“ โครม ”
เสียงปะทะดังสนั่น ก่อนที่กาสเซ่จะล้มคะมำ เขาไม่รู้สึกตัวเลยซักนิดว่าโดนอะไร รู้อีกทีก็นอนวัดพื้นไปซะแล้ว
“ อะไรกัน ทำไมเราถึงนอนคว่ำหน้าแบบนี้ ” กาสเซ่นึกสงสัย เขาเริ่มขยับกาย แต่ทันทีที่หยัดยืน ก็รู้สึกเ็ปแถวท้ายทอย
“ อู้ย.....อย่างกะโดนอะไรอัดเลย ” ระหว่างที่กาสเซ่กำลังสับสน เขาก็ได้ยินเสียงห้าวที่สดใสของหญิงสาวจากด้านหลัง
“ โห.....นายนี่อึดแฮะ ขนาดโดนชั้นะโเตะเข้าไปเต็มๆ ยังลุกขึ้นมาได้อีก ”
กาสเซ่หันกลับมามอง ก็พบกับเด็กสาวคนหนึ่ง เธอซ่อนร่างสูงเพรียวในชุดกังฟูแขนกุดสีแดงที่ปักลายัทอง ส่วนท่อนล่างเป็กางเกงขายาวสีน้ำเงินที่ดูทะมัดทะแมง รูปหน้าเล็กยาว ดวงตาคมเข้ม ริมฝีปาก้าเชิดขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกอารมณ์ร้าย เส้นผมดำขลับและยาวประมาณบ่า
“ เเกเป็ใคร นังหนู ้าอะไร หรืออยากตายอีกคน ” กาสเซ่ขู่คำราม ท่าทีดุร้าย
เด็กสาวดูเมินเฉย ดวงตาคมเข้มสงบนิ่ง ครู่หนึ่ง เธอก็ตอบกลับด้วยเสียงเยือกเย็น
“ ขอพูดสั้นๆ ชั้นอยากได้ขอทานคนนั้น และถ้านายไม่ให้ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะเจ็บตัว ”
อันธพาลร่างั์ถึงกับอึ้ง เพราะั้แ่ครองความเป็ลูกพี่ใหญ่ ยังไม่เคยมีใครกล้าสามหาวกับเขาแบบนี้
“ อู้ย..... ” เสียงลูกสมุนคนสนิทดังขึ้น ทั้งคู่กำลังยันกายลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก
ทันทีที่กาสเซ่เหลือบไปเห็นสองลูกน้อง ใบหน้าก็ผ่อนคลายอาการตึงลง เพราะมีผู้ช่วยมาต่อยตีกับศัตรูที่น่ากลัว
“ ลูกพี่ ระ.....เราอยู่ที่ไหนเนี่ย ” ลูกน้องร่างอ้วน เปรุสซี่ เอ่ยถาม ท่าทางยังไม่สร่างจากอาการมึนงง
“ จำได้ว่าผมกำลังสู้กับไอ้เด็กขอทานอยู่ ตกลง มันเสร็จเรารึยังครับ ” สมุนร่างผอมพูดขึ้นมาบ้าง เขาสะบัดศีรษะอยู่สองสามที เพื่อเรียกสติกลับมา พร้อมยกมือขึ้นเช็ดเืที่อาบหน้าผาก
“ ยังไม่จบ พวกเอ็งลุกขึ้นมาได้แล้ว เพราะมีฮีโร่คนใหม่มาให้เราจัดการ ” กาสแสยะยิ้มให้สาวกังฟูร่างสูง
“ ดีจริงๆ ลูกพี่ เพราะผมยังอัดเ้าเด็กขอทานได้ไม่จุใจเลย ” ลูกน้องร่างอ้วนรีบร้องบอก จากนั้นก็โยกเอวและหัวไหล่ เพื่อคลายอาการเมื่อยขบ ทำให้กาสเซ่ กับ ปารุสซี่ หันมามองหน้ากันเอง ในใจแอบคิด
“ ไอ้อ้วนได้อัดเ้าเด็กขอทานนั่นตอนไหนฟะ ”
“ ยังไงก็ช่าง พวกเอ็งรีบไปจัดการยัยฮีโร่สาวคนนั้นซะ ” กาสเซ่ไม่อยากถือสา เพราะชินชากับความติ๊งต๊องของลูกน้องร่างอ้วน จึงออกคำสั่งจู่โจม
“ ครับ ลูกพี่ ” ลูกน้องทั้งสองรับคำ พร้อมย่างสามขุมเข้าหาเด็กสาวปริศนา แต่ก่อนจะเข้าถึงตัว สมุนร่างผอมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับไปถามลูกพี่
“ พวกผมเข้าไปลุย แล้วลูกพี่ทำอะไร ”
กาสเซ่สะดุ้งเฮือก เขาไม่อยากเสี่ยงกับสาวปริศนาตรงหน้า เพราะดูจากแรงเตะ ก็รู้แล้วว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา อีกประการ อาการาเ็ที่หัวไหล่ก็รุนแรงถึงขั้นยกแขนไม่ขึ้น ทำให้เสียเปรียบมากในการต่อสู้ แต่เพื่อรักษาหน้า จึงแสร้งทำเป็โกรธ
“ เฮ้ย ไม่มีแก๊งไหนส่งพี่ใหญ่ออกโรงก่อน เอ็งอย่าเื่มากน่า มันเป็แค่เด็กสาวธรรมดา ยังไงก็สู้พวกเราไม่ได้ บุกเข้าไปพร้อมกันและระวังตัวด้วย ” กาสเซ่สั่ง ราวกับสิ่งที่ทำเป็เื่เบสิค แต่ดันบอกให้ระวังตัวใน่ท้าย ทำให้สองสมุนมองหน้ากันเองแบบงงๆ ตกลง…..มันเป็เื่ง่ายหรือยากกันแน่
“ เอาไงดีวะ ไอ้ผอม ” เปรุสซี่ หันไปปรึกษา
“ ฟังจากคำสั่ง ดูแล้วยัยเด็กนี่น่าจะไม่ธรรมดา เดี๋ยวข้าจะแย็บก่อกวนก่อน ส่วนเอ็งก็พยายามตลบหลัง แล้วล็อกตัวไว้ ข้าจะเก็บมันด้วยหมัดฮุค ” สมุนร่างผอมวางแผน
“ ตกลง เอ่อ.....แต่ข้าอายที่ต้องกอดสาวๆน่ะ ” สมุนร่างอ้วนเริ่มหน้าแดงด้วยอาการเขินอายเพราะอีกไม่กี่อึดใจ เขาต้องเข้าไปกอดเด็กสาวแแ่
“ ไอ้เวร จะฆ่ากันตายอยู่แล้ว ดันมาห่วงเื่บ้าๆ จัดการตามแผนซะ ” สมุนร่างผอมตวาดด่า เขาเองก็เซ็งความปัญญาอ่อนของไอ้อ้วนเช่นกัน
สมุนทั้งสองค่อยๆล้อมกรอบเด็กสาวที่ยืนสงบ คล้ายร่างกายที่อยู่ตรงหน้า เป็เพียงเืเนื้อที่ไร้ิญญา
ปารุสซี่ตั้งการ์ดแบบมวยสากล อันเป็วิชาถนัด ส่วนเ้าอ้วนก็เริ่มขยับอย่างเชื่องช้าเพื่อหาจังหวะเข้าล็อก
“ ฮ่าๆ ” ปารุสซี่หัวเราะลั่น พร้อมหยั่งเชิงด้วยการแย็บหมัดแรกเข้าไปที่ใบหน้าอันนิ่งเฉย ทว่าการจู่โจมนั้นได้แต่จั่วลม เพราะเด็กสาวขยับหลบเพียงนิดเดียว และในวินาทีต่อมา ดวงตาคมของสาวกังฟูก็เปล่งประกายร้อนแรง
“ เฮ้ย ” เพียงสบตากับเด็กสาว ปารุสซี่ก็ถึงกับถอยหนี หน้าตาตื่นกลัว ราวกับเห็นผี
“ เข้ามาสิ นายกลัวอะไร หรือเก่งแต่กับเด็กและคนแก่ ” เด็กสาวกวักมือเรียกสมุนร่างผอมดวงตาฉาวแววยิ้มเยาะ
“ หน็อย นังเด็กอวดดี ” สมุนร่างผอมพุ่งเข้าใส่ ดูเหมือนเขาจะเป็พวกของขึ้นง่าย จากนั้นก็ปล่อยหมัดแย็บออกมารัวๆ ไม่ต่างจากปืนกล
เด็กสาวโยกลำตัว่บนหลบพายุหมัดที่พุ่งเข้ามา โดยที่เท้าไม่ได้ขยับจากจุดที่ยืน ส่วนปารุสซี่ก็ทุ่มเทจู่โจมอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอยฉากออกมาหอบ
“ ไง หมดทีเด็ดเเล้วเหรอ ” เด็กสาวถามเรียบๆ
“ หึ หึ หึ ” สมุนร่างผอมหัวเราะอย่างไร้เหตุผล ทำให้เด็กสาวนึกฉงน วินาทีต่อมา เ้าอ้วนก็ตรงเข้ามารวบตัวเธอจากทางด้านหลังอย่างแ่า แต่นักสู้วัยเยาว์กลับไม่แสดงอาการตื่นกลัว ปากก็เอ่ยถามว่า…..
“ อ้าว นายยังอยู่อีกเหรอ นึกว่าหนีไปซะแล้ว”
“ หน็อย นังเด็กคนนี้จะตายอยู่แล้ว ยังมาปากดีอีก ” สมุนร่างผอมส่งเสียงคำรามในลำคอ บ่งบอกอารมณ์โกรธ
“ จัดการเลย เ้ากุ้งแห้ง ชั้นล็อกยัยเด็กนี่ไว้แล้ว ไม่มีทางดิ้นหลุดแน่ ” สมุนร่างอ้วนร้องบอกเสียงดัง พร้อมเกร็งกำลังที่สองแขน เพื่อรัดกายสูงเพรียวให้แน่นขึ้น
“ โอเค เอาแบบหมัดเดียวจอด รับไปซะ ย้าก.... ” ปารุสซี่เงื้อกำปั้นซ้ายไปข้างหลังพร้อมพุ่งทะยานสุดกำลัง เพื่อปล่อยหมัดฮุคใส่เด็กสาว
จังหวะที่สมุนร่างผอมกำลังจะเข้าถึงตัว เด็กสาวก็ะโขึ้นมาถีบสวนด้วยสองขา ฝ่าเท้าประทับใบหน้าซูบผอมเข้าอย่างจัง ส่งผลให้ปารุสซี่ร่วงล้มลงไปนอนกอง และทันทีที่เธอลงสู่พื้น ส้นเท้าซ้ายอันว่องไวก็กระดกไปด้านหลัง เพื่อกระแทกกล่องดวงใจของเ้าอ้วนที่รวบร่าง
“ โอ้ก..... ” สมุนร่างอ้วนร้องลั่นซอย แขนอวบใหญ่คลายการโอบรัด เพื่อกุมเป้าตรงกึ่งกลางกาย เพราะเ็ปแสนสาหัส แต่แล้วเขาก็หยุดโหยหวน เมื่อถูกศอกสั้นอัดเข้าไปที่ขมับ ส่งผลให้อันธพาลจอมเอ๋อล้มทั้งยืน
กาสเซ่อ้าปากค้าง เขาดูใมาก เพียงเด็กสาวปริศนาขยับกายไม่กี่ที ก็สามารถน็อคสมุนคู่ใจได้อย่างง่ายดาย
“ จะสู้ต่อมั้ย แค่นี้ก็น่าจะรู้แล้วว่า…..ฝีมือของเรามันห่างชั้น อีกอย่าง นายเหลือแขนเพียงข้างเดียว ไม่มีทางชนะชั้นได้ ถอยไปดีกว่า ” เด็กสาวประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงห้าวหาญ
กาสเซ่ไร้ซึ่งคำตอบ อันธพาลร่างั์รวบสองสมุนขึ้นพาดบ่าข้างที่ไม่เจ็บ แล้วหันกลับมาส่งสายตาอาฆาตให้เด็กสาว
“ ฝากไว้ก่อนเถอะ นังหนู ชั้นต้องเอาคืนแน่ ”
“ เออ รีบมาล่ะ ชั้นมีเวลาอยู่ที่เมืองนี้อีกแค่เดือนเดียว ” เด็กสาวรับคำท้า
“ ฮึ่ม….. ” ั์ใหญ่คำรามเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนเดินจากไป
ทันทีที่อันธพาลร่างใหญ่จากลา เด็กสาวก็เดินเข้าไปหามาวินที่ยังนอนสลบ จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างกาย แล้วมองไปที่ใบหน้าสกปรก ดวงตาคมเข้มฉายแววเรียบเฉยจนไม่อาจคาดเดาถึงอารมณ์
……………………..
มาวินรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น หูแว่วเสียงเพลง “ก่อนตาย” ของบิ๊กแอสอยู่ไกลๆ เขาอมยิ้มเล็กน้อย เพราะชอบเพลงนี้มาก มันฟังดูสะใจยังไงชอบกล ขณะที่กำลังเพลิดเพลิน ความรู้สึกทางร่างกายก็เริ่มกลับคืน ในที่สุด ก็สามารถเปิดเปลือกตาได้ จึงพบว่า……ตนกำลังนอนอยู่บนเตียงหนานุ่มในห้องรกๆที่อุดมไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทค
เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัว เขารีบลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว แววตาดูสับสนและยุ่งเหยิง
“ นี่มันห้องนอนของเราในโลกมนุษย์ แต่เราจำได้ว่าติดอยู่ในเกม The Dark World นี่นา ไหงมาอยู่ที่นี่ได้ฟะ งงไปหมดแล้ว ”
เด็กหนุ่มพยายามสงบสติอารมณ์ เพื่อทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมแย้มยิ้มที่มุมปาก ในใจนึกโล่งอก
“ ฟู่……รู้แล้ว ทุกเหตุการณ์ใน The Dark World คงเป็เพียงฝัน ช่างเป็ฝันที่ประหลาด โหดร้ายและยาวนาน ”
ทันใดนั้นเอง เด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงร้องเรียกห้าวๆ มันดังมาจากหน้าประตูบ้าน
“ นายวิน ลงมาเดี๋ยวนี้นะ ”
หลังจากผจญฝันร้ายในโลกของเกมอยู่หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ นี่คือเสียงที่มาวินอยากได้ยินมากที่สุด เพราะมันคือเสียงของ “จันทรา” เพื่อนสาวคนสนิท
“ ฮะๆ สงสัยยัยจันจะมาเรียก คงเห็นเรานอนเพลินจนลืมเวลา ท่าทางจะไปหาพรรคพวกช้าอีกแล้ว ” เด็กหนุ่มเผลอยิ้มออกมา เขาไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มานานแล้ว
มาวินรีบเดินไปที่หน้าประตูบ้าน ทันทีที่มาถึง ก็พบกับจัน ใบหน้าดุๆขมวดนิ่วด้วยอารมณ์หงุดหงิด นั่นยิ่งทำให้ดูน่ากลัวมากกว่าเดิม แต่ในตอนนี้ เด็กหนุ่มไม่รู้สึกรำคาญเหมือนทุกที กลับโหยหาและคิดถึง และพอหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า เด็กสาวร่างสูงก็ตวาดทันที แม้จะมีรั้วเหล็กขวางกั้นอยู่ก็ตาม
“ นายผิดนัดอีกแล้ว นายมันงี่เง่า ไร้สาระ บ้าบอ อ้าว…… เฮ้ย ”
จันหยุดด่าทันควัน เพราะมือเรียวยาวของเธอได้ถูกมาวินยกขึ้นมา จากนั้นเด็กหนุ่มก็ก้มหน้าลงไปซบ อึดใจต่อมา เด็กสาวรู้สึกว่ามีน้ำอุ่นๆไหลกระทบฝ่ามือ
“ นาย....นายเป็อะไรไป ” จันดูอึ้งๆ
“ อึกๆ.... ชั้นฝันร้ายน่ะ ชั้นกลัวว่าจะไม่ได้กลับมาเจอคนที่รักอีก ” เด็กหนุ่มซบหน้าสะอื้นพร้อมตอบกลับมาด้วยเสียงที่สั่นเทา
เด็กสาวคลายอาการโกรธ ใบหน้าคมเข้มกลับกลายเป็อ่อนโยนด้วยความสงสาร มืออีกข้างยื่นไปลูบศีรษะของเด็กหนุ่ม พลางปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“ ไม่เป็ไร ที่ผ่านมา มันเป็แค่ฝันร้ายเท่านั้น ชั้นอยู่ที่นี่กับนายแล้ว ”
“ อืม...... ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ พลางคิดว่าคนเรานี่ก็แปลก เมื่ออยู่ใกล้ชิดกับคนรัก กลับรู้สึกเฉยเมยไม่ใส่ใจ แต่พอต้องจากไปไกล ถึงได้เห็นคุณค่าที่แท้จริงของมัน
“ เอาล่ะ ฝนทำท่าจะตกแล้ว เดี๋ยวพรรคพวกจะมาชุมนุมกันที่บ้าน เปิดประตูซะ ชั้นจะช่วยทำความสะอาด มันจะได้ดูทุเรศน้อยลง ”
มาวินเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับท้องฟ้าที่มืดครึ้ม สักพัก เม็ดฝนเล็กๆก็ตกลงมาอย่างแ่เบา เด็กหนุ่มจึงหันไปขยับประตูรั้ว แต่ปรากฏว่า “มันล็อก”
“ ฮะๆ รู้สึกว่าประตูจะล็อกนะ แผล็บนึง เดี๋ยวขอหากุญแจก่อน ชั้นน่าจะเก็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกง ” เด็กหนุ่มพูดไปหัวเราะไป
มาวินล้วงกระเป๋าเสื้อและกางเกง เพื่อควานหาลูกกุญแจ แต่ไม่ว่าจะค้นซักเท่าใด ก็ไม่พบแม้แต่เงา ทำให้เริ่มเบ้หน้าและนึกสงสัย
“ เอ.....สงสัย กุญแจจะไม่อยู่ที่ตัวชั้น น่าจะอยู่ในบ้าน เดี๋ยวขอไปหาก่อนนะ ” เด็กหนุ่มร้องบอก แต่ทันทีที่หันหลังกลับ ก็ต้องตกตะลึงจนตาค้าง เืในกายแทบจับตัวเป็น้ำแข็ง
สาเหตุที่ทำให้เด็กหนุ่มช็อกถึงเพียงนี้ก็คือ......ตรงบริเวณที่ควรจะเป็บ้าน กลับหายไป เหลือไว้เพียงความว่างเปล่า
“ นี่..... มันเกิดอะไรขึ้น ” มาวินหันไปถามจันที่ยืนเศร้าอยู่หน้าประตู แต่เด็กสาวไม่ตอบประการใด น้ำตาใสๆหลั่งไหลออกมาเป็ทาง
“ จัน เธอร้องไห้ทำไม ” มาวินถาม ท่าทางร้อนรนและตื่นตระหนก เพราะั้แ่รู้จักกันมาร่วมสิบกว่าปี นี่เป็ครั้งแรกที่เห็นจันร้องไห้
จันไม่ตอบคำใด แต่ร้องไห้หนักกว่าเดิม เธอสะอึกสะอื้นจนตัวโยน มาวินรู้สึกสงสารเพื่อนสาว จึงรีบเดินมาที่ประตูรั้ว พร้อมกระชากสุดกำลัง แต่ด้วยความที่มันถูกล็อกอย่างแ่า จึงเป็ไปไม่ได้ที่จะหลุดออกมาด้วยแรงมนุษย์
“ ไอ้รั้วบ้านี่ หลุดสิโว้ย ” เด็กหนุ่มคลุ้มคลั่ง
ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ มาวินยังกระชากประตูรั้วอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ายังไงก็ไร้ผล เสียงสะอื้นที่ดังแว่วเข้าสู่โสตประสาท ยิ่งทำให้เขาอยากดิ้นรนต่อ เพื่อให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์บ้าๆ ทันใดนั้นเอง เด็กหนุ่มก็ต้องหยุดทุกการกระทำ เมื่อมีมือบางเอื้อมผ่านช่องว่างของรั้วเหล็กมาเกาะกุม
มาวินเงยหน้าขึ้นมองจัน ก็พบว่าใบหน้าเรียวยาวของเด็กสาวกำลังส่ายไปมา ประมาณจะบอกว่า “อย่าพยายามอีกต่อไป” เด็กหนุ่มจึงตั้งสัตย์สาบานด้วยเสียงที่แหบพร่า
“ ไม่ว่าจะเกิดอะไร ชั้นจะกลับมาหาเธอ ”
“ นายสัญญานะ สัญญาแล้ว ต้องทำให้ได้ ” เด็กสาวตอบกลับทั้งน้ำตา
“ ได้ๆ..... ชั้นสัญญา ” เด็กหนุ่มรีบตอบอย่างร้อนรน
ดวงตาสองคู่สบกันนิ่งๆ กายเปียกโชก เพราะถูกฝนที่ตกกระหน่ำ ราวฟ้าถล่ม แม้พวกเขาจะสั่นสะท้านด้วยความเหน็บหนาว แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
…………………..
มาวินลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาเริ่มสำรวจไปรอบๆ จึงพบว่าตอนนี้เป็เวลากลางคืน สังเกตได้จากท้องฟ้าที่มืดมิด ส่วนข้างกายก็ปรากฏกองไฟสีแดงฉานที่คอยให้แสงสว่างและความอบอุ่น มีไม้ใหญ่น้อยล้อมรอบอยู่ทุกทิศ ชวนให้บรรยากาศวังเวงและอึมครึม
ความเงียบยามราตรีส่งเสริมให้เกิดเสียงจิ้งหรีดเรไรดังระงม กระแสนั้นแทรกมาตามสายลมเป็ระยะ ระหว่างที่มาวินกำลังมึนงง เขาก็ได้ยินเสียงห้าวใหญ่ของเด็กสาวที่คุ้นหู
“ ตื่นแล้วเหรอ ”
มาวินรีบหันไปมอง เขาใอย่างรุนแรง จากนั้นก็เริ่มกะพริบตาถี่รัว เพื่อเช็คดูว่าตาฝาดหรือประสาทหลอนไปเองหรือไม่ เพราะเ้าของเสียงที่เด็กหนุ่มได้เห็นนั้นก็คือ………จัน
“ เธอมาที่โลกนี้ได้ยังไง ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
