เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 40 งานประกาศข่าวที่แสนยิ่งใหญ่

    ………………………..

               

          พอกล้าเข้ามาข้างใน  เขาก็ต้องตกตะลึง  เพราะประสบกับล็อบบี้รับแขกที่กว้างเกือบเท่าโกดังใหญ่  บนพื้นและกำแพงถูกปูด้วยกระเบื้องขาวดูสะอาดตา  แถมยังไปด้วยประดับโลโก้ของมูลนิธิแกรนด์ขนาดใหญ่กว่าตัวคน  ทั่วทั้งลานปรากฏเคาน์เตอร์ไม้มะกอกราคาแพงตั้งอยู่   แน่นอนว่าไม่มีคนประจำการ  เพราะผู้ทำหน้าที่นั้นก็คือ….ร.ป.ภ.อดีตทหารที่ยืนมองอยู่ข้างนอก

     

    “ ว้าว….อลังการงานสร้างเอามากๆ 


    “ เฮ้ย  อย่ามัวแต่ทำเด๋อเป็นบ้านนอกเข้ากรุงสิ  รีบตามมา  เจ้าเซย่า ” แต่ดูเหมือนจาบุจะไม่อินด้วย  เลยร้องเรียกกึ่งตะคอก  ซึ่งทำให้กล้าแอบไม่พอใจนิดๆ  ทว่าด้วยความที่เป็นคนไม่ชอบมีปัญหากับใคร  จึงเก็บงำอารมณ์ขุ่นเคืองเอาไว้ 


    “ ชิ…..แค่นี้ก็บ่น  ขอดื่มด่ำความหรูหราของคนรวยซักหน่อยไม่ได้เหรอ ”


     

              และเป้าหมายต่อไปที่จาบุนำทางก็คือ…..ลิฟต์  ทำให้กล้ารู้ว่าคุณหนูซาโอริ  หรือว่าที่อาเธน่าในตำนานน่าจะรอเขาอยู่ที่ชั้นบน 


    “ เอาล่ะ  นำไปเลย  ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว  แต่จะว่าไป  ชั้นเองก็ชักปอดหน่อยๆ  เพราะอีกไม่นาน  ก็จะได้พบกับเทพเจ้าในนิยายปกรณัม ” 


    ………………………….

    (ณ.ห้องประชุมใหญ่บนชั้น 13 ตึกมูลนิธิแกรนด์)


                มันเป็นห้องที่กว้างพอประมาณ  ด้านหน้าถูกยกพื้นสูงจนมีลักษณะคล้ายเวที  มีโพเดียมไม้ตั้งอยู่ตรงกลางพร้อมไมค์  ด้านล่างอัดแน่นไปด้วยเก้าอี้ที่วางเรียงรายกันหลายแถว  กะดูคร่าวๆเห็นจะไม่ต่ำกว่า 50 ที่นั่ง  และทุกๆตำแหน่งล้วนมีนักข่าวหลากเพศหลายวัยเฝ้าจับจอง  จึงบังเกิดเสียงจ้อกแจ้กจอแจดังอยู่ร่ำไป  เพราะพวกเขากำลังสนทนากัน 


    “ คุณหนูซาโอริ  ผู้เป็นประธานมูลนิธิแกรนด์คนปัจจุบันคิดจะทำอะไร ” 


    “ แต่ไม่ว่าจะทำอะไร  คงเป็นงานที่ใหญ่มาก ” 


    “ เห็นด้วย  เพราะคุณหนูเล่นระดมเชิญนักข่าวทุกสำนักมารวมตัวกัน ” 


    “ ใช่  ใช่  แม้แต่ CNN  กับ  BBC ก็ยังมาร่วมด้วย  รับรองว่ามันต้องสะเทือนโลกแน่ๆ ”


     

              ทว่ากลุ่มนักข่าววิพากษ์วิจารณ์ได้ไม่นาน  ก็ต้องหุบปากโดยพลัน  ด้วยมีเด็กสาวนางหนึ่งเดินออกมาจากฉากหลังของเวที  เธอมีใบหน้าที่สะสวย  เส้นผมยาวสลวยสีม่วงอ่อนดูเรียบตรงถึงกลางหลัง  อันแลคล้ายผ้าไหมมีราคา  ส่วนร่างบางระหงก็ถูกปกคลุมด้วยเดรสขาวทรงกระโปรงบานที่ยาวถึงครึ่งแข้ง  แน่นอนว่านางผู้นี้ก็คือ…….คุณหนูซาโอริ  เจ้าของมูลนิธิแกรนด์  ซึ่งเป็นองค์กรใหญ่ระดับโลก


     

              เด็กสาวผู้นั้นมีท่าทีเงียบสงบ  สุขุม  และไว้ตัวดุจผู้ใหญ่  อันไม่เข้ากับใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของเจ้าหล่อน  เธอก้มหัวคำนับนักข่าวกว่า 50 ชีวิตตามมารยาทของชาวอาทิตย์อุทัยหนึ่งที  ก่อนจะก้าวไปประจำในโพเดียม  พร้อมเอาปากจ่อไมค์  แล้วกล่าวทักทาย 


    “ สวัสดีค่ะ  คุณนักข่าวทุกท่าน  ดิชั้น  ซาโอริ  มาซึมาซะ  ประธานมูลนิธิแกรนด์คนปัจจุบันมีข่าวสำคัญจะแจ้งให้ทุกท่านทราบ ”


     

                ทั้งห้าสิบกว่าชีวิตได้แต่ใบ้จับ  มีเพียงเสียงลมหายใจแรงที่ถูกพ่นออกมา  เพราะต่างลุ้นว่าจะได้รับข่าวสารอะไรจากเด็กสาววัยเยาว์  ผู้เป็นประธานขององค์กรใหญ่  กระนั้นพวกเขาก็ยังแอบชื่นชมดรุณีแรกรุ่นนางนี้ 


    “ สมแล้วที่เป็นผู้นำคนใหม่ของมูลนิธิแกรนด์  เพราะขนาดอายุแค่ 13 ยังวางตัวได้ดีถึงเพียงนี้จนดูคล้ายประธานอาวุโสผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวคนนึงเลยทีเดียว ”


     

                คุณหนูคนดังทิ้งระยะให้นักข่าวลุ้นอยู่อึดใจ  ก่อนจะประกาศสิ่งที่ทุกคนอยากรับฟัง  นั่นก็คือ…… 


    “ ดิชั้นขอแจ้งว่า……อีกสองอาทิตย์ข้างหน้า  มูนิธิแกรนด์ของเราจะจัดการประลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์  มันมีชื่อว่า…กาแล็กเซี่ยนวอร์ ”


     

                 นักข่าวทุกคนอึ้งอยู่อึดใจ  เพราะทีแรกพวกเขาตั้งธงว่า….นโยบายที่ประกาศอาจเกี่ยวกับการสนับสนุนสถาบันทหารของประเทศใดประเทศหนึ่ง  หรือไม่ก็หนุนหลังเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ที่น่าจะทำเงินมหาศาล  แต่ที่ไหนได้  มูลนิธิแกรนด์ผู้ยิ่งยงกลับเลือกจัดการแข่งขันบางอย่างขึ้นมา  ทำให้สารพันคำถามถูกปลดปล่อย 


    “ มันเป็นการแข่งขันแบบไหนกันคะ ” 


    “ แล้วที่ว่าประลอง  หมายถึงการต่อสู้หรือเปล่า ” 


    “ แล้วมูลนิธิแกรนด์จะจัดการแข่งด้วยศิลปะการต่อสู้ประเภทใด  หรือจะเอาวิชาทุกแขนงมาประลองกัน  แบบนี้ก็น่าสนุกสิ  จะได้รู้กันไปเลยว่าระหว่างมวยไทยกับคาราเต้  ใครจะแน่กว่ากัน ”


     

               แม้บรรยากาศจะสับสน  และอุดมไปด้วยเสียงเซ็งเเซ่  ด้วยทุกผู้คนกำลังเร่งระดมคำถามขึ้นมา  แต่คุณหนูซาโอริดูไม่ไหวหวั่น  ไม่นาน  เด็กสาวผมสีม่วงก็ยื่นมือไปจับไมค์มาจ่อปาก  พร้อมกล่าวเบาๆ 


    “ พวกคุณพูดถูกอยู่อย่างนึงว่าการแข่งนี้คือ…การต่อสู้  แต่ที่ผิดคือ….ผู้เข้าร่วมจะไม่ใช่นักมวยไทย  นักคาราเต้  นักยูโด  นักเทควันโด้  หรือผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้แขนงใด  แต่จะเป็นเหล่านักสู้ผู้มีพลังเหนือมนุษย์  พวกเขาถูกขนานนามว่า…เซนต์ ”


     

                 นี่นับเป็นข่าวสารที่ชวนให้อื้ออึง  เพราะทันทีที่ถูกประกาศ  นักข่าวทุกคนก็เงียบกริบไปหลายวินาที  และพอตั้งตัวได้  พวกเขาก็รีบรุมถาม 


    “ แล้วตกลง  เซนต์คือใครกันคะ ”   


    “ มันเป็นการต่อสู้ศาสตร์ไหน ”  


    “ แล้วที่ว่าเป็นนักสู้เหนือมนุษย์  นี่พูดเกินจริงหรือเปล่า ”


     

               ถึงตรงนี้  สีหน้าของซาโอริดูเปลี่ยนไปนิดนึง  คล้ายสารพันคำถามดังกล่าว  จะทำให้เธอรู้สึกหนักอก  แต่พอปรับอารมณ์ได้  คุณหนูผู้สูงศักดิ์ก็ตอบเรียบๆ 


    “ เซนต์ไม่ได้เป็นนักสู้ในศิลปะการต่อสู้ประเภทใด  พวกเขามีแนวทางการฝึกฝนที่ต่างจากทุกวิชาบนโลก  หลักๆก็จะพยายามสัมผัสพลังแฝงในร่างกายที่เรียกว่า “คอสโม่” แล้วดึงมันออกมา  เพื่อใช้เป็นพลังทำลายล้าง ”


     

                ทันทีที่สิ้นเสียงของซาโอริ  ไฟในห้องประชุมก็ดับลง  เหลือเพียงไฟดาวน์ไลน์ที่ติดริมกำแพง  อันพอให้ความสว่างอยู่รำไร  จากนั้นกำแพงด้านหลังของซาโอริก็กลายเป็นจอโรงหนังที่ฉายภาพพื้นดินและกำแพงที่พังทลาย  ราวกับถูกถล่มด้วยลูกตุ้มยักษ์ของรถเคลนก่อสร้าง 


    “ อ้า…นั่นมันอะไร ” นักข่าวหลายชีวิตนึกงง  แต่บางคนก็เริ่มจับจุดได้  จึงพึมพำกับตัวเองเบาๆ 


    “ หรือคุณหนูจะบอกว่า…ร่องรอยความเสียหายที่เห็น  เกิดขึ้นจากเหล่าเซนต์ ” 


    “ ใช่แล้วค่ะ  ความพินาศย่อยยับนั้นเป็นฝีมือของเหล่าเซนต์ ” คุณหนูผู้สูงศักดิ์หันหน้าไปยังนักข่าวคนนั้น  ก่อนกล่าวยืนยันด้วยตัวเองอีกที   


    “ อะ….เอ่อ…..ละ…แล้วเหล่าเซนต์ใช้อาวุธอะไร  ถึงได้มีอานุภาพทำลายล้างสูงขนาดนี้ ” นักข่าวอีกคนยกมือขึ้นมาถาม  สีหน้าดูตื่นๆ  ซึ่งรีแอคชั่นแรกของคุณหนูซาโอริก็คือ…ยิ้มรับเล็กน้อย  ก่อนจะหันไปเฉลย 


    “ พวกเขาใช้มือเปล่าค่ะ ” 


    “ หา…….ใช้มือเปล่าหรือครับ  เป็นไปไม่ได้แน่  ต่อให้เป็นยอดฝีมือทางด้านมวยไทย  ก็ไม่มีทางทำได้ถึงขนาดนี้ ” ชายผิวคล้ำคนนึงลุกขึ้นค้านทันควัน  เขาน่าจะเป็นชาวต่างชาติจากประเทศใดประเทศหนึ่งในแถบอาเซี่ยน  สังเกตได้จากหน้าตาและค่านิยมที่มีต่อ…มวยไทย  ทว่าซาโอริกลับโต้ตอบแบบไม่ยี่หระ 


    “ เป็นไปได้ค่ะ  ดิชั้นขอยืนยันว่าพวกคุณจะได้เห็นหลักฐานนี้ในวันเปิดการแข่งขันกาแล็คเซี่ยนวอร์  และมูลนิธิแกรนด์จะทำการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ”


     

                เสียงพูดคุยยังคงดังต่อเนื่อง  ส่วนใหญ่จะเป็นการโต้เถียงระหว่างนักข่าวสำนักต่างๆ  ระหว่างที่สถานการณ์กำลังสับสนวุ่นวาย  ไฟในห้องก็สว่างขึ้น  พร้อมกับมีใครบางคนเดินเข้ามาในห้อง 


    “ แอ๊ด……”


     

                  นักข่าวทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว  ทำให้พบกับเด็กหนุ่มสองนาย  คนที่เดินนำเป็นวัยรุ่นที่มีใบหน้าคมสัน  ร่างกายค่อนข้างล่ำสัน  สองมือสวมถุงมือหนังสีดำ  ผมหยักศกสีน้ำตาล  ท่าทางดูมั่นใจ  ผิดกับคนหลังที่แม้จะมีลุคคล้ายคนกล้า  แต่กลับยืนขาสั่น  บนแผ่นหลังสะพายกล่องเหล็กขนาดใหญ่ 


    “ เด็กสองคนนี้เป็นใครกัน  หรือว่าพวกเขาจะเป็นเซนต์ ” นี่คือความสงสัยของทุกคน  แต่เด็กหนุ่มที่เดินนำดูจะไม่แยแสสนใจ  เขาเพียงแต่หันไปมองคุณหนูผู้สูงศักดิ์  ก่อนจะรายงานด้วยเสียงตะโกน 


    “ คุณหนูครับ  ผมพาเจ้าเซย่ามารายงานตัวตามคำสั่งแล้ว ”


     

                 เด็กสาวผมม่วงพยักหน้ารับนิดนึง  ก่อนจะลงจากเวที  แล้วก้าวเข้าไปหาเด็กหนุ่มทั้งสอง  โดยมีกลุ่มนักข่าวคอยแหวกทางให้  และพอถึงจุดหมาย  คุณหนูผู้สูงศักดิ์ก็กล่าวกับวัยรุ่นที่มัวแต่ยืนขาสั่น 


    “ สวัสดี  เซย่า  เธอคงเหนื่อยมากสินะ  เอาชุดครอธฝากไว้ที่ชั้น  แล้วจงไปพักผ่อนรอเวลาแข่ง ”


     

                 เซย่าหรือกล้ามัวแต่ยืนทึ่ง  สายตาจ้องมองคุณหนูซาโอริไม่เลิกรา  เพราะตกตะลึงในความสวยสง่าของเด็กสาว 


    “ โอ้….นี่มันคนหรือเทพธิดา  ทำไมถึงได้สวยระดับนี้  ใบหน้าดูได้สัดส่วนไปซะทุกจุด  ดวงตาคมก็ดูมีประกาย  ผิวพรรณขาวละเอียดจนเหมือนจะเปล่งออร่าออกมาได้  เอ๊ะ!  แต่จะว่าไป  มันก็ไม่น่าแปลก  เพราะเธอคนนี้เป็นเทพเจ้านี่นา  ดังนั้นจึงต้องงดงามเหนือมนุษย์ ”


     

                เหมือนจาบุจะรำคาญ  เพราะกล้ามัวแต่ตกตะลึง  จึงตรงไปบิดหูของเด็กหนุ่ม  พร้อมตะโกนใส่ 


    “ ไอ้เซย่า  จะมัวแต่ยืนบื้อไปถึงไหน  คุณหนูบอกให้แกวางครอธ  แล้วไสหัวไปซะ  พอถึงเวลาแข่ง  ค่อยรีบคลานกลับมา  เข้าใจมั้ย  ไอ้งี่เง่า ”


     

               และการแสดงออกที่รุนแรงนี้  ก็ช่วยเรียกสติของกล้าให้กลับมา  พร้อมความเจ็บปวดบริเวณใบหู  เขาจึงพยายามดิ้นจนหลุด  ปากก็โอดโอยเสียงดัง 


    “ โอ๊ย…..เจ็บนะเฟ้ย  รู้มั้ย  นายทำรุนแรงเกินไปแล้ว ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258