หลังจากได้ยินข่าวว่า iPhone 17 ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ได้วางขายมาได้สักพักแล้ว และในตอนนี้ผมก็มีเงินพอที่จะซื้อมัน ผมจึงตัดสินใจเดินอ้อมไปยัง Apple Store ที่ตั้งอยู่ติดกับเซ็นทรัลเวิลด์
มันเป็นศูนย์ใหญ่โอ่อ่า ตัวอาคารทรงกลมทันสมัย ล้อมรอบด้วยกำแพงกระจกใสสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ โลโก้ Apple สีขาวสว่างเด่นสะดุดตา ราวกับกำลังเชื้อเชิญให้ทุกสายตาหันเข้ามามอง
หัวใจผมเต้นแรงเล็กน้อย ขณะก้าวเข้าใกล้ เหมือนกำลังจะได้ครอบครองของที่เฝ้ารอมานาน
ทว่าเมื่อก้าวมาถึงทางเข้าหน้าประตู ผมกลับเห็นมะขิงยืนอยู่ข้างในพอดี ร่างเล็กของเธอดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คนในร้าน
ผมชะงักกึก ความลังเลแล่นเข้ามาในใจ การที่ผมจะซื้อของแพงขนาดนี้ต่อหน้าเธอ คงดูเป็นเรื่องผิดปกติอย่างไม่ต้องสงสัย ความคิดตีกันไปมาอยู่ครู่หนึ่ง
สุดท้ายผมก็ถอนหายใจแผ่ว ๆ ก่อนหันหลังกลับ ตัดสินใจเดินออกมาแทน
“ที่อื่นก็มีขายเหมือนกัน” ผมพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้าวเข้าไปในตัวอาคารเซ็นทรัลทันที อากาศเย็นเฉียบจากแอร์โอบรับเข้ามา ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นในพริบตา
ผมเดินทอดน่องไปจนถึงร้าน Studio 7 ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ภายในร้านเป็นโทนสีขาวสะอาดตา ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา รอบตัวเต็มไปด้วยสินค้าเกี่ยวกับ Apple และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบสวยงาม แสงไฟสว่างนวลช่วยขับบรรยากาศให้ยิ่งดูล้ำสมัย
หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกตื่นเต้นเริ่มก่อตัวอีกครั้งเมื่อคิดถึง iPhone 17 ที่กำลังจะได้ครอบครอง
ผมก้าวตรงไปยังโซนจัดแสดงสินค้าใหม่ ผู้คนรอบข้างต่างก็หยิบจับทดลองใช้อย่างสนใจ บ้างถ่ายรูป บ้างเปิดแอปเล่นไปเรื่อย ๆ เสียงพูดคุยปะปนกับเสียงดนตรีในร้านดังคลอไปทั่วบรรยากาศ
ผมยืนต่อคิวอยู่ไม่ไกล ตั้งใจว่าจะได้ลองสัมผัสมันด้วยมือตัวเองสักครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึกขัดหูขัดตาคือกลุ่มเด็กวัยรุ่นไม่กี่คนที่ยืนจับกลุ่มอยู่ด้านหน้า ใบหน้าและท่าทางดูแล้วไม่สามารถเดาอายุได้ ทรงผมปัดเป๋จัดเต็ม รอยยิ้มกวน ๆ ติดอยู่บนใบหน้าเหมือนกำลังหาที่ระบายความซุกซน
หลังจากยืนรออยู่นาน ในที่สุดคนด้านหน้าที่กำลังทดลองใช้อยู่ก็ถอยออกไป ผมจึงรีบก้าวแทรกตัวเข้าไปหมายจะได้ลองสัมผัสบ้าง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นกลับเอื้อมมือคว้าเครื่องไปต่อหน้าต่อตาผมเสียก่อน
ผมหยุดชะงัก ความไม่พอใจตีตื้นขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่นออกไป “เฮ้ย น้อง...พี่ต่อคิวอยู่นะ”
กลุ่มวัยรุ่นหันมามองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะหึ ๆ อย่างกวนประสาท เสียงหัวเราะนั้นดังพอให้คนรอบข้างเหลือบสายตามอง บรรยากาศที่เคยคึกคักด้วยผู้คนทดลองสินค้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความอึดอัดแปลก ๆ ราวกับทุกคนกำลังรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ
วัยรุ่นคนนั้นยักไหล่พลางกดหน้าจอโทรศัพท์เล่นต่อเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่ผมพูด ขณะที่เพื่อนอีกสองสามคนยืนกอดอกมองมาเหมือนท้าทาย
เสียงหัวเราะกวน ๆ ของกลุ่มวัยรุ่นไม่หยุดลงง่าย ๆ หนึ่งในนั้นหันมามองผม พลางยกคิ้วขึ้น “อะไรวะพี่ คิวอะไรกัน ของวางอยู่ตรงนี้ใครหยิบได้ ก็ได้ใช้ก่อนดิ”
คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากพวกที่เหลืออีกระลอก มันไม่ใช่แค่การแย่งคิวแล้ว แต่เหมือนพยายามหาเรื่องโดยตรง
ผมยังยืนนิ่ง สายตาจ้องมองกลับโดยไม่ตอบโต้ เสี้ยววินาทีนั้นเอง พนักงานของร้านรีบก้าวเข้ามา สีหน้าเกรงใจปนจริงจัง เขามองสลับระหว่างผมกับกลุ่มวัยรุ่น ก่อนเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“เอ่อ…คุณลูกค้าจะซื้อเลยไหมครับ ถ้าสนใจผมสามารถพาไปดูเครื่องใหม่ที่อยู่ด้านในได้เลยครับ”
คำพูดของพนักงานเหมือนเป็นสะพานให้สถานการณ์คลี่คลายลงเล็กน้อย แต่บรรยากาศรอบตัวก็ยังคงตึงเครียดอยู่
พนักงานหันไปมองกลุ่มวัยรุ่นที่ยังทำท่าทางกวนประสาทอยู่ ก่อนจะฝืนยิ้มบาง ๆ
“พวกผมก็แค่มาลองใช้เล่น ๆ ครับ ยังไม่ได้ซื้อวันนี้หรอก” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น พลางหันมามองผมอย่างดูแคลน “แต่ดันมีใครก็ไม่รู้ มาแทรกคิวพวกผมเฉยเลย”
สายตาเหยียดหยามคู่นั้นกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเจ้าตัวจะหัวเราะหยันแล้วเอ่ยต่อ “เดาว่าคงเป็นแค่คนขับรถที่ไหนสักที่ อยากได้แต่ไม่มีปัญญาซื้อสินะ”
เสียงหัวเราะของเพื่อนในกลุ่มดังขึ้นตามมา ทำให้บรรยากาศในร้านยิ่งตึงเครียด ผู้คนรอบ ๆ เริ่มแอบเหลือบมองมาเหมือนกำลังรอดูว่าเรื่องจะบานปลายแค่ไหน
ผมที่เงียบมานาน แต่คราวนี้ยกยิ้มมุมปาก พร้อมหัวเราะเบา ๆ อย่างเย็นชา ก่อนเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ
“มีเงินจริงจะไปทดลองใช้ให้เสียเวลาทำไม ชอบก็ซื้อ ไม่ชอบก็ไม่ต้องซื้อ!”
คำพูดนั้นถูกส่งตรงไปยังหน้าเด็กวัยรุ่น ท่าทางของพวกเขาหยุดชะงัก รอยยิ้มกวน ๆ เริ่มสั่นคลอน
ผมหันไปหาพนักงานด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่จริงจัง “iPhone 17 Pro Max 2TB มีกี่เครื่องครับ?”
บรรยากาศรอบตัวเริ่มสงบลงเล็กน้อย สายตาของวัยรุ่นเหล่านั้นยังจับจ้องมาที่ผมเหมือนรอคอยการตอบโต้
พนักงานอีกคนที่ยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ได้ยินคำถามก็รีบเดินไปตรวจสอบทันที ก่อนจะกลับมาหาผมแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่รวดเร็ว
“วันนี้เหลืออยู่ ตัว Pro Max 2TB เหลืออยู่ 7 เครื่องครับลูกค้า”
เมื่อได้ยินคำผมรีบบอกระบบให้คำนวณราคาทันที
[80,900 X 7 = 566,300 บาท ครับ]
ผมพยักหน้า แล้วเอ่ยกับพนักงานด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “เอาทั้งหมดเลยครับ” ก่อนจะยื่นบัตรเครดิตให้
สายตาผมเหลือบมองไปยังกลุ่มวัยรุ่นอีกครั้ง พวกเขาสีหน้าเต็มไปด้วยความอับอาย ผมยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินผ่านพวกเขาไปยังเค้าเตอร์
ทุกคนในร้านต่างยิ้มออกมาอย่างพอใจพร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ
กลุ่มวัยรุ่นเห็นแบบนั้นจึงรีบพากันออกจากร้านไป แต่ยังคงมีท่าทีกวน ๆ ติดอยู่บนใบหน้าอยู่บ้าง
ผมที่ยังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ยกมือไหว้เล็ก ๆ เพื่อขอโทษทุกคนที่ต้องมาเห็นเหตุวุ่นวายนี้
...
และหลังจากนั้นผมก็เดินหน้าละห้อยตรงไปยังลานจอดรถใต้ดิน มือทั้งสองข้างถือถุงที่บรรจุ iPhone 17 7 เครื่อง รวมมูลค่ากว่าเกือบห้าแสนบาท
เมื่อถึงรถ ผมเปิดประตู ก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลัง ปิดประตูเรียบร้อยก่อนจะปล่อยตัวเองพิงพนักพิง
“ไอ้บ้า…เอ้ย…โง้ง้าว เฮ้อ…” ผมร้องออกมาด่าตัวเอง และคิดเสียดายเงิน แต่ก็เพื่อไม่ให้เสียหน้ามันก็จำเป็น
ผมถอนหายใจรอบแล้วรอบเล่า ไม่รู้กี่ครั้งที่ผ่านไป เพียงแค่รู้สึกว่า ต้องหาเงินกลับมาให้เร็วที่สุด ผมมองไปยังจอโปร่งแสง ยอดคงเหลือ “48,980 บาท” แต่ก็ถือว่าเยอะอยู่ แต่มันเคยเยอะกว่านี้
จากนั้นผมก็เก็บมันไว้ในคลาวด์ แล้วนอนพักให้จิตใจสงบ