มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 44 ไช่อี ธิดาเทพแห่งสำนักหลงเหมิน

    ฮูหยินเจ้าเมืองเคลื่อนตัวมาข้างกายราเชน แล้วมองดูราเชนเหมือนเห็นตัวประหลาด

    “ ฮูหยินท่านอย่ามองข้าแบบนั้น ข้าไม่ได้ทำอะไรมันสักหน่อย ตัวมันระเบิดแตกตายไปเอง”

    “ ไม่ใช่ ก่อนตายข้าได้ยินมันพูดว่า โลหิตมาร กับ ท่านประมุข เจ้ารู้จักประมุขของมันด้วยรึ?”

    “ ข้าจะไปรู้จักได้ยังไงกัน” ราเชนหวนนึกถึงราชินีมารทศเย็นขึ้นมาทันที

    “ หลี่ชิงสุ่ย ราชินีมารทศเย็น คือประมุขสำนักมารทศเย็น หายสาบสูญไปพันปีก่อน ว่ากันว่า โลหิตในกายของนาง สามารถทำลายร่างของศิษย์ของสำนักมารทศเย็นได้ทุกคน แต่ว่าเจ้ายังอ่อนวัยนัก ไม่น่าเกี่ยวข้องกับพวกสำนักมารทศเย็น”

    “ ใช่ ใช่ข้าไม่เกี่ยวข้องแม้แต่น้อย เลือดของข้าเป็นเลือดหยางบริสุทธิ์ ผุดผ่อง บางที อาจจะเข้าไปทำลายวิชาปีศาจในร่างของพวกมันก็เป็นได้”

    ฮูหยินส่ายหัวไม่เชื่อคำพูดของราเชน และเดินเข้าไปหยิบแผ่นหยกสีขาวที่ตกอยู่ข้างเศษเนื้อเละเทะของ เทวทูตหยินหยาง มาเช็ดทำความสะอาด แล้วเก็บเอาไว้

    “ ฮูหยิน ข้าไม่อยากรู้เรื่องราวใดใด ของท่าน แต่ทว่า ค่าจ้างที่ท่านรับปากเอาไว้

    ...” ราเชนยิ้มระรื่น พร้อมกับถูมือ เพื่อรอรับเงินค่าจ้าง 1 ล้านเหรียญทอง

    “ ตอนนี้ข้าไม่มี”

    “ ฮ้า..นี่ท่านคิดหลอกข้าอย่างนั้นเร๊อะ?”

    “ ข้าไม่ใช่ฮูหยินเจ้าเมืองแล้ว แต่ข้ามีข้อแลกเปลี่ยน”

    “ ได้ ไม่มีเงิน ก็ขอเป็นที่ดินหรือ ของมีค่าอะไรก็ได้ แผ่นหยกสีขาวนั่นคงจะขายได้ราคาใช่ไหม?”

    ฮูหยินส่ายหัว แล้วเอ่ยด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ว่า

    “ ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามีความแค้นกับ ปรมาจารย์ขลุ่ยเรื่องอะไร ดูท่านางไม่ยอมปล่อยเจ้าไปแน่ๆ ข้าสามารถช่วยให้เจ้าหนีออกไปจากเมืองนี้ได้แทนค่าจ้าง 1 ล้านเหรียญทอง”

    “ พาข้าหนี?”

    ราเชนหันไปมองเจ้าโมโม่ ที่ตอนนี้อ้าปากคำรามพ่นไฟออกมา เหมือนจะบอกว่ามันสามารถพาราเชนหนีออกไปได้ ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น

    “ เจ้าคิดว่า สุนัขอสูรของเจ้า จะพาเจ้ารอดไปได้อย่างนั้นรึ? แค่เจอเจ้างูจงอางยักษ์ตัวเดียวมันไม่แน่ว่าจะหนีรอด นี่มันยังมีอสูรพยัคฆ์ และ อสูรอินทรีคอยช่วยเหลือ แม้เจ้าจะมียันต์เวทย์ แต่ก็ไร้พลังปราณยุทธ์ จะต้านทานตัวตนระดับปรมาจารย์ทั้งสาม และกองทัพทหารได้นานแค่ไหน”

    ราเชนไม่เถียง แต่หากว่าจำเป็นจริง เขาจะกินเลือดศัตรู กลายเป็นมารโลหิตฆ่าพวกมันให้หมดไปเลย แต่ว่าเรื่องนี้มันต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ เขาอาจจะกลายเป็นศัตรูของชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะทั้งแผ่นดินแน่ๆ

    “ แล้วท่านจะช่วยข้าได้อย่างไร ข้าต้องพาหลานสาวของท่านกลับ ตระกูลฟงอีก”

    “ ไม่มีปัญหา แต่เจ้าจำเอาไว้ด้วย ข้าไม่ใช่ฮูหยินเจ้าเมือง ไม่ใช่คุณหนูห้าแห่งตระกูลฟง”

    “ แล้วท่านคือใคร?”

    “ ข้าชื่อ ไช่อี เป็นคนของสำนักหลงเหมิน”

    “ ถามนางซิ ทำไมปลอมตัวเป็นน้องสาวข้า แล้วตอนนี้นางอยู่ไหนกันแน่”

    ผีนายท่านสี่ รีบเร่งให้ราเชนถามทันที

    “ แล้วฮูหยินเจ้าเมืองอยู่ที่ไหน”

    “ นางตายแล้ว”

    “ หา ตายแล้ว ตายๆ ได้ยังไง?” ราเชนรีบเอ่ยถามทันที

    ทั้งคนและผี ต่างอยากรู้เรื่องนี้จนลืมไปแล้ว ว่ายังมีศัตรูรออยู่ภายนอกสุสาน

    “ ฮูหยินเจ้าเมืองอาภัพนัก ข้าปลอมตัวมาเป็นสาวใช้ของนาง เพื่อที่จะเข้ามาในสุสานแห่งนี้ เพื่อจะมาตามหยกศักดิ์สิทธิ์ของสำนักหลงเหมินกลับสำนัก หลังจากที่ถูกเทวทูตหยินหยาง ขโมยมาเมื่อสิบปีก่อน เพื่อมาใช้ควบคุมพลังหยินหยางในร่างของมันไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป ข้าปลอมตัวเป็นสาวใช้อยู่ข้างกายนางอยู่สามเดือนก็รู้ว่า ท่านเจ้าเมืองหานต้องใช้ดวงตาเป็นกุญแจเพื่อผ่านค่ายกล แต่ทว่าน่าเสียดายข้าไม่รู้ว่า มันต้องใช้ในตอนที่ยังมีชีวิตเท่านั้น”

    “ พูดมากจริง ข้าอยากรู้ว่าน้องสาวของข้าตายอย่างไรกัน ทำไมข้าถึงไม่เห็นวิญญาณของนาง”

    ผีนายท่านสี่รีบเอ่ยขึ้นมา

    “ ข้าแค่อยากรู้ว่า ใครเป็นคนฆ่าฮูหยินเจ้าเมืองเท่านั้น” ราเชนรีบเอ่ยแทรก ไช่อีถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยต่อว่า

    “  หลังจากที่ข้ามาอยู่ในจวนเจ้าเมือง ก็รู้ว่า คนในตระกูลหานนั้นมีประเพณีแปลกประหลาดชั่วช้า อัปรีย์ที่สุด สตรีที่แต่งเข้ามา ต้องหลับนอนกับผู้ชายที่มีอำนาจในตระกูลหาน โดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ บิดาท่านเจ้าเมืองรวมทั้งเหล่าพี่น้องทั้งหลาย แม้แต่แม่ทัพหานเฉิงก็ร่วมหลับนอนกับฮูหยินเจ้าเมืองด้วย”

    “ อะไรนะ นี่มันประเพณีบัดซบอะไรกันนี่”

    “ ฮูหยินเจ้าเมือง พอเจอเรื่องที่เกิดขึ้น ก็เลยเปลี่ยนความเศร้าโศกเป็นความแค้นใจ ส่งข่าวไปให้ฟงอี้ผู้นำตระกูลฟง ซึ่งพอได้ฟังก็ไม่พอใจยิ่งนัก จึงได้นำเรื่องขึ้นกราบทูลต่อ จักรพรรดิหลี่เอี้ยนให้ทรงทราบ เพื่อช่วยเหลือเรื่องนี้ ดังนั้นจักรพรรดิหลี่เอี้ยนจึงส่งองครักษ์วังหลวงมาคุ้มครองฮูหยินเจ้าเมืองแทน”

    “ ทำไมไม่มารับฮูหยินกลับตระกูลฟง ยังจะทนอยู่ทำไมอีก”

    “ ฮูหยินเองก็คิดเช่นกัน นางอยากกลับตระกูลฟง แต่ว่าถูกพี่ใหญ่ฟงอี้ขอร้องเอาไว้           เพราะว่า จักรพรรดิหลี่เอี้ยนวางแผนบางอย่าง ซึ่งแผนการณ์นั้นก็คือให้ ฮูหยินเจ้าเมืองลอบสังหารเจ้าเมืองหานแล้ว เป็นเจ้าเมืองคนต่อไปแทน”

    “ อะไรนะ นางยอม?”

    “ เพื่อความแค้น ผู้หญิงยอมทำทุกอย่าง”

    “ สุดท้ายเจ้าเมืองก็ถูกองครักษ์ของจักรพรรดินั่นฆ่าตายไป แต่ว่าฮูหยินเจ้าเมืองล่ะหายไปไหน”

    “ หลังจากรู้ข่าวว่าเจ้าเมืองตายไป ฮูหยินเจ้าเมืองก็รู้สึกหมดอาลัยในชีวิต ถึงกับกลืนยาพิษฆ่าตัวตายตามเจ้าเมืองไป สั่งให้ข้านำร่างของนางไปเผาทำลาย แล้วโปรยเถ้ากระดูกลอยไปบนอากาศ ไม่ยอมตกเป็นหุ่นเชิดของใคร นางภาวนาขอให้กำเนิดใหม่ให้มีชีวิตที่เสรี ปราศจากการถูกบังคับ อย่างอดสูเช่นชีวิตนี้”

    “ โธ่ น้องห้า ข้าคิดเอาไว้แล้ว พี่ใหญ่ไม่ควรบังคับเจ้าแต่งให้กับเจ้าเมืองหานเลย”

    ผีนายท่านสี่เอ่ยอย่างเศร้าใจ ราเชนก็ไม่เข้าใจโลกวิญญาณเท่าไรนัก แต่ก็พอเข้าใจบ้างว่า บางที่วิญญาณที่ปราศจากความห่วงกังวล บางทีอาจจะไปเกิดเร็ว หรือไม่ก็ดับสูญสลายไป ไม่เหมือนกับผีนายท่านสี่ ที่ยังคงยึดติด เป็นห่วงลูกทั้งสองคนอยู่เช่นนี้

    ไช่อีเอ่ยมาถึงตอนนี้ ก็ก้มหน้าลง แล้วดึงหน้าของตนเองออก พบว่า นางเป็นเด็กสาววัยเพียง 17 ปีเท่านั้น ใบหน้าช่างงดงามยิ่งนัก ราเชนเห็นแล้วถึงกับอ้าปากค้าง มองไช่อี ที่กำลังถอดชุดของฮูหยินเจ้าเมืองออกด

    “ เจ้า...เจ้า”

    “ เจ้าอะไรกันเล่า”

    “ ...” ราเชนได้แต่ยืนอึ้งพูดไม่ออก ตะลึงกับใบหน้าของนาง

    “ พอเปิดประตูสุสาน ข้าจะพาเจ้าขี่สัตว์อสูรของข้าหลบหนี พวกเจ้าก็รีบออกไปจากเมืองนี้ทันทีเข้าใจไหม”

    “ งดงามจริงๆ ” ราเชนเอ่ยออกมาปานละเมอ

    “ เจ้าเพ้อเจ้ออะไร รีบไปจากที่นี่ ต่อจากนี้ เราทั้งสองไม่มีอะไรต้องติดค้างกันอีกแล้ว” ไช่อีเปลี่ยนถอดชุดฮูหยินออก ก็พบว่าด้านในของนางเป็นชุดนักบู้สีดำทั้งชุด แล้วก็นำผ้าสีดำมาคลุมใบหน้าของตนเองเอาไว้

    ธิดาเทพแห่งสำนักหลงเหมิน เอ่ยจบก็เดินออกมาทางประตูสุสานไม่สนใจราเชนอีก ทำให้ราเชนต้องรีบเดินตามนางทางด้านหลังอย่างกระชั้นชิด  ได้กลิ่นกายที่หอมกรุ่นในตัวของนาง ทั้งๆ ที่ตอนเป็นฮูหยินเจ้าเมือง เขาเองหาได้สนใจเรื่องแบบนี้ไม่

    พอมาถึงหน้าประตูสุสาน ธิดาเทพไช่อี ก็นำถุงหนังสีดำออกมา

    มีนกหงส์สีแดงตัวใหญ่ผุดออกมาจากถุงหนังมิติสีดำ มันกระพรือปีก เสียงดัง ฝุ่นตะลบอบอวลไปทั่วหน้าสุสาน ไช่อี กับ ราเชน และเจ้าโมโม่ ที่กลายเป็นหมาอ้วนน้อย ก็กระโดดขึ้นหลังมัน แล้วเจ้านกหงส์สีแดงก็บินขึ้นฟ้า

    ทหารต่างยิงธนูเข้าใส่ ปรมาจารย์พัดเหล็กจูชง กระโดดขึ้นนกอินทรี แต่พอบินเข้าใกล้ เจ้านกหงส์แดง ก็อ้าปากพ่นไฟออกมา เจ้านกอินทรียักษ์ถึงกับถูกไฟเผา ขนหายไปแถม ร่วงสู่พื้นพร้อมกับปรมาจารย์พัดเหล็ก ไม่อาจติดตามไปได้

    “ หยางเฟยหลง ข้าไม่ปล่อยเจ้าหนีไปได้ง่ายๆ แน่”

    ปรมาจารย์หยูซวงกระทืบเท้าลงพื้นอย่างโกรธแค้น

    “ ยิงพลุสัญญาณ ห้ามผู้ใดออกนอกเมืองเป็นอันขาด”

    แม่ทัพหานเฉิงออกคำสั่งออกไป แล้วลูกน้องก็ยิงพลุสัญญาณขึ้นฟ้า สั่งปิดประตูเมืองทันที

    “ ว้าว สุดยอดจริง เจ้านกนี่ท่านหาซื้อที่ไหนเนี่ย” 

    ราเชนอยู่บนหลังเจ้านกหงส์แดง ที่สามารถพ่นไฟได้ แล้วยังบินได้สูงเช่นนี้ ทำให้ไปไหนมาไหนได้อย่างปลอดภัย ราวกับมีเครื่องบินส่วนตัวก็ไม่ปาน

    “ เจ้าหงส์แดงเปรียบได้กับพี่น้องของข้า มันเติบโตมากับข้าตั้งแต่เด็ก หาใช่สินค้าที่ซื้อขายกันไม่ เตรียมตัวใกล้จะถึงแล้ว ตอนนี้พวกมันยิงพลุส่งสัญญาณสั่งปิดประตูเมืองแล้ว ข้าสามารถพาเจ้าและ คุณหนูใหญ่กับน้องชายออกนอกเมืองได้เท่านั้น”

    “ ได้..ข้าจะบอกกับนาง”

    ราเชนพอมาถึงที่พักของคุณหนูใหญ่ ก็สรุปเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่า อาหญิงของนางตายไปแล้ว แม้นว่านางจะเสียใจ แต่ชีวิตมันต้องไปต่อ 

    “ ท่านไปเถอะ ข้ากับตระกูลหานไม่มีความแค้นกัน พวกเขาคงไม่กักขังพวกเราเอาไว้หรอก”

    คุณหนูใหญ่ฟง เอ่ยเสียงเครียด

    ราเชนคิดว่า ต้นเหตุเป็นที่ตัวเขา หากว่าเขาหนีไปเสีย ทุกคนคงจะปลอดภัย

    “ ข้าจะไปรอท่านที่นอกเมืองก็แล้วกัน” ราเชนตัดสินใจ โดยที่หวังฉี กลับไม่เห็นด้วยเท่าไรนัก

    “ คุณหนูใหญ่  เรื่องนี้พวกเราต้องระวังตัว นายหญิงห้า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายกับเจ้าเมือง แม่ทัพหานเฉิง คงไม่ปล่อยพวกเราลอยนวลแน่ๆ”

    “ รีบเดินทางเถอะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด”

    ราเชนได้แต่ถอนหายใจ และเดินทางไปกับธิดาเทพไช่อี เพื่อไปรออยู่นอกเมือง ตามที่นัดกันไว้ 

    “ ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยวเรื่องของพวกเจ้า ข้าต้องรีบกลับสำนัก ข้าลาก่อน”

    ไช่อีส่งราเชนที่นอกเมืองหาน แล้วก็บินหายไปในทันที

    ราเชนตอนนี้กลับรู้สึกเป็นห่วงคนของตระกูลฟงขึ้นมา

    “ นักพรตน้อย เร็วเข้า รีบไปช่วยลูกสาวข้าเร็ว พวกนางถูกทหารจับตัวเอาไว้แล้ว”

    ผีนายท่านสี่ปรากฏตัวออกมาต่อหน้าราเชน เอ่ยด้วยความร้อนรน

    “ มันจับลูกสาวท่านเรื่องอะไร”

    “ มันบอกว่า ลูกสาวของข้า ร่วมมือกับน้องห้า ลอบสังหารเจ้าเมืองหาน โดยมีเจ้าสมรู้ร่วมคิด และยังบุกรุกสุสานขโมยทรัพสมบัติมีค่าไปอีกด้วย"

    “ อะไรนะ มันจะใส่ร้ายกันมากไปแล้ว” ราเชนโมโห เพราะเขาไม่ได้ทรัพย์สมบัติมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว 

    “ ไม่รู้ละ เจ้ารีบเข้าไปช่วยพวกนางเร็ว ไม่อย่างนั้นสัญญาของเรา ยกเลิก”

    ราเชนได้แต่คิดถึง เงิน 20 ล้านเหรียญทอง ซึ่งหากว่าเขาปล่อยผ่านไปไม่สนใจ เขาจะหาเงินมากมายที่ไหนได้อีก รอทวงหนี้จากองค์ชายรองหลี่คัง ก็ไม่แน่ว่าจะได้หรือไม่ 

    “ เอาละ ข้าจะไปช่วยพวกนางเอง”

    ราเชนหายใจเข้าปอดลึกๆ ไม่ว่าอย่างไรต้องช่วยคุณหนูใหญ่และน้องชายออกมาให้ได้ แค่พาพวกเขาหนีออกมาไม่น่ายากเย็นอะไร  เพื่อทองคำ 20 ล้าน 

    “ ไปกันเถอะ เจ้าโมโม่”

    เจ้าโมโม่เอง ก็พยักหน้ารับคำ พร้อมกับ แปลงร่างของตนเองกลายเป็นอสูรไฟ โดยมีราเชนขี่หลังโจนทะยานกลับเข้าเมืองหานไปในทันที.....

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน