………………………..
พอกล้าเข้ามาข้างใน เขาก็ต้องตกตะลึง เพราะประสบกับล็อบบี้รับแขกที่กว้างเกือบเท่าโกดังใหญ่ บนพื้นและกำแพงถูกปูด้วยกระเบื้องขาวดูสะอาดตา แถมยังไปด้วยประดับโลโก้ของมูลนิธิแกรนด์ขนาดใหญ่กว่าตัวคน ทั่วทั้งลานปรากฏเคาน์เตอร์ไม้มะกอกราคาแพงตั้งอยู่ แน่นอนว่าไม่มีคนประจำการ เพราะผู้ทำหน้าที่นั้นก็คือ….ร.ป.ภ.อดีตทหารที่ยืนมองอยู่ข้างนอก
“ ว้าว….อลังการงานสร้างเอามากๆ
“ เฮ้ย อย่ามัวแต่ทำเด๋อเป็นบ้านนอกเข้ากรุงสิ รีบตามมา เจ้าเซย่า ” แต่ดูเหมือนจาบุจะไม่อินด้วย เลยร้องเรียกกึ่งตะคอก ซึ่งทำให้กล้าแอบไม่พอใจนิดๆ ทว่าด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบมีปัญหากับใคร จึงเก็บงำอารมณ์ขุ่นเคืองเอาไว้
“ ชิ…..แค่นี้ก็บ่น ขอดื่มด่ำความหรูหราของคนรวยซักหน่อยไม่ได้เหรอ ”
และเป้าหมายต่อไปที่จาบุนำทางก็คือ…..ลิฟต์ ทำให้กล้ารู้ว่าคุณหนูซาโอริ หรือว่าที่อาเธน่าในตำนานน่าจะรอเขาอยู่ที่ชั้นบน
“ เอาล่ะ นำไปเลย ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว แต่จะว่าไป ชั้นเองก็ชักปอดหน่อยๆ เพราะอีกไม่นาน ก็จะได้พบกับเทพเจ้าในนิยายปกรณัม ”
………………………….
(ณ.ห้องประชุมใหญ่บนชั้น 13 ตึกมูลนิธิแกรนด์)
มันเป็นห้องที่กว้างพอประมาณ ด้านหน้าถูกยกพื้นสูงจนมีลักษณะคล้ายเวที มีโพเดียมไม้ตั้งอยู่ตรงกลางพร้อมไมค์ ด้านล่างอัดแน่นไปด้วยเก้าอี้ที่วางเรียงรายกันหลายแถว กะดูคร่าวๆเห็นจะไม่ต่ำกว่า 50 ที่นั่ง และทุกๆตำแหน่งล้วนมีนักข่าวหลากเพศหลายวัยเฝ้าจับจอง จึงบังเกิดเสียงจ้อกแจ้กจอแจดังอยู่ร่ำไป เพราะพวกเขากำลังสนทนากัน
“ คุณหนูซาโอริ ผู้เป็นประธานมูลนิธิแกรนด์คนปัจจุบันคิดจะทำอะไร ”
“ แต่ไม่ว่าจะทำอะไร คงเป็นงานที่ใหญ่มาก ”
“ เห็นด้วย เพราะคุณหนูเล่นระดมเชิญนักข่าวทุกสำนักมารวมตัวกัน ”
“ ใช่ ใช่ แม้แต่ CNN กับ BBC ก็ยังมาร่วมด้วย รับรองว่ามันต้องสะเทือนโลกแน่ๆ ”
ทว่ากลุ่มนักข่าววิพากษ์วิจารณ์ได้ไม่นาน ก็ต้องหุบปากโดยพลัน ด้วยมีเด็กสาวนางหนึ่งเดินออกมาจากฉากหลังของเวที เธอมีใบหน้าที่สะสวย เส้นผมยาวสลวยสีม่วงอ่อนดูเรียบตรงถึงกลางหลัง อันแลคล้ายผ้าไหมมีราคา ส่วนร่างบางระหงก็ถูกปกคลุมด้วยเดรสขาวทรงกระโปรงบานที่ยาวถึงครึ่งแข้ง แน่นอนว่านางผู้นี้ก็คือ…….คุณหนูซาโอริ เจ้าของมูลนิธิแกรนด์ ซึ่งเป็นองค์กรใหญ่ระดับโลก
เด็กสาวผู้นั้นมีท่าทีเงียบสงบ สุขุม และไว้ตัวดุจผู้ใหญ่ อันไม่เข้ากับใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของเจ้าหล่อน เธอก้มหัวคำนับนักข่าวกว่า 50 ชีวิตตามมารยาทของชาวอาทิตย์อุทัยหนึ่งที ก่อนจะก้าวไปประจำในโพเดียม พร้อมเอาปากจ่อไมค์ แล้วกล่าวทักทาย
“ สวัสดีค่ะ คุณนักข่าวทุกท่าน ดิชั้น ซาโอริ มาซึมาซะ ประธานมูลนิธิแกรนด์คนปัจจุบันมีข่าวสำคัญจะแจ้งให้ทุกท่านทราบ ”
ทั้งห้าสิบกว่าชีวิตได้แต่ใบ้จับ มีเพียงเสียงลมหายใจแรงที่ถูกพ่นออกมา เพราะต่างลุ้นว่าจะได้รับข่าวสารอะไรจากเด็กสาววัยเยาว์ ผู้เป็นประธานขององค์กรใหญ่ กระนั้นพวกเขาก็ยังแอบชื่นชมดรุณีแรกรุ่นนางนี้
“ สมแล้วที่เป็นผู้นำคนใหม่ของมูลนิธิแกรนด์ เพราะขนาดอายุแค่ 13 ยังวางตัวได้ดีถึงเพียงนี้จนดูคล้ายประธานอาวุโสผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวคนนึงเลยทีเดียว ”
คุณหนูคนดังทิ้งระยะให้นักข่าวลุ้นอยู่อึดใจ ก่อนจะประกาศสิ่งที่ทุกคนอยากรับฟัง นั่นก็คือ……
“ ดิชั้นขอแจ้งว่า……อีกสองอาทิตย์ข้างหน้า มูนิธิแกรนด์ของเราจะจัดการประลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มันมีชื่อว่า…กาแล็กเซี่ยนวอร์ ”
นักข่าวทุกคนอึ้งอยู่อึดใจ เพราะทีแรกพวกเขาตั้งธงว่า….นโยบายที่ประกาศอาจเกี่ยวกับการสนับสนุนสถาบันทหารของประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือไม่ก็หนุนหลังเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ที่น่าจะทำเงินมหาศาล แต่ที่ไหนได้ มูลนิธิแกรนด์ผู้ยิ่งยงกลับเลือกจัดการแข่งขันบางอย่างขึ้นมา ทำให้สารพันคำถามถูกปลดปล่อย
“ มันเป็นการแข่งขันแบบไหนกันคะ ”
“ แล้วที่ว่าประลอง หมายถึงการต่อสู้หรือเปล่า ”
“ แล้วมูลนิธิแกรนด์จะจัดการแข่งด้วยศิลปะการต่อสู้ประเภทใด หรือจะเอาวิชาทุกแขนงมาประลองกัน แบบนี้ก็น่าสนุกสิ จะได้รู้กันไปเลยว่าระหว่างมวยไทยกับคาราเต้ ใครจะแน่กว่ากัน ”
แม้บรรยากาศจะสับสน และอุดมไปด้วยเสียงเซ็งเเซ่ ด้วยทุกผู้คนกำลังเร่งระดมคำถามขึ้นมา แต่คุณหนูซาโอริดูไม่ไหวหวั่น ไม่นาน เด็กสาวผมสีม่วงก็ยื่นมือไปจับไมค์มาจ่อปาก พร้อมกล่าวเบาๆ
“ พวกคุณพูดถูกอยู่อย่างนึงว่าการแข่งนี้คือ…การต่อสู้ แต่ที่ผิดคือ….ผู้เข้าร่วมจะไม่ใช่นักมวยไทย นักคาราเต้ นักยูโด นักเทควันโด้ หรือผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้แขนงใด แต่จะเป็นเหล่านักสู้ผู้มีพลังเหนือมนุษย์ พวกเขาถูกขนานนามว่า…เซนต์ ”
นี่นับเป็นข่าวสารที่ชวนให้อื้ออึง เพราะทันทีที่ถูกประกาศ นักข่าวทุกคนก็เงียบกริบไปหลายวินาที และพอตั้งตัวได้ พวกเขาก็รีบรุมถาม
“ แล้วตกลง เซนต์คือใครกันคะ ”
“ มันเป็นการต่อสู้ศาสตร์ไหน ”
“ แล้วที่ว่าเป็นนักสู้เหนือมนุษย์ นี่พูดเกินจริงหรือเปล่า ”
ถึงตรงนี้ สีหน้าของซาโอริดูเปลี่ยนไปนิดนึง คล้ายสารพันคำถามดังกล่าว จะทำให้เธอรู้สึกหนักอก แต่พอปรับอารมณ์ได้ คุณหนูผู้สูงศักดิ์ก็ตอบเรียบๆ
“ เซนต์ไม่ได้เป็นนักสู้ในศิลปะการต่อสู้ประเภทใด พวกเขามีแนวทางการฝึกฝนที่ต่างจากทุกวิชาบนโลก หลักๆก็จะพยายามสัมผัสพลังแฝงในร่างกายที่เรียกว่า “คอสโม่” แล้วดึงมันออกมา เพื่อใช้เป็นพลังทำลายล้าง ”
ทันทีที่สิ้นเสียงของซาโอริ ไฟในห้องประชุมก็ดับลง เหลือเพียงไฟดาวน์ไลน์ที่ติดริมกำแพง อันพอให้ความสว่างอยู่รำไร จากนั้นกำแพงด้านหลังของซาโอริก็กลายเป็นจอโรงหนังที่ฉายภาพพื้นดินและกำแพงที่พังทลาย ราวกับถูกถล่มด้วยลูกตุ้มยักษ์ของรถเคลนก่อสร้าง
“ อ้า…นั่นมันอะไร ” นักข่าวหลายชีวิตนึกงง แต่บางคนก็เริ่มจับจุดได้ จึงพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ หรือคุณหนูจะบอกว่า…ร่องรอยความเสียหายที่เห็น เกิดขึ้นจากเหล่าเซนต์ ”
“ ใช่แล้วค่ะ ความพินาศย่อยยับนั้นเป็นฝีมือของเหล่าเซนต์ ” คุณหนูผู้สูงศักดิ์หันหน้าไปยังนักข่าวคนนั้น ก่อนกล่าวยืนยันด้วยตัวเองอีกที
“ อะ….เอ่อ…..ละ…แล้วเหล่าเซนต์ใช้อาวุธอะไร ถึงได้มีอานุภาพทำลายล้างสูงขนาดนี้ ” นักข่าวอีกคนยกมือขึ้นมาถาม สีหน้าดูตื่นๆ ซึ่งรีแอคชั่นแรกของคุณหนูซาโอริก็คือ…ยิ้มรับเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเฉลย
“ พวกเขาใช้มือเปล่าค่ะ ”
“ หา…….ใช้มือเปล่าหรือครับ เป็นไปไม่ได้แน่ ต่อให้เป็นยอดฝีมือทางด้านมวยไทย ก็ไม่มีทางทำได้ถึงขนาดนี้ ” ชายผิวคล้ำคนนึงลุกขึ้นค้านทันควัน เขาน่าจะเป็นชาวต่างชาติจากประเทศใดประเทศหนึ่งในแถบอาเซี่ยน สังเกตได้จากหน้าตาและค่านิยมที่มีต่อ…มวยไทย ทว่าซาโอริกลับโต้ตอบแบบไม่ยี่หระ
“ เป็นไปได้ค่ะ ดิชั้นขอยืนยันว่าพวกคุณจะได้เห็นหลักฐานนี้ในวันเปิดการแข่งขันกาแล็คเซี่ยนวอร์ และมูลนิธิแกรนด์จะทำการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ”
เสียงพูดคุยยังคงดังต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นการโต้เถียงระหว่างนักข่าวสำนักต่างๆ ระหว่างที่สถานการณ์กำลังสับสนวุ่นวาย ไฟในห้องก็สว่างขึ้น พร้อมกับมีใครบางคนเดินเข้ามาในห้อง
“ แอ๊ด……”
นักข่าวทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว ทำให้พบกับเด็กหนุ่มสองนาย คนที่เดินนำเป็นวัยรุ่นที่มีใบหน้าคมสัน ร่างกายค่อนข้างล่ำสัน สองมือสวมถุงมือหนังสีดำ ผมหยักศกสีน้ำตาล ท่าทางดูมั่นใจ ผิดกับคนหลังที่แม้จะมีลุคคล้ายคนกล้า แต่กลับยืนขาสั่น บนแผ่นหลังสะพายกล่องเหล็กขนาดใหญ่
“ เด็กสองคนนี้เป็นใครกัน หรือว่าพวกเขาจะเป็นเซนต์ ” นี่คือความสงสัยของทุกคน แต่เด็กหนุ่มที่เดินนำดูจะไม่แยแสสนใจ เขาเพียงแต่หันไปมองคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ก่อนจะรายงานด้วยเสียงตะโกน
“ คุณหนูครับ ผมพาเจ้าเซย่ามารายงานตัวตามคำสั่งแล้ว ”
เด็กสาวผมม่วงพยักหน้ารับนิดนึง ก่อนจะลงจากเวที แล้วก้าวเข้าไปหาเด็กหนุ่มทั้งสอง โดยมีกลุ่มนักข่าวคอยแหวกทางให้ และพอถึงจุดหมาย คุณหนูผู้สูงศักดิ์ก็กล่าวกับวัยรุ่นที่มัวแต่ยืนขาสั่น
“ สวัสดี เซย่า เธอคงเหนื่อยมากสินะ เอาชุดครอธฝากไว้ที่ชั้น แล้วจงไปพักผ่อนรอเวลาแข่ง ”
เซย่าหรือกล้ามัวแต่ยืนทึ่ง สายตาจ้องมองคุณหนูซาโอริไม่เลิกรา เพราะตกตะลึงในความสวยสง่าของเด็กสาว
“ โอ้….นี่มันคนหรือเทพธิดา ทำไมถึงได้สวยระดับนี้ ใบหน้าดูได้สัดส่วนไปซะทุกจุด ดวงตาคมก็ดูมีประกาย ผิวพรรณขาวละเอียดจนเหมือนจะเปล่งออร่าออกมาได้ เอ๊ะ! แต่จะว่าไป มันก็ไม่น่าแปลก เพราะเธอคนนี้เป็นเทพเจ้านี่นา ดังนั้นจึงต้องงดงามเหนือมนุษย์ ”
เหมือนจาบุจะรำคาญ เพราะกล้ามัวแต่ตกตะลึง จึงตรงไปบิดหูของเด็กหนุ่ม พร้อมตะโกนใส่
“ ไอ้เซย่า จะมัวแต่ยืนบื้อไปถึงไหน คุณหนูบอกให้แกวางครอธ แล้วไสหัวไปซะ พอถึงเวลาแข่ง ค่อยรีบคลานกลับมา เข้าใจมั้ย ไอ้งี่เง่า ”
และการแสดงออกที่รุนแรงนี้ ก็ช่วยเรียกสติของกล้าให้กลับมา พร้อมความเจ็บปวดบริเวณใบหู เขาจึงพยายามดิ้นจนหลุด ปากก็โอดโอยเสียงดัง
“ โอ๊ย…..เจ็บนะเฟ้ย รู้มั้ย นายทำรุนแรงเกินไปแล้ว ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
