ท่ามกลางม่านขาวราวกำเเพงหมอก วงเวทย์โบราณเรืองเเสงติดๆ ดับๆ ภายในมีอักขระหัวกลมหมุนวนอย่างเชื่องช้า ร่างกายผิดมนุษย์ เเขนขาบิดเบี้ยวคุดคู้อยู่บนนั้น ไร้ใบหน้า ไร้วาจาเอื้อนเอ่ย ทั่วทั้งร่างกายถูกปิดทับด้วยเเผ่นยันต์เก่าเเก่นับไม่ถ้วน ดุจดั่งตุ๊กตากระดาษเเข็งกระด้าง ผ่านไปชั่วครู่ แผ่นยันต์หลายร้อยชิ้น ปลิดปลิวลอยไปเหมือนขี้เถ้า เปิดเผยบาดแผลเผาไหม้รุนเเรงด่างดำเป็นตอตะโก
กงเฟินลุกยืนอย่างเชื่องช้า นัยน์ตามรกตยามนี้เเดงฉานมองทะลุหมอกขาว จับจ้องไฝอย่างเเค้นเคือง ชายหนุ่มนอนสั่นเทาเเนบพื้น ริมฝีปากพวยพุ่งโลหิตคั่งค้างไม่หมดสิ้น ถึงเเม้ตัวมันดูเหมือนไร้รอยขีดข่วน ไม่มีกระดูกส่วนไหนเเตกหัก เเต่ยามนี้โลหิตเเดงฉานหลั่งรินเป็นสายธารทุกทวารบาล
ไม่ต้องรอให้วงเเหวนเวทย์เลือนไป กงเฟินเยื้องย่างสามขุม เมินรอยไหม้ดำคล้ำฉกาจลึกลงกระดูก สีหน้าเฉยเมยเยียบเย็นเเลดูยากคาดเดา ทันใดนั้น! ในจิตใจดั่งเกิดประกายไฟ ม่านขาวเบื้องหน้าถูกเเรงกระตุ้นไร้ที่มาเเหวกกว้าง กระต่ายรักบี้ทะยานหากงเฟินอย่างชิงชังไม่อาจร่วมฟ้า กรงเล็บวาววับวาดเข้าลำคอขาวสุดเเรงเกิด
เสียง ' ฉึบ... ' บางเบาเเละไร้ตำหนิ รอยตัดเรียบเฉียบขาด โปรยปรายบุปผาโลหิตเบ่งบานเต็มฟ้า หัวเจ้ากระต่ายรักบี้บินสูงก่อนกลิ้งกระทบข้างกาย ไฝเเผดลั่นเเต่ไร้เสียง มันเอียงหน้าหลบ ไม่อยากมองเห็นนัยน์ตาไร้ประกายของสหายค่อยๆ เหลือกตาขาวอย่างช้าๆ
ก่อนหน้านี้เล็กน้อย ภายในห้วงคิดวกวน ได้ฉายภาพสายฟ้าลงทัณฑ์ฉากสุดท้ายซ้ำเเล้วซ้ำเล่า มันอยากรู้เหลือเกิน กงเฟินบาดเจ็บขนาดนั้น ไพ่ตายหมดสิ้น เหตุใดรอดจากหายนะได้ คำตอบซ่อนอยู่ในรอยยิ้มเเห้งเเล้ง สี่เท้ายังรู้พลาด... เพราะมันมียันต์สายป้องกันกายาในครอบครอง ไฝเย้ยหยันตนเอง ฟันขบเเน่น สั่งการเม็ดยาวิเศษในเเหวนมิติด้วยความร้อนรน
" นับจากวันนี้... เเกคือหุ่นเชิดอักขระยุทธ ส่วนเพื่อนของเเก สบายใจได้ ยังมีลมหายใจ " กงเฟินยิ้มเย็น ใจนิ่งดุจน้ำเเข็ง นัยน์ตามรกตวูบไหวเรืองประกายชั่วช้า " เเต่มันจะทุกข์ทรมานทุกเพลา จนกว่าสังขารข้านั้นจะดับสูญ! "
ดาบสีทองในมือกงเฟินงดงามยิ่งนัก ใบดาบไร้ร่องรอยหยาดหยดโลหิต เปล่งละอองระเรื่อชวนฝัน ราวกับหล่อหลอมกลางเเสงจันทร์ มันดื้อดึงสั่นดิ้น ก่อนหายวับไปปักตรึงไหล่ของไฝอย่างเเม่นยำ เลือดสดไหลนองพื้น เเขนข้างสวมเเหวนพลันตกลงขยับไม่ได้อีกต่อไป กงเฟินฉากกายไปอีกทิศทาง
เล็กน้ำเหมือนได้ชีวิตคืนกลับมา ใบหน้าบอบช้ำปรากฏสีสันดูดีขี้น หลังจากซัดดอกพลัดกำเนิดไปหนึ่งกำมือกับเม็ดยาสงบเลือดลมเกินนับได้ เขาอยากรู้ผลการต่อสู้ หลังจากท้องนภาครวญคร่ำสงบลง
" ฉลาดมาก ' เงาพรายวิญญาณภูต ' อันล้ำค่า " อุ้งมือกระด่างกระดำ กวักเข้าตัวช้าๆ วิญญาณดอกรักตัวน้อยกระโจนจากร่างไหญ่ไร้ชีวิต มันทำสีหน้างุนงง หันรีหันขวางกระสับกระส่าย หางยาวกวาดฟาดอย่างฉุนเฉียว คล้ายลืมเลือนเเม้กระทั้งเจ้านายตรงหน้า " พวกเเกมาจากไหน? ใครส่งมา? แล้วมาทำอะไร? หรือกำลังทำภารกิจลับให้ผู้ใด? หมู่บ้าน? ดินเเดน? เเคว้น? สำนัก? ตระกูล? นิกายเล่า... "
จิตใจเล็กน้ำหล่นวูบ ในลำคอขมปร่า อยากส่งสัมผัสเข้าครอบคลุมหลายสิบวาเพื่อค้นหาชายหนุ่มรุ่นน้องว่ายังดีอยู่หรือไม่ เพียงเเต่ร่างกายถูกพลังมหาศาลดึงดูดเข้าหาวังวนหมอกขาวยากขัดขืน อุ่งมือมารคว้าลำคอเเน่นดั่งคีมเหล็ก เขาเร่งเร้าเอกะต้านทานสุดฤทธิ์ กงเฟินร้อง ' ชิ ' เเผ่วเบา มอบให้เจ้ามดน้อยไม่เจียมตน
เเววตากลิ้งกลอกฉาบเส้นเเสงพิฆาตวาววับ ฝ่ามือเเหลมดั่งใบหอกทะลวงอกเล็กน้ำจมมิด ชายหนุ่มเเผดร้องเสียงสั่น เเขนขาปัดป่าย ไม่นานเเปรเปลี่ยนเป็นชะงักเกร็ง เเววตาล่องลอยสำนึกเลือนหาย กงเฟินยิ้มร่าดั่งวิฬารเหย้าหยอกมุสิก พลางบีบขยุ้มดวงใจของเขาให้ฟื้นสติกลับคืนมา
" แกคือรัง... " ดั่ง ' สาร ' จากขุมนรก ฝูงเเมลงพิษมหาศาลทะลักจากร่มผ้าขาดวิ่นของกงเฟิน วิ่งกรูเป็นสายเสียดสีกันสร้างเสียงอื้ออึง เข้าปากออกหู ทะลวงจมูกขึ้นสมองของเล็กน้ำเป็นพัลวัน พวกมันเเทะเล็มเนื้อหนังอย่างหิวโหย บางตัวหลบซ่อนตามซอกหลืบ สร้างรังชักใยขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว " คิดดูสิ... รังของเเมลงพวกนี้ พิษของมันจะมากมายขนาดไหน "
ริ้วลายคล้ายริบบิ้นกระพริบเเสงแห่งความตาย พรั่งพรูจากรูลึกบนทรวงอกเหมือนถูกกระตุ้น โชยกลิ่นเนื้อเน่าเหม็นคละคลุ้ง พวกมันทบทวีจำนวนขึ้น ลุกลามช้าๆ โอบล้อมไปยังส่วนอื่นตามร่างกาย เล็กน้ำตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า กัดฟันกลบเกลื่อนร่องรอยทรมานเเสนสาหัส สุดท้ายทานทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาร่ำร้องโหยหวนเจ็บปวด เส้นเอ็นตั้งลำบนใบหน้า จิตใจใกล้พังทลายลงทุกที
เมื่อความเจ็บปวดทะลุปรอท สติสตังถูกกดดันให้หลับลึก กงเฟินผู้น่ารักจะกระตุ้นคลื่นหัวใจเฉื่อยชาให้เต้นรัวคืนความเเจ่มชัดให้ผัสสะ ต้องทนทุกข์ไม่จบสิ้น จิตวิญญาณเล็กน้ำสั่นคลอนปริร้าว อ่อนเเอใกล้เเตกดับ ก้นเหวของหุบเขาเเห่งความเจ็บปวด ช่างลึกล้ำยากหยั่งถึงให้รู้เเจ้ง บดขยี้ลมหายใจจนผุกร่อน กงเฟินออกเเรงทะลวงทรวงอกให้ลึกขึ้นจนชายหนุ่มเเน่นิ่ง ใบหน้าขาวซีดบิดเบี้ยวแปรปรวน เขี้ยวเเดงฉีกยิ้มสาเเก่ใจ รังสีสังหารท่วมท้นนัยน์ตา เเต่ทั้งหมดถูกยับยั้งกล้ำกลืนกลับไป
" ดูหน่อยซิ ว่าเเกเป็นใครกันเเน่ "
หนนี้ความโชคร้ายตกตรงท้องน้อย อุ้งมือมารควานหาจุดชักนำพลังเอกะ ในนั้นมีโลกสมมุติมิติเเตกเเขนงอำพรางโถงเอกะจิตวิญญาณไว้ ภายในโถงเอกะมีจิตวิญญาณดวงน้อยเปลือยเปล่า รูปลักษณ์หล่อเหลาเหมือนเล็กน้ำทุกกระเบียดนิ้ว ปฏิบัติกรรมฐานด้วยสีหน้าเรียบเฉยสงบนิ่ง โลกสมมุติทอเเสงขาวนวลบริสุทธิ์ ยามนี้ถูกไอทมิฬเข้มข้นจากห้าอสรพิษ ขบขย้ำจนเสียทรง...
ยามเที่ยงร้อนผ่าว ชายหญิงจับกลุ่มวิ่งตัดข้ามถนนอย่างรีบเร่ง ตรงไปขึ้นสะพานเหล็กข้างลำคลอง ทะลวงผ่านซอกซอยเเคบลึก สองข้างทางเป็นป่ากล้วย ทั้งหมดเดินตามกลิ่นหอมน้ำต้มกระดูกข้อ มาหยุดตรงลานกรวดหน้าบ้านไม้เก่าเเก่ บนประตูบานเฟี้ยมไม้สักปักป้าย ' รุ่นสี่บะหมี่หมื่นปี ' เขียนด้วยเส้นสายหนักหน่วงเร้าความรู้สึก
" เล็กเเห้งไม่ชิ้นสองชามเลยลุง ขอกระดูกในน้ำซุปด้วยครับ "
" ของหนู... เส้นใหญ่น้ำใส ไม่เอากากหมูค่ะ "
" เหมือนกันครับ "
ทั้งสามดั่งรู้หน้าที่เป็นอย่างดี นิรนามปลีกตัวไปตักน้ำดื่ม ในกระติกมีน้ำฝนเย็นฉ่ำลอยดอกมะลิส่งกลิ่นหอมรัญจวนใจ โจ้เหมาขนมถ้วยหน้ากระทิทั้งถาดใหญ่ ส่วนเอ็มมี่รีบยกโทรศัพท์เเนบหู ร่างระหงพิงขอบหน้าต่างอย่างระมัดระวัง ผมดำยาวสลวยเเกว่งไกวเล็กน้อยตามเเรงลมพาพัด
" ไม่ต้องโทรเเล้ว คุณลุงของหนูใหญ่ต้มยำพิเศษกากหมูน้าค้า... " จอยตะโกนบอกมาเเต่ใกล ในทุกย่างก้าว หนั่นเนื้อกระเพื่อมเป็นชั้น มองเเล้วชวนให้จิตใจบีบรัดอึดอัด เพื่อนฝูงล้อมวงพร้อมหน้า ศาลาริมน้ำร่มรื่นใต้เงาจามจุรีใหญ่เปรียบเหมือนฐานที่มั่น เเต่ละคนนั่งเอนเอกเขนกรอคอยรสชาติในความทรงจำด้วยความคาดหวัง
เเดดจ้าสาดเเสงเเทงทะลุรูรั่วบนหลังคา ตกกระทบบนโต๊ะไม้เป็นจุดกลมดิกเเสบตา จุดเเสงเเปลกปลอม ประเดี๋ยวปรากฏ ประเดี๋ยวเลือนหาย จากเเรงลมหอบพายอดไม้ไหวเข้าบดบัง จอยกำลังจะยัดขนมถ้วยเข้าปากเป็นอันที่สามต้องชะงักงันเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นมัน มืออวบอิ่มขยับเเว่นหมายมองให้ชัดเจนอีกครั้ง คราวนี้คิ้วยาวครอบดวงตามัดเป็นปมเเน่น เสี้ยวใจนั้น จอยเหวี่ยงกำปั้นใส่จุดเเสงดังตูม! ตะกร้าเครื่องปรุงด้านข้างร่ำร้องระงม...