เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่เจ็ดสิบห้า สิ่งสำคัญในการประลองเวทย์

    ตอนที่เจ็ดสิบห้า สิ่งสำคัญในการประลองเวทย์

    การปะทะกันทางด้านเวทย์นั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการประลองทางเวทย์อย่างเดียวแต่ยังรวมไปถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาและไหวพริบด้วย

    อย่างเดียวกับที่แสนตรีเพชรกล้าและขุนแผนประลองกัน

    ต่างฝ่ายต่างสามารถแก้อาคมของอีกฝ่ายได้เพราะมีไหวพริบและความรู้มากพอที่จะแก้ทางอาคมของกันและกัน

    แต่ที่สำคัญที่สุดก็ไม่ใช่ของพวกนั้น

    ปึง ปึง ปึง

    มีควันออกมาจากลำคลองที่นางตะเคียนทองอยู่

    และได้มีท้องฟ้าแปรปรวนขึ้นมาอีกครั้ง

    “ชั้นไม่เชื่อพี่ พี่ก็เหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ”

    ไอ้เจิดก็ยังพากย์เสียงตามเหตุการณ์ตามราวกับนักพากย์ฟุตบอลหรือมวยปล้ำในการถ่ายทอดสด

    ปึง

    ท่อนซุงไม้ตะเคียนทองขนาดหลายคนโอบลอยขึ้นมาจากน้ำในคลอง

    สร้างความตกใจให้คนไปทั่ว

    “ตาเถรตกใต้ถุน ยายชีแล่นเข้าตำตึกตะเคียนทองลอยมาจากน้ำ”

    “อั๊วซี้เลี้ยวง่า”

    เจ็กฮงและบรรดาสารขัณฑ์มุงได้ร่ำร้องเมื่อท้องฟ้าได้มืดลงด้วยความรวดเร็วแม้อาจารย์คงจะได้ทำพิธีเปิดฟ้าปักตะไคร้ไว้ก่อนที่จะมาก็ตาม

    “ฮืม นังผีนี่ฤทธิ์มากนักนะแต่เอ็งเอาชนะศิษย์ข้าไม่ได้หรอก”

    ท่อนซุงไม่ได้มีการรั้งรอลอยเข้ามากระแทกเจิด

    เจิดได้ยิ้มและเอาแขนกัน

    ปึ้ง

    โดนท่อนซุงกระแทกจนไถลไปและเจ็บปวดอย่างมหาศาลแม้ร่างกายจะคงกระพันก็ตาม

    “อั๊ก ต่อให้น้องทำร้ายพี่แค่ไหนพี่ก็ไม่สามารถทำร้ายน้องตะเคียนของพี่ได้ลง อั๊ก”

    “พี่เจิดขาน้องทำอะไรลงไป น้องไม่ได้อยากทำร้ายพี่เลยแม้แต่น้อย”

    แม้จะอยู่ในสภาพที่เจ็บปวดแต่เมื่อร่างกายยังรักษาตนเองได้ด้วยความคงกระพันและว่านสมุนไพรที่ได้อาบน้ำและทานเตรียมไว้

    เจิดก็ได้พากย์อย่างรวดเร็วต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

    “พี่รู้ดี น้องไม่อยากทำร้ายพี่แต่น้องไม่ไว้ใจผู้ชายหน้าไหนแต่ขอน้องได้โปรดให้พี่แสดงให้น้องเห็นว่าพี่ต่างจากผู้ชายพวกนั้น”

    “พี่เจิดขา น้องทำอะไรลงไปน้องไม่ได้อยากทำร้ายพี่เลยแม้แต่น้อย”

    ด้วยการพากย์อย่างรวดเร็วของเจิด

    ทำให้แม้แต่นางตะเคียนทองถึงกับลอยค้างอยู่กลางอากาศ

    ไม่สามารถกล่าวมาเป็นคำพูดได้

    “อ๊ากกกก”

    ท้องฟ้าไปแปรปรวนอีกครั้งมีสายฟ้าตกลงมาแต่ทว่า

    เปรี้ยง

    คุณคิโยชิกับมิสเตอร์เฮนรี่ได้สร้างสายล่อฟ้าเอาไว้แล้ว

    ไม่สามารถทำร้ายไอ้เจิดที่เป็นเป้าหมายของสายฟ้าได้

    แม้จะรู้สึกว่าผมสั่นๆเป็นสักพักและมีว่านกันไฟทาทั่วร่างกายแล้วก็ตามหรือจะคงกระพัน

    แต่เจิดก็ไม่คิดจะเสี่ยงกับสายฟ้าแน่ๆ

    “ท้องฟ้ายอมรับคำกล่าวของพี่แล้วแม่ตะเคียนของพี่มาเป็นบริวารรับใช้ของพี่เถอะพี่จะดูแลน้องเอง”

    “ขอเพียงมีพี่เจิดอยู่ใกล้ๆน้องก็จะยอมรับใช้พี่”

    เจิดรู้สึกว่าทำไมตนเองไม่เลือกอาชีพนักพากย์นะ

    แต่แม้แต่แม่ตะเคียนก็จนตรอก

    เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การแก้ทางกันด้านวิชาอาคมหรือไหวพริบแต่ประการใด

    ที่สำคัญที่สุดคือการที่เรามีพวกมากกว่าอยู่ฝ่ายเราต่างหาก

    อาจารย์คงที่ร่ายอาคมมาสักพัก

    ก็โยนพวงมาลัยมาทางที่ตะเคียนที่กำลังลอยอยู่พวงมาลัยสัมผัสกับตะเคียนทองแม่นราวกับจับวาง

    ตะเคียนทองที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นตกลงดังตึงกับพื้น

    ไอ้เจิดทำสัญญาณ

    ชมิทซ์นักวิทยาศาสตร์เยอรมันก็พยักหน้า

    ยิงบั้งไฟที่ผลิตมาด้วยนักวิทยาศาสตร์เยอรมันที่สามารถทะลุความเร็วหนึ่งมัคได้ไปบนท้องฟ้า

    หวูม

    ความเร็วเหนือเสียงที่เสียงพึ่งตามมาที่หลังราวกับผ่าท้องฟ้าที่มืดครึ้มด้วยฝีมือของนางตะเคียนเป็นสองส่วน

    เผยให้เห็นท้องฟ้าที่แจ่มใสอีกครั้ง

    ตึง

    เฮเฮ เฮ

    “ลูกพี่เก่งที่สุด”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนก็ให้กำลังใจอยู่ด้านข้าง

    พลังมิตรภาพด้วยคนของฝ่ายเราที่มากกว่าก็ทำให้เราเอาชนะในด้านการดวลวิชาเวทย์ได้