บุรุษจอมเพี้ยน ทะลุมาเกรียนที่ต่างโลก

    อาหารมื้อแรกของสองสาว

            “ตามใจนายก็แล้วกัน...แล้วก็” ซายะพูดขึ้นก่อนจะก้มหน้ามองพื้น

            “แล้วก็?” ราฟเอียงหัวมองหญิงสาว

            “ขะ ขอบคุณ” ซายะพูดเสียงเบาหวิว ใบหน้าของเธอแดงก่ำเพราะไม่เคยพูดคำนี้กับใครมาก่อนนอกจากคนในครอบครัว

            “เห...” ราฟที่ได้ยินชัดแจ๋ว ทำเพียงยิ้มบางๆอย่างเงียบๆ

            “อะ อะไรเล่า ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไง เอาคำขอบคุณของฉันคือมาเลยนะ” ซายะขึ้นเสียงแก้เขิน

            “เฮ้ๆ ให้แล้วห้ามรับคืนสิ ฉันแค่คิดว่าท่าทางเธอแบบนี้มันน่ารักดีก็เท่านั้น” ราฟยักไหล่พูดยิ้มๆก่อน

            ซายะที่ได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพผุดก็กลับมาหน้าแดงอีกรอบ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินจากไป

            ทันใดนั้นเอง...

            “โครกกก...”

            “...” ราฟ

            “คิกๆ” เฟยฮวาเอามือปิดปากก่อนห้วเราะเบาๆ

            ซายะหน้าแดงกว่าเดิมก่อนจะรีบสาวเท้าเดินจากไปเพื่อหาอาหาร แต่ก่อนที่เธอจะไปก็ได้กลิ่นหอมบางอย่างลอยมาแตะจมูกของเธอ

            “นายท่าน มันคือเนื้ออะไรเหรอคะ หอมน่ากินมากเลย” เฟยฮวาถามชายหนุ่มที่เปิดกล่องที่เขาหิ้วอยู่ออกมาวางไว้บนพื้นทราย จากนั้นเนื้อสีขาวนวลก็ปรากฏออกมาให้ทุกคนเห็น

            “อ้อ มันคือเนื้อ...ปูน่ะ อร่อยมากเลยนะ” ราฟหันไปยิ้มให้เฟยฮวาและซายะที่หันกลับมามองด้วยสีหน้าไม่ต่างจากเฟยฮวาเท่าไหร่

            ‘จากที่ดูเหมือนจะสู้กันนาน หุๆ ท่าทางหิวกันทั้งคู่เลย ส่วนเรื่องเนื้อแมงป่องเก็บไว้เป็นความลับแค่เราดีกว่า ถ้าสองสาวรู้ว่าอาหารมื้อแรกคือแมงป่องคงไม่ยอมกินแน่ ปูกับแมงป่องมันมีกระดองเหมือนกัน คงแทนกันได้แหละเนอะ เพราะงั้นขอยืมใช้ชื่อหน่อยนะคุณปูทั้งหลาย เดี๋ยวกลับไปจะไปอุดหนุนพวกพี่มาทำปูผัดผงกะหรี่นะจ๊ะ’ ราฟคิดในใจขณะมองสองสาวด้วยสีหน้าจริงจัง

            “กินสิ มีพอสำหรับพวกเธอสองคนเลย” ราฟพูดออกมาขณะใช้มือที่ล้างด้วยพลังปราณเหมันต์ยื่นเนื้อแมงป่อ...เอ้ย ปูให้สองสาว

            “ว้าว ขอบคุณค่ะนายท่าน...อ๊าาา อร่อย!” เฟยฮวาที่รับเนื้อจากราฟไปกินพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความสุข

            “แล้วทำไมยัยนี่ถึงทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ล่ะเนี่ย เธอพยายามฆ่าฉันนะ!” ซายะขมวดคิ้วขณะมองเฟยฮวาที่กำลังทำหน้ามีความสุขอยู่

            “หา? มันเป็นงานนี่ พวกฉันไม่มีทางเลือกมากนักหรอก แล้วเธออยากโดนฉันจัดการอีกมั้ยล่ะ? ฉันไม่เกี่ยงหรอกนะถ้าจะให้เอาชนะเธออีกครั้งน่ะ” เฟยฮวาหันมาพูดกับซายะด้วยใบหน้าท้าทาย

            “ยัยนี่! ชนะเพราะการรุมไม่นับว่าเป็นการชนะหรอก แน่จริงก็มาสู้กันอีกครั้งสิ” ซายะพูดเสียงแข็งก่อนจะเรียกไอเย็นออกมาจากฝ่ามือเธอ

            “ถ้าอยากสู้นักก็เข้ามา!” เฟยฮวาควบคุมทรายเป็นรูปร่างค้อนยักษ์

            “หยุดเลยทั้งสองคน นี่มันเวลาอาหารนะ เฟยฮวาเลิกยั่วโมโหยัยประธานเถอะ เธอมีเหตุผลที่จะโกรธ ถ้าไม่หยุดฉันจะไม่ให้เธอไปกับฉันนะ” ราฟพูดขึ้นขัดการต่อสู้ของสองสาว

            “เข้าใจแล้วค่ะ” เฟยฮวายกเลิกการควบคุมจนค้อนสลายกลับลงสู่ผืนทราย

            “ทำไมเธอยอมหมอนี่ง่ายจังล่ะ” ซายะงุนงงจนลืมความแค้นไปชั่วขณะ

            “เธอก็เห็นพลังของเขาแล้วไม่ใช่เหรอ กระโดดครั้งเดียวก็ถึงก้อนเมฆแล้ว พลังระดับนี้ต่อให้เป็นมังกรแท้จริงก็ทำไม่ได้ถ้าไม่ใช้ปีกบิน เธอไม่กลัวเขาเหรอ” เฟยฮวาตอบและถามซายะพร้อมกัน

            “กลัว? คนไม่เต็มอย่างหมอนี่อ่ะนะ?” ซายะทำหน้าแปลก ถึงเธอจะรู้ว่าเจ้าหมอนี่มีพละกำลังมหาศาล แต่ไม่เคยคิดว่าเขาน่ากลัวเลย

            “...จะคิดยังไงก็เรื่องของเธอละกัน ฉันเลือกที่จะติดตามเขาแล้ว และก็มั่นใจมากด้วยว่าตัวฉันจะปลอดภัยจากอันตรายถ้าติดตามเขา” เฟยฮวาพูดกับซายะด้วยรอยยิ้มเหมือนเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

            “นี่ แม่สาวมังกรคนสวย เธอคิดว่าฉันเป็นคนน่ากลัวจริงๆเหรอ แล้วนี่มาพูดต่อหน้าฉันเนี่ยนะ?” ราฟที่ได้ยินทั้งหมดถามขณะเกาหัว

            “อ๊าาา ไม่ได้น่ากลัวแบบนั้นนะคะ ฉันหมายถึง...กลัวหลงเสน่ห์ความหล่อของนายท่านน่ะค่ะ ที่พูดให้ได้ยินก็เพราะจะบอกความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ของฉันเนี่ยแหละค่ะ” เฟยฮวาพูดด้วยสีหน้าจริงจังขณะเดินเอามืออีกข้างที่ไม่ได้จับเนื้อไปเกาะแขนราฟ

            “โอ้ววว...ถึงจะรู้ว่าเธอไม่ได้คิดแบบนี้ตอนแรก แต่ฉันชอบคำพูดของเธอแฮะ ฉันจะให้เธออยู่ด้วยละกัน เอิ๊กๆ” ราฟพูดขึ้นยิ้มๆก่อนจะยื่นเนื้อไปทางซายะที่แค่ดูก็รู้ว่ากำลังนึกเอือมระอาเขาอยู่

            “เอาไปกินสิ” ราฟพูดกับหญิงสาวผมขาว

            “...” ซายะมองเนื้อแมงป่องในมือราฟนิ่งๆโดยไม่พูดอะไร

            “มัวรออะไรอยู่ ฉันเริ่มเมื่อยแขนแล้วนะ รีบรับไปกินเถอะ เดี๋ยวมันเย็น...เอ่อ เราอยู่ในทะเลทรายนี่หว่า...งั้น เดี๋ยวทรายมันเกาะนะ” ราฟพูดขึ้นหลังจากที่เห็นหญิงสาวผมขาวมองที่ชิ้นเนื้อด้วยดวงตาเป็นประกาย แต่ก็ยังไม่ยื่นมือมารับเสียที

            “นะ ในเมื่อนายพูดแบบนี้ ฉันจะยอมรับความหวังดีไว้ก็แล้วกัน” หญิงสาวทำปากแข็งก่อนจะเอื้อมมือออกมารับเนื้อ ‘ปู’ มาก่อนหยิบมันเข้าปากน้อยๆของเธอ

            “...” ซายะไม่พูดอะไร แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบเนื้อส่วนที่ดูเหมือนว่าราฟจะแบ่งให้เธอขึ้นมากินต่อโดยมีราฟมองการกระทำของเธอด้วยรอยยิ้ม

            “แล้วนายไม่กินเหรอ” ซายะถามชายหนุ่ม

            “ฉันกินมาแล้วน่ะ” ราฟตอบก่อนจะจับมือเฟยฮวาที่เกาะแขนเขาอยู่ออกแล้วพูดกับสองสาวว่า

            “เดี๋ยวฉันกลับมา พวกเธอสองคนอยู่ด้วยกันก็อย่าทะเลาะกันล่ะ”

            “ค่าาา~” เฟยฮวารับคำอย่างว่าง่ายขณะหยิบเนื้อแมงป่องกินอย่างเอร็ดอร่อย

            “ฉันไม่รับปาก กินเสร็จฉันวางแผนไว้ว่าจะแยกไปคนเดียว” ซายะตอบชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม

            “ตามใจ” ราฟพูดก่อนจะเดินไปอยู่ห่างจากที่ๆสองสาวอยู่แล้วกระโดดออกไปจนเกิดคลื่นกระแทกอย่างรุนแรง

            ตูมมม

            “แค่กๆ ไอ้บ้านี่ อยู่ห่างขนาดนี้ยังมีเศษทรายกระเด็นมาถึงอีก...แล้วเธอน่ะ ทำไมตัวเธอไม่โดนทรายเลย” ซายะหันไปถามเฟยฮวาที่ยังคงกินเนื้อแมงป่องอยู่

            “ถามอะไรโง่ๆ จิตวิญญานแห่งผืนทรายไม่ทำร้ายหรอก ฉันคือผู้ยืมพลังแห่งผืนทราย ไม่ใช่ผู้ใช้พลังอ่อนแออย่างเธอที่แค่โดนความร้อนจากธรรมชาตินิดหน่อยพลังก็แผ่วเหมือนการผายลมแล้ว นี่คือความแตกต่างระหว่างฉันกับเธอ การเข้าใจกับการควบคุมมันต่างกันนะยัยคุณหนู”

            “แก!”

            “ฉันไม่ทะเลาะกับเธอหรอกเพราะนายท่านสั่งไว้ อ๊า...อร่อยจริงๆ แถวนี้ยังมีปูทะเลทรายอีกมั้ยนะ...อึกๆ” เฟยฮวาพูดพลางหยิบเนื้อแมงป่องกินต่อไม่หยุด

            “ยัยนี่...เดี๋ยวสิ! นั่นมันเนื้อส่วนของฉันนะ กล้าดียังไง!” ซายะรีบคว้าเนื้อส่วนของเธอมาถือไว้ในมืออย่างหวงแหน

            “ชิ แล้วมาทำเป็นอิดออดตอนนายท่านยื่นให้ ยัยคนปากไม่ตรงกับใจ”

            “...”


    คล้ายกับเรื่องบุรุษจอมเพี้ยน ทะลุมาเกรียนที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน