เซียวเย่เงียบไปสักพัก ก่อนที่จะกล่าวออกมาอีกรอบ
"แต่ว่า…ถ้าเกิดข้าชนะเจ้าขึ้นมา….เจ้าก็จงคุกเข่าก้มหัวขอโทษข้าซะ และก็อย่ามาให้ข้าได้ยินเจ้ากล่าวคุยโว เรื่องเจ้าเป็นศิษย์สายตรงงี่เง่าอะไรนั่นอีก ข้ารังเกียจที่จะได้ยินมัน…"
“……….”
ฟูมมมมม
กรึก กรึก กรึก
กิ๊ง กิ๊ง กิ๊ง
หยางเจี้ยนไม่ตอบกล่าวสิ่งใด แต่กับระเบิดพลังของตนเองออกมา แทนคำตอบ…..
ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆในห้องครัว ต่างก็พากันสั่นส่งเสียงไปมาไม่หยุด สาเหตุเนื่องจากพลังปราณที่หยางเจี้ยนระเบิดออกมานั่นเอง…
คนรอบๆข้างต่างพากันตกใจกับพฤติกรรมที่หยางเจี้ยนได้กระทำ ต่างพากันมองซ้ายขวารอบห้อง และท้ายที่สุดคนที่พลังขอบเขตต่ำกว่าหยางเจี้ยนก็รู้สึกได้ถึงความกดดันจากร่างกาย หายใจเข้าออกติดขัด เหงื่อค่อยๆปรากฎขึ้นมาอยู่บนใบหน้าช้าๆ
เต๋าสะสม ขั้นสูง!!
เซียวเย่ยังคงมองไปที่หยางเจี้ยนด้วยความเฉยชา ทั้งสองคนต่างจ้องหน้ากันและกันเหมือนจะฆ่ากันเสียให้ตายไปข้าง
แม้ว่าเกือบทุกคนจะอยู่ภายใต้สนามพลังปราณของหยางเจี้ยนก็ตามที แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน…เสี่ยวหลินที่ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันเหมือนคนอื่นๆมองไปรอบๆห้องครัว
พบว่าคนอื่นๆนอกจากตนเอง ต่างก็ตกอยู่ภายใต้พลังของหยางเจี้ยนกันทั้งหมด พยายามจะบอกกล่าวให้หยางเจี้ยนยกเลิกพลังของตนซะ แต่เซียวเย่ก็กล่าวบางอย่างออกมาเสียก่อน…
"การที่เจ้ากระทำแบบนี้…ข้าจะถือว่า…เจ้าตอบตกลงก็แล้วกัน…ทำไม? อยากจะโชว์พลังงั้นรึ?"
กล่าวเสร็จเซียวเย่ก็ควบคุมพลังเต๋ากลืนกินทั้งสามดวง และบริวารของพวกมันทั้งหมด
บูมมมมมม
เต๋าทั้งหลายต่างโคจรหมุนวน พร้อมใจกันระเบิดพลังออกมา เข้าต้านทานพลังของหยางเจี้ยนเอาไว้
ฟูมมมมมมม
ต้องบอกก่อนว่า…ถึงแม้เซียวเย่จะอยู่เพียงแค่ขอบเขตเต๋าสะสมขั้นสาม และยังคงห่างไกลจากขอบเขตของหยางเจี้ยนมากมายนัก…แต่ว่าถ้ารวมบริวารเต๋าของพวกมันเข้าไปด้วย…มันก็จะไม่ได้ต่างอะไรกันมากมายถึงเพียงนั้น…
เซียนเย่ระเบิดพลังออกมาอย่างมหาศาล พื้นที่ในห้องครัวที่ตอนแรกถูกพลังของหยางเจี้ยนควบคุมเอาไว้ แต่เพียงแค่ครู่เดียว มันก็ได้ถูกแทนที่ด้วยพลังของเซียวเย่ในทันที ไม่สิ! มันเหมือนกับว่า พลังของหยางเจี้ยนถูกพลังของเซียวเย่กลืนกินเข้าไปอยู่แทนที่เสียมากกว่า….
ฟูบบบบ
วูบบบบบ
‘อะไรกัน!! สามารถต้านทานพลังของข้าได้ด้วยอย่างงั้นหรือ..ไม่ใช่!! มันเหมือนกับพลังของข้าถูกพลังของเซียวเย่ดูดกลืนเข้าไป!!'
หยางเจี้ยนที่ระเบิดพลังออกมาอย่างภาคภูมิในตอนแรก กลับกลายเป็นคนโง่ที่ตกใจถึงขีดสุด รีบดึงพลังที่เหลือของตนกลับเข้ามาในร่างกายทันที
เมื่อพลังของหยางเจี้ยนถูกดูดกลืนหายไป เซียวเย่ก็สลายพลังของตนออกไปเช่นเดียวกัน สีหน้าของคนอื่นๆค่อยๆดีขึ้นตามระดับ ต่างพร้อมใจกันหันไปมองที่เซียวเย่อย่างไม่กระพริบสายตา ไม่เว้นแม้แต่เสี่ยวหลิน!
เซียวเย่เมินเฉยต่อทุกสายตาที่มองเข้ามา กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง
“ที่แห่งนี้คือตำหนักที่พักของข้า ใช่ว่าใครจะทำอะไรก็ได้ตามใจ…รวมถึงลูกศิษย์สายตรงงี่เง่าปัญญาอ่อนตรงหน้าข้าก็ด้วย…”
ถ้าเซียวเย่เกิดโมโหขึ้นมา จะศิษย์พี่หรือผู้อาวุโส เซียวเย่ก็ไม่เห็นหัว!!!
"เจ้า….เจ้ามันเกินจะเยียวยาจริงๆ….เมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง…เจ้าก็อย่าได้ร้องไห้ปอดแหกขึ้นมาก่อนก็แล้วกัน.."
หยางเจี้ยนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง ก่อนที่จะเดินออกจากห้องครัวไปเพียงคนเดียว โดยทิ้งเสวี่ยเจี้ยนและเสวี่ยหนิงเอาไว้
"ด-เดี๋ยวก่อน! ….เซียวเย่ เจ้าจะต้องทำถึงขนาดนี้เลยเชียวหรือ…ข้า..ข้ามองเจ้าผิดไปจริงๆ"
เสี่ยวหลินกล่าวกับเซียวอีกเล็กน้อย ก่อนจะรีบวิ่งออกไป
เสวี่ยหนิงรู้สึกแปลกใจมากขึ้นทุกครั้งที่พบหน้าค่าตาเซี่ยวเย่ เด็กน้อยคนนี้มีความลับซ่อนอยู่มากมายเท่าไหร่กัน ไหนจะเรื่องที่ไม่เห็นหัวผู้ใดอยู่ในสายตา ไหนจะเรื่องพิชิตแผ่นดินนั่นอีก นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสิ่งเหล่านี้จะออกมาจากปากเด็กน้อยอายุ12ผู้นี้!!
ลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้…กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง
"เจ้า…ในวันนั้น…เจ้าไม่ได้เอาจริง?"
"หืมม! ข้าแปลกใจไม่น้อยเลยนะ ที่เจ้าเป็นฝ่ายเข้าหา…เข้ามาคุยกับข้าก่อนเสียได้.."
เซียวเย่ที่นั่งเก้าอี้อยู่ เงยหน้าขึ้นมองเสวี่ยหนิงด้วยรอยยิ้มสดใส เหมือนกับว่าเรื่องก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“……”
เมื่อเห็นว่าเสวี่ยหนิงไม่ได้กล่าวตอบอะไร ก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นัก ส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกล่าวตอบออกไปอีกครั้ง…
"ข้าจะเอาจริงเฉพาะกับพวกคนที่อยากจะตายจริงๆ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ใช่นะ….เป็นอย่างไร…คำตอบแบบนี้ถูกใจเจ้าหรือยัง?"
"…..เจ้าจะออกเดินทางเมื่อไหร่?"
"เจ้าอยากจะไปด้วยจริงๆ? ไม่ใช่ว่าพอข้าเผลอ เจ้าจะแอบจัดการกับข้าหรอกนะ ถ้าเป็นแบบนั้นข้าคงตกใจไม่น้อยเลย…"
“…….”
เสวี่ยหนิงเมื่อได้ฟังก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่กล่าวตอบออกไปอีกเช่นเคย
“เอ่อ….ก็…อีกสักห้าวันกระมัง ถึงจะออกเดินทางจากสำนัก เจ้าจะ…อ่ะ..อ้าว!”
ไม่รอให้เซียวเย่กล่าวให้จบ เสวี่ยหนิงก็เดินออกจากห้องครัวไปเสียแล้ว…
"เห้อออ ช่างเป็นผู้หญิงที่แปลกประหลาดเสียจริง…"
เซียวเย่เมื่อเห็นว่าเสวี่ยหนิงเป็นคนเช่นไร ก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวยิ้มบางส่ายหน้าออกมาพร้อมกัน
เสวี่ยเจี้ยนเมื่อเห็นว่าพี่สาวของตนเดินออกไปแล้ว ก็หันไปยิ้มบางพยักหน้าให้เซียวเย่ ก่อนที่จะเดินออกตามพี่สาวของตนไป
"แล้วพวกเจ้าล่ะ….พวกเจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้าเลย"
เซียวเย่หันไปมองทั้งสามคนที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้มาตั้งแต่ต้น กล่าวถามย้ำออกไปอีกครั้ง
"เอ่อ…พี่ใหญ่…ถ้าวันหนึ่งท่านเกิดเป็นศัตรูกับตระกูลหัวขึ้นมา ท่านจะทำอย่างไร…"
หัวเฉินที่ทั่วทั้งใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อในตอนนี้ พยายามรวบรวมความกล้า กล่าวออกไปในที่สุด…
"…ก็ถ้าตระกูลหัวเกิดอยากจะขัดขวางแผนการของข้าขึ้นมาแล้วล่ะก็…ข้าก็คงไม่เอาไว้"
เซียวเย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวตอบหัวเฉินออกไปตามความคิดของตน
"เห้ออ…ข้าก็พอจะเดาได้อยู่แล้วล่ะ"
หัวเฉินถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้า ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินจากไป
"ด-เดี๋ยวสิ!! เอ่อ..เซียวเย่ พ-พอดีว่าข้าพึ่งนึกได้ว่า…ข้าตากผ้าเอาไว้ ด-เดี๋ยวข้ากลับไปเก็บผ้าก่อนนะ"
ฉินฟางเซียน เมื่อเห็นว่าหัวเฉินลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องครัว ฉับพลันก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมอะไรไป กล่าวออกไปพร้อมกลับรีบตามหัวเฉินออกไปในทันที
ภายในห้องครัวกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงแค่ หมายเลขศูนย์ ฉินอิน และเซียวเย่เพียงเท่านั้น ที่ยังคงนั่งกินข้าวอยู่ไม่ได้จากไปไหน
ฉินอินนั่งกินข้าวอยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวขึ้น
"คนพวกนั้นยังมีสิ่งที่ต้องห่วงอยู่ การจะเอาคนพวกนั้นมาทำการใหญ่ มันก็ไม่ใช่ที่สมควรจะกระทำอยู่แล้ว…ปล่อยคนพวกนั้นไปเถอะ อีกคนก็ตรงไปตรงมาเกินไป ส่วนอีกคนก็เอาแต่โวยวายไร้ประโยชน์ เจ้าปล่อยคนพวกนั้นไปนั่นแหละดีแล้ว แผนการของเราไม่ใช่ของเล่น ที่จะเอาเด็กน้อยที่ไหนก็ได้มาใช้งาน…"
“…..”
เซียวเย่เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ก็ไม่ได้กล่าวตอบอะไรออกไป ทำเพียงแค่ก้มหน้ากินอาหารต่อไป..
“นายท่าน..เป็นข้าเองที่ปรากฎตัวไม่ถูกที่…ข้าไม่ควร..”
"พอเถอะ…เจ้าไม่ได้ผิดอะไรเลย…เจ้าคือคนที่ข้าไว้ใจ…มันก็เป็นอย่างที่ฉินอินกล่าวออกมานั่นแหละ แผนการของเราไม่ใช่จะเอาใครมาเข้าร่วมก็สามารถทำได้ เจ้าทำหน้าที่ของเจ้าได้เป็นอย่างดี ข้าควรขอบใจเจ้าสิ ถึงจะถูก.."
“ข้าน้อยมิกล้า! การได้รับใช้นายท่าน ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในชีวิตของข้าแล้ว”
หมายเลขศูนย์เมื่อได้ยินที่เซียวเย่กล่าวออกมา ก็รีบลุกขึ้นจากที่นั่ง ทำความเคารพเซียวเย่ในทันที กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป…ในวันพรุ่งนี้ เจ้ามั่นใจแค่ไหนกันว่าจะชนะศิษย์พี่หยางเจี้ยนได้ ข้าได้ยินมาว่าศิษย์พี่หยางเจี้ยนแข่งแกร่งที่สุดในบรรดาขอบเขตเต๋าสะสมของสำนักเลยนะ”
ฉินอินเงียบไปสักพักก่อนจะกล่าวถามเซียวเย่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป
"หึ! สำหรับข้า หยางเจี้ยนก็เป็นเพียงแค่ ศิษย์ของสำนักเล็กๆที่อยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่ก็เท่านั้น ถ้าแค่นี้ข้ายังไม่สามารถ….แผนการที่เหลือของข้าก็คงต้องล้มเลิกแล้ว…"
“อ-แฮ่ม!…เอ่อ…มันก็จริงอย่างที่เจ้าว่านะ…ที่สำนักนี้มันเป็นเพียงแค่สำนักเล็กๆ แต่ถ้าไม่พูดออกมา ก็ไม่มีใครหาว่าเจ้าเป็นใบ้หรอก..”
เซียวเย่ที่กำลังกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส ฉับพลันก็ได้ยินเสียงปริศนาขึ้นมา แต่เมื่อได้ฟังเสียงที่คุ้นเคย ก็พอจะเดาได้ว่าเป็นผู้ใด
"ท่านอาจารย์! ท่านมาได้จังหวะพอดี ท่านพอจะมียาโอสถหรือวัตถุดิบอะไรที่ช่วยเพิ่มพลังปราณอย่างมหาศาลหรือไม่ พอดีข้าจำเป็นต้องใช้"
เซียวเย่หันไปทางกงซุนอี้กล่าวถามออกมา ไม่รู้ว่าปรากฎขึ้นมานั่งอยู่บนเก้าอี้ตั้งแต่เมื่อใด
"เอ่อ…ก็….ก็พอจะมีอยู่บ้าง แต่ยาโอสถตัวนี้ค่อนข้างแรง เพราะเป็นตัวยาสำหรับขอบเขตเต๋าสะสมขั้นสูงขึ้นไป ถ้าจะใช้ก็หั่นแบ่งสักหนึ่งในสามส่วนก็แล้วกัน"
กงซุนอี้กล่าวออกมา ก่อนที่จะสบัดมือ เอาขวดยาสีใสออกมาจากแหวนมิติส่งให้กับเซียวเย่
กงซุนอี้ยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวถามออกมาอีกครั้ง
"ศิษย์ข้า…ดูเหมือนตอนนี้เจ้าจะไม่เหลือใครแล้วนะ รู้สึกอย่างไรที่เป็นเด็กน้อยนิสัยไม่ดี เพื่อนๆเลยไม่อยากเล่นด้วยน่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
“.……คนเราต่างคนต่างความคิด เส้นทางของข้าก็แค่ต่างจากของพวกนั้น ว่าแต่…ถ้าเกิดว่าข้ายำศิษย์สายตรงของเจ้าสำนักซะเละ เจ้าสำนักคงไม่โกรธข้ากระมัง”
"ฮ่าฮ่าฮ่า โอ้ยยย! ปากเก่งเหลือเกิน…นี่ถ้าเจ้าไม่เก่งเหมือนปากพูด ข้าคงจะหมั่นไส้เจ้าไปแล้วจริงๆ"
กงซุนอี้กล่าวออกมาพร้อมหัวเราะลั่น