพ่อบ้านเจิ้งที่เดินออกมาต้อนรับ

            “คารวะคุณหนูหมิงซินขอรับ”

            “ตามสบายเถิด ท่านพ่อบ้านเจิ้งพี่อี้โจวอยู่หรือไม่ ข้ามีธุระอยากจะสอบถามพี่อี้โจว”

            “อ...เอ่อ คุณชายใหญ่ไม่อยู่ขอรับ”

            “พี่อี้โจวออกไปธุระที่ใดหรือใช่สำนักคุ้มภัยหรือว่าร้านแลกเงินรึไม่”

            “เอ่อ...ข้าไม่ทราบขอรับ”

     

            หวังหมิงซินรู้สึกแปลกใจกับท่าทางของท่านพ่อบ้านเจิ้งปกติท่านพ่อบ้านผู้นี้เป็นคนพูดจาฉะฉานและคล่องแคล่ว ไม่ติดขัดเหมือนวันนี้

            “คุณหนูเจ้าคะ”ซิ่งฮวาเอ่ยเรียกเจ้านายของตนด้วยเสียงเบา จากนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้หมิงซินแล้วกระซิบที่ข้างหูว่า

            “ข้าคิดว่า มันไม่ปกติเจ้าค่ะท่านพ่อบ้านเจิ้งพูดจาติดขัด อีกทั้งยังมีท่าทางร้อนรนหันเข้าไปมองทางด้านในตลอดเลยเจ้าค่ะ”

             

            ซิ่งฮวาคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรแอบแฝงแน่นอน ท่านพ่อบ้านเจิ้งเป็นคนฉลาดมีไหวพริบ ท่าทางสุขุมเหตุใดจึงแสดงท่าทางร้อนรนเยี่ยงนี้ออกมาได้ท่านพ่อบ้านเจิ้งคงต้องการบอกกล่าวความนัยอะไรสักอย่างแน่นอน

            “เช่นนั้นข้าขอเข้าไปรอที่ศาลานั่งเล่นได้หรือไม่” หวังหมิงซินเอ่ยถามผู้ดูแลคฤหาสน์แห่งนี้

            “คุณชายใหญ่ได้สั่งไว้ว่าถ้าคุณหนูหมิงซินมาหา ให้บอกกับคุณหนูว่า ไม่ต้องรอคุณชายใหญ่ขอรับ”พ่อบ้านเจิ้งตอบคำถามในขณะที่กำลังก้มหน้าอยู่

            “เอ๊ะ!หมายความว่าอย่างไรหรือ ท่านพ่อบ้านเจิ้ง”

            “ข้าไม่ทราบขอรับ”

     

            หวังหมิงซินหันไปสบตากับสาวใช้ส่วนตัวด้วยความงงงวย

            “ซิ่งฮวาขออนุญาตเอ่ยถามท่านพ่อบ้านเจิ้งเจ้าค่ะ คุณชายอี้โจวได้สั่งกับท่านว่าถ้าคุณหนูหมิงซินมาหา ให้บอกกับคุณหนูว่า ไม่อยู่ และไม่ต้องรอใช่หรือไม่เจ้าคะ”

            พ่อบ้านเจิ้งพยักหน้าเป็นคำตอบให้กับสาวใช้ส่วนตัวของหวังหมิงซิน

            “เช่นนั้นตอนนี้คุณชายอี้โจวอยู่ในคฤหาสน์ใช่หรือไม่เจ้าคะ”

            พ่อบ้านเจิ้งหลุบตาลงและนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามของซิ่งฮวาแต่นั่นก็ทำให้หวังหมิงซินรู้ว่า ตอนนี้ชายหนุ่มยังอยู่ในคฤหาสน์นี้เป็นแน่แท้

            “แล้วถ้าคุณหนูของข้า อยากจะขอไปพบกับคุณชายจิ่งเทียนได้หรือไม่เจ้าคะ”ซิ่งฮวาเอ่ยถามแทนเจ้านายของตนเอง

            “ย่อมได้ขอรับ เชิญคุณหนูหมิงซินขอรับ”พ่อบ้านเจิ้งส่งรอยยิ้มให้กับหวังหมิงซินพร้อมกับผายมือและก้าวถอยไปด้านข้างเพื่อหลีกทางให้หญิงสาวได้เดินอย่างสะดวก

            พ่อบ้านเจิ้งรู้สึกดีใจและโล่งอกยิ่งนักที่สาวใช้ของคุณหนูหวังหมิงซินเข้าใจความนัยแอบแฝงที่ตัวเขาต้องการจะสื่อเมื่อสองวันก่อนเขาได้รับคำสั่งที่แปลกประหลาดจากคุณชายใหญ่ของเขาว่า

            “ถ้าคุณหนูหมิงซินมาหาข้าจงแจ้งแก่นางว่า ข้าไม่อยู่ และไม่ต้องให้นางมารอข้าที่ด้านในของคฤหาสน์เด็ดขาดจงหาทางปฏิเสธนาง เพราะข้าไม่อยากพบหน้านาง”

     

            หวังหมิงซินกำลังเดินตามพ่อบ้านเจิ้งไปยังห้องโถงรับแขกด้วยความสงสัยและความงงงวย

            ‘เหตุใดพี่อี้โจวจึงมิยอมพบหน้าข้า’หวังหมิงซินเอ่ยถามคำถามนี้ในใจ วนไปวนมาจนนับไม่ถ้วน

     

            เมื่อหวังหมิงซินนั่งลงบนเก้าอี้แล้ว ผ่านไปสักครู่คุณชายเล็กของบ้านก็เดินเข้ามาในห้องโถงรับแขกและเอ่ยทักทายหญิงสาว

            “คารวะพี่หมิงซินขอรับ”

            “ตามสบายเถิดน้องจิ่งเทียนพอดีวันนี้ข้ามีธุระอยากจะปรึกษางานกับพี่อี้โจวแต่ท่านพ่อบ้านเจิ้งบอกว่าพี่อี้โจวไม่อยู่ ข้าเห็นว่า มาถึงที่นี่แล้วจึงขอเยี่ยมเยียนน้องจิ่งเทียนแทน”

            “เอ๊ะ! พี่ใหญ่ไม่ได้ออกไปข้างนอกนะขอรับข้าเพิ่งคุยกับพี่ใหญ่ที่ห้องทำงานมาเมื่อครู่เองนะขอรับ”

            “แต่ท่านพ่อบ้านเจิ้งบอกกับคุณหนูเช่นนั้นจริงๆนะเจ้าคะ ข้าได้ยินกับหูเลยเจ้าค่ะ” เป็นสาวใช้ตัวน้อยของหวังหมิงซินที่เอ่ยกับคุณชายเล็กของตระกูลหลิว

     

            หลิวจิ่งเทียนใช้สายตากวาดมองไปที่พ่อบ้านเจิ้งพร้อมกับเอ่ยถามด้วยเสียงเคร่งเครียดว่า

            “เหตุใดท่านพ่อบ้านจึงแจ้งพี่หมิงซินไปเช่นนั้นทำไมต้องโกหกด้วยเล่า”

            “เป็นคำสั่งของคุณชายใหญ่ขอรับ”พ่อบ้านเจิ้งเอ่ยตอบ

            “เป็นคำสั่งของพี่ใหญ่รึเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

            “ตัวข้าก็ไม่ทราบขอรับเมื่อสองวันที่แล้วคุณชายใหญ่เรียกข้าไปพบ และออกคำสั่งแก่ข้าขอรับ”

            “จะเป็นไปได้เช่นไรท่านพ่อบ้านฟังผิดหรือไม่”

            “ไม่ผิดขอรับเพราะข้าย้ำถามกับคุณชายใหญ่อีกครั้งขอรับ” พ่อบ้านเจิ้งคิดว่า ตนเองฟังผิดในคราแรกจึงเอ่ยถามคุณชายใหญ่อีกครั้ง แต่ก็ยังได้รับคำสั่งที่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

            หวังหมิงซินที่ฟังบทสนทนาของทั้งสองคนตัดสินใจพูดผ่ากลางป้องขึ้นว่า

            “ทั้งสองคน พวกท่านพอเถิด ข้าเข้าใจแล้ว”หวังหมิงซินนิ่งเงียบสักพัก ก่อนจะหันหน้าไปถามผู้ดูแลตระกูลหลิวว่า

             “ท่านพ่อบ้านเจิ้งตกลงว่าตอนนี้พี่อี้โจวยังอยู่ในห้องทำงานใช่หรือไม่”

            “ใช่ขอรับ”

            “ดี งั้นข้าจะไปหาพี่อี้โจวที่ห้องทำงานเพราะข้ารู้จากน้องจิ่งเทียนว่าพี่อี้โจวอยู่ที่นั่น มิใช่รู้จากท่านพ่อบ้านเจิ้ง”หวังหมิงซินรู้ดีถึงความลำบากใจของพ่อบ้านเจิ้งที่ต้องทำตามคำสั่งของเจ้านายและพ่อบ้านเจิ้งยังตั้งใจเผยพิรุธเพื่อบอกกล่าวแก่นางดังนั้นคนที่นางควรจะจัดการมากที่สุด คือคุณชายใหญ่แห่งคฤหาสน์ตระกูลหลิว

            “ขอบคุณขอรับคุณหนู”

    คล้ายกับเรื่องหมิงซินแสงสว่างของหัวใจ ที่คุณอ่าน