ภายในห้องวอร์รูม เหนือโต๊ะกลมสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องซึ่งมีอุปกรณ์อิเลคทรอนิคติดตั้งอยู่เต็มไปหมดได้มีการฉายภาพโฮโลแกรม 3 มิติขึ้นมา
ภาพโฮโลแกรม 3 มิตินี้เป็นภาพของประตูมิติลูกทรงกลมรัศมีแสงสีม่วงทั้ง 7 ประตู ซึ่งเรียงตัวกันตามตำแหน่งของกลุ่มดาวหมีใหญ่หรือก็คือกลุ่มดาวกระบวยนั่นเอง
ภาพโฮโลแกรม 3 มิติที่ปรากฏขึ้นมานี้มีความชัดเจนยิ่งกว่าที่จูหงเฟยเคยเห็นในหนังไซไฟไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ชัดเจนชนิดที่ไม่รู้จะเรียกว่ากี่อภิมหาเมกะฟิกเซลดี
ท่านนายพลจางเฉินเมื่อเห็นจูหงเฟยเข้ามาในห้องแล้วเขาก็เดินไปที่โต๊ะกลมสีขาวตัวนั้น แล้วทำการวาดมือขึ้น จากนั้นภาพประตูมิติลูกทรงกลมออร่าแสงสีม่วงภาพหนึ่งก็ขยายขนาดขึ้นมาจนมีขนาดใหญ่ถึงประมาณ 1.00 เมตร
ท่านนายพลจางเฉินกล่าวกับจูหงเฟยว่า "ท่านผู้อาวุโสจูครับ นี่คือภาพของประตูมิติที่ลอยตัวอยู่เหนือเกาะไต้หยาน ซึ่งอยู่ใกล้กับแผ่นดินใหญ่ประเทศจีนาของเราที่สุดครับ เกาะไต้หยานกับแผ่นดินใหญ่ประเทศจีนาของเรานั้นถูกคั่นเอาไว้ด้วยช่องแคบไต้หยาน ซึ่งมีความกว้างโดยเฉลี่ยประมาณ 175 กิโลเมตรครับ"
จากนั้นท่านนายพลจางเฉินก็พิมพ์อะไรบางอย่างลงไปบนหน้าจอ 3 มิติ แล้วจึงปรากฎแผนที่โลกขึ้นมา โดยที่แผนที่โลกนั้นได้แสดงอาณาเขตของแต่ละประเทศและตำแหน่งที่ประตูมิติทั้ง 7 ประตูลอยตัวอยู่
"เราเรียกประตูมิติที่ลอยตัวอยู่เหนือเกาะไต้หยานว่า ประตูมิติไต้หยานครับ ส่วนประตูมิติอื่นๆก็เรียกตามชื่อของประเทศที่มีประตูมิติลอยอยู่ครับ สำหรับประตูมิติที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทรเราก็เรียกตามชื่อของมหาสมุทร เช่นประตูมิติแอตแลนติกครับ" ท่านนายพลจางเฉินอธิบาย
จูหงเฟยดูแผนที่โลก แล้วจึงเดินดูรอบๆภาพประตูมิติไต้หยานที่ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นมาด้วยความทึ่ง จากนั้นจูหงเฟยก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้พร้อมกับท่านนายพลจางเฉินและท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยางอย่างเงียบๆ เพื่อรอเวลาที่พวกเผ่าพันธุ์อสูรจะบุกข้ามมาในระลอกแรกด้วยใจระทึก
ขณะนี้เป็นเวลา 22 : 56 น. บรรดาท่านผู้นำ,ท่านปรมาจารย์ยุทธ์,ท่านผู้บัญชาการทางการทหารและทุกคนที่มีส่วนร่วมในองค์กร UN : SW ตลอดจนถึงเหล่ากำลังพลของกองทัพที่ปิดล้อมประตูมิติลูกทรงกลมออร่สแสงสีม่วงอยู่นั้น ต่างก็ตกอยู่ในสภาวะทางจิตใจที่ตึงเครียดเป็นอย่างมาก
แล้วในเวลา 22 : 58 น. ประตูมิติลูกทรงกลมออร่าแสงสีม่วง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 กิโลเมตรก็สว่างเจิดจ้าขึ้นในทันที สว่างจ้าถึงขนาดที่บรรดาทหารจากกองทัพที่ล้อมประตูมิติทั้ง 7 ประตูอยู่นั้นต้องหลับตาปี๋ พร้อมกับต้องรีบเบือนหน้าหนี
ส่วนทหารหลายนายที่ใช้กล้องอินฟาเรดมองกลางคืนส่องดูประตูมิติเหล่านั้นอยู่ ถึงกับต้องตาบอดลงไป เนื่องมาจากการขยายแสงในความมืดของกล้องอินฟาเรดเข้มข้นขึ้นมาอย่างฉับพลันนั่นเอง
เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆๆ....!!!!!!! เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆๆๆ....!!!!!!! เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆ....!!!!!!! เปรี้ยงๆๆๆๆๆๆ....!!!!!!!
เสียงที่ดังเหมือนกับเสียงฟ้าฝ่าก็ดังสนั่นออกมาจากประตูมิติทั้ง 7 ประตู จนได้ยินไปไกลถึง 5,200 กิโลเมตร ซึ่งดังมากกว่าเสียงที่เคยดังที่สุดในโลกจากการระเบิดของภูเขาไฟ *กรากะตัว* ที่ได้ยินไปไกลถึง 4,800 กิโลเมตรเสียอีก
จากนั้นออร่าแสงสีม่วงที่เปล่งออกมารอบทิศทางจากประตูมิติทั้ง 7 ประตูนั้นก็ค่อยๆอ่อนแสงลง แล้วยุบหายเข้าไปในประตูมิติรูปทรงกลมสีม่วงทั้ง 7 ประตู
ในขณะนี้ประตูมิติลูกทรงกลมสีม่วงทั้ง 7 ประตูนั้นไม่มีออร่าแสงสีม่วงเปล่งออกมาอีกแล้ว จะมองเห็นก็เป็นเพียงลูกทรงกลมสีม่วงขนาดยักษ์ที่มีผิวเป็นเหมือนกับคลื่นน้ำในทะเลสาบสีม่วงเท่านั้น
แว็บ..!!!!!! แล้วฝูงอสูรฝูงหนึ่งก็ทยอยกันบินออกมาจากประตูมิติไต้หยาน
จูหงเฟย,ท่านนายพลจางเฉินและท่านปรมาจารย์ยุทธ์แห่งอัคคีหลินหยาง รีบกระโดดจนตัวลอยขึ้นจากเก้าอี้ แล้ววิ่งเข้าไปจ้องมองภาพโฮโลแกรม 3 มิติอย่างใกล้ชิดในทันทีโดยที่ไม่ต้องนัดหมาย
"นะๆๆๆ..นั่นๆๆ..นั่นมันผึ้งนี่ครับ ผึ้งสีแดง แถมยังมีปีกตั้ง 6 ปีกอีกด้วย..มะๆๆ..มัน..มันออกมาจากประตูมิติกันเยอะแยะเลย.." จูหงเฟยระล่ำระลักออกมา เมื่อท่านนายพลจางเฉินขยายภาพของฝูงอสูรเหล่านั้นขึ้นมา
"ท่านผู้อาวุโสจูขอรับ พวกมันคืออสูรสายพันธุ์ผึ้งแดงมรณะ ขอรับ พวกมันแต่ละตัวมีขนาดประมาณสุนัขพันธุ์ *โกเด้น รีทีฟเวอร์* บนโลกสีน้ำเงินใบนี้ขอรับ"
"พวกมันเป็นอสูรพื้นฐาน หรือก็คือพวกอสูรแรงค์ E ขอรับ แต่ที่ทำให้พวกมันอันตรายเป็นอย่างมากก็เพราะพวกมันรุมโจมตีกันเป็นกลุ่มขอรับ" ลุงอัคคีหลินของจูหงเฟยอธิบายออกมา
ในตอนนี้ฝูงอสูรผึ้งแดงมรณะได้ทยอยกันบินออกมาจากประตูมิติไต้หยานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆในทุกทิศทางรอบประตูมิติลูกทรงกลมยักษ์
ไม่ถึง 2 นาทีต่อมา เครื่องบินรบขับไล่รุ่น F-16 , เครื่องบินรบขับไล่รุ่น Mirage และเครื่องบินรบขับไล่รุ่น Chin-Kuo ของกองทัพอากาศแห่งเกาะไต้หยานจำนวน 100 ลำ [ จากที่มีอยู่ทั้งหมด 288 ลำ ] ก็บินมาถึงประตูมิติไต้หยาน
เครื่องบินรบทั้ง 100 ลำได้ทำการบินโฉบเข้ายิงจรวดมิสไซล์โจมตีไปที่ประตูมิติไต้หยาน และยิงกระสุนปืนกลอากาศยานเข้าใส่ฝูงผึ้งแดงมรณะที่กำลังบินอยู่รอบๆประตูมิติใต้หยาน ตามแผนยุทธวิธีที่ได้เตรียมการมาในทันที
จรวดมิสไซล์สารพัดชนิดจากเครื่องบินรบขับไล่ของเกาะไต้หยานนั้นไม่สามารถที่จะทำอะไรประตูมิติไต้หยานได้เลย จรวดมิสไซล์เหล่านั้นเมื่อปะทะเข้ากับผิวคลื่นน้ำสีม่วงของประตูมิติไต้หยานแลัว พวกมันก็จะทะลุผ่านประตูมิติไต้หยานที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 กิโลเมตรไปยังอีกฝั่งของประตูมิติในทันที คือทะลุผ่านไปเฉยๆในทันทีทันใด ยิงเข้าฝั่งนี้ก็ทะลุออกฝั่งโน้น ยิงเข้าจากข้างล่างก็ทะลุออกข้างบน ยิงเข้าจากทางซ้ายก็ทะลุออกทางขวา
--ใช้จรวดมิสไซล์แตกอากาศ--
มีคำสั่งของท่านผู้บัญชาการกองทัพอากาศ จากศูนย์บัญชาการ 3 เหล่าทัพ ส่งไปถึงนักบินรบบนเครื่องบินรบขับไล่ทั้ง 100 ลำนั้นในทันที
เครื่องบินรบขับไล่ทั้ง 100 ลำต่างก็ทำการระดมยิงจรวดมิสไซล์แตกอากาศเข้าใส่ผิวคลื่นน้ำสีม่วงของประตูมิติใต้หยาน
อนึ่ง. จรวดมิสไซล์แตกอากาศก็คือ จรวดมิสไซล์ที่จะมีการจุดระเบิดก่อนที่จะถูกเป้าหมาย คือไม่จำเป็นต้องยิงให้โดนเป้าหมายก่อนถึงจะเกิดการระเบิด เป็นจรวดมิสไซล์ที่เน้นการทำลายในวงกว้าง
ตู้มๆๆๆๆ....!!!! ตู้มๆๆๆๆ....!!!!
ผลก็ยังคงออกมาเหมือนเดิม คือสะเก็ดของระเบิดจากจรวดมิสไซล์แตกอากาศทะลุผ่านประตูมิติไต้หยางไปออกอีกฝั่งเหมือนเดิม
แต่ผึ้งแดงมรณะอีกฝั่งของประตูมิติไต้หยานที่มิสไซส์แตกอากาศทะลุออกมา ตัวไหนที่โดนแรงอัดและสะเก็ดระเบิดจากจรวดมิสไซล์แตกอากาศโจมตีเข้าใส่ ต่างก็ต้องตกตายแล้วล่วงลงสู่พื้นโลกในทันที
--เครื่องบินรบขับไล่ทุกลำ หยุดการโจมตีทำลายประตูมิติใต้หยาน แล้วให้ทำการไล่ล่าสังหารผึ้งแดงมรณะ ก่อนที่พวกมันจะรวมฝูงกันได้ เดี๋ยวนี้..!!!-- คำสั่งจากศูนย์บัญชาการ 3 เหล่าทัพดังขึ้นมาอีกครั้ง
--รับทราบครับผม-- เหล่านักบินของเครื่องบินรบขับไล่ทั้ง 100 ลำต่างก็ตอบรับคำสั่ง
--กองพลรถถัง เดินหน้าได้--
--กองพลปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน,กองพลยานเกราะขีปนาวุธเคลื่อนที่ เตรียมพร้อมให้การยิงสนับสนุน--
--รับทราบครับผม-- บรรดานายทหารของกองทัพแห่งเกาะไต้หยานต่างก็รับคำสั่งและปฏิบัติการในทันที
"สู้ๆ..สู้ๆ..สู้โว้ยๆๆๆ..!!!" ถึงจูหงเฟยจะไม่เข้าใจในยุทธวิธีการรบของทหาร แต่เขาก็ยกไม้ยกมือ แล้วส่งเสียงเชียร์เย้วๆให้กับเครื่องบินรบขับไล่เหล่านั้นอย่างสุดใจขาดดิ้น..