หมิงเฉิงยังคงอยู่ที่วิหารไท่ชิง เขาอยู่ลานฝึกประจำของไป๋หลาน นี่ก็ผ่านมาแล้วแปดเดือน ช่วงเวลาแปดเดือนที่ผ่านมานี้ หมิงเฉิงนั้นได้ฝึกเคล็ดกระบี่ทุกวัน จนบางครั้ง ซิ่วอิง ก็ยังสงสัย ว่าเหตุใด ด้วยพรสวรรค์ของเขาที่สามารถฝึกได้ทุกวิถี แต่ทว่าหมิงเฉิงกลับมุ่งมั่นฝึกเพียงวิถีกระบี่
นางที่เป็นอาจารย์ของเขา แน่นอนว่าสามารถสั่งให้เขาฝึกวิถี จิต ปราณ กายาและโอสถ ควบคู่กันไปได้ แต่ถ้าหากนางทำเช่นนั้นก็เท่ากับว่านางเป็นคนบั่นทอนการเติบโตของเขา เพราะว่านางอยากให้หมิงเฉิงได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง แน่นอนว่านางอยากให้เขากลายเป็นปีศาจ เป็นเครื่องมือล้างแค้นให้แก่ตน แต่ทว่าตลอดเวลาที่นางได้อยู่กับหมิงเฉิงนั้น ทำให้นางกำลังมองหมิงเฉิงเปรียบเสมือนส่วนใดส่วนหนึ่งในชีวิตนางที่ขาดไม่ได้
หลี่น่าจ้าววิหารไท่ชิง จะมาเยี่ยมหมิงเฉิงอาทิตย์ละครั้ง แต่ช่วงหลังๆนางเห็นว่าหมิงเฉิงกำลังตั้งใจฝึกฝน นางจึงไม่อยากรบกวนการฝึกของเขา
วันนี้หมิงเฉิงตัดสินใจเข้าไปที่คลังวิหาร เขาได้นำสมุนไพรต่างๆ มากมายมาเก็บไว้ เผื่อได้ใช้ในอนาคต พอเดินเข้าไปในส่วนลึกของคลังวิหาร สายตาของเขานั้นได้ไปพบกับเคล็ดวิชาปราณอย่างหนึ่ง ชื่อของเคล็ดวิชานั้นได้ดึงดูดความสนใจของชายหนุ่ม หมิงเฉิงเดินเข้าไปแล้วหยิบขึ้นมาอ่าน เคล็ดวิชาปราณแปรเปลี่ยน
หมิงเฉิงเปิดอ่านหน้าที่หนึ่ง เขาก็บังเกิดความสนใจขึ้นมาทันที ภายในเคล็ดวิชานั้นเขียนไว้ว่า ปราณแปรเปลี่ยน คือเปลี่ยนธาตุในพลังยุทธ์ให้กลายมาส่งเสริมเคล็ดวิชาต่างๆที่มีอยู่ นั้นก็คือ เคล็ดวิชานี้จะช่วยเสริมพลังโจมตีและพลังป้องกัน ในทุกวิชาที่หมิงเฉิงฝึกนั้น เคล็ดวิชานี้สามารถช่วยส่งเสริมให้วิชาที่หมิงเฉิงฝึกมีพลังโจมตีและพลังป้องกันมากขึ้นเป็นเท่าตัว
"หืออ... เคล็ดวิชาปราณรูปแบบโจมตีมากมายในกระบี่ เจ้าไม่เหลี่ยวแล แต่กลับมาสนใจเคล็ดวิชาปราณที่ช่วยเกื่อหนุน อาจารย์ไม่เข้าใจความคิดเจ้าจริงๆ... ซิ่วอิงที่เห็นว่าหมิงเฉิงนั้นให้ความสนใจกับเคล็ดวิชานี้ ก็พูดขึ้นมา แต่นางก็มิได้ห้ามหใิงเฉิงใดๆ
"วิถีปราณแบ่งเป็นสามรูปแบบ โจมตี ป้องกันและส่งเสริม แต่เจ้าไม่เคยคิดที่จะฝึกวิถีปราณเลยแม้แต่น้อย เหตุใดวันนี้เจ้าถึงเลือกฝึกวิถีปราณ ซ้ำยังเป็นปราณส่งเสริม??
"อาจารย์... เช่นนั้นศิษย์ไม่ฝึกก็ได้...
"เจ้าเด็กงี่เง่า.... เจ้านี่มันงี่เง่าจริงๆ ฝึกๆไปเถอะ ยังไงเจ้าก็ตั้งใจแล้วนิ...ซิ่วอิงกล่าวเสียงดุออกมา จากนั้นนางก็เงียบไปเพราะกลัวหมิงเฉิงจะเปลี่ยนใจไม่ฝึกวิถีปราณ ถึงแม้จะเป็นปราณส่งเสริม แต่มันก็ยังดีกว่า ที่จะให้เขาฝึกวิถีกระบี่อย่างเดียว
หลังจากตัดสินใจแล้วว่าจะฝึกวิถีปราณส่งเสริม หมิงเฉิงก็กลับมาที่ลานแล้วนั่งลง ภายในเคล็ดวิชานั้นแบ่งเป็นสามขั้น ต้น กลาง สูง
หากฝึกต้นสำเร็จ หมิงเฉิงสามารถขับปราณออกมาเสริมกระบี่ให้มีพลังโจมตีมากขึ้นและพลังป้องกันก็เช่นกัน ขั้นต้นสามารถส่งเสริมได้หนึ่งเท่า
ขั้นกลางส่งเสริมสองเท่า และขั้นสูงส่งเสริมสามเท่า
นั้นแสดงว่า หากเขาฝึกถึงขั้นสูง เคล็ดวิชานี้ย่อมส่งผลให้พลังโจมตีของหมิงเฉิงนั้นสูงขึ้นเป็นสามเท่า หมิงเฉิงนั่งฝึกอยู่อย่างนั้นจนเวลาผ่านไปนาน4-5ชั่วยาม หลี่น่าจะวันนี้นางคิดจัมาเยี่ยมหมิงเฉิง พอนางเดินมาถึงขอบนอกลานฝึก นางก็ต้องตกใจ เพราะสัมผัสได้ถึงไอปราณที่นุ่มนวล แต่ก็เยือกเย็นสายหนึ่งกำลังผันผวน
หลี่น่าเดินเข้าไปเงียบๆ ในคลองจักขุของนาง กำลังมองชายหนุ่มที่กำลังฝึกวิถีปราณ นางสัมผัสได้ว่านั้นคือปราณส่งเสริม แต่ทว่าปราณส่งเสริมที่หมิงเฉิงกำลังฝึกอยู่นั้น กลับให้ความรู้สึกที่อันตราย แทนที่จะให้ความรู้สึกอบอุ่น
ตั้งแต่ที่หมิงเฉิงเข้ามาเป็นศิษของวิหารไท่ชิง แต่ทว่าเขากลับไม่เคยที่จะฝึกวิถีปราณเลยแม้แต่น้อย แต่วันนี้นางกำลังมองดูหมิงเฉิงที่กำลังฝึกวิถีปราณ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นางแปลกใจความคิดของชายหนุ่ม
นางมองดูหมิงเฉิงได้สักพัก ก็เดินกลับไป เพราะนางเห็นว่าหมิงเฉิงกำลังตั้งใจฝึกตน พอนางเดินจากไปได้สักพัก รอบลานฝึกนั้นก็เกิดการแปรผันของพลังยุทธ์ พลังเยือกเย็นและแต่นุ่มนวลสายหนึ่งกำลังโอบล้อมหมิงเฉิงไว้ ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมา จากนั้นก็หยิบกระบี่มาถือไว้
หมิงเฉิงปล่อยให้ปราณที่โอบล้อมตัวไว้ ปล่อยให้ไหลไปที่ตัวกระบี่ วืบบบบ.... ลำแสงสีเงินจากปราณ เข้าไปปรกคุมกระบี่ เกิดเป็นแสงสีเงินที่กระบี่ปราณธาตุน้ำแข็ง ตัวกระบี่เกิดกลิ่นอายที่เฉียบคมขึ้นมาเป็นหนึ่งเท่า ฟืบ.... ฉิง.... หมิงเฉิงลองตวัดกระบี่ออกไป เกิดเป็นคลื่นกระบี่พุ่งออกไป
แคร่ก... ตูมมม... คลื่นกระบี่สีเงินที่พุ่งออกไป กระทบเข้ากับต้นไม้ ต้นไม้ต้นนั้นได้ขาดสะบั้น หมิงเฉิงอ้าปากค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเพียงสะบัดกระบี่ออกไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ทว่ากลับเป็นการปล่อยคลื่นกระบี่สายหนึ่งซะงั้น
"หือ...วิชาปราณนี้ถึงกับสามารถทำให้เจ้าปล่อยคลื่นกระบี่ได้.... ซิ่วอิงที่มองดูหมิงเฉิงในห้วงดวงจิตก็พลันถามขึ้นด้วยความตกใจ เพราะว่าการที่จะปล่อยคลื่นกระบี่ออกมาได้นั้น อย่างน้อยต้องบรรลุวิถีกระบี่ที่สี่ จึงสามารถทำได้ หมิงเฉิงที่วิถีกระบี่ที่สาม แต่ด้วยเคล็ดวิชาปราณที่ส่งเสริม ถึงกับทำให้ปล่อยคลื่นกระบี่ได้ จึงทำให้นางตกใจ
"อาจารย์... นี่คือสิ่งใด...
"ไม่ต้องใส่ใจ... ต่อไปเจ้าก็ตั้งใจฝึกเคล็ดวิชานี้ควบคู่กับเคล็ดวิชากระบี่เถอะ...
หมิงเฉิงนั่งฝึกไปอีกสักพัก ถึงยามค่ำเขาก็หยุด จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปหาหลี่น่าที่โถงวิหารหลัก แต่ก็ไม่เห็นนาง พอทราบว่านางอยู่ที่สวนหลังห้องพัก หมิงเฉิงก็เดินเข้า
"คารวะจ้าววิหาร.. หมิงเฉิงกล่าวคับนับ
"ลุกขึ้นเถอะ.. แปดเดือนมานี้เจ้าไม่เคยมาหาข้า เช่นนั้นวันนี้มีเรื่องอะไรละ... หลี่น่ากล่าวเสียงเรียบ
"จ้าววิหาร วันนี้ข้ามาอำลาท่าน...
"หืออ... อำลาอย่างงั้นหรอ... หลี่น่าคิดไว้แล้วว่ายังไงหมิงเฉิงก็ต้องไปจากเมืองแห่งนี้ นางจึงไม่แปลกใจเท่าไร
"นี่คือยาปราณแท้ที่ข้าปรุงขึ้นมา ยานี้สามารถช่วยให้เพิ่มความเร็วในการฝึกวิถีลมปราณได้เร็วขึ้น...หมิงเฉิงหยิบยาขึ้นมาแล้วส่งให้นาง หลี่น่ารับยาไว้อย่างไม่เกรงใจ ที่นางไม่ตกใจก็เพราะก่อนหน้านี้ ไป๋หลานได้นำยานี้มาให้นางแล้ว ตอนแรกที่เห็นยานี้นางก็ตกใจ เพราะยาที่สามารถทำให้ฝึกวิถีลมปราณได้เร็วขึ้นนั้น นับว่าล้ำค่าเป็นอย่างมาก
"เจ้าคิดจะไปยังวิหารไท่ชิงสาขารองเลยงั้นรึ... เดี่ยวข้าให้คนเตรียมรถม้าและส่งคนไปคุ้มกัน...
"เรียนจ้าววิหาร... ข้าเพียงต้องการเดินทางแบบเงียบๆ ไม่ต้องรบกวนคนอื่น...
"เหออ... เจ้านี่นะ.... หลี่น่าพูดไม่ออกกับความดื้อรั้น
"เอาเถอะ... ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้วข้าก็ไม่อาจไปห้ามเจ้าได้.. แล้วเจ้าจะเดินทางเมื่อไร... หลี่น่าถามออกมา
"ตอนนี้.... หมิงเฉิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หลี่น่าที่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจในคำตอบ ถึงแม้จะมาบอกลา แต่นางไม่คิดว่าหมิงเฉิงต้องการจะไปตอนนี้...
"ทำไมไม่รอรุ่งสางก่อนเล่า ค่อยเดินทาง... หมิงเฉิงไม่ได้ตอบคำของนาง คนเพียงแค่เงียบเท่านั้น...
ผ่านไปหลายอึดใจ หลี่น่าที่เห็ดว่าหมิงเฉิงไม่ได้ตอบคำของนาง จากนั้นนางก็พูดขึ้นมา...
"เหออ... นางถอนหายใจออกมา...
"ในเมื่อเป็นความตั้งใจของเจ้า... เช่นนั้นก็รักษาตัวด้วย พูดจบนางก็ยื่นถุงมิติใบหนึ่งมาให้ทางหมิงเฉิง
"ในนี้คือสิ่งของที่อาจจะจำเป็นในการเดินทาง เจ้าอย่าปฏิเสธเลย รับไว้เถอะ หมิงเฉิงที่เห็นดังนั้นก็ไม่ได้ขัดใจนางอีก เขารับเอาถุงมิติไว้จากนั้นก็พูดขึ้นมา
"ท่านจ้าววิหาร... รักษาตัวด้วย
"อื่ม...
หลังสิ้นเสียง หมิงเฉิงก็พุ่งตัวออกไปจากสวนหลังห้องของหลี่น่า เขาเหินร่างออกมานอกวิหารได้สักพัก จากนั้นชายหนุ่มก็หยุดลง แล้วหันกลับไปมองที่วิหารไท่ชิงอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นชายหนุ่มก็เหินร่างไปต่อ เขาเพียงหันกลับไปมองแค่แวบเดียวเท่านั้น
หมิงเฉิงมุ่งตรงไปตามแผนที่ มุ่งตรงไปยังเมืองหนานเชิง แต่ว่าชายหนุ่มกลับไม่ได้ไปตามทางที่วิหารไท่ชิงสาขารองตั้งอยู่ เขาเพียงมุ่งตรงไปเรื่อยๆ