ศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ

    ศาลเทพสวรรค์ ตอนที่ 73 : ผาไร้ชีพ กับ หนึ่งผู้ชรา

    ณ ผาไร้ชีพ ตอนนี้จางหมิงยืนอยู่บนยอดสุด ผาแห่งนี้มิใช่ผาธรรมดา ว่ากันว่าแม้ผู้มีฤทธาแห่งการโบยบิน หากตกลงไปในหลุมมืด ก็มิมีวันได้กลับออกมา


    จางหมิงยื่นนิ่งร่างโทรมกายตอนนี้ชีพจรวิญญาณของมันขาดสะบั่นแล้ว


    ไม่ช้าซุนเข่อซินและคนของมันก็ตามมาถึง มันยิ้มเยาะ


    "จางหมิง ฮะฮาฮา ข้าก็คิดว่าเจ้าจะทำได้ดีกว่านี้ ตอนนี้เจ้าไม่มีทางหนีแล้ว วันนี้จงยอมตายด้วยมือของข้าซุนเข่อซินผู้นี้เสียเถอะ อย่างน้อยๆ ข้าก็จะเมตตาเจ้าให้ได้ตายอย่างสมประกอบ ศพเนื้อหนังยังมีให้มารดาของเจ้าได้นำไปบูชา"


    จางหมิงยื่นยิ้มอยู่ที่ปลายยอดผา โลหิตที่ชุ่มโชก สายลมที่โบกสะบัด ทำให้ตัวมันคล้ายดูเป็นผู้ไม่มีอาลัยอีกต่อไป


    "ซุนเข่อซิน เจ้าจงจำคำข้าไว้ให้ดี หากวันนี้ข้าจางหมิงรอดตาย ต่อให้ผ่านไปอีกกี่ร้อยปี แค้นที่เจ้าและคนของเจ้าได้กระทำกับข้าในครั้งนี้ ที่ได้บีบคั่นให้ข้าต้องมายืนอยู่บนภูผาไร้ชีพ ข้าจางหมิงจะต้องทวงคืนเป็นร้อยเท่าพันทวี"


    ซุนเข่อซินได้ยินเช่นนี้ก็หัวเราะ


    "จางหมิง ฮะฮาฮา เจ้ายังคิดว่าเจ้ามีโอกาสอีกรึ"


    จางหมิงยิ้มเบาสบายก่อนมองลึงไปที่ใต้ผาลึก ไม่ช้าก็พูดกล่าว


    "ซุนเข่อซินและคนของเจ้าทุกผู้ตน หากเจ้าอยากได้ชีวิตข้านัก ก็จงมาเอา คิกคิก... ใต้ผาไร้ชีพ ข้าจางหมิงจะรอพวกเจ้าอยู่ที่นั่น!!!"


    กล่าวจบจางหมิงก็ก้าวเท้าพร้อมทิ้งตัวลงไป


    ซุนเข่อซินกล่าวสบถอย่างผู้มิรู้ความ "หึ คิดว่าโดดผาแล้วจะรอดชีวิตได้รึ ข้ามีสองผู้โบยบิน คิดจะโดดผาหนีตายฝันไปเถอะ" กล่าวจบมันก็หันไปมองสองผู้โบยบินผู้บำเพ็ญตราสัญลักษณ์วิญญาณสีเหลืองเข้มสองคนที่มันว่าจ้างมา "พวกเจ้าจงไปเอาตัวมันมาให้แก่ข้า แม้เป็นศพข้าก็ต้องได้แล่เนื้อเถือหนังมัน"


    หากแต่แม้ซุนเข่อซินจะพูดกล่าวแบบนี้สองผู้บำเพ็ญระดับท่องนภาก็หาได้สนใจ พวกมันรู้จักผาไร้ชีพดี


    "คุณชาย หากท่านต้องการให้ข้าลงไปใต้ผานี้เกรงว่าข้าจะกระทำไม่ได้ แม้แต่กึ่งตำนานยังมิอาจจะลงไป ดังนั้นสำหรับพวกข้ายิ่งเป็นไปไม่ได้ขอรับ"


    ซุนเข่อซินเมื่อได้ยินเช่นนี้มันจึงรีบกล่าวถาม สีหน้าสับสนเป็นที่สุด "!!!ทำไมจึงลงไปไม่ได้ พวกเจ้าเป็นผู้โบยบินมิใช่รึ"


    "คุณชายซุนเข่อซินท่านอาจจะมิรู้ ใต้ผาสิ้นชีพนี้มีพลังอัศจรรย์บางอย่างอยู่ แรงดึงดูดภายในนี้มากยิ่ง แม้แต่ผู้โบยบินหากตกลงไปก็ยากจะขึ้นมา มีแต่ผู้เป็นตำนานเท่านั้นที่พอจะต้านทานได้"


    "ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าจะให้ข้าซุนเข่อซินผู้นี้ปล่อยเจ้าเดรัจฉานนั้นไปรึ"


    ไม่ช้าสองนักล่าผู้บำเพ็ญก็มองหน้ากัน คุณชายตรงหน้ามันโง่เง่าหรืออย่างไร พวกมันพึงบอกกล่าวไปว่าแม้แต่ระดับผู้โบยบินเช่นมันยังไม่รอด หากแต่คุณชายท่านนี้กลับ... เห่อ โง่เง่าเกินจะกล่าว


    สองนักล่าผู้บำเพ็ญมองหน้ากันอีกครู่ ก่อนจะเริ่มพูดกล่าวอธิบายให้ซุนเข่อซินฟังอีกครั้ง


    "คุณชายในเมื่อข้าสองคนยังไม่รอดแล้วจางหมิงที่ร่างกายมิต่างกับคนตาย ชีพจรวิญญาณขาดสะบั้นจะรอดได้อย่างไร"


    ซุนเข่อซินได้ยินเช่นนี้ก็ราวกับคิดได้ ไม่ช้ามันก็หัวเราะเสียงดัง


    "ฮะฮาฮา นั่นสิ นั่นสิ ฮะฮาฮา เจ้าจางหมิงข้าคิดว่าเจ้าจะแน่กว่านี้เสียอีก หากแต่สุดท้ายก็แค่มาหาที่ฝังศพตัวเองก็เท่านั้น ฮะฮาฮา ขอบใจสหายผู้บำเพ็ญ วันนี้ท่านทั้งสองคงเหนื่อยมากแล้ว ความเหนื่อยยากของท่านในวันนี้ข้าจะไม่ลืมเลย หากแต่อย่างไรเสียเรื่องวันนี้หวังว่าท่านจะรับรู้ อย่าให้เรื่องในวันนี้ไปถึงผู้ใดในตระกูลของข้าเด็ดขาดเชียว"


    ซุนเข่อซินพูดกล่าวพร้อมส่งสายตา ไม่ช้าผู้บำเพ็ญระดับโบยบินทั้งสองก็พยักหน้ารับ พวกมันรู้ดีว่าต้องจัดการเรื่องเช่นนี้อย่างไร งานนี้มิใช่งานแรกของพวกมัน


    ไม่ช้าซุนเข่อซินก็หันหลังกลับก้าวย่างเบาสบาย


    เดรัจฉานจางหมิงที่สร้างปัญหาให้มันตอนนี้ได้ตายไปแล้ว


    .


    .


    .


    หากแต่นั้นจริงหรือ


    .


    .


    .


    "เวรและที่นี่มันที่ไหนกันวะเนี่ย" ฉินเทียนกล่าวบ่น เพราะตอนนี้รอบกายของมันปรากฏไอหยินหนาแน่น นอกจากจากนั้นยังมีกลิ่นอายแห่งความตายและดวงวิญญาณอยู่รายรอบ หากเป็นผู้อื่นคงต้องสั่นกลัว หากแต่สำหรับฉินเทียน...


    - [ยินดีด้วยตอนนี้ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน วิถีภูตผีและคำสาป ระดับ 4 แล้ว] -


    ระบบศาลเทพสวรรค์ร้องแจ้งเตือนหลังจากฉินเทียนกดปุ่มยืนยันการเรียกรู้ในศาลเหล่านี้


    ไม่ช้าฉินเทียนก็ใช้นิ้วมือของตัวเอง วาดอักขระคำกล่าว ราวกับว่าเป็นบทสวดส่งดวงวิญญาณนับหมื่นแสนของที่นี่ นิ้วมือของฉินเทียนขีดเขียนอักษรสีทองไม่หยุด ตัวแล้วตัวเล่า จนในที่สุด เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วใต้ผาแห่งนี้


    ก่อนที่ในไม่ช้าฉินเทียนจะเห็น ภาพของดวงวิญญาณหมื่นแสนทั้งหลายต่างยืนยิ้มแย้มให้มันพร้อมกล่าวขอบคุณ


    "ขอบคุณท่านเซียนที่เมตตา, ขอบคุณท่านที่ปลดปล่อยเรา, ขอบคุณท่านเซียน ข้าไม่ต้องทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว"


    ก่อนที่ดวงวิญญาณทั้งหลายจะเหือดหายไป ฉินเทียนยืนนิ่งโบกไม้โบกมือให้แก่พวกมัน


    ก่อนที่ในไม่ช้า ไอหยินโดยรอบจะค่อยๆ เบาบางลง จิตมืดก็ค่อยๆ ดับสลายไป


    ไอหยินที่เสื่อมทรามค่อยๆ กลายเป็นไอหยินบริสุทธิ์


    ไม่ช้าระบบศาลเทพสวรรค์ก็ร้องเตือน


    - [ตรวจพบไอหยินบริสุทธิ์จำนวนมาก ท่านเจ้าของระบบศาลเทพสวรรค์ ท่านต้องการให้ระบบจัดเก็บไอหยินบริสุทธิ์นี้หรือไม่ ใช้ 1000 แต้มบุญเพื่อสร้างวัตถุจัดเก็บ] -


    ฉินเทียนร้องถามไอหยินบริสุทธิ์นี้มีประโยชน์อย่างไร ทำไมมันจึงต้องจัดเก็บ ไม่ช้าระบบศาลเทพสวรรค์ก็เริ่มอธิบาย


    - [ไอหยินบริสุทธิ์นั้นเปรียบดังอัญมณีล้ำค่าในโลกของผู้บำเพ็ญ มีประโยชน์ยิ่งต่อสตรีหากดูดซับสิ่งนี้ จะทำให้ระดับการฝึกฝนก้าวหน้าเร็วขึ้นหลายสิบเท่า นอกจากนั้นวิชาบำเพ็ญบางประเภทก็จำต้องมีไอหยินบริสุทธิ์นี้ใช้ในการบำเพ็ญฝึกฝน นอกจากนั้นโอสถวิเศษบางประเภทก็ต้องการไอหยินบริสุทธิ์ในการหลอมอีกด้วย ประโยชน์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีอีกมากมายนัก] -


    ไม่ช้าฉินเทียนก็พยักหน้ารับ ตัวมันเข้าใจแล้ว จึงกดยื่นยันใช้ 1000 แต้มบุญเพื่อสร้างวัตถุจัดเก็บทันที


    ไม่ช้าก็มีขวดหยกสีขาวก็ปรากฏตรงหน้ามัน พร้อมกับมีแรงดูดมหาศาล ดูกลืนไอหยินรอบบริเวณนี้จำนวนมากเข้าไปอย่างรวดเร็ว


    ไม่ช้าจากห้วงมืดมิด ที่หนาแน่นไปด้วยหมอกสีทมิฬ หากแต่ตอนนี้หมอกทั้งหลายจางหายไปหมดแล้ว ทัศนวิสัยโดยรอบก็แลดูจะมองเห็นได้ง่ายขึ้น แสงจันทราจากท่องนภาในที่สุดก็ส่องมาถึงมันเสียที ไม่ช้า ณ พื้นที่โดยรอบ ฉินเทียนก็มองเห็นซากโครงกระดูกจำนวนมากมาย ราวกับว่าที่แห่งนี้คือหลุมศพของเหล่ามวลมนุษย์ มันมีจำนวนมากเกินจะกล่าว


    ฉินเทียนแปลกใจยิ่ง... ทำไมถึงเป็นเช่นนี้


    และในขณะนั้นเอง


    ฉินเทียนพบว่าตัวมันเกิดการตระหนักรู้บางอย่าง [เนตรหยั่งรู้] ของมันทำงาน มันเห็นคนผู้หนึ่งตกมาจากฝากฟ้าราวกับเป็นว่าวที่ขาดสาย


    ไม่ช้าฉินเทียนรีบหันซ้ายหันขวา


    "!!!ตรงนั้น" ฉินเทียนรีบพุ่งร่างไปอย่างรวดเร็ว ไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่สูงใหญ่ และอยู่ห่างจากที่นี่ราวพันจั้ง


    ฟิว ฟิว ฟิว


    ไม่กี่อึกใจตัวมันฉินเทียนก็พุ่งทะยานตัวมันมาถึงใต้ต้นไม้


    จากการตระหนักรู้จากภาพแห่งอนาคต ตัวมันฉินเทียนพบว่า บุรุษผู้นั้นจะมาตกตายอยู่แถวๆ นี่แน่นอน หากตัวมันมิได้มาช่วยเหลือทันเวลา


    และในขณะนั้นเอง มันก็ได้ยืนเสียงหัวเราะ ที่เย้ยหยันโลกหล้าดังมาแต่ไกล


    "ฮะฮาฮา ข้าจางหมิงตั้งแต่เกิดจนถึงวันนี้มิเคยทำผิดต่อใคร หากแต่ชะตาช่างอาภัพ ท่านแม่ลูกอกตัญญู หลงหลินพี่ใหญ่จางผิดต่อเจ้าแล้ว คงดูแลช่วยเหลือเจ้ามิได้อีกต่อไป..."


    จางหมิงยิ้มบางเบาก่อนจะหลับตาและปล่อยร่างร่วงหล่น


    สองมืออ้ากว้าง เตรียมพร้อมที่จะตกตาย


    .


    .


    .


    เพราะตอนนี้มันได้ทำทุกสิ่งอย่างที่ทำได้ไปหมดแล้ว


    หากแต่ในช่วงเวลาที่ตัวจางหมิงแลดูว่าเหมือนร่างจะกระแทกสู่แผ่นพื้นปฐพี มันก็พบว่ามีมวลพลังวิญญาณสายหนึ่งห่อหุ้มร่างของมันเอา!!!ฟู่ๆๆๆๆ แรงอากาศราวกับเกิดการบีบปะทะ


    เคอะแขรก เคอะแขรก


    มวลกองกระดูกโดยรอบถูกพัดพาปลิวว่อนไปรอบหนึ่ง จากแรงอัดอากาศ


    จางหมิงสับสน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ยังไง


    มันหันซ้าย หันขวาสำรวจมองตัวเอง


    "นิ... นิ นิข้ายังไม่ตายหรือเนี่ย"


    ไม่ช้าจางหมิงก็พบว่าตัวมันลอยอยู่เหนือพื้นดินราวหนึ่งศอก ร่างของมันมิได้แตะสัมผัสพื้นดิน


    !!!นิมันเรื่องอะไรกัน


    ไม่ช้าจางหมิงก็หันมองสำรวจไปทั่ว และมันก็ได้พบเห็นหนึ่งบุรุษชรา ที่อยู่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่มีแต่กิ่งก้าน หากแต่ไร้ซึ่งดอกใบใดๆ ทั้งสิ้น


    บุรุษชราผู้นั้นช่างดูสง่างามเหนือโลก สวมใส่ผ้าไหมแพรพรรณชั้นดี นัยน์ตาก็กระจ่างดุจเดือนดารามั่นคงแจ่มใสเป็นที่สุด นั่งเล่นหมากล้อมอยู่เพียงผู้เดียว หมากแต่ละตัวที่กดวาง ก็เกิดประกายแสงสว่างสีทองทอประกายอยู่เสมอ และสิ่งนี้ยิ่งทำให้บุรุษชราดูสูงส่งขัดกับสถานที่โดยที่แสนมืดมิดและดูหดหู่นัก


    บุรุษชราวาดมือทีหนึ่งร่างของจางหมิงก็ตกสู่พื้นดิน มันทรุดกายลงทันที


    พร้อมจ้องมองผู้ชราที่อยู่ห่างไกล


    ก่อนจะพยายามยันกายของตัวมันลุกขึ้นและคุกเข่าคำนับผู้ชรา


    จางหมิงเหนื่อยอ่อนหากแต่มันก็ฝืนตัวเองพูดกล่าว


    "ข้าน้อยจางหมิงขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่เมตตา"


    ฉินเทียนทำทีเหลียวมองมันครู่หนึ่งก่อนจะพลิกฝ่ามือไม้ เส้นแสงสีทองก็วูบวาบ ทิ่มแทงร่างของจากหมิง


    !!!อั๊ก จากหมิงร้องเจ็บปวดครู่หนึ่ง ก่อนที่ในไม่ช้าตัวมันจะรู้สึกราวกับว่าประสาทสัมผัสใดๆ ในร่างของมันล้วนดับสิ้น มีแต่ลูกตาของมันเท่านั้นที่ยังเกลือกกลิ้งและตัวมันสั่งการได้


    เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ราวสองร้อยอึดใจ


    จางหมิงหายใจหืดหอบอยู่ครู่


    ไม่ช้ามันก็รู้สึกว่าเส้นแสงสีทองหายไปแล้ว พร้อมกับความรู้สึกรับรับรู้ของตัวมันที่กลับมาใช้งานใช้การได้


    .


    .


    .


    !!!ติก


    เสียงหมากของผู้ชราที่กดลงบนโต๊ะหิน ทำให้จางหมิงรู้ตัวว่าตอนนี้มันมิได้อยู่ในความฝัน มันยังไม่ตาย นอกจากนั้น... ความทุกข์ทรมานใดๆ ในกายของมันก็สิ้นไปแล้ว


    และทั้งหมดนั้นต้องเป็นเพราะ...


    จางหมิงมองไปที่ผู้เฒ่าชราราวกับเป็นเทพเทวาก็ไม่ปราณ มันร้องตะโกนเสียงดัง


    "!!!ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่เมตตา ขอบคุณท่านอาวุโสที่เมตตา"


    ฉินเทียนลูบเคลาของตัวมันพร้อมหัวเราะเบาสบายเสียงดังฟังชัด พร้อมคิดในใจ 'เหยื่อกินเบ็ดแล้ว คิกคิก นัยน์ตาของไอ้จางหมิงผู้นี้ยามเมื่อมันมองมาที่ตัวข้า ดู้ดู ช่างเหมือนหมาตัวน้อยที่ได้กลับมาเจอเจ้าของหลังจากจากกันไปเนิ่นนาน คิกคิก สมแล้วกับที่ข้ายอมลงทุน หมดไป 500 แต้มบุญ ซื้อชุดโต๊ะหินอ่อนเรืองแสงกับเก้าอี้มา พร้อมกับจัดพร็อพและท่าทางเตรียมพร้อมไว้แต่เนิ่นๆ เหยื่อยจึงกินเบ็ดง่ายแบบนี้ กร๊ากๆ'


    หลังหัวเราะด้วยทีท่าสูงส่งอยู่สองสามคำ พร้อมกับคิดในใจอยู่หลายประโยค ไม่ช้าฉินเทียนก็หันไปมองที่จางหมิง มันพูดกล่าว


    "เพราะอ่อนด้อยจึงต้องเรียนรู้ เพราะอ่อนแอจึงต้องแก้ไข บุรุษวัยเยาว์ผู้ชราขอถาม เจ้าอ่อนด้อยหรือกล้าแข็ง มากปัญญาหรือโง่งม"


    จางหมิงมองผู้ชรา จากนั้นก็ก้มหน้าขบคิด


    ความในใจนับร้อยพันก็ค่อยๆ ปรากฏ


    ชื่อเสียงในอดีต


    ความเก่งกล้าที่เคยถูกยกย่อง


    หากแต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ทำไมตัวมันจึงมีสภาพเช่นนี้


    หากมันเก่งกล้า มิใช่ต้องห้ำหั่นเนื้อเถือหนังศัตรูได้แล้วหรอกรึ


    และหากมันฉลาดมากปัญญา จะมีวันที่มันถูกใส่ร้ายและหยาบเกียรติรึ


    จางหมิงกำมือไม้ที่สั่นเทาสุดท้ายก็พูดกล่าว


    "ผู้เยาว์ทั้งอ่อนด้อยและโง่งมขอรับ"


    .


    .


    .


    เมื่อฉินเทียนได้ยินเช่นนี้ตัวมันก็พยักหน้ารับ


    ไม่ช้ามันก็พูดกล่าว


    "รู้ผิดแล้วแก้ไขนับเป็นยอดคน... วัยเยาว์ตัวน้อยผู้ชราขอถามเจ้า หากวันนี้มีผู้หยิบยื่นเส้นทางอันยากยิ่งให้แก่เจ้าก้าวเดิน ลำบากลำบนเสียหมื่นปี แสนปีเจ้าทนได้หรือไม่ เพื่อแลกกับใต้หล้าแดนดินนี้จะไม่มีผู้ใดเทียบเทียมเจ้าได้อีก"


    .


    .


    .


    เมื่อได้ยินคำพูดกล่าวนี้ ในใจจางหมิงคล้ายกระจ่างใสและตื่นตูม


    มองตัวตนตรงหน้ามันอย่างตื่นตะลึง พร้อมกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว


    คำพูดกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร


    .


    .


    .


    ฉินเทียนจดจ้องจางหมิงพร้อมพูดกล่าวอีกครั้ง


    "โอกาสหนึ่งครั้งในชีวิต บุรุษวัยเยาว์เจ้าจงเลือกด้วยตัวเองเถอะ"


    !!!ติ๊ก


    เสียงกดหมากลงบนโต๊ะหินดังขึ้นอีกครั้ง


    "จะเป็นศิษย์แห่งเราย่ำฟ้าเพื่ออยู่เหนือผู้คน เป็นปราชญ์เมธีล้ำค่าใช้ชีวิตเพื่อสรรพชีวิต หรือ จะจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความแค้นหมุนวนไม่รู้จบ"


    .


    .


    .


    จางหมิงจดจ้องมองผู้ชรา นัยน์ตาไม่อาจปกปิดความเจ็บแค้น มันพูดกล่าว


    "ท่านรู้" พูดไปน้ำตาของจางหมิงก็รินไหล


    ฉินเทียนกล่าวตอบ


    "ข้ารู้ เพราะเช่นนั้นข้าจึงให้เจ้าตัดสินใจ"


    ไม่ช้าตัวมันก็หยุดเล่นหมากลอยตัวโบยบิน มือไพล่หลัง และด้วยจิตตานุภาพอันเหนือล้ำ ตัวมันจึงแลดูคล้ายผู้สูงส่งและเหนือล้ำเกินจะกล่าว


    ฉินเทียนจดจ้องมองไปที่จางหมิง ที่ตอนนี้อยู่ด้านหน้าปลายเท้าของมัน ก่อนจะพูดกล่าวย้ำซ้ำอีกครั้ง


    .


    .


    .


    "เส้นทางแห่งปราชญ์เมธีต้องอยู่เหนือความแค้นและความโลภในจิตใจ วิถีแห่งการครองใจคนอยู่ที่เมตตา"


    "บุรุษวัยเยาว์เจ้าจงเลือกเอาเถอะหนึ่งในสองเส้นทางนี้คือวาสนาในการได้เป็นศิษย์เรา"


    .


    .


    .


    ฉินเทียนพูดกล่าวราวกับว่า หากจางหมิงเลือกผิด ชีวิตนี้ของมันจะมิมีโอกาสได้เลือกอีก


    หากแต่จางหมิงหารู้ไม่ ไม่ว่ามันจะเลือกทางไหน ไอ้มิจฉาชีพผู้นี้ก็จะยังรับเอ็งเป็นศิษย์เหมือนเดิม เพราะมันต้องการเพียงสมบัติวิเศษเท่านั้น!!! ไอ้มิจฉาชีพเอ๊ย


    'วันนี้เหนื่อยเหมือนกันแฮะ กว่าจะคิดบทพูดตั้งมากมาย พร้อมไอเดียพร๊อพโต๊ะหินกับบทเล่นหมากสุดเท่ห์ ข้านิช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ชีวิตที่แล้วข้าน่าเลือกเรียนการแสดงไม่ก็ผู้กำกับน่าจะรุ่งกว่าวิศวะเคมี ที่ต้องไปอยู่กลางทะเลบ่อยๆ เห่อ... ไอ้หนุ่มหากเอ็งเลือกแก้แค้นข้าจะให้เคล็ดวิชาสาย [เบอร์เซิร์กเกอร์] นักรบวิปลาสแก่เอ็ง หากเอ็งเลือกปล่อยวางความแค้น ข้าจะให้เคล็ด [ห้าธาตุ] ก็แล้วกันเรียนๆ ไปเถอะอันไหนก็ไม่ต่างกัน คิกคิก'


    ฉินเทียนพูดกล่าวในใจพร้อมรอจางหมิงตัดสินใจ


    ไม่ว่าอย่างไรวันนี้มันก็ต้องรับจางหมิงเป็นศิษย์ให้ได้


    เพราะมันมีภารกิจศาลเทพสวรรค์เป็นเดิมพัน กับของวิเศษอีกหนึ่งชิ้น


    นอกจากนั้นหลังจากตัวมันท่องไปในห้วงอดีตของจางหมิง มันก็ได้เห็นน้องสาวของมันที่จากกันไปนาน!!!หลงหลิน


    ฉินเทียนรับรู้ได้ว่าตัวมันจำเป็นต้องลงไม้ลงมือทำอะไรกับสักอย่างกับไอ้พวกจัญไรบ้างแล้ว


    คล้ายกับเรื่องศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ ที่คุณอ่าน