ใบหน้าขาวนวลงดงามดุจภาพวาด ที่กำลังโผล่พ้นลูกปัดออกมานั้น ทำให้หัวใจที่เ็าของหย่งซีเฉินเต้นเร็วจนผิดจังหวะ เมื่อนางย่างกรายผ่านไปกลิ่นกายที่หอมเย้ายวนของนางดึงสติของอ๋องหนุ่มให้เตลิด
“ทำไมสตรีผู้นี้ถึงได้มีกลิ่นกายคล้ายกับแม่นางในคืนนั้นนัก” อ๋องเฉินคิด ท่าทางของหย่งซีเฉินทำให้เซียวซ่งหลานอดหัวเราะไม่ได้
“ข้าว่าเฒ่าจันทราคงจะตื่นแล้วกระมังท่านองครักษ์”
แต่เวินฉงหลินหาได้เข้าใจในคำพูดของเซียวซ่งหลานไม่
“เสี่ยวเป่าบอกว่า่นี้คุณหนูรองมักนอนไม่หลับ ข้าจึงจัดสมุนไพรสงบใจให้คุณหนูด้วยและได้กำชับเสี่ยวเป่าถึงวิธีต้มและเวลาดื่มให้แล้วขอรับ” ลู่เจียงพูดอย่างใส่ใจ
“ขอบคุณ คุณชายลู่เ้าค่ะ” ฉางหลิวหลีกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้ม
“ข้าดีใจที่ฉางเฟิงกลับมาแล้วหวังว่ากลับมาครั้งนี้คงจะได้พักบ้าง” ตระกูลฉางกับตระกูลลู่รู้จักกันมานาน อีกทั้งลู่เจียงก็เป็เพื่อนกับฉางเฟิง หากฉางหลิวหลีจะพูดจาเป็กันเองกับลู่เจียงจึงไม่ใช่เื่แปลกอะไร
“ข้าจำได้ว่าทุกครั้งที่พี่ใหญ่กลับมา พวกท่านทั้งสามมักจะร่วมกันดื่มสุราเฟิ่งหวง และวาดภาพจนถึงเช้า
ครั้งนี้พี่ใหญ่เขียนจดหมายล่วงหน้ามา
บอกว่าได้พู่กันใหม่มาฝากคุณชายลู่ด้วยเ้าค่ะ”
“หากฉางเฟิงกลับมาถึงข้าต้องหาของดีๆไปขอบคุณเขาเสียหน่อยแล้ว ฉางเฟิงชอบวาดภาพ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดก็มักจะมีพู่กันดีๆกลับมาฝากทุกครั้ง ที่ให้มาก่อนหน้านี้ก็ล้วนเป็พู่กันชั้นดีทั้งสิ้น”
“พี่ใหญ่ต้องมาหาท่านก่อนเหมือนทุกครั้งแน่เ้าค่ะ”
“่นี้อากาศเริ่มเย็นคุณหนูรองก็รักษาสุขภาพด้วย”
ความเป็ห่วงเป็ใยที่แสดงออกทางคำพูด แม้แต่เสี่ยวเป่ายังรู้สึกได้ แต่ไม่รู้ว่าคุณหนูผู้แสนดีของนางจะเข้าใจหรือไม่
บทสนทนาของทั้งสอง ทำให้ใครบางคนที่ยืนรอโสมอยู่นั้นแทบอยากจะชักกระบี่ออกมาฟันร้านขายยาแห่งนี้ให้มันพังราบคาบนัก
“ข้าขอตัวกลับก่อนนะเ้าคะ ออกมานานแล้วเดี๋ยวท่านปู่จะเป็ห่วง
ฝากลาเถ้าแก่ลู่ด้วยนะเ้าคะ”
นางเอ่ยลาเป็กันเองเช่นนี้ ทำให้ใครบางคนถึงกับสะบัดแขนเสื้อด้วยความโมโห
“คงจะรู้จักกันนานแล้วสินะ” อ๋องเฉินพึมพำด้วยท่าทางที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ท่านอํองหมายถึงใครหรือขอรับ”
เป็คำถามจากปากขององครักษ์ผู้ฉลาดเฉลียว
“ท่านแค่ฟังก็พอแล้วชีวิตของท่านจะยืนยาว”
เซียวซ่งหลานเตือนฉงหลินอย่างเหลืออด
เมื่อได้โสมแล้ว หย่งซีเฉินกับซ่งหลานก็ขึ้นรถม้าโดยมีเวินฉงหลินเดินเกาหัวตามไป เหตุเพราะยังสงสัยในคำพูดของกุนซือเซียว
“ซ่งหลานฉางเฟิงคือใครหรือ” หย่งซีเฉินถามขณะที่นั่งอยู่ในรถม้า “แม่ทัพน้อยฉางเฟิงเป็บุตรชายคนโตของแม่ทัพฉางกง เมื่อครู่นี้คือคุณหนูฉางหลิวหลีน้องสาวของแม่ทัพฉางเฟิงขอรับ”
ซ่งหลานตอบ
“ลู่เจียงกับแม่ทัพฉางเฟิงสนิทกันหรือ” คำถามของท่านอ๋องผู้เ็ากลับทำให้เซียวซ่งหลานแปลกใจ หายากนักที่หย่งซีเฉินจะสนใจเื่ของผู้ใดก่อน
“ทั้งสองเป็สหายร่วมเรียนสำนักเดียวกันก็เลยสนิทกันมาจนถึงทุกวันนี้ อีกอย่างตระกูลลู่ก็ส่งโสมและยาค้าขายกับตระกูลฉางมาั้แ่รุ่นก่อนแล้วขอรับ” ซ่งหลานตอบแล้วพูดต่อ
“จริงๆแล้วก็มีแม่ทัพเมิ่งกวงเหยาอีกคนที่เป็สหายสนิทของแม่ทัพฉางเฟิง ได้ข่าวว่าแม่ทัพเมิ่งยังเป็คู่หมายของคุณหนูฉางหลิวหลีด้วยขอรับ
“คู่หมายรึ” หย่งซีเฉินมองหน้าเซียวซ่งหลาน
“ถูกแล้วขอรับ สองตระกูลมีสัญญาหมั้นหมายกันั้แ่ฮูหยินคนเก่า ข่าวลือว่าคุณหนูฉางหลิวหลีชำนาญเื่การแพทย์แต่พอได้เจอตัวจริงนางกลับบอบบางเกินกว่าจะเป็หมอได้ ท่านอ๋องว่าจริงไหมขอรับ”
ไม่มีคำตอบจากปากของหย่งซีเฉิน มีเพียงเพลิงโทสะในดวงตาที่ตอนนี้แทบจะเผารถม้าทั้งคันได้
“พรุ่งนี้เ้ากับฉงหลินไปตรวจค้นที่หอ ฮวาหลันอย่างละเอียด ข้าจะดูซิว่ามันผู้ใดกล้าเล่นตลกกับข้า”
“กระหม่อมรับบัญชา”