ติ๊ง!
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในความมืด ตัดกับบรรยากาศทึมๆ ของบ้านต้นไม้
[ระบบเชื่อมต่อสมบูรณ์]
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 25 มีนาคม]
เสียงคลื่นกระแทกโขดหินดังครืนครานประสานกับเสียงลมทะเลที่พัดเอากลิ่นเกลือและไอระเหยเหนียวเหนอะมาปะทะใบหน้า
ความรู้สึกเปียกชื้นที่ผิวแก้มปลุกสติที่กำลังดำดิ่งอยู่ในความมืดให้ตื่นขึ้น
ร่างกายของอคินกระตุกเฮือก...
ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากอย่างแรงจากที่ที่อบอุ่นและปลอดภัย ให้มายืนอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บของโลกความเป็นจริง
เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกจนสุดอก ปอดขยายตัวรับออกซิเจนราวกับคนที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำ
ความรู้สึกโหวงเหวงที่เคยคุ้นชินยามหลับใหลหายไป
แทนที่ด้วยความรู้สึก 'หนักแน่น' ของกล้ามเนื้อและกระดูกที่ประกอบกันขึ้นเป็นร่างมนุษย์
อคินขยี้ตาไล่ความมัวซัว ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นข้อความบรรทัดต่อมาที่กะพริบถี่ๆ
เหมือนกำลังเรียกร้องความสนใจ ตัวอักษรไม่ได้ดูแข็งทื่อแบบหุ่นยนต์เหมือนบรรทัดบนๆ แต่มันดู... มีชีวิตชีวาแปลกๆ
[ตื่นได้แล้ว! วันนี้นายต้องเพิ่มเลเวลให้เป็น 30 ภายในคืนนี้!]
"เข้าใจแล้วน่าคุณระบบ... วันนี้แหละ วันตัดสินชะตาของอัศวินอย่างฉัน!"
อคินพึมพำ มุมปากยกยิ้มขึ้นด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาเป็นประกายวาววับ
ชายหนุ่มดีดตัวผึงจากเปลญวนด้วยความคล่องแคล่วที่ดูเหนือมนุษย์
เขาไม่รู้สึกถึงอาการปวดหลังหรือความงัวเงียเลยแม้แต่น้อย
ราวกับว่าร่างกายนี้ถูก 'ชาร์จ' พลังงานมาจนเต็มเปี่ยมเพื่อรอเวลานี้โดยเฉพาะ
เขารูดตัวลงมาจากบ้านต้นไม้ เท้าเปล่าสัมผัสพื้นทรายปนโคลนที่เย็นเฉียบ
เป้าหมายแรกคือใต้โคนต้นหูกวางที่เขาใช้เป็น 'โรงงานผลิตอาวุธ' ชั่วคราว
หนังหมาป่าทมิฬผืนใหญ่ที่ขึงตากลมไว้สะบัดพับพึบตามแรงลม
อคินใช้นิ้วมือลูบไล้ไปตามผืนหนัง สัมผัสได้ถึงความชื้นที่ยังแทรกซึมอยู่ในชั้นไขมันหนา
"ว้า... ยังไม่แห้งสนิทแฮะ แบบนี้เอาไปทำเกราะลำตัวคงหนักแย่"
เขาบ่นพึมพำพลางเกาหัว
"ช่วยไม่ได้ งั้นวันนี้เน้นความคล่องตัว เอาแค่อุปกรณ์เสริมไปก่อนแล้วกัน"
อคินเริ่มคัดแยกวัตถุดิบด้วยความชำนาญมือ
เขาหยิบกระดูกอุ้งเท้าของหมาป่าทมิฬที่มีเล็บคมกริบสีดำเงาวับติดอยู่
และ เขี้ยวคู่หน้า ที่ยาวเฟื้อยเหมือนกริชสังหาร
ออกมาจากกองซากที่เขาชำแหละไว้เมื่อคืนก่อน
จากนั้นจึงคว้าเศษหนังลิซาร์ดแมนสีเขียวคล้ำที่เหลือจากการตัดเย็บครั้งล่าสุดติดมือไปด้วย
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูค่ายทหาร แสงไฟสปอตไลต์จากป้อมยามส่องกระทบร่างของเขา
วันนี้พี่ต้นยามกะดึกขาประจำไม่อยู่ แต่เป็นทหารหนุ่มหน้าใหม่ที่อคินคุ้นหน้าคุ้นตา
"อ้าว! คุณอคิน... มาแต่หัววันเลยนะครับเนี่ย"
ทหารหนุ่มทักทาย สายตามองชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นมอซอของอคินด้วยความฉงนเล็กน้อย
"วันนี้มีภารกิจใหญ่น่ะครับคุณทหาร"
อคินตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง รอยยิ้มมั่นใจฉายชัดบนใบหน้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิที่หน้าป้อมยามราวกับเป็นพื้นที่ส่วนตัว
เขาหยิบมีดพกออกมา เริ่มลงมือเหลาแต่งโคนเขี้ยวหมาป่า เศษกระดูกร่วงกราวลงพื้น ทุ
กครั้งที่เขาออกแรงกดมีด มันไม่ใช่แค่แรงจากกล้ามเนื้อ
แต่เขารู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างจาก 'ข้างใน' ไหลผ่านแขนไปสู่ใบมีด ทำให้เขาสามารถเฉือนกระดูกแข็งๆ ได้เหมือนปอกผลไม้
เขาใช้มีดกรีดหนังลิซาร์ดแมนเป็นเส้นยาว พันรอบฐานเขี้ยวอย่างแน่นหนา แล้วถักขึ้นรูปเป็นปลอกสวมขาแบบเปิดนิ้วที่มีดีไซน์ดิบเถื่อน
สำหรับเหล่าแมวเหมียว อคินนำเขี้ยวหมาป่าสองซี่มาประกบเข้ากับสนับหนังลิซาร์ดแมน
สร้างเป็น 'กรงเล็บเสริม' ที่จะสวมทับอุ้งเท้าขาหน้าข้างขวา
สำหรับโบ้: เขาใช้อุ้งเท้าหมาป่าทมิฬทั้งชิ้น
ดัดแปลงเป็นสนับแข้งหนามที่ดูน่าเกรงขาม เพื่อเปลี่ยนขาหน้าของหมาวัดให้กลายเป็นอาวุธสงคราม
"เอ่อ... คุณอคินครับ"
เสียงเรียกทำให้เขาเงยหน้าขึ้น ทหารหนุ่มคนเดิมเดินเข้ามาหาพร้อมกล่องเหล็กสีแดงในมือ
"เมื่อวานเห็นพี่ต้นบอกว่าคุณอยากเย็บชุดให้พวก 'น้องๆ'... ผมเลยไปขอเบิก 'ชุดเครื่องมือซ่อมแซมผ้าใบ' จากฝ่ายพลาธิการมาให้ครับ เข็มมันใหญ่น่าดู แต่เหล็กแข็งมาก น่าจะพอแทงหนังพวกนี้เข้า"
ดวงตาของอคินเบิกกว้าง เขาทำท่าราวกับได้รับมอบดาบศักดิ์สิทธิ์
"โห! ขอบคุณมากครับคุณเจ้าหน้าที่! นี่แหละจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ผมตามหา!"
ด้วยเข็มเล่มหนาและด้ายไนลอนเหนียวพิเศษ
อคินใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมงในการเนรมิตเกราะหนังลิซาร์ดแมนแบบหยาบๆ ให้กับสมาชิกปาร์ตี้ทั้งสี่ตัว
แม้มันจะดูเหมือนเศษผ้าปะติดปะต่อกันในสายตาคนอื่น
แต่สำหรับอคิน มันคือชุดเกราะชั้นยอดที่เขาใส่จิตวิญญาณแห่งการปกป้องลงไปในทุกฝีเข็ม
มันครอบคลุมจุดตายอย่างคอและลำตัวได้พอดีเป๊ะ
"เสร็จแล้ว!"
อคินชูผลงานขึ้นฟ้าด้วยความภูมิใจ
"กองพันเขี้ยวทมิฬ... เตรียมเคลื่อนพล!"
เหล่าสัตว์เลี้ยงที่นอนรออยู่อย่างอดทนลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ...
สายตาของพวกมันมองมาที่อคิน ไม่ใช่ด้วยแววตาของสัตว์ที่มองเจ้าของ
แต่เป็นแววตาที่ลึกซึ้งและมีความหมายมากกว่านั้น
...
[ระยะเวลาคงเหลือ: 06:39:59]
ป่าชายเลนยามค่ำคืนเงียบสงัดผิดปกติ
เสียงแมลงกลางคืนที่เคยระงมกลับเงียบกริบ ราวกับธรรมชาติกำลังกลั้นหายใจรอคอยการมาถึงของนักล่ากลุ่มใหม่
ความเงียบนั้นถูกทำลายลงเมื่อปาร์ตี้ของอคินเริ่มเปิดฉากโจมตี
รูปแบบการต่อสู้ของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...
"โบ้! ใช้สกิล [ยั่วยุ] !"
อคินตะโกนสั่งการ
เจ้าหมาหลังอานพุ่งตัวเข้าใส่ดง ปูกระดองหิน ที่ขวางทาง มันไม่ได้เห่ากรรโชกแบบหมาเฝ้าบ้าน
แต่เสียงที่เปล่งออกมาเป็นคลื่นเสียงต่ำที่สั่นสะเทือนแก้วหู มอนสเตอร์ทุกตัวในรัศมีหันขวับมามองที่มันเป็นตาเดียว
ก้ามปูขนาดใหญ่ฟาดเข้าใส่โล่ไม้หุ้มเหล็กที่โบ้แบกไว้บนหลัง
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะเปลือกแข็งดังสนั่นหวั่นไหว
แต่โบ้ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
มันอาศัยจังหวะสวนกลับ ยกขาหน้าที่สวมสนับแข้งอุ้งเท้าหมาป่าขึ้น แล้วตะปบลงด้วยสกิล [ตะปบ]
ฉัวะ!
เปลือกปูที่แข็งโป๊กฉีกขาดเป็นทางยาวราวกับถูกเลื่อยไฟฟ้าตัด!
ทางด้านแก๊งแมวก็ดุดันไม่แพ้กัน
ส้มซ่า กลายเป็นหัวหอกทะลวงฟัน กระโจนเข้าวงในด้วยความบ้าดีเดือด ใช้กรงเล็บเขี้ยวหมาป่าเกี่ยวศัตรูจนเลือดสาดกระจาย
ปลาเผา ดูเหมือนจะค้นพบแนวทางของตัวเอง
มันไม่ได้ลอบเร้นอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เข้าปะทะตรงๆ
เคียงคู่ส้มซ่า ราวกับเลือกเส้นทางนักรบ การโจมตีแต่ละครั้งหนักหน่วงเกินขนาดตัวไปมาก
แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือ บัวลอย...
เจ้าแมวสามสีตัวน้อยไม่ได้วิ่งเข้าไปรุมกัดเหมือนเพื่อนๆ
แต่มันยืนสงบนิ่งอยู่บนรากไม้โกงกางที่สูงกว่าใคร ดวงตาสีเหลืองอำพันเริ่มเรืองแสงสีม่วงจางๆ ลึกลับ
ในจังหวะที่มอนสเตอร์ตัวหนึ่งง้างก้ามเตรียมสวนกลับส้มซ่า
เงาของบัวลอยที่ทอดยาวบนพื้นโคลนก็พลันบิดเบี้ยว... มันพุ่งยืดออกไปราวกับงูที่มีชีวิต รัดพันขาของศัตรูไว้แน่น!
กึก!
มอนสเตอร์ชะงักนิ่ง ขยับไม่ได้ชั่วขณะเหมือนถูกตรึงด้วยเชือกที่มองไม่เห็น
"เฮ้ย! นั่นมัน..."
อคินเบิกตากว้าง ร้องลั่นด้วยความทึ่ง
"สกิลเวทมนตร์นี่นา! บัวลอย... นี่แกเลือกอาชีพรองสายเวทย์เหรอเนี่ย! สุดยอดไปเลย!"
บัวลอยหันมามองเขา ร้อง "เมี๊ยว~" สั้นๆ
ราวกับจะบอกว่า 'รีบๆ ฆ่ามันซะทีสิยะ!' แล้วสะบัดหางอย่างถือตัว
...
การล่าดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง กองซากศพของมอนสเตอร์สูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งตัวสุดท้ายของระลอกนี้ล้มลง
ดาบสนิมเขรอะของอคินเสียบทะลุหัวใจของ 'ฟร็อกเกอร์'
ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความร้อนวูบวาบเหมือนลาวาที่ไหลเวียนพล่านไปในเส้นเลือด
ติ๊ง!
[ระดับเลเวลของท่านเพิ่มขึ้น: 29 >> 30]
[เงื่อนไขครบถ้วน: ปลดล็อกขั้นที่ 2]
หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาทันที แต่อคินยังไม่ทันได้เอื้อมมือไปกดเลือก
ระบบก็ดำเนินการต่อเองด้วยความเร็วสูง ตัวอักษรไหลผ่านหน้าจอเร็วจนอ่านแทบไม่ทัน
[วิเคราะห์รูปแบบจิตวิญญาณ]
[ความเข้ากันได้: 100%]
[เลือกเส้นทางอัตโนมัติ > อัศวิน]
"เฮ้ย! เดี๋ยวสิ! ไม่ให้เลือกหน่อยเหรอ!"
อคินโวยวาย
"แต่... เอ่อนะ อัศวินก็อัศวิน! ตรงปกสุดๆ!"
ตูม!
คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นระเบิดออกจากตัวอคิน ฝุ่นผงรอบตัวฟุ้งกระจาย
ความรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ราวกับจิตวิญญาณของเขาได้ยึดเกาะและผสานเข้ากับเซลล์ทุกเซลล์ของร่างกายนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
[ได้รับสกิลใหม่: จิตแน่วแน่]
[ได้รับสกิลใหม่: ฟาดฟัน]
[ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น]
"พลัง... นี่มันพลังของคลาส 2 สินะ!"
อคินกำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เอ่อล้น เขาชูหมัดขึ้นฟ้า
"มาลองของกันหน่อยไหมพวกเรา!"
...
[ระยะเวลาคงเหลือ: 02:29:59]
เสียงต้นไม้หักโค่นดังสนั่นหวั่นไหวมาจากลานโคลนด้านใน สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ก้าวออกมาจากเงามืดของป่าโกงกาง
[ปูกระดองหิน เลเวล 35]
กระดองของมันสะท้อนแสงจันทร์เป็นมันวาวเหมือนเหล็กกล้าสีดำ
ก้ามขวาขนาดมหึมาใหญ่กว่าตัวคน และดูแข็งแกร่งพอที่จะบดขยี้รถถังได้สบายๆ
"ตัวเป้ง!" อคินแสยะยิ้ม เขาไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม เขากลับก้าวเท้าออกไปข้างหน้า "ทุกคน! ฟังคำสั่ง! จัดขบวนรบ!"
"โฮ่ง!" "เมี๊ยว!"
"ในนามแห่งอัศวิน... ข้าขออวยพรแด่เหล่านักรบ! [อวยพร] ! [ลับคม] !"
อคินตะโกนลั่น ออร่าสีขาวซีดแผ่ออกมาจากตัวเขา มันไม่ใช่แสงสว่างที่อบอุ่นแบบพวกนักบวช
แต่มันคือพลังงานความเย็นเยียบที่ปลุกสัญชาตญาณดิบ
ออร่านั้นครอบคลุมร่างของสัตว์เลี้ยงทุกตัว ทำให้แววตาของพวกมันเปลี่ยนจากสัตว์ธรรมดาเป็นนักล่าที่บ้าเลือดและไร้ความกลัว
ปูยักษ์คำรามลั่น เสียงฟองอากาศเดือดปุดๆ ในลำคอ ก่อนจะฟาดก้ามยักษ์ลงมาใส่ผู้บุกรุกที่ยืนเด่นที่สุดตรงหน้า
วูบ!
แรงลมจากการฟาดรุนแรงจนน้ำในบ่อโคลนกระจายออกเป็นวงกว้าง
อคินไม่หลบ เขาปักหลักยืนแน่น แยกเท้าออกกว้าง ยกโล่ขึ้นรับตรงๆ
"เข้ามาเลยไอ้ปูอัด!"
ตึง!!!
เสียงปะทะหนักหน่วงราวกับระฆังวัดถูกตีด้วยค้อนเหล็ก พื้นโคลนใต้อคินยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึกทันทีที่รับแรงกระแทก
แต่ทว่า...
ร่างของอคินกลับไม่กระเด็น!
เขาทรุดตัวลงเล็กน้อย เข่าแทบติดพื้น แต่แขนที่ถือโล่กลับนิ่งสนิท
ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด... ไม่มีความรู้สึกว่า 'กระดูกร้าว' หรือ 'กล้ามเนื้อฉีกขาด' อย่างที่มนุษย์ปกติควรจะเป็นเมื่อรับแรงกระแทกระดับนี้
ขณะที่สกิลติดตัวอย่าง [จิตแน่วแน่] กำลังทำงาน... ร่างกายนี้แข็งแกร่งดุจตุ๊กตาเหล็กที่อัดแน่นด้วยพลังงานวิญญาณ
ตัดขาดความเจ็บปวดทางกายภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวคือ 'การรบ'
"แค่นี้เองเรอะ!"
อคินกัดฟัน ดวงตาวาวโรจน์
" [ปัดป้อง] !"
เปรี้ยง!
เขาใช้ไหล่กระแทกโล่สวนกลับไป ขอบโล่เหล็กกระแทกเข้าที่ข้อต่อก้ามปูอย่างจังจนมันเสียหลักเซถลา
"จังหวะนี้แหละ! [ลับคม] !"
ดาบสนิมเขรอะในมืออคินเปล่งแสงสีฟ้าเย็นยะเยือก พลังงานวิญญาณถูกอัดฉีดเข้าไปในใบดาบจนมันคมกริบเกินกว่าวัตถุทางกายภาพ
" [ฟาดฟัน] !"
เขาตวาดก้อง ฟันดาบลงไปที่รอยต่อเปลือกอันแข็งแกร่งที่สุดของมัน
ฉับ!
ไม่มีเสียงโลหะกระทบกัน มีแต่เสียงเหมือนมีดร้อนๆ ตัดผ่านเนย
ก้ามยักษ์ข้างนั้นขาดสะบั้นกระเด็นลงพื้นโคลน!
"ลุย!!"
สิ้นเสียงคำสั่ง มหกรรมรุมกินโต๊ะก็เริ่มขึ้น
ส้มซ่ากระโจนขึ้นไปข่วนตาซ้ายของปูจนบอดสนิท
ปลาเผาโผล่ขึ้นมาจากเงาใต้ท้อง
ด้วยความช่วยเหลือของบัวลอยที่ใช้เงาตรึงขาปูไว้ แล้วใช้กรงเล็บหมาป่าตะปบท้องนิ่มๆ จนของเหลวทะลัก
และสุดท้าย...
อคินกระโดดเหยียบก้ามที่ขาด ส่งตัวลอยขึ้นไปอยู่เหนือหัวบอส แล้วปักดาบลงมากลางกระหม่อม
" [ฟาดฟัน] !"
สวบ!
ดาบอาบพลังวิญญาณทะลุเปลือกเหล็กไหลจมมิดด้าม!
ร่างยักษ์กระตุกเกร็งสองสามครั้ง ก่อนจะแน่นิ่งไปพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนค่าประสบการณ์ที่รัวเหมือนปืนกล
...
[ระยะเวลาคงเหลือ: 00:59:59]
เปลวไฟสีส้มลุกโชติช่วงตัดกับความมืดมิดของป่าชายเลน
แต่คราวนี้ กองไฟนั้นมีขนาดมหึมา สูงท่วมหัวอคินไปไกล
ซากศพของเมิร์ก ฟร็อกเกอร์, ปูยักษ์, และมอนสเตอร์ระลอกแล้วระลอกเล่าที่ดาหน้าเข้ามาหาอคิน
บัดนี้ถูกกองรวมกันและเผาทำลายจนสิ้นซาก จำนวนของมันมากกว่าปกติถึง 5 เท่า
ตูม และ ตาม ทหารยามกะเช้าที่เพิ่งเดินมาเปลี่ยนเวร ยืนตะลึงมองภาพตรงหน้าด้วยความสยดสยอง...
ชายหนุ่มในชุดเกราะหนังปะติดปะต่อ ยืนอยู่หน้ากองเพลิงมหึมา
เงาของเขาถูกเปลวไฟยืดจนดูสูงใหญ่เกินจริง
มือข้างหนึ่งถือโล่ที่เปื้อนเลือดสีเขียวและฟ้าจนดูไม่ออกว่าเป็นไม้
อีกมือลากซากก้ามปูยักษ์ที่ใหญ่พอๆ กับรถจักรยานยนต์ออกมาจากกองไฟ
เขากำลังยืนเช็ดเลือดออกจากดาบด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม...
รอยยิ้มที่ดูใสซื่อบริสุทธิ์ ราวกับคนสวนที่เพิ่งตัดหญ้าเสร็จ ไม่ใช่คนที่เพิ่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มอนสเตอร์ไปครึ่งป่า
"โอ้! พวกพี่ตูม พี่ตามมาแล้วเหรอครับ!"
อคินหันมาเห็นพวกเขา โบกมือทักทายอย่างร่าเริง
"วันนี้ผมเคลียร์ให้เหี้ยนเลยนะ รับรองคืนนี้นอนหลับสบาย ไม่มีตัวอะไรกวนใจแน่นอน!"
ทหารยามทั้งสองกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก มองดูแววตาที่ใสซื่อของอคิน สลับกับภูเขาซากศพเบื้องหลัง
ความรู้สึกเคารพยำเกรงปนหวาดกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจพวกเขา... คนคนนี้... ไม่ใช่แค่คนบ้าที่เลี้ยงแมวแล้ว
"คะ... ครับ คุณอคิน... ขอบคุณมากครับ..."
อคินยิ้มกว้าง โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ในสายตาคนอื่นตอนนี้ เขาดูเหมือน 'นักรบผู้บ้าคลั่ง' มากกว่ามนุษย์เดินดินธรรมดาไปเสียแล้ว
ชายหนุ่มขอตัวแยกออกมา เขาเดินไปอาบน้ำที่ห้องน้ำส่วนกลาง
ล้างคราบเลือดและโคลนออกจากร่างกาย ก่อนจะเดินขึ้นบันไดวนกลับไปบนบ้านต้นไม้
เขาจัดการถอดชุดเกราะและอุปกรณ์ที่ทำขึ้นเองอย่างทะนุถนอม วางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบที่มุมห้อง
ติ๊ง!
[แจ้งเตือนระบบ: เวลาเชื่อมต่อใกล้หมด]
[กรุณาเตรียมตัวเข้าสู่โหมดพักผ่อน]
"เฮ้อ... เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอสินะ"
อคินทิ้งตัวลงนอนบนฟูกนุ่มที่เดิม ท่าเดิม ความรู้สึกหนักอึ้งเริ่มคืบคลานเข้ามาที่เปลือกตา ไม่ใช่แค่ความง่วง แต่เป็นความรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะ 'ปิดระบบ'
แขนขาเริ่มชาจนขยับลำบาก... สติเริ่มพร่าเลือน
"ฝันดีนะ... แต้ม... หวังว่าพรุ่งนี้จะได้เจอนายนะ..."
เขาพึมพำเสียงแผ่ว พลางมองหาเจ้าแมวคู่ใจ แต่สายตาของเขากลับเห็นเพียงความว่างเปล่า
ความมืดเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ...
วินาทีที่อคินหลับตาลง นาฬิกานับถอยหลังบนหน้าจอระบบก็แตะที่เลขศูนย์พอดี
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]
ในความเงียบสงัดของบ้านต้นไม้ ไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างของชายหนุ่ม...