อรุณรุ่งแห่งการเริ่มต้นใหม่
ยามอิ๋น(1)ล่วงเลยมาได้ครู่ใหญ่แสงอรุณแรกของวันยังคงซ่อนกายอยู่หลังทิวเขาอันห่างไกลทว่าขอบฟ้าทิศตะวันออกก็เริ่มปรากฏเป็สีเทาจาง ขับไล่ความมืดมิดยามราตรีให้ค่อยๆเจือจางลง อากาศยามเช้ามืดในแถบชายแดนรัฐเว่ยนั้นเย็นเยียบจับใจ มันแทรกซอนผ่านผนังดินและผ้าผืนบางที่ปิดช่องหน้าต่างเข้ามาััผิวกายของซูอันอันจนนางต้องขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นในผ้าห่มเนื้อหยาบอีกครา
นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆภาพเพดานมุงจากที่คุ้นเคยจากการตื่นนอนเมื่อวานปรากฏแก่สายตาเป็สิ่งแรกตามมาด้วยความเงียบสงัดที่ผิดแผกไปจากโลกเดิมของนางที่นั่น...ในเวลานี้คงจะมีเสียงยานพาหนะแว่วดังมาแต่ไกลแต่ที่นี่กลับมีเพียงเสียงลมหายใจของตนเองและเสียงแมลงกลางคืนที่ยังคงส่งเสียงร้องระงมอยู่นอกเรือน
ขณะที่นางกำลังจะพลิกตัวความรู้สึกพะอืดพะอมก็ตีรื้นขึ้นมาจากช่องท้องอย่างกะทันหันมันไม่ใช่ความรู้สึกรุนแรง แต่เป็คลื่นความคลื่นไส้ระลอกเล็กๆ ที่วนเวียนอยู่ในอกเตือนให้นางระลึกถึงสถานะใหม่ของตนเองที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ‘อาการแพ้ท้องสินะ...’ นางยกมือขึ้นลูบท้องที่ยังคงแบนราบของตนเบาๆพลางถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ ในโลกเก่าหากมีอาการเช่นนี้นางคงจะลุกไปหาขนมปังขิงหรือน้ำขิงอุ่นๆ มาจิบแต่ในยุคที่แม้แต่ข้าวยังต้องกินอย่างประหยัดสิ่งเ่าั้คงเป็ได้เพียงแค่ความฝัน
ซูอันอันหันไปมองพื้น ด้านล่างที่เคยมีชายร่างใหญ่นอนอยู่กับพื้นเมื่อคืน ตอนนี้กับว่างเปล่า ผ้าห่มผืนบางกับผ้าปูพื้นพับเก็บเรียบร้อยอยู่มุมห้องเหมือนเมื่อคืน บ่งบอกว่าเ้าของได้ลุกจากไปนานแล้วเสิ่นอวี่หาน...สามีในนามของนางคงจะออกไปทำงานแต่เช้ามืดพร้อมกับน้องชายทั้งสองคนของเขาเป็แน่ ‘ช่างเป็บุรุษที่ขยันขันแข็งเสียจริงแต่ก็เ็าเสียจนน่าโมโหเช่นกัน’ นางคิดในใจอย่างประชดประชันความห่วงใยที่เขาแสดงออกเมื่อวาน แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่มันก็เป็ดั่งหยดน้ำค้างกลางทะเลทรายอย่างน้อยก็ทำให้นางรู้ว่าเขาไม่ได้ใจดำราวกับหินผาไปเสียทั้งหมด
นางตัดสินใจรวบรวมเรี่ยวแรงที่พอมี ค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง ความอ่อนเพลียจากการทะลุมิติยังคงหลงเหลืออยู่แต่ความดื้อรั้นในใจกลับสั่งให้นางต้องลุกขึ้นสู้นางกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนอันว่างเปล่าอีกครั้งมันมีขนาดเล็กกว่าห้องพักในหอของนางเกือบครึ่ง ผนังดินเหนียวสีเหลืองซีดมีร่องรอยแตกร้าวอยู่บ้าง เมื่อลองเอื้อมมือไปััก็รู้สึกได้ถึงความเย็นและสากระคายของมันเฟอร์นิเจอร์ในห้องมีเพียงเตียงไม้ที่นางนอนอยู่กับหีบไม้ใบเล็กที่ตั้งอยู่มุมห้องเท่านั้นทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเรียบง่ายและเก่าคร่ำคร่าจนแทบจะหาความงามใดๆ ไม่พบ
สายตาของนางเหลือบไปเห็นถังไม้ใบเล็กที่วางอยู่มุมห้องพร้อมกับกลิ่นจางๆ ที่ลอยออกมามันทำให้นางตระหนักถึงความ้าทางธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ‘นี่มัน...กระโถนสินะ’ ความรู้สึกอยากจะอาเจียนตีรื้นขึ้นมาอีกครั้งไม่ใช่เพราะอาการแพ้ท้อง แต่เป็เพราะสุขอนามัยที่น่าใของยุคนี้ ในฐานะนักศึกษาวิศวกรรมอาหารที่ให้ความสำคัญกับความสะอาดเป็อันดับหนึ่งเื่นี้ถือเป็สิ่งที่ยอมรับได้ยากที่สุด นางหลับตาลงข่มความรู้สึกขยะแขยงเอาไว้แล้วจัดการธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ‘เื่ระบบสุขอนามัยและการจัดการของเสียต้องอยู่ในแผนด้วย...แต่ก่อนอื่นคือเื่น้ำดื่ม’
หลังจากสวมเสื้อผ้าผ้าป่านเนื้อหยาบที่พาดอยู่ปลายเตียงเรียบร้อยแล้วนางก็ตัดสินใจเดินออกจากห้องนอนเป็ครั้งแรก บานประตูไม้ฝืดส่งเสียง...เอี๊ยด!....อ๊าด! เบาๆ ขณะที่นางเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่ส่วนกลางของตัวบ้านซึ่งใหญ่กว่าห้องนอนของนางเล็กน้อยมันเป็ทั้งห้องครัวและห้องนั่งเล่นในที่เดียวตรงกลางห้องมีเตาดินอย่างง่ายตั้งอยู่ ควันไฟจางๆ ยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือเตาบ่งบอกว่ามีคนเริ่มใช้งานมันแล้ว
ร่างของสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าเตานางคือหลิวซื่อ มารดาของสามี นางกำลังใช้ทัพพีไม้คนข้าวต้มในหม้อดินอย่างเชื่องช้าเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู นางก็เหลือบมองมาทางซูอันอันด้วยหางตาแววตาคู่นั้นยังคงดูดุดันเช่นเคย แต่ก็ไม่มีแววตำหนิอยู่ในนั้น
“ตื่นแล้วรึ เหตุใดจึงรีบร้อนตื่นแต่เช้านักคนมีครรภ์ควรจะพักผ่อนให้มากหน่อย” แม้น้ำเสียงจะฟังดูแข็งกระด้างแต่ซูอันอันกลับััได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ถ้อยคำเ่าั้
“ข้านอนไม่ใคร่หลับเ้าค่ะ ท่านแม่”นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม พลางเดินเข้าไปใกล้เตาไฟเพื่อรับความอบอุ่น
หลิวซื่อไม่ได้กล่าวอะไรต่อเพียงแค่พยักหน้ารับรู้แล้วหันไปสนใจข้าวต้มในหม้อต่อ ไม่นานนัก เสิ่นซินอี้น้องสาวของสามี ก็เดินเข้ามาในครัวพร้อมกับถังน้ำใบเล็กนางยิ้มให้ซูอันอันอย่างเป็มิตรก่อนจะเริ่มช่วยมารดาจัดเตรียมถ้วยชามสำหรับมื้อเช้า
ซูอันอันยืนมองภาพตรงหน้าเงียบๆมันคือภาพชีวิตครอบครัวชาวนาที่เรียบง่าย ทุกคนต่างมีหน้าที่ของตนเองและทำมันอย่างแข็งขันอาหารเช้าของพวกเขามีเพียงข้าวต้มธัญพืชเปล่าๆ กับผักดองเล็กน้อยเท่านั้นไม่มีเนื้อสัตว์หรือไข่ให้เห็นแม้แต่ชิ้นเดียวสายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นโอ่งดินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมครัวเสิ่นซินอี้กำลังใช้กระบวยตักน้ำจากในโอ่งนั้นมาล้างถ้วยชามและตักใส่ถ้วยเพื่อเตรียมไว้เป็น้ำดื่ม
หัวใจของซูอันอันกระตุกวูบภาพน้ำในโอ่งที่ไม่ได้ผ่านการต้มหรือกรองใดๆ ทำให้นางรู้สึกกังวลขึ้นมาจับใจ ‘นั่นคือแหล่งน้ำดื่มของทุกคนในบ้าน...’ ความคิดนี้ทำให้แผนการที่นางวางไว้เมื่อคืนกลับมาชัดเจนอีกครั้งมันไม่ใช่แค่แผนการเพื่อความอยู่รอดของนางและลูกในท้องอีกต่อไปแต่เป็สิ่งจำเป็สำหรับทุกคนในครอบครัวนี้ แผนจัดการน้ำ คือภารกิจแรกที่นางจะต้องทำให้สำเร็จให้จงได้!
โครงการวิศวกรรมฉบับบ้านไร่
ภายหลังจากมื้อเช้าอันเรียบง่ายที่ประกอบด้วยข้าวต้มธัญพืชและผักดองรสเค็มผ่านพ้นไปบรรยากาศภายในบ้านก็กลับสู่จังหวะชีวิตที่เป็ปกติของตระกูลเสิ่นเสิ่นซินอี้เริ่มเก็บถ้วยชามไปล้างที่ท้ายครัวด้วยความคล่องแคล่วส่วนหลิวซื่อก็เริ่มลงมือนั่งคัดแยกผักป่าที่เก็บมาได้เมื่อวานเตรียมไว้สำหรับมื้อกลางวัน ทุกคนต่างเคลื่อนไหวอย่างมีเป้าหมายสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตที่ต้องดิ้นรนและทำงานอยู่ตลอดเวลา
ซูอันอันนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งสายตาของนางจับจ้องไปยังโอ่งน้ำดินเผาใบใหญ่ที่ตั้งสงบอยู่มุมห้องภาพของซินอี้ที่ใช้กระบวยตักน้ำขึ้นมาดื่มโดยตรงยังคงติดตาในใจของนักศึกษาวิศวกรรมอาหารนั้นร้องเตือนถึงอันตรายของแบคทีเรียและสิ่งปนเปื้อนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่ามันคือความเสี่ยงที่นางไม่อาจยอมรับได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อในท้องของนางมีอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ กำลังเติบโตอยู่
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหาหลิวซื่อที่กำลังง่วนอยู่กับการเด็ดผักอย่างช้าๆ
“ท่านแม่...เ้าคะ”นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ปกติที่สุด
หลิวซื่อเหลือบมองนางด้วยหางตาแววตายังคงเรียบเฉยแต่ก็แฝงไว้ด้วยคำถาม “มีอันใดรึ?”
“คือ...ข้ารู้สึกว่าน้ำดื่มในโอ่งของเรานั้น...บางครั้งมีรสแปลกๆอยู่บ้างเ้าค่ะ” ซูอันอันเลือกใช้คำพูดที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความรู้สึกว่านางกำลังตำหนิวิถีชีวิตของพวกเขา“ข้า...ข้าพอจะมีความรู้อยู่บ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับวิธีทำให้น้ำใสสะอาดและมีรสชาติดีขึ้นข้าอยากจะลองทำดู...เพื่อสุขภาพของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะ...หลานของท่านแม่”
นางจงใจใช้ "หลาน" เป็ตัวประกันซึ่งดูเหมือนว่าจะได้ผล หลิวซื่อชะงักมือที่กำลังเด็ดก้านผักแววตาที่มองมายังซูอันอันอ่อนลงเล็กน้อย แม้จะยังคงฉายแววแห่งความกังขาอยู่ก็ตาม“เ้าจะทำอันใดของเ้า? อย่าบอกนะว่าจะให้ข้าต้มน้ำทุกครั้งที่จะดื่มฟืนหายากปานใดเ้ารู้หรือไม่”
“มิใช่เ้าค่ะ” ซูอันอันรีบส่ายหน้าปฏิเสธ“เป็วิธีที่ง่ายกว่านั้นมากเ้าค่ะ ข้าเพียง้าภาชนะดินเผ่าเก่าๆ สักใบกับเศษผ้าสะอาด ก้อนกรวด ทราย และถ่านจากในเตาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่สิ้นเปลืองสิ่งใดที่มีค่าเลยเ้าค่ะ”
หลิวซื่อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายกำลังชั่งใจอย่างหนัก นางมองสะใภ้ของตนั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าเด็กสาวตรงหน้าดูอ่อนแอและบอบบางแต่ดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและเฉลียวฉลาดอย่างน่าประหลาด“ก็ได้...แต่หากเ้าทำข้าวของเสียหาย หรือทำเื่ไร้สาระ ข้าจะให้เ้าเป็คนไปหาบน้ำมาเติมโอ่งเองหนึ่งเดือนเต็ม”
“เ้าค่ะ ท่านแม่!”ซูอันอันรับคำอย่างรวดเร็วด้วยความยินดีแค่เพียงได้รับอนุญาตก็ถือว่าเป็ก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่แล้ว
เมื่อได้รับไฟเขียวอย่างไม่เป็ทางการซูอันอันก็เริ่มปฏิบัติการ "วิศวกรรมเครื่องกรองน้ำฉบับโบราณ"ของนางทันที นางเดินสำรวจไปรอบๆ บริเวณบ้านจนพบกับไหดินเผ่าเก่าใบหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้หลังเรือนมันมีรอยร้าวอยู่ด้านข้างเล็กน้อยจึงไม่เหมาะจะใช้เก็บน้ำอีกต่อไปแต่นี่แหละคือสิ่งที่นาง้าพอดิบพอดีนางจัดการทำความสะอาดไหใบนั้นอย่างสุดความสามารถเท่าที่อุปกรณ์จะเอื้ออำนวย
ขั้นตอนต่อมาคือการรวบรวมวัสดุสำหรับชั้นกรองนางเดินไปที่ริมลำธารเล็กๆ ที่ไหลผ่านท้ายหมู่บ้าน ค่อยๆคัดเลือกก้อนกรวดและก้อนหินขนาดต่างๆ มาล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นก็ตักทรายเนื้อละเอียดที่อยู่ริมตลิ่งใส่ในเศษผ้าที่ขอมาจากซินอี้ ‘นี่มันเหมือนคาบเรียนวิชาธรณีวิทยาภาคปฏิบัติไม่มีผิด...เพียงแต่ไม่มีรายงานต้องส่งเท่านั้น’นางคิดในใจอย่างขบขัน
ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดคือถ่านไม้นางเดินกลับไปที่เตาไฟในครัว ค่อยๆใช้คีมเหล็กคีบเศษถ่านที่มอดแล้วแต่ยังเป็ก้อนสมบูรณ์ออกมาทุบให้มันแตกออกเป็ชิ้นเล็กๆ หลิวซื่อและซินอี้ที่นั่งอยู่ใกล้ๆมองการกระทำแปลกประหลาดของนางด้วยความฉงนสนเท่ห์ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอันใดออกมาอีก
เมื่อได้วัสดุครบถ้วนแล้วซูอันอันก็นำไหดินเผ่าที่เจาะรูเล็กๆไว้ที่ก้นไหเรียบร้อยแล้วมาตั้งไว้บนแท่นไม้ที่สูงกว่าถังรองน้ำนางเริ่มบรรจงวางชั้นกรองอย่างพิถีพิถันและเป็ลำดับขั้นตอนตามหลักการที่เคยร่ำเรียนมา
ชั้นล่างสุดคือหินก้อนใหญ่ตามมาด้วยกรวดขนาดกลางและขนาดเล็กจากนั้นจึงปูทับด้วยผ้าป่านเนื้อหยาบเพื่อป้องกันไม่ให้ชั้นทรายไหลลงไปปะปนชั้นต่อมาคือทรายหยาบและทรายละเอียดและชั้นที่สำคัญที่สุดคือชั้นถ่านไม้บดที่นางโรยทับไว้บนสุดก่อนจะปิดท้ายด้วยผ้าสะอาดอีกชั้นหนึ่งเพื่อใช้เป็ที่รองน้ำก่อนจะไหลผ่านชั้นกรองต่างๆ
ทุกการกระทำของนางเต็มไปด้วยความใส่ใจและแม่นยำราวกับกำลังประกอบเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชิ้นสำคัญอยู่ในห้องปฏิบัติการหาใช่หญิงสาวบ้านไร่ที่กำลังเล่นกับเศษดินเศษหินไม่
ในที่สุด...เครื่องกรองน้ำเครื่องแรกในประวัติศาสตร์ตระกูลเสิ่นหรืออาจจะทั้งหมู่บ้าน ก็เสร็จสมบูรณ์ มันดูไม่สวยงามนักเป็เพียงไหดินเผ่าเก่าๆ ที่บรรจุสิ่งต่างๆ ไว้ภายใน แต่สำหรับซูอันอันแล้วนี่คือสัญลักษณ์แห่งความหวังคือก้าวแรกของการใช้ความรู้จากโลกอนาคตเพื่อสร้างชีวิตที่ดีกว่าในโลกปัจจุบัน
นางยืนมองผลงานของตนเองด้วยความภาคภูมิใจในขณะที่หลิวซื่อและเสิ่นซินอี้ยืนมองมาจากในครัวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนความคาดหวังตอนนี้เหลือเพียงการทดสอบขั้นสุดท้ายเท่านั้น...ว่ามันจะใช้ได้ผลจริงหรือไม่
เชิงอรรค:
(1)ยามอิ๋น: คือ่เวลาระหว่าง 03.00น. ถึง 04.59 น. ตามการนับเวลาแบบจีนโบราณเป็่เวลาก่อนรุ่งสาง
โปรดติดตามตอนต่อไป: บทที่ 5 : ผลงานชิ้นแรก