เกิดใหม่ครั้งนี้ พกสวนแห่งชีวิต สู่ยุค 70 นำพาตระกูลหลินรุ่งเรือง

    ตอนที่ 43 : งานแต่งจื้อกัง

    เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน

    ตอนที่ 43 : งานแต่งจื้อกัง

     

    ปลายปี 1970 หลังจากคบหาดูใจกันผ่านจดหมายมาเกือบทั้งปีจื้อกังตัดสินใจขอลาพักพิเศษจากค่ายทหารเพื่อกลับมาสู่ขอหลิวกุ้ยอิงอย่างเป็นทางการลุงรองกับซุนกุ้ยหลานเดินทางไปพร้อมลูกชายเพื่อพูดคุยกับครอบครัวฝ่ายหญิงตามธรรมเนียม

    "ผมกับภรรยายินดีมากที่ลูกชายเราจะได้แต่งงานกับหนูกุ้ยอิงครับ"หลินเจี้ยนหัวพูดด้วยความยินดีต่อหน้าครอบครัวหลิวเต๋อกุ้ย

    ฝ่ายครอบครัวหลิวก็ยินดีไม่แพ้กันเพราะได้เห็นความขยันขันแข็งและนิสัยใจดีของจื้อกังมาตลอดปีที่ผ่านมา"ลูกสาวเราได้คนดีแบบนี้ เราก็สบายใจครับ" หลิวเต๋อกุ้ยตอบด้วยรอยยิ้ม

    ทั้งสองครอบครัวตกลงกำหนดวันแต่งงานในช่วงต้นฤดูหนาวปีนั้นก่อนที่จื้อกังจะต้องกลับไปประจำการต่อทุกคนในตระกูลหลินต่างช่วยกันเตรียมงานแต่งอย่างเต็มที่แม้จะเป็นงานเรียบง่ายตามสภาพเศรษฐกิจในยุคนั้นแต่ก็เต็มไปด้วยความรักและความตั้งใจ

    จื้อจวินน้องชายรับหน้าที่จัดการเรื่องซ่อมแซมบ้านรองให้พร้อมต้อนรับพี่สะใภ้คนใหม่ทาสีประตูใหม่ ซ่อมหลังคาที่รั่วซึมเล็กน้อยทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจเพื่อพี่ชายที่เขารักและเคารพมาตลอด

    "อยากให้บ้านดูดีที่สุดตอนพี่สะใภ้มาอยู่"เขาพูดกับตัวเองพลางทาสีอย่างตั้งใจ

    จื้อเผิงและจื้อเฉียงจากบ้านใหญ่ก็มาช่วยงานเตรียมการเช่นกันทั้งช่วยยกโต๊ะเก้าอี้ ช่วยตกแต่งลานบ้านเสียงหัวเราะและการล้อเลียนกันระหว่างพี่น้องดังขึ้นตลอดทั้งวันขณะช่วยกันทำงาน

    หวังซูเจินอาสาช่วยปักผ้าคลุมไหล่สวยงามให้เจ้าสาวเป็นของขวัญพิเศษใช้ฝีมือที่ฝึกฝนมาสอนกลุ่มปักผ้าในหมู่บ้านมาช่วยออกแบบลวดลายมงคลอย่างประณีต

    "สวยมากเลยค่ะขอบคุณมากนะคะอาสะใภ้ซูเจิน"หลิวกุ้ยอิงพูดด้วยความซาบซึ้งใจเมื่อเห็นผ้าคลุมไหล่ที่ได้รับ

    ซินเยว่ช่วยงานเตรียมการต่างๆตามที่เด็กอายุสิบสองขวบจะช่วยได้ ทั้งช่วยจัดดอกไม้ประดับช่วยพับกระดาษสีมงคลตัดแปะตกแต่งบ้าน

    "พี่กังจะมีความสุขมากเลยใช่ไหมคะ"เธอถามย่าด้วยความอยากรู้ระหว่างช่วยกันเตรียมงาน

    "แน่นอนอยู่แล้วจ้ะวันแต่งงานเป็นวันที่มีความสุขที่สุดวันหนึ่งในชีวิตคนเราเลยนะ"เฉินซิ่วหลานตอบพลางยิ้ม

    วันแต่งงานมาถึงในบรรยากาศที่อบอุ่นและเรียบง่ายลานกลางบ้านสามหลังถูกประดับประดาด้วยกระดาษสีแดงมงคลที่ทุกคนช่วยกันทำโต๊ะอาหารเรียงรายไปด้วยอาหารที่ทั้งสามครอบครัวและญาติฝ่ายเจ้าสาวช่วยกันทำขึ้นมา

    เช้าตรู่ก่อนพิธีบรรยากาศในหมู่บ้านฝ่ายเจ้าสาวเต็มไปด้วยความคึกคัก บ้านตระกูลหลิวถูกประดับประดาด้วยกระดาษสีแดงมงคลและคำขวัญยุคปฏิวัติที่ทุกคนช่วยกันตัดแปะโต๊ะอาหารเรียงรายไปด้วยอาหารเรียบง่ายที่ครอบครัวเจ้าสาวและญาติฝ่ายเจ้าสาวช่วยกันเตรียมขึ้นมา

    ภายในห้องพักหลิวกุ้ยอิงกำลังจัดความเรียบร้อยของเสื้อผ้าตนเองหน้ากระจกบานเล็กเธอกำลังสวมเสื้อเชคเกน (เสื้อคอกลมสไตล์จีน)สีขาวสะอาดคู่กับกางเกงขายาวสีเข้มที่รีดจนเรียบแม้จะไม่มีเครื่องสำอางหรูหราหรือชุดเจ้าสาวฟูฟ่องตามสมัยนิยมแต่ความตื่นเต้นและรอยยิ้มเขินอายก็ทำให้เจ้าสาวดูงดงามผ่องใสในแบบฉบับของสาธารณรัฐประชาชนจีนยุคนี้

    ไม่นานนักซุนกุ้ยหลานผู้เป็นแม่สามีก็เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น เธอถือผ้าคลุมไหล่ปักลายมงคลที่ทั้งเธอและหวังซูเจินช่วยกันทำเพื่อเป็นของรับขวัญเจ้าสาวเข้ามาพาดให้อย่างทะนุถนอม

    "เรียบร้อยดีไหมจ๊ะลูก...วันนี้กุ้ยอิงของเราสวยและดูเป็นผู้ใหญ่มากเลยนะ"

    ซุนกุ้ยหลานเอ่ยชมด้วยความเอ็นดูหลิวกุ้ยอิงยิ้มรับด้วยความเกรงใจและซาบซึ้งใจ

    "ขอบคุณค่ะแม่"

    ไม่ไกลกันนัก จื้อกังยืนรอเจ้าสาวด้วยชุดนายทหารสีเข้มที่รีดจนเรียบไม่มีรอยยับและเป็นตัวที่ดูดีที่สุดเท่าที่เขามีสีหน้าของเขาทั้งตื่นเต้นปนความสุขที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเมื่อหลิวกุ้ยอิงเดินเข้ามาในชุดแต่งงานเสื้อสีขาวสะอาดคู่กับกางเกงขายาวสีเข้มพร้อมผ้าคลุมไหล่ปักลายที่หวังซูเจินทำให้ทุกคนต่างอุทานด้วยความชื่นชม

    "โอ้โฮ! พี่สะใภ้วันนี้สวยที่สุดเลยค่ะ!"ซินเยว่ร้องด้วยความตื่นเต้น วิ่งเข้าไปดูใกล้ๆจนพี่ชายต้องคอยดึงไว้กลัวน้องสาวสะดุดและจากนั้นขบวนรับตัวเจ้าสาวก็เคลื่อนขบวนกลับไปยังบ้านตระกูลหลิว หมู่บ้านชิงเหอ

    พิธีแต่งงานดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมายในยุคนี้ไม่มีการกราบไหว้ฟ้าดินแบบโบราณแต่เป็นการยืนตรงหน้าภาพท่านประธานเหมาและป้ายแดงมงคลทั้งคู่กล่าวคำมั่นสัญญาต่อหน้าพยานและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายด้วยความเคารพ

    เสียงปรบมือและคำอวยพรดังขึ้นทั่วลานบ้าน...

    เมื่อถึงเวลากราบไหว้ผู้ใหญ่ ทั้งคู่ก็กราบไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายด้วยความเคารพเสียงปรบมือและคำอวยพรดังขึ้นทั่วลาน

    "ขอให้ทั้งคู่มีความสุขและอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่านะ"หลินเต๋อชางกล่าวอวยพรด้วยความยินดี

    หลิวเต๋อกุ้ยพ่อของเจ้าสาวที่เดินทางมาร่วมงานด้วยยืนดูลูกสาวกราบไหว้ครอบครัวใหม่ด้วยดวงตาแดงก่ำ

    "ฝากลูกสาวผมด้วยนะครับ"เขาพูดกับหลินเจี้ยนหัวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

    "ไว้ใจได้เลยครับเราจะดูแลเธอเหมือนลูกแท้ๆ" หลินเจี้ยนหัวตอบอย่างจริงใจ

    หลังพิธีทุกคนร่วมกันฉลองด้วยมื้ออาหารใหญ่ เสียงหัวเราะและคำอวยพรดังไม่ขาดสายตลอดทั้งคืนซินเยว่นั่งมองความสุขของพี่ชายด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ

    จื้อจวินยกแก้วน้ำชาขึ้นกล่าวอวยพรพี่ชายด้วยความอบอุ่น"ยินดีด้วยนะครับพี่กัง ในที่สุดก็มีคนดูแลพี่แล้วจะได้ไม่ต้องกินข้าวคนเดียวที่ค่ายทหารอีกต่อไป"

    เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วโต๊ะกับมุกตลกของน้องชายจื้อกังยิ้มพลางตบไหล่น้องชายเบาๆ ด้วยความรักใคร่

    จื้อเผิงกับจื้อเฉียงจากบ้านใหญ่ก็เดินมาแสดงความยินดีด้วยความอบอุ่นไม่แพ้กัน"ยินดีด้วยนะพี่กัง ได้ภรรยาสวยแถมใจดีแบบนี้โชคดีที่สุดในตระกูลเราแล้ว" จื้อเผิงพูดพลางหัวเราะทำให้ทุกคนหัวเราะตามด้วยความสนุกสนาน

    "ยินดีด้วยนะคะพี่กัง"ซินเยว่เข้าไปกอดพี่ชายด้วยความดีใจ

    "ขอบใจนะน้องต่อไปนี้พี่สะใภ้จะมาอยู่ด้วยกันแล้วนะ ต้องรักกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ นะ"จื้อกังตอบพลางยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่เคยเห็น

    หลังงานแต่งงานหลิวกุ้ยอิงย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านรองกับครอบครัวจื้อกังตามธรรมเนียมแม้จื้อกังจะต้องกลับไปประจำการที่ค่ายทหารต่อแต่ภรรยาก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากทุกคนในตระกูลหลินกลายเป็นสมาชิกใหม่ที่ทุกคนรักและเอ็นดูไม่ต่างจากคนในครอบครัว

    สัปดาห์แรกหลังงานแต่งหลิวกุ้ยอิงยังคงรู้สึกเกร็งอยู่บ้างกับการอยู่ในบ้านใหม่ที่ไม่คุ้นเคยแต่ซุนกุ้ยหลานแม่สามีก็คอยดูแลเอาใจใส่อย่างอบอุ่นเสมือนลูกสาวแท้ๆ

    "ไม่ต้องเกร็งหรอกจ้ะลูกที่นี่เป็นบ้านของลูกแล้ว"ซุนกุ้ยหลานพูดพลางจับมือลูกสะใภ้ใหม่ด้วยความอบอุ่น

    ซินเยว่เองก็สนิทกับพี่สะใภ้ใหม่ได้เร็วมากมักแวะไปเยี่ยมพูดคุยที่บ้านรองบ่อยๆถามเรื่องราวชีวิตในอำเภอที่หลิวกุ้ยอิงเติบโตมา

    "พี่สะใภ้เล่าเรื่องอำเภอให้ฟังอีกได้ไหมคะ"เธอขอด้วยความสนใจ นั่งฟังเรื่องราวต่างๆ ด้วยความตื่นเต้น

    หลิวกุ้ยอิงยิ้มอย่างมีความสุขรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้มาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้ไม่ต่างจากที่จื้อกังเคยเล่าให้ฟังก่อนแต่งงานเลยแม้แต่น้อย

    คืนนั้นก่อนนอนซินเยว่นึกถึงภาพงานแต่งงานที่ผ่านมาตลอดทั้งวันรู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้เห็นพี่ชายมีความสุขในที่สุดและยิ่งรู้สึกขอบคุณที่ครอบครัวใหญ่แบบนี้ทำให้ทุกคนได้แบ่งปันความสุขและความรักให้กันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดไม่ว่าจะเป็นสมาชิกเก่าหรือสมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้ามาก็ตาม

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ พกสวนแห่งชีวิต สู่ยุค 70 นำพาตระกูลหลินรุ่งเรือง ที่คุณอ่าน