นาคทิพย์ลังเลก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถาม “เจ้าพี่จะทำยังไงต่อ?ใจเย็นต่อไปอาจจะพลาดได้นะคะ” เจ้าภูแสนฟังนาคทิพย์ก่อนจะตอบนิ่งๆ
“ถ้ามันพลาดก็คงจะเป็นเพราะกรรมบันดาลเจ้าอย่าห่วงพี่เลยยังไงพี่ก็จะต้องอยู่ต่อไป เพราะพี่ไม่ใช่คนที่จะจากไป!”คำพูดของเจ้าภูแสนแม้จะดูเรียบๆ ธรรมดาแต่ทว่ากลับหนักแน่นอยู่ในทีนาคทิพย์พยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ
“ตอนนี้ที่พี่สนใจคือคำใบ้ปริศนาในถ้ำนั่นถึงจะยังไม่เข้าใจและแก้ไขปริศนาไม่ได้ แต่พี่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พวกเราตามหาอย่างแน่นอน”นาคทิพย์ได้ยินก็ทำหน้าสงสัยเจ้าภูแสนพูดต่อคล้ายกับจะอธิบายให้นาคทิพย์คลายความสงสัยนั้น
“เพราะคำใบ้บรรทัดสุดท้ายมันบ่งชี้มาที่พวกเรา!”นาคทิพย์ได้ยินแบบนั้นก็ถามขึ้นอย่างรวดเร็ว
“อักขระบรรทัดสุดท้ายนาคา กรอบ กร วอน ไข.. นั่นน่ะเหรอคะ?” แน่นอนเรื่องนี้เจ้าภูแสนส่งกระจิตเล่าให้นาคทิพย์ฟังเมื่อนาคทิพย์ถามมาแบบนั้นเจ้าภูแสนก็พยักหน้ารับนาคทิพย์เองก็สุดปัญญาเพราะยังไม่รู้ว่าคำใบ้ทั้งหมดมันบ่งบอกอะไร และมีความหมายเช่นไร
เพราะแม้แต่พี่ชายเธอที่ปัญญาปราดเปรื่องยังออกปากว่าไม่สามารถปะติดปะต่อคำให้เป็นรูปประโยคได้นั่นย่อมแสดงว่าปริศนานี้ก็หาใช่ธรรมดา และมันก็คงจะรอคนไม่ธรรมดามาแก้ไขแน่ๆเมื่อนาคทิพย์คิดมาถึงตรงนี้ก็ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะนึกอะไรได้เธอรีบถามเจ้าภูแสนผู้ที่เธอเรียกได้อย่างสนิทปากว่าเจ้า
“อลินตาเป็นยังไงบ้างคะ? เท่าที่พบเจอและพูดคุยกันมาสมคำร่ำลือหรือไม่?” นาคทิพย์ถามพลางสำรวจอากัปกิริยาของอีกฝ่ายอย่างถี่ถ้วนเพราะอยากรู้ว่าเจ้าพี่ของเธอมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้และเมื่อนาคทิพย์เอ่ยถึอลินตาเจ้าภูแสนก็มีแววตาไหววูบเล็กน้อย ใจมันกระตุกทุกครั้งที่ได้ยินชื่อนี้แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้นาคทิพย์แอบผิดสังเกตจนได้ เจ้าภูแสนมองหน้านาคทิพย์ก่อนตอบชัดเจน
“ไม่ได้สมคำร่ำลือเลยสักนิด!”นาคทิพย์อมยิ้มทันที แน่ล่ะสิใครจะมายืนหนึ่งไปกว่าเธอ! แต่ก็แสร้งอุทาน
“อ้าว! จริงเหรอเนี่ย!”นาคทิพย์สีหน้าเย้ยแกมเยาะอีกฝ่ายที่เธอไม่เคยพบหน้า แหม..ก็ไหนว่าเก่งนักเก่งหนายังไง แต่ทว่า เมื่อเจ้าภูแสนพูดถึงอลินตาในประโยคต่อมานาคทิพย์ก็ถึงกับหน้าเจื่อนอย่างเก็บอาการแทบไม่อยู่
“แต่เกินคำร่ำลือไปมากพลังที่พี่สัมผัสได้จากอลินตาเฉพาะในงานมันยังไม่ถึงครึ่งที่เธอมีด้วยซ้ำ”เจ้าภูแสนเอ่ยชื่นชมด้วยความเปิดเผยก่อนจะพูดต่อ
“พอๆกันเลยตระกูลนี้เป็นตระกูลที่เหมือนจะเข้าถึงได้ง่ายแต่กลับหยั่งถึงยากเหลือเกินจริงๆ” เจ้าภูแสนพูดแล้วก็นึกไปถึงโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ซึ่งชัยยันตร์ก็สืบเสาะมาได้ว่าเป็นต้นตระกูลของอลินตา
นาคทิพย์กัดกรามตัวเองเริ่มรู้สึกว่ามีคู่แข่งเสียแล้วเจ้าพี่ของเธอนิสัยหยิ่งผยองในตนเอง ไม่ยอมใครง่ายๆกลับพูดถึงใครคนหนึ่งด้วยอาการยอมรับถึงเพียงนี้ ดูท่าว่าอลินตาจะไม่ใช่ธรรมดาจริงๆแม้จะรู้ว่าอลินตามิใช่ศัตรูแต่นาคทิพย์ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้และมีหรือที่จะยอมกันง่ายๆ นาคทิพย์โพล่งขึ้นทันที
“น้องอยากลองฝีมือผู้หญิงคนนี้ค่ะ”เจ้าภูแสนมองหน้านาคทิพย์นิ่งก่อนจะเอ่ยถามตรงไปตรงมา
“แน่ใจแล้วเหรอ? พี่ว่าน้องถนอมวิชาอาคมเอาไว้ใช้กับพวกปีศาจร้ายจะดีกว่านะ” แม้จะพูดไปแบบนั้นแต่เจ้าภูแสนก็รู้ว่าเขาก็คงได้แต่พูดนั่นแหละเพราะดูสีหน้าของนาคทิพย์แล้วหญิงสาวคงจะดื้อดึงอยากเอาชนะตามประสาคนเอาแต่ใจตัวเองอีกตามเคยเมื่อเห็นเช่นนั้นเจ้าภูแสนก็พ่นลมหายใจช้าๆ ก่อนพูดขึ้นอย่างปลงๆ
“แต่ก็ แล้วแต่น้องนะ”เมื่อเจ้าภูแสนพูดแบบนี้ นาคทิพย์ก็ยิ้มกริ่มทีเดียวอยากรู้เหมือนกันว่าแม่อลินตานั่นจะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว
หลังจากต้อนรับขับสู้นาคทิพย์และคุยธุระกันพอสมควรแล้ว เจ้าภูแสนก็รีบลงกรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วนโดยไม่ได้บอกนาคทิพย์ว่าเขาจะไปทำอะไรที่กรุงเทพฯเพราะจุดหมายปลายทางของเขาคืออลินตา เขามีเรื่องจะต้องคุยกับเธอ
ซึ่งก็คือเรื่องพาตัวเธอกลับไปที่คุ้มเชียงภูแสนรวมไปถึงคำใบ้ปริศนาบนผ้าผืนนั้นและสิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือเขาจะต้องหาผ้าพันธุ์ภพให้เจอก่อนที่พวกปีศาจวายร้ายมันจะได้ไปซึ่งลึกๆ เจ้าภูแสนค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าอลินตาคือคนที่จะมาช่วยเขาหาผ้าพันธุ์ภพ!
เป็นผ้าศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่จะเป็นตัวแปรของสงครามระหว่างเทพและปีศาจร้ายกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าผ้าผืนนั้นอยู่ที่ไหนที่สำคัญเจ้าภูแสนก็เหมือนจะมีสัมผัสบ่งบอกว่าปริศนาคำใบ้บนผ้าผืนเล็กนั้นจะต้องเกี่ยวข้องอะไรกับผ้าพันธุ์ภพเป็นแน่ และเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับอลินตาอย่างเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย
อาจจะเป็นการดีที่นาคทิพย์จะลองวิชากับอลินตาเพราะเจ้าภูแสนก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอลินตาจะมีพลังเหนือนาคทิพย์!นาคีผู้มีพิษร้ายกาจ!! แม้แต่เหล่าเทวดาที่แฝงกายทิพย์อยู่ในเมืองมนุษย์ไปจนกระทั่งภูตผี และอมุนษย์ยังต้องยอมสยบให้เลยด้วยซ้ำ!
แต่ดูเหมือนว่าเจ้าภูแสนไปกรุงเทพฯเก้อเสียแล้ว เพราะในขณะที่เจ้าภูแสนเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของประเทศไทยอลินตาก็ได้ขึ้นเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองมุ่งหน้าสู่สนามบินเชียงรายเรียบร้อยแล้วและเจ้าภูแสนก็ต้องเก้ออีกรอบเมื่อพบว่าอลินตาย้ายที่อยู่ถาวร
แต่ที่สำคัญกว่านั่นคือหลังจากรับมรดกทั้งหมดอลินตาก็มีแพลนจะข้ามภพข้ามชาติไปศึกษาหาความรู้จากท่านอาจารย์สินย์เวทย์จอมขมังเวทย์แห่งยุครัตนโกสินทร์ต่อเนื่องทันที คนอื่นเดินทางจะใช้คำเปรียบเปรยว่าข้ามน้ำข้ามทะเลแต่อลินตาเดินทางทั้งทีจะธรรมดาได้ยังไง มันก็ต้องข้ามภพข้ามชาติกันเลยทีเดียวก็ยังดีที่เจ้าหล่อนข้ามแค่นี้ไม่คิดแผลงเดินทางข้ามจักรวาลด้วยไม่งั้นก็จนปัญญาจะหาคำมาเปรียบเปรยให้ได้...
ร้านอาหารของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายคุณพิศเพลินพิสมัยพร้อมด้วยหนุ่มพิศพิเชษศักดิ์ บุตรชายคนรองของเธอนั่งดื่มกาแฟอยู่ด้วยกันทั้งสองกำลังรอใครบางคนไม่นานเจ้าของเรียวขายาวสวย และเป็นเจ้าของรองเท้าสีแดงแป๊ดคู่เดิมกับที่ไปหาเจ้าภูแสนถึงคฤหาสน์ก็เดินเข้ามาด้วยท่วงท่ามั่นใจนาคทิพย์นั่นเอง หญิงสาวผมยาวเกือบถึงกลางหลัง สีผมออกเขียวหม่น
เมื่อนาคทิพย์ปรากฏตัวก็ทำเอาหนุ่มพิศพิเชษศักดิ์บุตรชายคนรองของคุณพิศเพลินพิศสมัยถึงกับตาลอยคล้ายคนเมายาเคลิบเคลิ้มจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็แน่ล่ะผู้หญิงตรงหน้านอกจากจะสวยสง่าแล้วยังมีเสน่ห์ลึกลับทำเอาชายหนุ่มที่พบหน้าถ้าสติไม่มั่นคงดีพอก็หลงรักหลงใหลชนิดโงหัวกันแทบไม่ขึ้น
นาคทิพย์เห็นอาการของพิศพิเชษศักดิ์ก็ยิ้มเยาะเล็กๆขึ้นชื่อว่าผู้ชายมิเคยห้ามใจตัวเองได้สักทีกับสิ่งยั่วยวนตรงหน้าแต่ที่พิศพิเชษศักดิ์เห็นนั้นกลับเป็นรอยยิ้มยั่วไปซะได้ คุณพิศเพลินพิศสมัยพร้อมด้วยบุตรชายคนรองลุกต้อนรับแขกคนสำคัญก่อนจะเอ่ย
“เชิญนั่งจ้ะหนูนาคทิพย์แหม.. หนูนาคทิพย์นี่สวย สวยจริงๆ มองไม่เบื่อเลย” คุณพิศเพลินพิสมัยพูดอย่างเอาอกเอาใจซึ่งพิศพิเชษศักดิ์ก็พยักหน้าหงึกๆ อย่างเห็นด้วย นาคทิพย์ยิ้มรับก่อนจะกล่าว
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวนั่งลงจากนั้นก็มีพนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามาเสิร์ฟกาแฟร้อนหอมกรุ่นตรงหน้าพร้อมด้วยชีสเค้กโยเกิร์ตนุ่มๆ ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะจากทางโรงแรมเมื่อเด็กเสิร์ฟเดินออกไปแล้วนาคทิพย์ก็ทำท่าหยิบกาแฟขึ้นจิบ ก่อนจะวางถ้วยกาแฟลงแล้วถามเข้าเรื่อง
“ติดต่อคุณเนตรนภาได้ไหมคะ?”นาคทิพย์ถามด้วยน้ำเสียงหวานจ๋อย และก่อนที่คุณพิศเพลินพิศสมัยจะตอบหนุ่มพิศพิเชษศักดิ์ก็ตอบขึ้นแทน
“ติดต่อได้แล้วครับคุณเนตรเธอปฏิเสธขอเป็นวันอื่นเพราะวันนี้เธอจะไปรับพี่สาวของเธอที่สนามบิน”คราวนี้นาคทิพย์ถึงกับแปลกใจ ก่อนจะถามกลับอย่างรวดเร็ว
“พี่สาว? ใช่อลินตาหรือเปล่าคะ?” สองแม่ลูกพยักหน้าพร้อมกันทันทีนาคทิพย์ได้ยินก็ยิ้มกริ่ม มาให้ลองฝีมือถึงที่เลยเหรอ อลินตา!