ซูหยางใช้เวลาอยู่ในหอสมุดตลอดทั้ง่เช้า
สภาพจิตใจของเขาเริ่มจะรับไม่ไหว
จากวิชาเข็มทั้งหมดเจ็ดร้อยยี่สิบสี่ชนิด ซูหยางได้คัดกรองไปแล้วเกินครึ่ง
มีเคล็ดวิชาจิตที่ค่าความเข้ากันเกิน 200% อยู่ทั้งหมดยี่สิบเจ็ดเล่ม
แต่ทั้งหมดกลับไม่สามารถนำมาฝึกฝนได้เลย
ไม่ใช่วิธีการฝึกที่ที่สุดโต่งเกินไป ก็เป็เพราะวัสดุสนับสนุนในการฝึกฝนนั้นแทบจะสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว
รวมถึงวิชาเข็มบางส่วนที่จำเป็ต้องใช้เืของสัตว์ร้ายมาเป็ตัวนำยา แต่สัตว์ร้ายโบราณกับสัตว์ร้ายในปัจจุบันนั้นเป็คนละเื่กันเลย ส่วนหนึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว อีกส่วนหนึ่งก็กลายพันธุ์ไปโดยสิ้นเชิง
โดยเฉพาะประเทศเกาะ ทำตัวเองแท้ ๆ สัตว์ร้ายล้วนเป็สายพันธุ์กลายพันธุ์จากกัมมันตภาพรังสี ส่งผลให้ตอนนี้ประเทศเกาะร่อแร่จวนเจียนจะล่มสลาย ต้องคอยร้องขอความช่วยเหลือจากนักรบประเทศอื่นให้ยื่นมือเข้าช่วยรายวัน
หัวเซี่ยยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม จึงได้ส่งทรัพยากรน้ำที่ปราศจากมลพิษไปให้บ้าง เพื่อให้ประเทศเกาะได้ทนทุกข์กับสัตว์ร้ายกลายพันธุ์ต่อไป... อ่า ไม่ใช่สิ เพื่อให้ประชาชนประเทศเกาะได้มีน้ำสะอาดดื่มและมีชีวิตรอดต่อไปอย่างพยายาม
ส่วนประเทศมหาอำนาจอินทรีที่เคยผยองอยู่ฟากฟ้าตะวันตก บัดนี้ทั้งห้าสิบรัฐต่างตั้งตัวเป็ใหญ่ภายใน เกิดากลางเมืองไม่หยุดหย่อนจนไม่มีเวลาไปยุ่งเื่ของคนอื่น
เมื่อมองดูความวุ่นวายทั่วโลกแล้ว มีเพียงหัวเซี่ยเท่านั้นที่มีทัศนียภาพอันงดงามเพียงหนึ่งเดียว
"มิน่าล่ะ วิชาเข็มถึงได้เป็วิชาเฉพาะทางที่ไม่ค่อยมีคนฝึก"
ซูหยางพึมพำกับตัวเองเบา ๆ วิชาเข็มที่ฝึกด้วยวิธีที่สุดโต่งเขาจะข้ามไปทันที
เขาคงไม่ยอมให้ลูกศิษย์เดินไปในทางที่อันตราย เพียงเพื่อจะเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกฝน เพราะการฝึกเคล็ดวิชาจิตนั้นส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ฝึกในระดับหนึ่ง
แม้ว่าลูกศิษย์จะเต็มใจ เขาก็ไม่อนุญาตอยู่ดี
มันขัดต่อจรรยาบรรณความเป็ครู
อย่างน้อยเขาก็หวังว่าลูกศิษย์ที่เขาสอนมา แม้จะไม่ได้ดิบได้ดีมีชื่อเสียง ก็ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม
เวลาผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง
ความพยายามไม่สูญเปล่า ในที่สุดซูหยางก็พบเคล็ดวิชาเล่มหนึ่งในคลังวิชาที่มีค่าความเข้ากันกับจูเทาสูงถึง 347% มันมีชื่อว่า ‘เข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้า’
ฟังจากชื่อแล้วเขารู้สึกว่าคนโบราณที่แต่งวิชานี้ขึ้นมาอย่างน้อยก็น่าจะเป็คนปกติ แต่เคล็ดวิชาพื้นฐานกลับตั้งชื่อซะหรูหราขนาดนี้ ก็ดูจะอวดอ้างไปสักหน่อย
เขารีบเปิดเนื้อหาภายในเพื่อศึกษาทันที แต่เพียงครู่เดียวสีหน้าของซูหยางก็ดูประหลาดใจ
มันไม่ได้สุดโต่งเลย ตรงกันข้าม กลับดูธรรมดาสามัญด้วยซ้ำ
หากเทียบกับวิชาเข็มอื่น ๆ แล้ว มันดูจะมีระดับต่ำกว่าเสียด้วย
วิชาเข็มอื่น ๆ หากฝึกได้ไม่มีปัญหา จะส่งไปถึงระดับมหาโธรนยุทธ์ขั้นหกได้ แต่เข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าเพดานสูงสุดกลับฝึกได้ถึงแค่ระดับลึกลับยุทธ์ขั้นเจ็ดเท่านั้น แถมผู้ที่แต่งวิชานี้ขึ้นมาในสมัยก่อนยังเป็เพียงช่างเย็บผ้า ที่อาศัยประสบการณ์การปะชุนเสื้อผ้าสะสมมานาน จนบรรลุออกมาเป็วิชาเข็ม
"ค่าความเข้ากันสูงเกิน 300% เชียวเหรอ..."
"เก็บไว้ก่อน ค่อยดูเล่มอื่นต่อ"
ซูหยางยังไม่ด่วนสรุป เขาคัดกรองต่อไปเผื่อจะเจออะไรที่ดีกว่านี้
จนกระทั่งตรวจครบทั้ง 724 ชนิดแล้ว ก็เหลือเพียงเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าเท่านั้น
เขาค่อนข้างพอใจกับค่าความเข้ากัน หากจูเทายอมฝึกใหม่ และเปลี่ยนมาฝึกเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้า ประสิทธิภาพการบำเพ็ญเพียรน่าจะล้ำกว่าปกติมาก
แต่ปัญหาคือวิชาระดับต่ำแบบนี้ จูเทาจะสนใจได้อย่างไร!? แล้วทางครอบครัวจะยอมเหรอ!?
ซูหยางยังนึกหาทางออกไม่ออก แถมตอนนี้เขายังไม่ได้รับความไว้วางใจจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 5 เลยด้วยซ้ำ
คงเป็ไปได้ยากที่เด็กพวกนั้นจะร่วมมือกับเขาเพื่อฝึกวิชาใหม่
เขาจัดการสำเนาเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าเก็บไว้ ก่อนจะเดินออกจากหอสมุดไปยังห้องทำงานของตัวเอง
หลี่อีิที่หมอบอยู่หน้าประตูห้อง 5 เพื่อคอยสังเกตการณ์ทางห้องทำงาน เมื่อเห็นซูหยางกลับมา ก็รีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องเรียน "ไอ้คนแซ่ซูมันกลับมาแล้ว!"
"ให้ตายสิ มันหายหัวไปไหนมาวะ!?"
"เป็ครูประจำชั้นแท้ ๆ แต่กลับโดดสอน! โดดไปทั้งเช้าเลย!"
"ไปแจ้งฝ่ายวิชาการเลยว่ามันโดดสอน!"
พวกเด็ก ๆ เริ่มอารมณ์เสีย เพิ่งเคยเห็นครูประจำชั้นที่สอนคาบทั่วไปเสร็จแล้วก็เผ่นแน่บ หายไปทั้งเช้า กินข้าวเที่ยงเสร็จถึงค่อยโผล่หัวมาให้เห็น
"ในเมื่อกลับมาแล้ว ก็ลองทดสอบฝีมือมันดูหน่อยสิ!"
ทุกคนหันไปมองจูเทาเป็ตาเดียว
หลังจากคุยกันมาทั้งเช้า จูเทายังคงยึดติดอยู่กับความคิดเดิม!
เขาเชื่อว่าซูหยางแกล้งทำตัวเป็หมูเคี้ยวเสือ ปกปิดฝีมือที่แท้จริงเอาไว้ และต้องเป็ระดับมหาโธรนยุทธ์ขั้นหกแน่ ๆ
จูเทาเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง
เพราะเขาคือคนที่ฉลาดที่สุดในห้อง 5 และพร้อมจะเอาเงินค่าขนมของตัวเองมาวางเดิมพันครั้งใหญ่!
"จะทดสอบยังไง?"
"ให้ฉันแอบลอบกัด..."
"ไม่ได้!" จูเทารีบยื่นมือไปกดไหล่เด็กสาวคนนั้นให้นั่งลงที่เดิม "ถ้าเขาเป็แค่นักรบขั้นเก้าจริงๆ มีหวังตายคามือเธอแน่!"
"นั่นสิ เธอชอบแอบตีแต่ท้ายทอย!"
"ฉันแค่อยากเป็คนเลวที่ี้เี ไม่ได้อยากเป็ฆาตกร ไม่อยากเข้าไปนอนกินข้าวแดงในคุกด้วย!"
"แล้วมันต่างกันตรงไหน?"
"ต่างสิ คนเลวที่มีระดับยังไงล่ะ!"
หลังจากปรึกษากันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ได้แผนการออกมา
เริ่มจากให้จูเทาไปที่ห้องทำงาน เพื่อล่อซูหยางมายังพื้นที่ฝึกฝน
เมื่อแผนลงตัว จูเทาก็ตรงไปยังห้องทำงานของซูหยางทันที
ครูแต่ละคนจะมีห้องทำงานส่วนตัว เพราะครูเองก็เป็นักรบ ย่อม้าสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเงียบสงบในการโคจรลมปราณ
หนทางแห่งยุทธ์นั้นไม่มีวันสิ้นสุด
ซูหยางกำลังนั่งพิจารณาวิธีที่จะหลอกล่อ... เอ๊ย แนะนำให้จูเทาสละเคล็ดวิชาประจำตระกูลเพื่อมาฝึกเข็มสลักเมฆาปะชะตาฟ้าแทน ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตู เมื่อหันไปดูก็พบว่าเป็จูเทาที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงาน
ตายยากจริง ๆ!
พอนึกถึงโจโฉ โจโฉก็มาทันที!?
"จูเทา... แค่ก ๆ จูเทา มีธุระอะไรเหรอ?"
จูเทาชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัย "ครูครับ พอดีพวกเราติดขัดเื่การฝึกนิดหน่อย อยากให้ครูช่วยไปชี้แนะพวกเราที่ห้องเรียนหน่อยครับ"
ซูหยางคิ้วกระตุก
ไม่เชื่อหรอก
ต้องคิดจะเล่นงานกันแน่ ๆ
ชี้แนะที่ไหนก็ได้ ทำไมต้องไปที่ห้องเรียน?
แต่แล้วซูหยางก็นึกอะไรขึ้นได้ เขาจึงถามว่า "จูเทา ครูขอถามอะไรเธอหน่อย?"
จูเทาสงสัย "อะไรครับ?"
"สมมติเฉย ๆ นะ สมมติ..."
"ถ้าตอนนี้มีเคล็ดวิชาพื้นฐานที่เหมาะกับเธอสุด ๆ วางอยู่ตรงหน้า และมันจะทำให้การฝึกของเธอก้าวะโ แต่เธอต้องยอมทิ้งวิชาที่ฝึกอยู่ตอนนี้เพื่อเริ่มใหม่หมด เธอจะเลือกยังไง?"
จูเทามีสีหน้ามึนงง
ไอ้คนแซ่ซูนี่ถามคำถามปัญญาอ่อนอะไร?
ใครจะไปยอมทิ้งวิชาที่ทุ่มเทฝึกมาั้แ่เด็กเพื่อเริ่มใหม่หมดล่ะ นั่นมันหมายความว่าความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาจะสูญเปล่าเลยนะ
"งั้นผมต้องถามก่อนว่ามันเป็วิชาอะไร!"
"อย่างเช่น... วิชาเข็ม?"
จูเทาตาเป็ประกายขึ้นมาทันที และโพล่งออกมาตามสัญชาตญาณ "เคล็ดการฝึกคู่แบบที่ต้องฉีดเข็มให้สาว ๆ น่ะเหรอครับ? อยู่ไหนล่ะ?"
"..."
ไอ้เด็กบ้า...
ถ้ามีจริง ๆ มันจะถึงมือแกเรอะ!?
ไม่ใช่สิ!
แกเป็นักเรียนนะโว้ย!
กล้าดียังไงมาลามปามครู!
ล้อเล่นกับครูต่อหน้าต่อตาเลยเรอะ!