นี่เป็คำตอบที่เหนือความคาดหมาย แต่ก็สมเหตุสมผล
ไทเฮาทรงประชวรมาครึ่งปี และอวิ๋นเหรินในฐานะรัชทายาทองค์แรกของราชวงศ์ชิงนับั้แ่เข้าด่านมา ย่อมมีผู้คนมากมายจับตามอง ซึ่งรวมถึงพวกเศษซากที่้าโค่นล้มชิงเพื่อฟื้นฟูิ หรือผู้ที่้าลากเขาลงจากตำแหน่งรัชทายาท
ทว่าถังเป่าใช้เพียงคำพูดเดียวและสายตาเดียว ก็แก้ปัญหาของไทเฮาในตอนนี้ รวมถึงปัญหาในอนาคตของเขาได้
นี่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สิ่งที่กำลังของมนุษย์จะทำได้!
หากคนภายนอกล่วงรู้เข้า จะต้องเกิดคลื่นั์โหมกระหน่ำขึ้นทันที!
อวิ๋นเหรินนึกถึงความเป็ไปได้นี้ขึ้นมาได้ทันที สีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม
เดิมทีท่านพ่อและเขาพิจารณาว่า ถังเป่าอาจไม่รู้ถึงความสามารถนี้ของตนเอง หรืออาจกล่าวได้ว่า ถังเป่าไม่มี "พลังเซียน" ที่เหนืุ์เช่นนี้ แต่เป็เพียงเื่บังเอิญเท่านั้น เขาจึงต้องลองเลียบเคียงถามดู
แต่เมื่อดูจากตอนนี้ ถังเป่ารู้เื่ความสามารถของตนเองอย่างชัดเจน
เพราะเกรงว่าหากตนเองเคร่งขรึมเกินไปจะทำให้ถังเป่าใ อวิ๋นเหรินจึงฝืนปั้นหน้ายิ้มเล็กน้อย "ถังเป่าเอ๋ย นอกจากพี่รองแล้ว เ้าได้บอกเื่นี้กับคนอื่นอีกหรือไม่?"
คนอื่นหรือ?
คุณอาเทพเซียนก็นับเป็หนึ่งคน! เมื่อก่อนท่านพ่อและพวกพี่ ๆ ที่จำถังเป่าได้ย่อมต้องนับด้วย... แต่ว่า ตอนนี้พวกเขาจำถังเป่าไม่ได้แล้ว...
ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่นับว่ารู้... มั้ง?
ถังเป่ากัดนิ้ว พลางพูดอย่างลังเลว่า "นอกจากพี่รองแล้ว ก็มีแค่คุณอาเทพเซียนเพคะ..."
อวิ๋นเหรินขมวดคิ้วมุ่น หรือว่าจะมีใครสังเกตเห็นความสามารถของถังเป่า จึงสร้างตัวตนเป็เทพเซียนขึ้นมาเพื่อหวังจะใช้ประโยชน์จากถังเป่ากัน!?
ทันทีที่คิดถึงความเป็ไปได้นี้ ในส่วนลึกของดวงตาอวิ๋นเหรินก็ฉายแววหม่นแสง
"ถังเป่า คุณอาเทพเซียนที่เ้าว่าคือใครหรือ?"
"เป็ใครบางคนที่เคยอยู่ในจู๋หลานย่วนก่อนหน้านี้หรือไม่?"
หากเขารู้ว่าคนผู้นั้นเป็ใคร... จะต้องถูกสับเป็หมื่นชิ้น ถูกม้าห้าตัวลากร่างแยกเป็ส่วน ๆ จะให้เลือกวิธีตายแบบไหนก็ได้ตามใจเขาเลย!
สิ่งที่อวิ๋นเหรินไม่ได้คาดคิดก็คือ ถังเป่าส่ายศีรษะเล็ก ๆ ที่มีผมชี้ฟูด้วยใบหน้าไร้เดียงสา
"ไม่ ไม่ใช่เพคะ!"
นางเริ่มเล่าเื่ในอดีตให้พี่รองฟัง รวมถึงเื่ที่ถังเป่ามาที่นี่เพื่อตามหาท่านพ่อและพวกพี่ ๆ ได้อย่างไร
"นาน นานมาแล้ว~ ถังเป่าอยู่กับท่านพ่อและพวกพี่ ๆ ที่์ชั้นเก้า~ แต่มีวันหนึ่ง ท่านพ่อและพวกพี่ ๆ บอกว่า พวกเขาต้องไปทำเื่ เื่ที่สำคัญมาก ๆ !"
"บอกให้ถังเป่านอนหลับสักงีบ ตื่นมาก็เรียบร้อยแล้วเพคะ!"
เล่ามาถึงตรงนี้ ถังเป่าก็ทำปากจู๋ มองอวิ๋นเหรินด้วยสายตาตำหนิ
"แต่ว่า! ตอนที่ถังเป่าตื่นขึ้นมา! ท่านพ่อและพวกพี่ ๆ ทุกคน! ไม่กลับมาเลย!" ดังนั้นถังเป่าจึงโกรธมาก
"คุณอาเทพเซียนบอกว่า เป็เพราะท่านพ่อและพวกพี่ ๆ เจอเื่ลำบาก! มีแค่ มีแค่ถังเป่าเท่านั้นที่ช่วยพวกท่านได้! ดังนั้น ดังนั้นถังเป่าถึงได้มาอยู่ที่นี่เพคะ!"
เมื่อถังเป่าเล่าเื่จบ ทั้งสองคนจึงพบว่าจักรพรรดิคังซีและอวิ๋นถังมายืนอยู่ข้าง ๆ ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ และกำลังตั้งใจฟังอย่างยิ่ง
จักรพรรดิคังซีและอวิ๋นเหรินครุ่นคิด โดยไม่ได้มองว่าคำพูดของถังเป่าเป็เพียงนิทาน
ในทางกลับกัน อวิ๋นถังผู้ไม่รู้ความเป็มากลับหลุดหัวเราะ "พรืด" ออกมา
"ถังเป่าเอ๋ยถังเป่า เ้าไปฟังนิทานเื่นี้มาจากที่ไหนกัน?"
"ท่านพ่อเป็โอรส์! พวกเราเป็องค์ชายและองค์หญิงแห่งราชวงศ์ชิง ในใต้หล้านี้ไม่มีเทพเซียนอะไรหรอก"
"คงไม่ใช่ว่าถังเป่าฝันไปตอนนอนหรอกนะ!"
"ท่านพ่อ พี่รัชทายาท พวกท่านว่าจริงไหมพ่ะย่ะค่ะ?"
"ไม่ใช่นะเพคะ!" แก้มของถังเป่าพองลมเหมือนลูกโป่ง นางโต้ตอบอวิ๋นถังอย่างจริงจัง "คุณอาเทพเซียนก็คือคุณอาเทพเซียนนี่นา!"
พี่ชายคนหนึ่งจะมาเถียงเื่ถูกผิดกับน้องสาว จักรพรรดิคังซีจึงใช้ฝ่ามือใหญ่ลูบศีรษะล้านเลี่ยนของอวิ๋นถัง และรีบเลือกข้างทันที
"เจิ้นคิดว่า ถังเป่าพูดถูก!"
อวิ๋นเหรินมองอวิ๋นถังที่อ้าปากค้างด้วยความใ แล้วยิ้มพลางกล่าวว่า "ข้าก็คิดว่า น่าจะเป็ถังเป่าที่พูดถูก"
อวิ๋นถังมองจักรพรรดิคังซี แล้วหันไปมองอวิ๋นเหริน ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ไม่ใช่สิ ต่อให้ถังเป่าน่ารักแค่ไหน พวกเรา... พวกเราจะหลับตาพูดโกหกไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ? โลกนี้จะมีเทพเซียนได้อย่างไร?"
จักรพรรดิคังซีมองถังเป่าที่กำลังพองลมอยู่ในอ้อมกอดของอวิ๋นเหรินด้วยสายตาแบบใหม่ แล้วจู่ ๆ ก็หัวเราะขึ้นมา "บางที ตรงหน้าพวกเราอาจจะมีอยู่คนหนึ่งก็ได้"
หลังจากใช้คำพูดไม่กี่คำส่งอวิ๋นถังที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามในหัวออกไป จักรพรรดิคังซีและอวิ๋นเหรินก็เริ่มอบรมถังเป่าอย่างเร่งด่วน
แม้แต่บ่าวรับใช้ที่คอยปรนนิบัติในห้องอุ่นทั้งหมด ก็ถูกสั่งให้ออกไปรอข้างนอกห้องอุ่นโดยไม่มีข้อยกเว้น
จักรพรรดิคังซีรับถังเป่ามาจากอ้อมกอดของอวิ๋นเหริน พ่อและลูกทั้งสามคนนั่งเผชิญหน้ากันบนเตียงคัง
"ความสามารถนี้ของถังเป่า ตอนนี้ท่านพ่อและพี่รองของเ้ารู้แล้ว แต่ว่า ถังเป่าห้ามบอกคนอื่นอีกเด็ดขาด แม้แต่พี่ ๆ คนอื่นของเ้าก็ไม่ได้! ถังเป่าเข้าใจหรือไม่ลูก?"
ถูกท่านพ่อและพี่รองสั่งสอนว่า "สิ่งนี้ไม่ได้" "สิ่งนั้นไม่ได้" ติดต่อกันสองวัน ถังเป่าจึงก้มศีรษะเล็ก ๆ ลงด้วยความหดหู่ แม้แต่ขวัญบนยอดศีรษะก็ยังแสดงถึงความเศร้าสร้อย
"เพคะ..."
"อีกเื่หนึ่ง ถังเป่าสามารถมองเห็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องประสบในอนาคตได้ทั้งหมดเลยหรือ? หรือว่ามองเห็นได้แค่บางคน?"
ถังเป่าตอบว่า "ท่านพ่อและพวกพี่ ๆ ได้หมดเลยเพคะ... แล้ว ก็ยังมีคนที่ถังเป่ารู้สึกว่าดีกับถังเป่าด้วย..."
จักรพรรดิคังซีและอวิ๋นเหรินสบตากัน ที่แท้ความสามารถนี้มีข้อจำกัด โชคดีจริง ๆ !
ส่วนเ้าหน้าที่วังสองคนในตำหนักเย็นนั้น อาจเป็เพราะเงื่อนไขที่สอง จึงทำให้ถังเป่ามองเห็นเคราะห์ร้ายในอนาคตของพวกนาง และช่วยให้พวกนางหลีกเลี่ยงได้สำเร็จ
จากนั้นพวกเขาจึงถามถังเป่าต่อว่า "แล้วเพียงแค่ถังเป่าหยั่งรู้อนาคต ในคืนนั้นก็จะเกิดไข้ขึ้นมาเลยหรือ?"
มือน้อย ๆ ของถังเป่าเขี่ยลวดลายัทองบนแขนเสื้อของจักรพรรดิคังซี พลางพูดอย่างหมดแรงว่า "ไม่ ไม่ใช่เพคะ ถ้าไม่พูดออกมา ก็จะไม่..."
ที่แท้เป็เช่นนี้!
หากไม่พูดออกมา ถังเป่าก็ไม่ต้องแบกรับ "ราคา" ที่ต้องจ่าย
ในขณะที่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก จักรพรรดิคังซีก็กำชับถังเป่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"ถังเป่าเอ๋ย ท่านพ่อรู้ว่าเ้าอยากช่วย จึงได้ใช้พลังของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านพ่อก็ยอมรับว่าความสามารถนี้ยอดเยี่ยมและมีประโยชน์มากจริง ๆ !"
พระองค์ถอนหายใจ "แต่ว่า เมื่อท่านพ่อเห็นสภาพของเ้าเมื่อคืนนี้ ท่านพ่อก็ปวดใจยิ่งนัก"
"ดังนั้น ต่อไปหากไม่... จำเป็ถึงที่สุด ห้ามพูดออกมาเด็ดขาด ตกลงไหม? ต่อให้ต้องพูด ก็ห้ามพูดต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด ต้องมาหาท่านพ่อ หรือไม่ก็พี่รองของเ้าเท่านั้น ตกลงไหมลูก?"
เดิมทีถังเป่ายังคงเสียใจ คิดว่าตนเองเป็เพียงเด็กไร้ประโยชน์ที่ช่วยอะไรไม่ได้
นึกไม่ถึงว่า ที่แท้ท่านพ่อและพี่รองไม่ได้คิดว่าไม่ดี แต่กำลังเป็ห่วงนาง!!
ในวินาทีที่คิดได้ ถังเป่าก็ไม่อาจกลั้นหยาดน้ำตาที่คลอเบ้าไว้ได้
"ถังเป่าจำได้แล้วเพคะ... ฮือ ๆ ..."
คุณอาเทพเซียน ที่แท้ท่านพ่อและพี่ชายดีกับถังเป่ามาก มาก และดีมาก ๆ เลย!
พอเห็นถังเป่าร้องไห้ จักรพรรดิคังซีและอวิ๋นเหรินที่เดิมทีมีสีหน้าเคร่งขรึมก็ลนลานขึ้นมาทันที สองพ่อลูกรีบปลอบประโลมเ้าก้อนน้อยอย่างวุ่นวาย