บทที่ 57
นทีที่ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่มากนัก เขาเดินตรงไปยังเจนนิเฟอร์อย่างเดียว เหล่าหน่วยอารักษ์ขามากมายต่างปลิวกระจัดกระจายไปคนละทิศละทางหลังจากที่พวกเขาวิ่งเข้ามาเพื่อขัดขวางผู้บุกรุก นทีเดินเข้าไปเรื่อยๆจนตอนนี้เขาก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าของเจนนิเฟอร์แล้ว“เล่นซะให้ข้าเป็นห่วงเจ้าแทบแย่เลยนะ.. เจ้าคู่หมั่นตัวป่วน.. ทานนี้ซะก่อน” นทีพูดออกไปพร้อมกับหยิบเม็ดยาขึ้นมาหนึ่งเม็ดก่อนจะยัดเข้าปากของเจนนิเฟอร์ที่กำลังนอนสลบอยู่ เหตุการณ์นี้มันสร้างความสับสน และประหลาดใจให้กับใครหลายๆคนที่อยู่ตรงนั้น เหตุการณ์ต่อจากนี้มันเป็นเหตุที่ใครหลายๆคนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง จู่ๆร่างกายของเจนนิเฟอร์ที่มีแผลเลือดไหลก็ปิดสนิท กระดูกที่แตกก็ถูกเชื่อมผสานกัน และแล้วเจนนิเฟอร์ก็ฟื้นขึ้นมา ท่ามกลางความมึนงงของทุกๆฝ่าย“เอ๊ะ!! เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ... จริงซิ มีผู้ก่อความไม่สงบนี่ ... คุณพ่อเป็นยังไงบ้างค่ะ แล้วคุณเป็นใครกันละเนี่ย.. มึนไปหมดแล้ว” เธอกล่าววนไปวนมาอยู่อย่างนั้น คนอื่นๆเองก็ไม่ต่างกันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ในตอนนี้“เห้อ... ฉันมารับตัวเธอไปอยู่ในสถานที่ที่เธอควรจะไปอยู่นะ โปรดตามมา...” เจนฟังสิ่งที่ชายคนนั้นพูด เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย จู่ๆคนที่พึ่งเคยเจอกันจะมาขอให้ไปด้วยมันก็ยังไงๆอยู่ เธอจึงเอ่ยถามออกไปก่อน“แล้วนายเป็นใครกันล่ะ ไม่คิดจะตอบคำถามอะไรฉันแล้วยังมีหน้าจะให้ฉันตามไปอีก.. หรือว่านายคือผู้ก่อการร้ายพวกนั้น” เธอพูดออกมาเสียงสั่นๆในตอนสุดท้ายก่อนจะเดินไปหลบอยู่ที่ด้านหลังของพ่อเธอ“พ่อค่ะ เขาเป็นใครกันละคะ ใช่คนของพ่อหรือเปล่า” ประธานาธิบดีก็ยังอึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ เขาเชื่อมาเสมอว่าสิ่งที่เขารู้มันน่าจะไม่มีอะไรที่น่าตกใจอย่างนี้ หรือจะคาดเดาได้อีกทางหนึ่งว่าชายคนนี้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแต่มันก็เป็นไปแทบจะไม่ได้เลย เพราะเขารู้ดีว่าเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมันเป็นอย่างไร ถ้าจะมีมันก็ต้องเป็นอุปกรณ์ที่สามารถเบี่ยงกระสุนได้เท่านั้น แต่ชายคนนี้กลับทำให้มันหมุนย้อนกลับไปได้ มันเหมือนกันว่าเขาสามารถควบคุมได้ทุกสิ่ง “ฉันเหรอเป็นใคร.. ฉันคิดว่าอีกไม่นานเธอก็รู้เอง.. แต่ตอนนี้ความปลอดภัยของเธอคือสิ่งที่สำคัญที่สุด อยู่กับพวกนี้เธอได้ตายเอาแน่..” นทีพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจอะไรเลย หน่วยของทหารที่ว่าเก่งที่สุดในโลกกลับถูกนทีดูถูก และแน่นอนว่ามันย่อมมีคนไม่พอใจ หนึ่งในนั้นคือตัวของประธานาธิบดีเอง“ให้มันน้อยๆหน่อย หน่วยอารักษ์ขาของประเทศนี้ถูกยอมรับว่าเก่งกาจที่สุดในโลก พวกเขาก็มีศักดิ์ และศรีเหมือนกัน... ฉันไม่รู้หรอกว่านายทำอย่างนั้นได้อย่างไร แต่ถ้านายไม่ใช้อุปกรณ์หรือพลัง นายมันก็ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาหรอกนะ” ประธานาธิบดีกล่าวออกมาเพื่อปกป้องเกียรติ์ของลูกน้อง“เหอะ.. คุณแน่ใจจริงๆเหรอครับ ท่านประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่.. ในโลกใบนี้มันยังมีอีกหลายๆสิ่งที่คุณยังไม่รู้.. เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน.. ใครหรืออุปกรณ์ไหนสามารถทำอย่างนี้ได้หรือเปล่า” นทีกล่าวถามกับประธานาธิบดีที่ไม่รู้จักโลกกว้าง และเขาก็ทำในสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงอีกครั้งหนึ่ง ม่านอากาศถูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากท้องฟ้าที่ดูสดใสกลับมืดครึ้มดำทะมึนขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ผู้คนที่พบเห็น มันต่างก็ตกใจวิ่งหนีเข้าไปยังตึก และอาคารต่างๆที่อยู่ใกล้ๆนั้น บนท้องฟ้าปรากฏเป็นชายชุดดำหลากหลายชีวิต ดูรวมๆแล้วมันน่าจะมากกว่าหนึ่งแสนคน พวกเขากำลังลอยตัวกันอยู่“คุณท่านเรียกพวกข้ามาหรือขอรับ..” มันเป็นเสียงของกานต์รุ่นที่เก้า หรือหัวหน้ายมทูต และยังเป็นยมทูตอาวุโส ที่ยังสามารถทำหน้าที่นี้ได้อยู่จนถึงปัจจุบัน“ก็ใช่นะซิ.. ทำยังไงก็ได้ให้เธอปลอดภัยมากที่สุด.. ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เธอจะต้องรอด เราจำเป็นต้องมีเธอ.. และอย่าได้หลงลืมไป เธอคนนี้คือ บุตรีแห่งจันทรา”นทีพูดจบเขาก็หันหลังจากไป ด้วยการหายตัวไปเฉยๆซะอย่างงั้น เหล่ายมทูตลงมายังภาคพื้นดินกันทุกคน พวกเขาต่างทำการลบความทรงจำบางส่วนของคนที่เห็นเหตุการณ์ออกไป ส่วนตัวของกานต์ รุ่นที่เก้า นั้นเดินตรงเข้าไปหาประธานาธิบดีที่ตอนนี้มีเหล่าหน่วยอารักษ์ขา ที่พร้อมจะปกป้องเจ้านายของตนถึง 20 ชีวิต“ถ้าเป็นในยามปกติ ข้าคงจะทักทายท่านอย่างให้ความเคารพมากกว่าตอนนี้ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันกลับไม่ใช่อย่างนั้น.. จริงๆพวกเราเนเมสันก็ไม่ได้อยากทำอะไรที่รุนแรงมากนัก เอาเป็นว่าเรามานั่งพูดคุยกันดีๆจะดีกว่ามั้ยท่านประธานาธิบดี โจนาธาน”กานต์รุ่นที่เก้ากล่าวออกมาพร้อมกับเสกให้โต๊ะ และเก้าอี้ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า โจนาธานที่ได้เห็นเหตุการณ์อันหน้าเหลือเชื่อนี้ ก็ไม่ได้ตกใจอะไรมากเหมือนครั้งที่ผ่านมา แล้วเขาก็พูดขึ้นว่า“เห้อ.. หวังว่ามันจะเป็นเรื่องสุดท้ายแล้วนะที่จะทำให้ตกใจมากขนาดนี้” เขาเอ่ยกล่าวกับเหล่าหน่วยอารักษ์ขาให้เปิดทาง เพื่อที่จะได้เข้าไปพูดคุยกับชายชุดดำ“เราวางใจไม่ได้นะครับท่าน... คนพวกนี้เป็นใครเราก็ยังไม่รู้เลย ผมว่าเราควรที่จะระวังตัวไว้ก่อน แล้วรอทางกองทัพเข้ามาช่วยจะดีกว่าครับท่าน” หัวหน้าหน่วยกล่าวออกมา“ไม่เห็นหรือยังไงว่าคนของพวกมันมีมากเท่าไหร่ อเมริกาจะไม่ต่อรองกับผู้ก่อการร้าย แต่ครั้งนี้คงต้องยกเว้นเอาไว้สักครั้งหนึ่งก็แล้วกัน” ประธานาธิบดีเดินเข้าไปยังโต๊ะที่ถูกจัดอยู่กลางสี่แยกของถนน กานต์รุ่นที่เก้าเองก็เอ่ยชวนให้เจนนิเฟอร์มานั่งด้วยกัน“เชิญขอรับ ท่านเทพี...” เขากล่าวออกมาก่อนจะยกเก้าอี้ให้เธอนั่งตามมารยาท และเขาก็ทำการเสกขนมนมเนยออกมา เพื่อเอาไว้ใช้ทานกันในระหว่างสนทนา“บอกเราซิว่าทางคุณต้องการอะไรถึงได้ทำอย่างนี้.. พวกคุณคือองค์กรเนเมสันที่พึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกใช่มั้ย พวกคุณทำเพื่ออะไรกันแน่”ในตอนแรกที่โจนาธานได้ยินก็แอบตกใจ เพราะองค์กรที่พึ่งถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่นี้ ได้ทำการแทรกซึมเข้ามายังเจ้าหน้าที่สำคัญๆของประเทศชั้นนำทั่วโลก แม้แต่สายลับของอเมริกาที่ขึ้นชื่อเรื่องของความซื่อสัตย์บางคนยังแปรพรรค เขาอยากจะรู้จริงๆว่าองค์กรนี้ต้องการอะไรกันแน่ เพราะเหมือนยิ่งหาข้อมูลก็ยิ่งหายไปมากเท่านั้น“จริงๆ ข้ามีแผนอยู่แล้วว่าจะเข้าไปหาเจ้าด้วยตัวเอง... แต่จะว่าไปแล้ว เจ้านี่ก็คำถามเยอะดีนะ.. ก่อนอื่น ข้าขอแนะนำตัวเองก่อนก็แล้ว.. ข้าคือผู้นำองค์กรเนเมสัน.. ยมทูต กานต์ รุ่นที่ 9 ยินดีที่ได้พบ” อีกด้านหนึ่ง นทีได้วาร์ปมายังอีกจุดที่ห่างไกล มันเป็นป่าที่ดูลึกลับ ต้นหญ้านานาพันธุ์ขึ้นกันให้เห็นอย่างหนาตา นทีก้าวตรงไปได้เพียงก้าวเดียวก็มีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง“ท่านมารับข้าน้อยแล้วหรือขอรับ...” ลักษณะของคนที่กล่าวออกมา ไม่ต่างอะไรจากคนที่อยู่แต่หลังเขา การแต่งกายที่ดูเหมือนกับคนป่า แต่เมื่อนทีเห็นชายคนนี้ เขาได้แต่ยิ้ม และก็พูดขึ้นมาว่า“เจ้าคงรู้อยู่แล้วซินะ ก็สมกับเป็นเจ้าดี บุตรแห่งการทำนาย...” นทีกล่าว