Chapter 14
เสียงดังโหมราวกับเสียงเครื่องดูดฝุ่นขนาดั์ทำให้ทุกคนในห้องเรียนต่างก็สะดุ้งโหยง
เมื่อเสียงนั้นเงียบลงก็กลายเป็ความวุ่นวายจากนักเรียนในห้องซึ่งถามถึงที่มาของเสียงเเละพยายามหาเเนวร่วมว่าตนนั้นไม่ได้คิดไปเองคนเดียวภายในห้องทุกคนนั้นเริ่มกระวนกระวายเเละอยู่ไม่สุขเเต่ก็ได้หัวหน้าห้องซึ่งยังใจเย็นช่วยคุม สถารการณ์เอาไว้เตือนสติว่ามันไม่มีอะไร
หลังจากนั้นไม่นานนักเสียงจากวิทยุก็ดังขึ้นมาด้วยเสียงที่คุ้นเคย เ้าของเสียงนั้นคือผู้อำนวยการโฮบาร์
“เทสๆ คงได้ยินกันนะ พวกคุณคงจะได้ยินเสียงเเปลกประหลาดที่ดังขึ้นกันใช่ไหม”
นักเรียนในห้องรวมไปถึงไมเคิลพงกหัวไปทางลำโพงซึ่งเป็ต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้ตงิดใจเลยเเม้เเต่น้อยว่าเ้าของเสียงจะเห็นการผงกหัวข้างต้นหรือไม่
“พวกคุณไม่ต้องกังวลใจไปมันเป็เพียงเเค่เสียงของอุปกรณ์สายตรวจจากทางตำรวจที่มีปัญหานิดหน่อยเท่านั้นเลยส่งคลื่นเสียงออกไปบริเวณรอบๆ ผมขอโทษเเทนพวกเขาที่รบกวนพวกคุณด้วยเเล้วกัน เเต่ไม่ต้องกังวลใจไปไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น เเละสำหรับนักเรียนที่คิดจะเเง้มมู่ลี่ดูผมขอบอกไว้เลยว่าข้างนอกไม่มีอะไรหรอกถ้าขนาดนักเรียนยังเห็นอุปกรณ์คนที่พวกเขา้าจะสืบหาเบาะเเสคงจะหนีไปตั้งเเต่เห็นเครื่องมือนั้นเเล้วดังนั้นเสียเวลาเปล่า ผมมาเเจ้งเเค่นี้เเหละ
วันนี้พวกคุณอาจจะได้ยินเสียงเห็นหน้าผมบ่อยหน่อยเเต่ก็ขอให้พวกคุณทนเอาหน่อยเเล้วกันหน้าเเละเสียงของผมคงไม่เหมือนคนเเก่บ้าน้ำลายในสายตาของพวกคุณหรอกนะเเล้วผมหวังว่าพวกคุณจะไม่คิดกับผมอย่างนั้น”
เเล้วเสียงของผู้อำนวยการก็กลับไปเป็เสียงซ่าๆคล้ายวิทยุ ก่อนจะดับไป
ทุกคนในตอนนั้นต่างคิดไปเองว่าเสียงจากวิทยุนั้นดังบอกทุกคนทุกห้องเเละระดับชั้นเเต่ความจริงนั้นไม่ใช่ เสียงวิทยุเเละเสียงคล้ายเครื่องดูดฝุ่นนั้น เกิดขึ้นเเค่เพียงห้องเรียนของ ไมเคิลเท่านั้น ซึ่งอิกซ์ก็รู้ด้วยเหมือนกัน เพราะพลังเวทอันดำมืดนั้นมุ่งเป้ามาที่ที่ตนเเละห้องนี้อย่างชัดเจน
ทว่าอิกซ์เลือกที่จะไม่พูดอะไรเพื่อไม่ให้ไมเคิลวิตกกังวลไปมากกว่านี้และยังทำตัวสบายใจตามไมเคิลเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ลึกๆภายในยังคงเฟ้าระเเวดระวังเอาไว้ตลอด
ปึก…ซ่า
โฮบาร์กดปุ่มปิดไมค์ตรงแผงควบคุมการส่งเสียงตามสายทางวิทยุเสียงซ่าดังไปสักพักก่อนจะเงียบลงเขาเดินหันหลังออกมาพร้อมกับหยิบคทาไม้สักในคราบไม้เท้าที่พิงวางอยู่ใกล้มือเหมือนทุกครั้งที่ถือไม้เท้าตลอดไม่ใช่ว่าเพราะเขาเดินไม่ไหวเเต่เพราะมันค่อนข้างสะดวกเวลา้าจะใช้เวทมนตร์หรือทำอะไรเเละมันก็เป็นิสัยติดตัวของเขาตั้งเเต่ที่ได้รับคทามาเเล้วด้วยเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตุ
อีกอย่างอาร์ติเเฟคชิ้นใหญ่เเบบนี้หากไม่พรางตาเอาไว้คงยากที่จะซ่อนจากสายตาของคนปกติทั่วไป
“ขอบใจมากนะ”
โฮบาร์กล่าวขอบคุณครูอีกท่านหนึ่งซึ่งปกติเเล้วจะประจำอยู่ที่ห้องโสตคอยเปิดปิดเเละดูเเลเื่เสียงรอสายเเละประกาศหลายๆอย่างของทางโรงเรียนเป็เพราะครั้งนี้เขาขอใช้ห้องเเบบกระทันหันเเถมยังเจาะจงเเบบไม่สามารถบอกเหตุผลออกไปได้อีกเเต่ถึงอย่างนั้น คุณครูที่ประจำห้องโสตคนนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร
ครูทุกคนในไฮสคูลเเม้กระทั่งภารโรงต่างรู้ดีว่าโฮบาร์ไม่เคยทำอะไรไร้เหตุผลหรือเอาอารมณ์เป็ที่ตั้งเเถมยังบริหารโรงเรียนอย่างมีหลักการเเละวางรากฐานเป็ระเบียบเเบบเเผนอันเกิดประโยชน์แก่โรงเรียนเขาทำการสานต่อสิ่งที่เป็ประโยชน์จากผู้อำนวยการคนก่อนมากมายเพราะอย่างนั้นคุณครูส่วนใหญ่ในโรงเรียนจึงให้ความเคารพกัน
“ไม่เป็ไรหรอกครับผมยินดี ว่าเเต่ เสียงแปลกประหลาดอะไรเหรอครับทำไมผมไม่เห็นได้ยิน”
“เป็เสียงอุปกรณ์นั่นเเหละ คือผมเดินผ่านพอดีน่ะ ได้รับเเจ้งจากกระทรวงด้วยว่าจะมีเสียงรบกวนจากห้องนั้นผมเลยเตือนเอาไว้ก่อนกลัวว่านักเรียนจะใ”
โฮบาร์โกหกด้วยเสียงราบเรียบ
“อ๋อ งั้นเหรอครับ หวังว่าตำรวจจะเก็บเบาะเเสได้เร็วๆนะครับวันนี้บรรยากาศดูอึมครึมมากเลยจากที่ผมเห็น”
“ผมก็คิดอย่างนั้นเเละหวังให้ทางตำรวจถอยทัพออกไปพร้อมสิ่งที่เป็ประโยชน์เช่นกันครับเอาล่ะ ผมขอตัวก่อนดีกว่า”
โฮบาร์ตอบกลับเื่เเต่งของตนเองก่อนจะขยับเนคไทให้เข้ารูปตามเดิมเเล้วจึงขอตัวเดินออกมาจากห้องโสต
จนเมื่อออกมาจากห้องโสตเเละเห็นว่าไม่มีใครเเล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้าเล็กๆ
ไม่ชอบเลยนะต้องมาโกหกเเบบนี้
อย่างที่เคยว่าเอาไว้ก่อนหน้าปกติเขาไม่ใช่คนที่เคร่งเเละทำหน้าเรียบเฉยตลอดเวลาเพื่อให้เข้ากับสูทรัดเเน่นดูมีภูมิฐานเเต่ด้วยความเครียดเเละกังวลสะสมอันเกิดมาจากการพยากรณ์ที่เผยให้เห็นใบหน้าของวอยด์ทำให้เขานั่งไม่ติดมาตั้งเเต่เมื่อคืน
ความสัมพันธ์ของเขาเเละวอยด์นั้นค่อนข้างที่จะซับซ้อนเท่าที่โฮบาร์นั้นจำได้พวกเขาทั้งสองพบกันที่เเรกคือตอนที่เกิดเหตุวางะเิเมื่อยี่สิบปีก่อนในตอนนั้นเขายังเป็เเค่บุคลากรครูอาจารย์ทั่วไปเท่านั้นเบื้องหน้าข่าวประกาศบอกว่าเป็อุบัติเหตุน้ำมันรั่วไปผสมกับดินปืนจนเกิดะเิเเต่ความจริงเื่ที่เกิดขึ้นก็เป็เพราะเวทมนตร์ทั้งสิ้น หากพูดให้ถูกก็เป็เพราะเขาเเละวอยด์สองคน
คืนวันนั้นเป็คืนที่ไม่มีดาวเเละเเสงจันทร์มีเพียงเเสงประกายเเวบไปเเวบมาพร้อมกับการปะทะกันโดยไม่ใช้หมัด ศอก หรือเเม้กระทั่งอาวุธเขายังจำได้ดีราวกับย้อนไปมองดูสถาณการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอีกครั้งด้วยสายตา
ในตอนที่เขายังเป็เพียงเเค่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่เที่ยงตรงเเละรักในความถูกต้องค่ำวันนั้น เขาได้พบกับชายคนหนึ่งที่น่าจะอายุพอๆกันสวมเสื้อคลุมสีดำจนเเทบเเยกไม่ออกกับความมืดมิดในยามราตรีมือจับสายเชือกที่มัดชายกลุ่มหนึ่งเอาไว้ เเต่เเม้จะมืดเเค่ไหนโฮบาร์กลับััได้ถึงเเววตาเคียดเเค้นเเละ้าที่จะทำลายอยู่อยู่ภายใน ั์ตาสีเหลืองคู่นั่น
เเน่นอนว่าไม่มีทางที่เขาจะเดินจากไปทั้งอย่างนั้นไม้เท้าที่เขาใช้มาตั้งเเต่ยังเล็กเถูกเคาะเเละเเปรเปลี่ยนเป็ไม้คทาฟาดสายฟ้าสีขาวพุ่งทะยานไปหาศัตรูราวกับั มันพุ่งเข้าไปพลางส่งเสียงเเปลบปลาบทำให้ชายคนนั้นต้องะโถอยออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้
โฮบาร์คาดการณ์เอาไว้เเล้วว่าอีกฝ่ายจะสวนกลับจึงตั้งท่าเตรียมรับมืออย่างทุลักทุเลเพราะประสบการ์ณในการต่อสู้เขาก็ไม่ได้มีมากอะไรขนาดนั้นเเต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็ไปตามที่คิดเอาไว้ ชายผู้นั้นยืนนิ่งเเสงที่มืดทำให้โฮบาร์ไม่กล้าที่จะขยับตัวตอบโต้อะไร เพราะในตอนนั้นเขาก็ยังเป็เพียงเเค่ผู้ละอองเวทในระดับผู้วิเศษเท่านั้นเเถมประสบการณ์การต่อสู้ก็ไม่ได้มากมายอะไร เขาไม่สามารถดูได้เลยว่าหากเข้าไปใกล้จะโดนทำร้ายไหมเดินไปจะถูกวางกับดักอยู่รึเปล่า จึงทำเพียงเเค่ร่ายคาถาปลดเชือกที่มัดชายกลุ่มนั้นออกจนพอคนกลุ่มนั้นวิ่งหนีไปจนลับสายตาเเล้ว ชายในชุดคลุมสีดำจึงเริ่มขยับเขยื้อน
ชายคนนั้นหยิบจี้สร้อยคอออกมาจากชุดคลุมสีดำนั้นเเละร่ายคาถาดึงละอองเวทในร่างกายออกมาสร้างลูกศรสีดำมืด โชคดีที่ยังพอมีประกายเเสงของลูกศร ทำให้มองเห็นวิถีการโจมตีได้โฮบาร์ขยับตัวหลบ การทำเเบบนั้นทำให้เขารู้ได้เช่นเดียวกันว่าคู่ต่อสู้ของตนนั้นไม่ใช่โจรหรือผู้ร้ายธรรมดา
“นายก็เป็ผู้วิเศษใช่ไหมหรือเป็นักเวท” โฮบาร์ถามหยั่งเชิงก่อนจะพึมพำคาถาออกไปอีกครั้งเขาร่ายลูกศรสีเขียวเข้มพุ่งไปที่เท้าของชายคนนั้นเเต่ด้วยความมืดทำให้เขาเล็งไม่ถนัดนักจึงทำให้ชายคนนั้นหลบลูกศรได้อย่างสบายๆเสียงเเหบพร่าเเละน่าขนลุกดังขึ้นหลังจากนั้น
“นาย ขัดขวางการลงทัณฑ์ เราผู้นี้ วอยด์ จักทำลายเเละเเก้เเค้นทุกสรรพสิ่ง”
นั้นคือคำๆเเรกที่ได้ยินก่อนที่จะเกิดการต่อสู้อย่างหนักหน่วงขึ้นโฮบาร์ในตอนนั้นไม่ได้เข้าใจเลยว่าวอยด์ทำไมต้องบุกเข้ามาทำร้ายตนอย่างนั้นเขาพยายามสู้กลับเท่าที่เป็ไปได้ งัดทุกลู่ทางออกมาใช้เพื่อปัดป้องการโจมตี
อาจจะเพราะโชคเข้าข้างในตอนที่โฮบาร์กำลังจะฝืนร่ายเวทครั้งสุดท้ายนั้นร่างของวอยด์ก็สลายหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงเงา
เเต่เื่กลับไม่จบเพียงเท่านั้นโฮบาร์ได้ต่อสู้กับวอยด์อีกหลายครั้งราวกับมีชะตาที่ผูกกันเอาไว้อย่างเหนียวเเน่น
โฮบาร์พัฒนาเเละเคยชินกับการต่อสู้ขึ้นมากโดยที่ไม่รู้ตัวอันที่จริงที่เขาขึ้นมาถึงระดับของผู้าุโได้ก็เป็เพราะวอยด์ด้วยซ้ำเเต่เขาก็ไม่คิดที่จะเรียกคนพรรณนั้นว่าอาจารย์เเน่ๆ มีหลายครั้งมากที่ทั้งสองต่อสู้กันเเทบเจียนตาย ความบาดหมางเริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อยๆจนทั้งคู่กลายเป็ศัตรูคู่เเค้น
โฮบาร์พัฒนาตัวเองขึ้นด้วยนิสัยที่เที่ยงตรงของตนเองจนในที่สุดก็ไดรับตำเเหน่งผู้อำนวยการมาเเล้วก็เป็่เวลาเดียวกับที่เขาสามารถเอาชนะวอยด์ที่มักจะโผล่มาก่อเื่วุ่นว่ายตั้งเเต่เล็กน้อยจนใหญ่โตโดยไม่สนใจวิธีการเเละคิดว่าเื่มันจะรุนเเรงมากเเค่ไหนได้สำเร็จ เเละนับตั้งเเต่ที่เขาเอาชนะวอยด์ได้ในวันนั้นก็ไม่พบชายในชุดคลุมซึ่งั์ตาเเละน้ำเสียงชวนขนลุกมีออร่าดำทะมึนที่ลอยออกมาตอดเวลาชวนให้รู้สึกไม่ดีเเละมีอาร์ติเเฟคที่เขาก็ยังไม่ทราบว่ามันคืออะไรอีกเลย
จนเวลาได้ผ่านมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน เขาคาดการณ์ไว้ว่าการที่วอยด์หายไปร่วมห้าปีเเละกลับมาอีกครั้งนั้นต้องเเข็งเเกร่งขึ้นอย่างมากเเน่ๆหากเทียบกับเขาที่ร่างกายเเก่ตัวลงด้วยความชราเเล้วก็ไม่มั่นใจว่าจะต่อสู้กับวอยด์ ตัวตนปริศนาผู้ที่ร่างกายคล้ายจะเป็ะได้อยู่หรือไม่ ต้องภาวนาขอให้เขาสามารถจบเื่นี้ได้ด้วยดีเเละหวังว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับโรงเรียนและนักเรียนของเขา
อนาคตข้าหน้า โฮบาร์ไม่รู้เลยว่าตำเเหน่งคู่ปรับคู่เเค้นเเละศัตรูตัวฉกาจนั้น จะถูกส่งต่อให้กับลูกศิษย์ของเขาที่ไม่เคยคิดฝันว่าตนเองจะมี
…
...
อีกด้านหนึ่ง อิกซ์กล่าวเป็อันจบเื่โดยรวมของดาววาร์ซาร์ดตามที่ได้เล่าอย่างยืดยาวไป
“เเล้วเื่ราวของดาววาร์ซาร์ดก็จบเเต่เพียงเท่านี้”
“สุดท้ายนายก็ตอบคำถามฉันจนครบจริงๆด้วยเเหะ น่าแปลกใจนะเนี่ย”
“เ้าก็อย่าลืมซื้อเ้าเเซลมอนซาชิมิที่เ้าเอามาล่อเราให้ด้วยเเล้วกันมันเป็สัญญา เราไม่มีทางยอมเสียทั้งเวลาเเละเสียงของเราไปง่ายๆหรอก” อิกซ์กล่าวพลางทวงสัญญา
ที่ความตึงเครียดของอิกซ์เเละไมเคิลนั้นลดลงไปพอประมาณเเล้วก็เพราะว่าพลังเวทที่พุ่งเข้ามาใกล้นั้นหยุดอยู่ตรงนั้นเเละไม่ขยับมาสักพักเเล้ว จากการคาดเดาของอิกซ์เเล้วพบว่าที่มาของพลังเวทนั้นไม่น่าจะสามารถโจมตีระยะไกลมาได้ถึง หรือถ้าหากจะพุ่งมาระยะเวลาเเค่สิบวิก็เพียงพอที่จะให้ตนนั้นสะบัดปีกสร้างเกราะป้องกันได้ทัน
“รู้เเล้วล่ะน่า จะซื้อให้ก็เเล้วกัน”
ไมเคิลตอบรับเเล้วหยิบกระติกน้ำข้างกายขึ้นมากินบ้าง
อันที่จริงไมเคิลไม่คิดที่จะซื้อเเซลมอนราคาเเพงหูฉี่ให้เ้านกอ้วนอย่างอิกซ์อยู่เเล้วเเต่เพราะไมเคิลจำได้ว่าซาร่าผู้เป็เเม่บอกตนว่าเย็นนี้จะกินอะไรต่างหากจึงตบปากรับคำมา
“เอาล่ะนายกลับไปนอนเล่นดีๆก่อนเเล้วกัน ครูมาเเล้ว”
“รู้เเล้วล่ะน่า”
อิกซ์ตอบรับก่อนจะกลิ้งตัวไปนอนตรงริมโต๊ะไม้ตามเดิมเป็เวลาเดียวกับที่ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์เดินเข้ามาในห้อง ปกติเเล้ววิชาวิทยาศาสตร์ที่คุณครูคนนี้สอนจะเรียนที่ห้องเเล็ปเพราะทุกคาบจะมีการทดลอง เเต่เพราะมาตรการระวังภัยที่ผู้อำนวยการประกาศทำให้ครูเขาต้องหอบของพะรุงพะรังเข้ามาสอนเเทนที่จะนั่งรออย่างสบายใจให้นักเรียนเข้าไปหา
ซึ่งอันที่จริงของส่วนใหญ่ก็เป็อุปกรณ์การทดลองทั้งนั้นเลยใช้เวลาพอสมควรในการจัดเตรียมอุปกรณ์วิทย์โดยมีนักเรียนในห้องช่วยคุณครูเขาด้วย อันที่จริงคุณครูจะสอนปากเปล่าเเละเปิดคลิปวิดีโอก็ได้เเต่ครูเขาไม่้าเเบบนั้น เเม้จะใช้ห้องทดลองไม่ได้เเต่ให้ััประสบการ์ณจริงบ้างก็ยังดี
นั่นคือสิ่งที่ครูคนนั้นพูดหลังจากที่มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งถามตอนที่ครูเขาต้องมาสอนที่ห้องในตอนที่ห้องเเล็บชำรุด
สิ่งที่ครูเขาเอามาด้วยคือกล่องพลาสติกประมาณสี่กล่องในนั้นมีขวดเเก้วเเละสารในกระเปาะพลาสติกบรรจุสารที่เตรียมมาประมาณสี่ชุดใส่เเยกอยู่ในกล่อง
เเต่ เเล้วสิ่งที่คาดเดาเอาไว้ก็เกิดขึ้นกับเขาจนได้
“ไมเคิล เลียม เคน จีน่าเดี๋ยวทั้งสี่คนออกมาหยิบชุดทดลองมาทำตามครูเป็ตัวอย่างให้หน่อยนะจ้ะ เดี๋ยวครูจะเป็คนทำให้ดูก่อนเเล้วพวกเธอทุกคนก็ดูทั้งสี่คนนี้ไว้เเล้วกัน เอาล่ะๆ จัดโต๊ะเป็สี่กลุ่มเลยจ้ะ”
คุณครูคนนั้นปรบมือสั่งนักเรียนอย่างรวดเร็ว
ไมเคิลไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นักที่จะต้องทดลองตามครูโดยให้คนอื่นๆในห้องดูไปด้วยไม่ใช่ว่าอาย เเต่การที่ทำอะไรโดยที่ไม่มีการวางเเผนมาก่อนนั้นทำให้เขารู้สึกทำตัวไม่ถูกโดยเฉพาะเเผงใส่สารหลากสียิ่งกว่าสายรุ้งที่ต้องผสมให้ถูกต้องตามที่ครูอธิบายเเต่ถึงอย่างนั้น จะปฏิเสธไปก็ไม่ได้อีกจึงเดินออกไปหยิบกล่องชุดการทดลองเเต่โดยดี
โชคยังดีที่ครูเขาอธิบายค่อนข้างละเอียดเลยใส่สารลงไปได้อย่างถูกต้องเเม้จะทำอย่างทุลักทุเลก็ตาม
หลายคนคงจะคิดว่าที่เขาทำได้เพราะเเบบนั้นเเต่ไม่ใช่เพราะครูอย่างเดียวหรอกที่ทำให้ไมเคิลทดลองได้อย่างถูกต้องครบถ้วนเเละสมบูรณ์เเบบ
“ใส่สารที่ห้าไงเล่าเ้าหูหนวกรึไง”
“รู้เเล้วน่าใส่อะไรต่อล่ะ ไม่สิ นายไม่ต้องพูดรบกวนเลยนะ”
“เดี๋ยวเ้าใส่เยอะไปเเล้ว! เพิ่มสารxxxเข้าไปเลยนะอยากให้มันกลายเป็น้ำขุ่นๆผิดพลาดๆรึไง”
“นายนั่นเเหละเงียบไปเลยเพราะนายนั้นเเหละฉันถึงไม่มีสมาธิน่ะ!”
นั่นคือส่วนหนึ่งของการโต้เถียงระหว่างเขาและอิกซ์อีกฝ่ายลุกขึ้นบินวนเวียนเเละเเนะนำตั้งเเต่ที่ย้ายโต๊ะมาติดกันเเละเริ่มทำการทดลองมันทำให้ไมเคิลนั้นรำคาญพอสมควร เเต่ยอมรับว่าที่มันพูดเจื้อยเเจ้วนั้นเป็ประโยชน์อย่างมากเด็กหนุ่มได้แค่ทำตามอย่างไม่เต็มใจด้วยเหตุนั้นปริมาณของเหลวจากการทดลองเลยเยอะกว่าคนอื่นนิดหน่อยเกิดจากที่ใส่เกินไปเล็กน้อยเเล้วอิกซ์บอกให้ใส่นู่นนี่ให้กลับมาสมดุลตามเดิมซึ่งเอาจริงๆมองตัวตาเปล่าเขาก็ดูไม่ออกเหมือนกัน
ไมเคิลไม่ได้ดูการทดลองของโต๊ะอื่นเลยเพราะมัวเเต่เถียงยังดีที่อิกซ์รู้งาน จึงพรางท่าทางของเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้ เพราะอีกฝ่ายเผลอพูดเเละออกท่าทางนอกเหนือจากเเค่โทรจิตไปมากมายเลยทีเดียว
เขามารู้ทีหลังว่าการทดลองของจีน่าเพื่อนร่วมห้องที่ไม่ค่อยสนิทนั้นสมบูรณ์ที่สุด ของไมเคิลปริมาณเยอะไปนิดของเลียมก็พอใช้ได้เเต่เเอบมีความขุ่นอยู่ในของเหลวเล็กน้อย ส่วนของเคนนั้นโดนครูตวาดไปหนึ่งทีเพราะไม่ตั้งใจทำจนเละเทะไปหมดจบด้วยการโดนครูเขาเเจกตั๋วทำความสะอาดห้องเเล็บเป็การลงโทษไป
การเรียนการสอนต่อเนื่องไปอีกสักพักจบลงด้วยการทำความสะอาดอุปกรณ์การทดลองด้วยทิชชู่เปียกเเละซิงค์ล้างมือในห้องเรียนถึงจะต้องต่อคิวกันเเละผลัดกันใช้ซิงค์หนึ่งเดียวของห้องเพราะปกติเเล้วซิงค์ในห้องก็ไม่ได้มีจุดประสงค์ให้เอามาทำความสะอาดอุปกรณ์การทดลองเเบบนี้เเต่ทุกอย่างก็จบลงไปอย่างราบรื่น สะอาดเอี่ยมทุกซอกทุกมุม
เห็นดังนั้นคุณครูก็กล่าวลาเเละก็เดินออกไปพร้อมกับกล่องอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่เก็บไว้อย่างเรียบร้อยเหมือนเดิมที่ไม่มีใครช่วยยกของซึ่งถ่วงให้ครูเขาทำท่าทางพะรุงพะรังอยู่ก็เป็เพราะประกาศการระวังภัยที่ประกาศออกมา
ไม่ใช่ว่าพวกเขากลัวอันตรายหรอกเเต่สำหรับคนที่ชอบเเหกกฏบ่อยๆจะรู้ดีว่าการลงโทษของผู้อำนวยการนั้นโหดกว่ามาก
เพราะอย่างนั้นจึงนั่งรอเรียนวิชาต่อไปเงียบๆ เเต่พอนั่งรอเรียนไปสักพักอยู่ดีๆก็อยากไปเข้าห้องน้ำขึ้นมาจึงเดินออกไปตรงหน้าประตูห้องมองซ้ายมองขวาหวังว่าจะมีครูให้ช่วยพาเขาไป
โชคยังดีที่มีคุณครูคนหนึ่งยืนอยู่เเถวนั้นพอดีไมเคิลจึงขอให้พาไปเข้าห้องน้ำอย่างไม่ลังเลใจอาจจะฟังดูเหมือนเป็เด็กอนุบาลไปสักหน่อย เเต่ก็ช่วยไม่ได้นอกจากเขาก็มีเพื่อนผู้ชายอีกสามสี่คนเดินตามมาเช่นกัน ใช้เวลารวมไม่ถึงห้านาทีเขาก็กลับมาที่ห้อง ระหว่างทางก็ชวนคุณครูเขาคุยเเก้บรรยากาศที่ค่อนข้างอึดอัดซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล เสียงหัวเราะคิกคักดังจนมาถึงปลายทางเเล้วไมเคิลก็กลับมานั่งที่ของตัวเอง
“คุยอะไรกันงั้นรึ”
อิกซ์ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังซึ่งไม่ใช่น้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นเหมือนกับทุกครั้ง
“ไม่ใช่เื่ของนายหรอกน่าเเล้วทำไมหน้าตาดูเครียดขนาดนั้นล่ะ”
“ก็ ‘พลังเวท’ นั่น เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆเเล้วน่ะสิ”
ได้ยินดังนั้นไมเคิลก็ลองััพลังเวทด้วยตัวเอง เเละเมื่อรู้สึกได้เหมือนกับอิกซ์สีหน้าก็เปลี่ยนไป ทำทีเคร่งเครียดไม่ต่างกันเขามองไปทางต้นตอซึ่งอยู่เลยออกไปจากตึกอาคารหากให้เดาก็คงห่างจากประตูโรงเรียนประมาณสิบอาคารได้เเถมพลังเวทที่พวกเขาััได้นั้นไม่ได้หยุดอยู่กับที่เมื่อเข้าใกล้พลังเวทสีดำทะมึนอันน่าสะอิดสะเอียนลอยเข้ามาใกล้จนหยุดอยู่ตรงหน้าประตูโรงเรียนก่อนที่มันจะหายวับไป
เเต่ยังไม่ทันได้หายใจอย่างโล่งอกว่ามันหายไปเเล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้ทั้งคู่นั้นชะงักอ้าปากค้าง
ประตูซึ่งเป็ทางออกถูกล็อกเสียงดังจนดึงดูดความสนใจทำให้เสียงพูดคุยนั้นเงียบลงตามมาด้วยพลังเวทสีดำอันน่าสะอิดสะเอียดซึ่งในตอนนี้ได้มาปรากฏอยู่ในห้องเป็ที่เรียบร้อย
ยิ่งพอเข้ามาใกล้ๆยิ่งทำให้รู้สึกเเน่ชัดขึ้นไปอีกว่าสิ่งๆนั้นให้ความรู้สึกเเย่มากเเค่ไหนเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพรายออกมาจากหลังคอเป็เวลาเดียวกันกับที่เสียงคล้ายเครื่องดูดฝุ่นดังขึ้นอีกครั้ง
ในครานี้ไม่ได้มีเพียงเเค่เสียงเเต่มันมาพร้อมกับหลุมอากาศสีดำมืด สิ่งนั้นปล่อยสิ่งที่คล้ายลมออกมาพัดโต๊ะทั้งหมดกระเด็นกระดอนออกไปกระเเทกกับผนังสิ่งนั้นสร้างความวิตกกังวลให้กับนักเรียนทุกคนในห้องเล็กน้อยบางคนพยายามเปิดประตูเเต่ก็ไม่สามารถทำได้ เหมือนไม่ใช่ล้อกเอาไว้เฉยๆเเต่เป็การยึดเอาไว้เหมือนกำเเพงที่ไม่สามารถเปิดได้ตั้งเเต่ทีเเรก
เเต่เื่ยังไม่จบเพียงเเค่นั้น
หลุมดำไร้ก้นที่โผล่มากลางห้องนั้นเเปรสภาพเป็หลุมอากาศวงรีก่อนที่จะมีร่างของชายในชุดคลุมซึ่งบังศีรษะให้ไม่เห็นหน้าเดินออกมาจากหลุมอากาศนั้น
ชายคนนั้นส่งบรรยากาศน่าขนลุกยิ่งกว่าพลังเวทอันดำมืดนั่นอีก